ธุรกิจน้ำมัน ปตท. กับการนำ TPM มาใช้จนประสบความสำเร็จ

ธุรกิจน้ำมัน ปตท. กับการนำ TPM มาใช้จนประสบความสำเร็จ

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของวารสารพลังไทย และ วิชาการ.คอม
http://www.pttplc.com/TH/Default.aspx


ลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 100 ล้านบาท
        ในภาวการณ์แข่งขัน  และสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจปัจจุบันการลดต้นทุนเป็นสิ่งจำเป็นและมีความคัญยิ่ง Total  Productive  Management (TPM) เป็นเครื่องมือมาตรฐานสากลที่หลายประเทศทั่วโลกทั้งในยุโรป  อเมริกา  และเอเซียนิยมใช้  และประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างดี

        บริษัท  ปตท.  จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติมีความมุ่งมั่นที่จะนำสิ่งดีที่สุด มาประยุกต์ใช้ในองค์กรเสมอ  ซึ่ง TPM ได้นำเขามาเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในรั้ว ปตท. ดั้งแต่ปี 1984 เพียงแต่ยังคงเน้นให้ช่วยตัวเองในเรื่องหลักๆ (Self  Maintenance) เท่านั้น  ต่อมาในปี 2007  หน่วยธุรกิจน้ำมัน ปตท. จึงได้นำระบบ TPM ตามแนวทางของสถาบัน JIPM (Japan  Institute  of  Plant  Maintenance) ซึ่งเป็นสถาบันบำรุงรักษาโรงงานของประเทศญี่ปุ่นเข้ามาใช้และประกาศนโยบาย อย่างจริงจังเพื่อเป็นเครื่องมือพัฒนาผู้บริหารและพนักงานให้เป็นผู้ที่มี ความเป็นเลิศทั้งการทำงานและช่วยเหลือสังคม  ส่งเสริมให้ทุกคนแสดงความรู้ความสามารถพัฒนางานอย่างเต็มที่สามารถแก้ไข ปัญหาได้ด้วยตัวเองเมื่อพบข้อบกพร่องในการทำงาน  สร้างความปลอดภัย  สะดวก  และมีประสิทธิภาพในการทำงานยิ่งขึ้น  ทำให้การส่งมอบสินค้าและบริการเป็นที่พึงพอใจของลูกค้า  สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่องค์กรเพิ่มผลผลิตสูงสุด ลดและกำจัดความสูญเสียทุกรูปแบบ

          ปตท. ได้เริ่มนำร่องดำเนินงาน TPM ที่คลัง ปตท. ต้นแบบ 6 แห่ง  ได้แก่ คลังปิโตรเลียมนครสวรรค์  คลังปิโตรเลียม ลำปาง  คลังน้ำมันลำลูกกา  คลังน้ำมันสระบุรี  คลังน้ำมันภูเก็ต  และคลังก๊าซบ้านโรงโป๊ะ  ซึ่งหลังจากที่  ปตท. ได้นำ TPM เข้ามาใช้จนถึงปัจจุบัน  ส่งผลให้หน่วยธุรกิจน้ำมันปตท.  ทั้ง 6 คลังฯ นำร่อง  สามารถลดความสูญเสียและลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก  ถึงปัจจุบันคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 100 ล้านบาท  ก่อนที่แผนในลำดับต่อไปจะจะขยายผลไปสู่ทุกกลุ่มงาน  ได้แก่  กลุ่มงานคลัง  กลุ่มงานก๊าซท่าเรือ  กลุ่มงานบริการเติมน้ำมันอากาศยาน  กลุ่มงานสถานีบริการน้ำมันยนต์  กลุ่มงานผลิตภัณฑ์หล่อลื่ม  และกลุ่มงานสนับสนุนทั้งหมด

        และเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2552 ที่ผ่านมา Prof. Dr.Hayatoshi  SAYAMA, TPM  Assessors  ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบัน JIPM ได้เดินทางมาประเมินผลคลังต้นแบบจำนวน 6 คลังฯ  ในรอบแรก  น่ายินดีที่ทั้ง 6 คลังฯ สามารถผ่านการตวรจประเมินในรอบสุดท้ายในสิ้นปีนี้  เพื่อรับรางวัล TPM  Excellence  Award  ที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 2553

        “ปตท. มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า  และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุดรวมทั้งเป็นองค์กรแห่งความเป็นเลิศ  เพื่อให้บรรลุความมุ่งมั่นดังกล่าว  จึงมีการพัฒนาการทำงานด้วยการนำระบบคุณภาพตามมาตรฐานสากลมาใช้อย่างต่อเนื่อง  สำหรับกลุ่ม DOWNSTREAM ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า  จะเป็น Best  in  Class & Best  in  Operation  สู่การเป็น  World  Class จึงจำเป็นต้องมีระบบมาตรฐานการทำงานที่ดีเช่นเดียวกัน ระบบ TPM ที่นำมาใช้นี้  จะเป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น  โดยวางแนวทางไว้คือ

          1.  พัฒนาพนักงานทุกคนทุกระดับให้เป็นเลิศ
          2.  พัฒนาวิธีการทำงานและเครื่องจักรอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
          3.  พัฒนาสถานที่ทำงานให้สวยงามน่าอยู่  น่าทำงาน
          4.  ลดความสูญเสียทุกรูปแบบ
          5.  พัฒนาองค์กรให้เป็นเลิศอย่างยั่งยืน

        “ไม่อยากให้คิดว่าทำเพียงเพื่อให้ผ่านการตรวจประเมินเท่านั้น  แต่อยากให้ระบบนี้เข้าไปอยู่ในจิตใจของทุกคน...สุดท้ายของแสดงความยินดีกับคลังฯ ที่ผ่านการตรวจประเมินมาตรฐาน TPM ครั้งนี้”

         Prof. Dr.Hayatoshi  SAYAMA, TPM  Assessors ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบัน JIPM ซึ่งได้เป็นผู้ตรวจประเมินคลังฯ ปตท. ในครั้งนี้ ได้ให้สัมภาษณ์ทีมงานวารสาร “พลังไทย” และอธิบายถึงประโชน์ของการนำ TPM มาใช้อย่างเป็นรูปธรรมไว้ว่า

        “การบำรุงรักษา (Maintenance) ถือเป็นเรื่องสำคัญมากเหมือนกับร่างกายคนเราก็ต้องมีการดูแล รักษาโรงงานที่ดี เพื่อป่องกันมิให้เกิดเหตุต่างๆ ได้ ถ้าไม่ให้ความสำคัญ  อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ  เครื่องบินตก  หรือบางบริษัทไม่ได้ผลกำไรเท่าที่ควรก็อาจเป็นไปได้ว่าเป็นเพราะมีการบำรุงรักษาไม่ดี  ที่ญี่ปุ่นเอง  กิจกรรมแรกที่ได้รับความนิยมคือ TQC-Total  Quality  Control  ต่อมาก็คือ การทำ TPM เมื่อทำแล้วนอกจากการขัดข้องของเครื่องจักรจะน้อยลงแล้ว  ผู้ปฏิบัติงานก็สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย  ไม่มีการบาดเจ็บคุณภาพดีขึ้น  และมีการบริหารจัดการที่ดีขึ้นด้วย”


       แต่สิ่งหนึ่งที่ Prof.Dr.Hayatoshi  SAYAMA, TPM  Assessors  ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบัน JIPM เน้นอยู่เสมอว่า “หัวใจสำคัญของการดำเนินงานในระบบ TPM ให้ประสบความสำเร็จนั้น  ผู้บริหารต้องมีภาวะการเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง  และเป็นตัวอย่างที่ดี  ต้องสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง  ในขณะที่คนทุกคนทุกระดับต้องลงมือทำจริง  ตามบทบาทหน้าที่แต่ละคนที่องค์กรมอบหมาย  และควรมีการปรับปรุงการทำงานให้มาก (Kaizen) โดยใช้ TPM เป็นเครื่องมือช่วยทำงาน  ไม่ใช่ทำตามคำสั่งเพียงอย่างเดียว”

        ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบัน JIPM ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า “เมืองไทยกับญี่ปุ่นมีแนวคิดที่คล้ายๆ กัน  และยอมรับ  TPM มากกว่าประเทศแถบยุโรป  เมื่อทำ TPM แล้วก็มีการ Kaizen คือ การเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ดีขึ้น  หรือปรับปรุงให้ดีขึ้น  ส่งผลใหบุคคลากรทำงานง่ายขึ้น  และปลอดภัยมากขึ้น  และเมื่อมีเวลามากขึ้นก็สามารถทำงานอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น  อย่างเช่นที่เมืองไทยนี้นะครับ  เข้ารับรางวัลปีหนึ่งก็ 30 กว่าแห่ง  เพราะฉะนั้นก็จะเห็นว่าที่นี่มีความคึกคักในการทำ TPM เหมือนกันบางบริษัทฯ ประธานบริษัทบอกว่าก่อนที่จะทำ TPM ถามพนักงานเรื่องอะไรก็มักจะได้รับคำตอบมาตอบให้ภายหลัง นี่คือข้อดีที่เราได้ทำ TPM เพราะได้ทำงานเอง  ปรับปรุงงานเองยินดีกับงานของตนเอง  นอกจากผู้บริหารมีความสุขแล้วตัวของผู้ปฏิบัติการก็มีความสุขด้วย  ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่มีความสุขแล้วก็คงไม่ทำ TPM แน่”

tags :

บทความอื่นๆ