 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/400" type="text/javascript"></script> |
|
พลิกดี - ไม่พลิกดี ขับอย่างไรให้ปลอดภัยไม่พลิกควํ่า
รถที่เราใช้ขับขี่กันบนท้องถนน คุณรู้ดีแค่ไหนที่จะใช้งานมันไม่ให้พลิกคว่ำ พบกับข้อจำกัดต่างๆ และแนะวิธีขับขี่อย่างไรกันให้ปลอดภัยตามหลักฟิสิกส์
post ครั้งแรก: Tue 12 December 2006, 2:28 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 29 January 2007, 2:34 pm
|
หน้าที่ 2 - ทำไมรถที่สูงจึงไม่ปลอดภัย
น้องๆอาจจะสงสัยว่าทำไมรถที่สูงจึงไม่ปลอดภัย แล้วทำไมบรรทุกของไม่ได้มากนักนะครับ พี่โจจะสาธิตให้ดู
สมมุติว่ารถSUVคันหนึ่งกำลังเลี้ยวโค้งดังรูป
เนื่องจากขณะเลี้ยว ความเร่งของรถจะทำให้เกิดแรงหนีศูนย์กลาง (ลูกศรสีแดงในรูป) กระทำต่อตัวรถ คอยดึงให้รถไถลออกนอกวงเลี้ยว (แหกโค้งนั่นแหละครับ) น้องจะสังเกตุแรงนี้ได้จากเวลาที่น้องนั่งรถอยู่ ถ้าเลี้ยวโค้งตัวเราจะถูกดึงออกไปทางตรงข้ามกับทางที่รถเลี้ยว
แรงหนีศูนย์กลางนี้ก็เหมือนกับแรงเฉื่อยของการเคลื่อนที่จากสภาวะหยุดนิ่งในทางตรง นั่นคือมันจะคอยต่อต้านการเคลื่อนที่ในทางเลี้ยว เจ้าแรงนี้สามารถคำนวณได้จากมวลของรถ (m1) คูณกับความเร่งในแนวรัศมี (An) ของรถแต่มีทิศตรงข้ามกับความเร่งนี้นั่นเอง สูตรนี้ไม่ได้มาจากไหนหรอกครับ F = ma กฎข้อ2 ของเซอร์นิวตันนั่นเอง เราจะเรียกแรงหนีศูนย์กลางนี้ว่า Fn ดังแสดงในรูปมองจากด้านบนดังต่อไปนี้
พี่โจขอให้คำแนะนำกับน้องผู้อ่านหน่อยนะครับว่าการศึกษาระบบพลศาสตร์ (Dynamics) ของระบบเครื่องกลนั้น การทำความเข้าใจในเรื่องระยะทาง ความเร็วและความเร่งของระบบนั้นๆ เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการคำนวณขั้นต่อๆไป ดังนั้นน้องๆที่อยากเก่งพลศาสตร์ก็ต้องเข้าใจสูตรการคำนวณความเร็ว-เร่งให้ถ่องแท้ก่อนนะครับ ฉะนั้นถ้าใครไม่รู้ว่าความเร่งในการเลี้ยวนั้นคำนวณยังไง ก็ไปทบทวนบทเรียนฟิสิกส์ดูนะครับ (เอ้าใบ้ให้... An = v2/r เมื่อเลี้ยวด้วยความเร็วคงที่ v วงเลี้ยว r)
เอาล่ะมาดูรถคันงามของเรากันต่อ ถ้าหากว่าเรามองมาที่รถจากด้านหน้าแล้วพิจารณาแรงที่กระทำบนรถดังรูปข้างล่างซ้ายนี้ จะเห็นว่าเจ้าแรงหนีศูนย์ Fnจะกระทำที่จุดศูนย์ถ่วง หรือจุดเฉลี่ยของมวล (จุดสีส้มในรูป) ถ้าหากว่ายางรถยนต์ไม่เกาะถนน รถก็คงจะไถลออกนอกโค้งไปตามแรงFnนี้แล้ว แต่เนื่องจากล้อมีแรงเสียดทานกับพื้นถนน แรงเสียดทาน fs จึงเกิดขึ้นมาต่อต้านแรงหนีศูนย์ โดยแรงเสียดทานนี้จะกระทำที่จุด A หรือที่ล้อรถส่วนที่สัมผัสกับถนนนั่นเอง (เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจเราจะถือว่าแรงเสียดทานที่เห็นในรูปเป็นแรงที่รวมกันจากทุกล้อนะครับ)

ทีนี้ถ้าพิจารณาว่าจุด A นี้เป็นจุดหมุน ก็จะเห็นว่าเจ้าแรงหนีศูนย์นี้สามารถทำให้เกิดโมเม๊นท์ h1x Fn(สีแดงของรูปในกรอบ) ที่จะคอยทำให้รถพลิกควํ่า ทว่าช้าก่อน นํ้าหนักรถช่วยไว้ได้ทันโดยสร้างโมเมนท์ d x W (สีเขียว) ขึ้นมาหักล้างไปได้ ดังนั้นรถจึงไม่พลิกควํ่าเนื่องจากยังมีสมดุลของโมเม๊นท์อยู่ (ข้อสังเกตุ แรงปฏิกริยาสีฟ้าแทนที่จะกระจายแยกไปให้ทุกล้อ ในกรณีนี้เราพิจ่รณาให้ย้ายไปกระทำอยู่ข้างเดียวกับจุด A เนื่องจากเราสมมุติว่าเมื่อรถเริ่มกำลังจะพลิกยกขึ้น แรงปฏิกริยาจะถูกถ่ายไปอยู่ด้านซ้ายหมด)
ในการที่รถเกิดอุบัติเหตุพลิกควํ่าเวลาเข้าโค้งนั้น ก็เนื่องจากโมเมนท์ที่เกิดจากแรงหนีศูนย์ (h1 x Fn - สีแดง) นี้มากกว่าโมเม๊นท์จากนํ้าหนักรถ (h1x Fn - สีเขียว) ซึ่งปัจจัยที่จะมาเพิ่มโมเมนท์นี้ได้ก็คือ ความเร่งหนีศูนย์กลาง An และ ความสูงของจุดศูนย์ถ่วง h1 ดังนั้นกรณีแรก ถ้าเราเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงเกินไป ค่าความเร่งหนีศูนย์กลางนี้ก็จะมากและอาจจะทำให้โมเม๊นท์สีแดงมากกว่าสีเขียว ทำให้รถเอียงและพลิกได้
อีกกรณีคือการที่เราบรรทุกของมากเกินไปก็จะทำให้จุดศูนย์ถ่วงของรถสูงขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากพื้นที่ห้องสำหรับบรรทุกของในรถSUVส่วนใหญ่ จะอยู่สูงกว่าจุดศูนย์ถ่วงเดิมอยู่แล้ว ยิ่งถ้าบรรทุกของบนหลังคาแล้วละก็ไม่ต้องพูดถึง เมื่อรวมนํ้าหนักทั้งหมดแล้วเฉลี่ยหาจุดศูนย์กลางของนํ้าหนักรวมนั้น จุดศูนย์ถ่วงที่ได้ก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีก ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราเอารถไปบรรทุกช้างน้อยดังรูป
สมมุติว่าจุดศูนย์ถ่วงรวมได้เปลี่ยนขึ้นไปอยู่ที่ระดับ h2 ซึ่งสูงกว่า h1 ดังนั้นโมเมนท์สีแดงจะยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก ทำให้รถมีโอกาสพลิกควํ่าได้มากกว่ารถก่อนบรรทุกเสียอีก ยิ่งเพิ่มอันตรายในการขับขี่มากยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่ารถเก๋งทั่วไปจะได้เปรียบรถSUVในการเกาะถนนเมื่อเข้าโค้งกว่าเพราะมีจุดศูนย์ถ่วงที่ตํ่ากว่า ยิ่งถ้าเป็นรถแข่งแล้วละก็ รถแทบจะเตี้ยแนบถนนเลยก็เพื่อให้เข้าโค้งได้มั่นใจที่ความเร็วสูงนั่นเองครับ
พี่โจก็หวังว่าเมื่อน้องได้อ่านบทความนี้แล้ว ก็จะมีความเข้าใจในการขับรถอย่างปลอดภัยขึ้นนะครับ เราจะต้องพึงระวังเสมอว่า การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง หรือการหักเลี้ยวเปลี่ยนเลนอย่างกระทันหัน ย่อมมีโอกาสที่รถจะพลิกได้เสมอ ไม่เฉพาะรถSUVเท่านั้น แต่กระทั่งรถกระบะที่บรรทุกของสูง รถที่ไปยกช่วงล่าง รถตู้ทั้งหลาย รถตุ๊กๆ (ช่วงกว้างแคบ) รถทัวร์... โวว... แทบทุกประเภทที่เราเห็นขับกันซิ่งๆบนถนนเมืองไทยทั้งนั้นเลย ฉะนั้นถ้าน้องๆเห็นลูกพี่ที่ขับรถประเภทนี้ซิ่งมาแต่ไกล น้องก็อยู่ห่างๆลูกพี่เขาไว้นะครับ ปล่อยให้เขาไปก่อนเดี๋ยวก็ไปเจอเขานอนรอที่โค้งหน้าเองแหละ
แหล่งข้อมูล
http://abcnews.go.com/onair/2020/2020Friday_001117_suvs_feature.html http://www.consumerreports.org/Special/ConsumerInterest/Reports/0012suv1.html
(เอื้อเฟื้อภาพ)
http://www.fordvehicles.com
(เอื้อเฟื้อภาพ)
http://www.honda2001.com/models/cr-v/
หนังสือพื้นฐานฟิสิกส์ทั่วไปเช่นแบบเรียนในหลักสูตรมัธยมปลาย
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 1 ม.ค. 2550 (19:45) แต่ถ้าเราพูดถึงการไถลหละครับ เมื่อรถไถลจากความเร่งหนีศูนย์กลาง
การเทคโมเมนต์ถ้าวัตถุมีความเร่ง ตามหลักของ d'Alambert จะเทคโมเมนต์ที่จุดศูนย์กลางมวล (c.m.)
ดังนั้นถ้าเทคโมเมนต์ที่จุด c.m. จะเหลือโมเมนต์ 2 ตัวคือ
μNh = Nd
μh = d
μ = d/h
ถ้าเป็นอย่างนี้ รถยิ่งสูงก็ยิ่งดีสิครับ รถจะได้ไม่ไถล
(ผมอาจเข้าใจอะไรผิดก็ได้ ช่วยอธิบายหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ)
Orpheous (IP:203.113.81.68)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 1 ม.ค. 2550 (20:04) คือ μ เป็นเครื่องหมาย มิว นะครับ(สัมประสิทธิ์ความเสียดทาน) ผมไม่ได้ใช้ LaTex มันเลยเป็นแบบนั้นหนะครับ (ใช้ไม่เป็น) ขอโทษด้วยนะครับ
Orpheous (IP:203.113.81.68)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 3 ม.ค. 2550 (23:26) ขอเสนอความคิดเห็นออกจะส่วนตัวนิดหน่อยครับ
โดยมากรถ SUV นั้นจะออกแบบมาเพื่อใช้งานเฉพาะรูปแบบครับแต่การเอามาใช้ในชิวิตประจำวันนั้นถือว่าเป็นผลพลอยได้ครับ (แหมใครจะซื้อรถหลายๆคันได้ละครับ ผมคนหนึ่งละที่มีรถคันเดียว) บางคนอาจจะชอบรถสูงๆเพื่อจะได้ลุดได้ไม่ต้องห่วง
1 รถประเถทนี้จะโดนทดแรงของเครื่องไว้ที่ความเร็วที่เหมาะสมแล้วครับ สังเกตุได้จารถแข่ง off-road จะไม่มีความเร็วแต่จะมีตวามแรงสูงปีนหน้าฝาชันๆได้อย่างสบายๆ ออกตัวแรงมากอาจถึงขนาดล้อหน้าลอยได้เลย แต่ถ้ามาแข่งเรื่องความเร็วแล้ว 120 ก็สุดแรงเกิดแล้วครับ (หรืออาจจะเกินกว่านั้นนิดหน่อย หรือนอกจากคนไหนมีความสามารถปรับแต่งเกียร์ให้มีมากกว่า5 หรืออาจจะได้มากกว่านั้นอีก ดูได้จากรถสิบล้อครับมี 11 เกียร์)
2 ความจุในการบรรทุกนั้นก็ต้องจำกัดอยู่แล้วครับโดยมากจะจำกัดไว้ที่ 500-1000 ตันครับ แต่รถกระบะบ้านเราใส่แนบเพิ่มเพื่อจะได้บรรทุกของได้มากๆ
***แต่อย่างไรก็ตามขับอย่างปลอดภัยดีกว่าครับขับเร็วไม่เกินตามที่กฤหมายกำหนดหรือตามความสามารถของรถครับไม่ใช่รถเก่ามากขับไปต้องเอามือจับประตูไว้ด้วยแต่ฉันจะขับ 100 อันนี้เป็นการเสี่ยงต่อตัวเองครับ และขับในตวามเร็วที่เหมาะสม ไม่ใช่ขับ 60 ในช่องที่ควรขับ 100 อย่างนี้ก็ไม่ปลอดถัยครับ แถมอาจทำให้การจราจรติดขัดได้หรือร้ายหรงกว่านั้นอาจเกิดอุบัติเหตุได้***
ผมขอฝากไว้เท่านี้แหละครับเขียนมากเดียวหาว่ารู้มากจริงๆแล้วก็ไม่ได้รู้อะไรมาก ยังต้อเรืยนรู้จากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ อีกเยอะครับ ขอบคุณครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 7 ก.พ. 2550 (14:19) 

500-1000 ton
ผมว่ารถ 10 ล้อ นี้ 30 ตันก็มากไปแล้ว ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 12 ก.พ. 2550 (14:33) ใช้รถใช้ถนน ต้องไม่ประมาท และต้องมีความเข้าใจ คือทักษะที่ดี ต่างๆขององค์ประกอบการใช้รถ เช่นเข้าใจรถ เช่น กำลัง ระบบ และขีดจำกัด ถ้าเราจะเดินทางไกลก็ต้องรู้เส้นทางไว้เป็นพอสังเขป และ ที่สำคัญคืออย่าใช้ความเร็วสูง อีกอย่าง ขับรถเป็น กับขับรถได้ไม่เหมือนกัน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 18 ก.พ. 2550 (18:11) เอ่อสงกรานต์นี้
ยังไงก็ขอให้ขับรถดีๆนะครับ
สงสารรถน่ะ