วานนี้ วันนี้ และพรุ่งนี้ของ”กำเนิดสปีชีสส์”

วานนี้ วันนี้ และพรุ่งนี้ของ”กำเนิดสปีชีสส์”

วานนี้ วันนี้ และพรุ่งนี้ของ ”กำเนิดสปีชีสส์”  
    งานวันเสวนา Junior Science Club ในหัวข้อเรื่อง วานนี้ วันนี้ และพรุ่งนี้ของ”กำเนิดสปีชีสส์”ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อฉลองครบ 150 ปี     การตีพิมพ์หนังสือ The Origin of Species เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2402 โดยจะมี 3ใน7 จากผู้ริเริ่มแปลหนังสือแห่งประวัติศาสตร์เล่มนี้นำโดย ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ จาก สสวท. ดร.ศศิวิมล แสวงผล และ ดร.ณัฐพล อ่อนปาน จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ร่วมเสวนาครั้งนี้ เพื่อเป็นเกียรติให้ชาร์ลส์ ดาร์วินในโอกาสฉลองครบรอบ 200 ปี นักชีววิทยาชาวอังกฤษผู้ตั้งทฤษฎีวิวัฒนาการอันโด่งดัง ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อมวลมนุษยชาติมากว่า 150 ปี

วานนี้ ของ “กำเนิดสปีชีส์”

     ชาร์ลส์ ดาร์วินเกิดวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1809 ในครอบครัวที่มีฐานะมั่งคั่งและเป็นครอบครัวที่มีชื่อเสียงมากของอังกฤษ ดาร์วินไปเรียนต่อวิชาเกี่ยวกับเทววิทยา ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (Cambridge University) จากนั้นดาร์วินได้หันมาให้ความสนใจศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตโดยเขามีแรงบันดาลใจมาจากซากฟอสซิล (Fossil) ดาร์วินใช้เวลาในการค้นคว้าเรื่องนี้นานกว่า 20 ปี นอกจากนี้ดาร์วินยังศึกษาจากวิชาสันฐานวิทยา และวิทยาเอมบริโอ โดยดาร์วินรวบรวมข้อมูลเพื่อค้นหาวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ต่อมาในวันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 1859 ดาร์วินได้ตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานออกมาเล่มหนึ่งมีชื่อว่า The Original of Species ซึ่ง       ดาร์วินอธิบายถึงการกำเนิดของสิ่งมีชีวิตว่า ไม่จำเป็นต้องมีพระเจ้าสำหรับเรื่องการมีวิวัฒนาการมนุษย์ไม่ได้สร้างจากภาพของพระเจ้าแต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการวิวัฒนาการ นับได้ว่าเป็นการสั่นคลอนความเชื่อทางศาสนาตามหลักคริสตศาสนาอย่างมาก ตลอดช่วงชีวิตของ ชาร์ล ดาร์วิน หนังสือ The Original of Species ได้รับความนิยมทำให้ได้รับการวิเคระห์ ปรับปรุงเปลี่ยนเนื้อหาตลอดการตีพิมพ์ถึง 6 ครั้ง โดยในหนังสือ The Original of Species ได้กล่าวถึง ความแตกต่างของสิ่งมีชีวิตที่ทำให้เกิดสปีชีสส์ใหม่ การคัดเลือกตามธรรมชาติ และกล่าวถึงหลักฐานที่ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ให้เกิดความสมบูรณ์ นับได้ว่าหนังสือ The Original of Species เป็นประโยชน์และเพิ่มความรู้ทางชีววิทยา และมนุษยวิทยา โดยเฉพาะทฤษฎีวิวัฒนาการถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญในวงการชีววิทยาสิ่งสำคัญที่ดาร์วินบอกไว้ว่า

“ไม่ใช่สปีชีสส์ที่แข็งแรงที่สุดซึ่งจะอยู่รอด ไม่ใช่สปีชีสส์ซึ่งฉลาดที่สุดจะอยู่รอด
 แต่ต้องเป็นสปีชีส์ซึ่งปรับตัวได้ดีที่สุดกับการเปลี่ยนแปลง”

                                   

                                             หนังสือ The Original of Species ของชาร์ล ดาร์วิน
วันนี้ ของ “กำเนิดสปีชีส์”

        สิ่งพิเศษมากมายที่หลายๆประเทศทั่วโลก ทำไว้เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ชาร์ลส์ ดาร์วิน ในโอกาสพิเศษฉลองครอบรอบ 200 ปี ประเทศอังกฤษได้ทำเว็บไซด์ชื่อ DRAWIN 200 โดยNATURAL HISTORY MUSEUM   ได้ทำนิทรรศการชื่อ DARWIN BiG Idea ชื่อเป็นเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากโดยมีการนำชื่อ Charles Darwin Big Idea มาทำเป็นชื่อ Darwin Big Idea ซึ่งหนังสือเกี่ยวกับวิวัฒนาการเล่มหนึ่ง

       
         นอกจากนี้ได้มีเว็บไซด์ ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้ทำให้ ดาร์วิน และยังมีเว็บไซด์ที่ดีและมีชื่อเสียงอีกเว็บไซต์ คือ
http:///Darwin-online2.org.uk/ เว็บไซต์ที่รวบรวมงานวิจัยมากมาย จดหมายต่างๆ ซึ่งเป็นเว็บไซด์ที่ทำให้คนรุ่นหลังได้รู้จักดาร์วินในภาพที่ดูทันสมัยเข้ากับยุคสมัยปัจุบันนี้ อีกทั้งยังมีสารคดีพิเศษของ BBC ธนาบัตร รูปปั้น สแตมป์ชุดตอนดาร์วิลลงเรือ การเดินทางออกไปยังท้องทะเลทั่วโลกกับเรือบีเกิล (Beagle) และโดยเฉพาะการเฝ้าสำรวจที่หมู่เกาะ   กาลาปากอส อีกทั้งยังมี ภาพยนตร์ เพลงต่างๆ คอนเสริต์ หนังสือ โครงการ The Beagle Project และการ Debate หัวข้อเรื่อง พระเจ้ากับวิวัฒนการ:-ข้อโต้แย้งแห่งศตวรรษ ที่มหาวิทยาลัยมหิดลจัดขึ้น และอื่นๆอีกมาย




สแตมป์ชุดตอนดาร์วิลลงเรือ การเดินทางออกไปยังท้องทะเลทั่วโลกกับเรือบีเกิล (Beagle) และโดยเฉพาะการเฝ้าสำรวจที่หมู่เกากาลาปากอส 


พรุ่งนี้ ของ “กำเนิดสปีชีส์”

          ตลอดระยะเวลา 200ปี ของการกำเนิดชาร์ลดาวิน ผลงานที่ผ่านมาสามารถแสดงถึงวิวัฒนาการของมนุษย์ การกำเนิดสปีชีส์ มาเกือบ 150 ปี โยมุมมองของดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ ผู้ริเริ่มแปลหนังสือแห่งประวัติศาสตร์ The Original of Species ได้ทำนายว่า
1. การตีพิมพ์ “กำเนิสปีชีส์” ซ้ำต่อไปอีก แต่ในรูปแบบปกที่มีความหลากหลายมากขึ้น
2. หนังสือใหม่ๆเกี่ยวกับ “ประวัติและผลงาน” ของดาวินมากขึ้น
3. หนังสืออธิบาย “เบื้องหลัง” ที่มาของวิวัฒนาการมากขึ้น
4. ผู้คนจะรู้จัก “อัลฟอร์ด วอลเลช” ซึ่งเป็นอีกคนที่ค้นพบทฤษฏีวิวัฒนาการเช่นเดียวกับดาร์วิน แต่ยังน้อยกว่าดาร์วิน
5. ทฤษฎีวิวัฒนาการ จะเป็นหนึ่งในทฤษฎีหลักทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ที่มีหลักฐานเพิ่มมากขึ้นและทนทานต่อการพิสูจน์
6. หนังสืออธิบายความรู้เกี่ยวกับวิวัฒนาการในยุคดาร์วิน หรือวิวัฒนาการที่ใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ
7. คำว่า “วิวัฒนาการ” จะแพร่หลายจะมีการนำไปใช้ในสาขาอื่นๆทางวิทยาศาสตร์
8.  ไสยศาสจร์อย่างกว้างขวางมากขึ้น
9. คำว่า “วิวัฒนาการ”จะแทรกซึมเข้าไปในโลกของ นิทาน นิยาย การ์ตูน ภาพยนต์ และสื่ออื่นๆ อย่างกว้างขว้างมากขึ้นเรื่อยๆ
10. ดาร์วินจะเป็นไอดอล (idol) ซึ่งแสดงสติปัญญาอันยิ่งยวดของมนุษย์แบบเดียวกับ กาลิเลโอ นิวตัน และ ไอน์สไตล์
สุดท้ายสิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับชีวิตมนุษย์ ต้องถามตนเองและตอบตนองให้ได้ว่า
 “เกิดมาทำไม อยู่ไปเพื่ออะไร และทำอะไรบ้างในชีวิต” ไม่เช่นนั้นชีวิตคงไม่แตกต่างอะไรจากสัตว์เดียจฉานตัวหนึ่ง ที่ใช้ชีวิตบนโลกนี้ไปวันๆ
The Origin of Species by Means of Natural Selection ของ Charles Darwin เป็นหนังสือที่เปลี่ยนโลกทัศน์ของชาวตะวันตกเกี่ยวกับ "กำเนิดชีวิต" ว่าไม่ได้มาจากการสร้างสรรค์โดยอำนาจเหนือธรรมชาติ แต่มาจาก "วิวัฒนาการ (evolution)" ผ่าน "การคัดสรรตามธรรมชาติ (natural selection)" เป็นหนังสือที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงว่า พลิกโฉมของแนวคิดด้านชีววิทยาโดยสิ้นเชิง และเป็นรากฐานหลักสำคัญของความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ชีวภาพของโลก

 

ที่มา : งานวันเสวนา Junior Science Club ในหัวข้อเรื่อง วานนี้ วันนี้ และพรุ่งนี้ของ”กำเนิดสปีชีสส์”
       
          ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พญาไท

 

tags :

บทความอื่นๆ