การเลี้ยงช้าง

Written by on . Posted in Uncategorized




หน้าที่ 1 - การเลี้ยงช้าง

การเลี้ยงช้าง

เมื่อฝึกช้างจนเชื่อฟังมีความเข้าใจคำสั่งแล้วการเลี้ยงช้างนั้นให้มีความสุขให้รักเจ้าของเชื่อฟังไม่ทำร้ายเจ้าของก็เป็นสิ่งสำคัญที่ชาวกวยบ้านตากลางต้องให้ความสำคัญ เพราะควาญช้างผู้ดูแลเลี้ยงช้างต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันไปกับช้างเปรียบเสมือนการใช้ชีวิตกับคู่สมรส แต่ที่ต่างกันก็คือความเสี่ยงที่ควาญช้างทุกคนต้องตระหนักเมื่อคิดจะเลี้ยงช้าง เพราะถ้าพลั้งเผลอไปหรือหากช้างไม่พอใจ หรือแม้แต่ช้างตกใจก็อาจถูกช้างฆ่าตายได้ในชั่วพริบตา ดังนั้นชาวบ้านตากลางที่จะเลี้ยงช้างช้างจึงจำเป็นจะต้องเป็นคนที่มีคุณสมบัติหลายประการ คือ รักสัตว์ มีความกล้าหาญ มีความขยันอดทนและต้องเป็นคนที่ช่างสังเกต นอกจากนี้ช้างยังเป็นสัตว์พิเศษที่จะเชื่อฟังและยอมรับเฉพาะควาญผู้ใกล้ชิด แต่จะไม่ยอมรับทุกคนเหมือนกับสัตว์เลี้ยงทั่วไปในบ้านอย่างสุนัขหรือแมว เพราะช้างนั้นจะยอมรับและทำตามคำสั่งเฉพาะควาญที่เลี้ยงเขา ซึ่งเรื่องนี้เป็นศาสตร์และศิลป์ที่ผู้ชายชาวตากลางได้รับการถ่ายทอดกันมาจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่งอย่างไม่ขาดสาย



- วิธีที่ควาญสื่อสารกับช้าง
การสื่อสารกับช้างเป้นสิ่งจำเป็น เพื่อควาญจะได้รู้จักนิสัยและอารมณ์ของช้าง ขณะเดียวกันช้างก็จะได้รู้ความต้องการของควาญ ชาวไทยกวยบ้านตากลางมีวิธีสื่อสารกับช้างหลายวิธีและจะเลือกใช้ตามความเหมาะสมซึ่งทั้งหมดควาญและช้างจะต้องเรียนรู้จากกันและกัน

- เสียงช้างร้องกับความหมาย
เสียงของช้างที่ควาญพึงรู้มีหลายเสียงซึ่งจะทำให้ควาญรู้ถึงสภาพอารมณ์ของช้างขณะนั้น เช่น 

 “แป้วว” ถ้าท้ายเสียงลากยาว แสดงว่าช้างที่ร้องตกใจอย่างมาก ควาญต้องควบคุมให้ช้างสงบก่อนที่จะเตลิดจนเกิดความเสียหาย

 “อูมม”  แสดงอาการกลัวเช่นกันแต่ไม่มาก บางครั้งหลังจากร้องช้างจะปัสสาวะราดด้วย

 “แป้วว”  แล้วใช้งวงตบพื้นดังตื๊บ ๆแสดงว่าไล่

 “เอ๊ก-เอ๊ก” เป็นเสียงแสดงความยินดี หรือเสียงหัวเราะและเสียงทุ้มความถี่ต่ำซึ่งช้างสื่อสารกันเอง

- กิริยาของช้างกับความหมาย

การสังเกตกิริยาของช้างในสภาวะปกติและไม่ปกติทำให้ควาญรู้สภาวะของอารมณ์และสภาพร่างกายตลอดจนนิสัยประจำตัวของช้างแต่ละเชือกได้ เช่น
ช้างยืนนิ่งกางหู แสดงว่าช้างไม่ไว้ใจสิ่งที่พบเห็น ไม่ควรเข้าใกล้
- ช้างใช้งวงพ่นน้ำลายใส่ตัว แสดงว่าช้างนั้นร้อน
- ช้างที่ทำหูกางและหางชี้กระสับกระส่วยแสดงว่าตื่นกลัว
- ช้างที่ปล่อยงวงตกถึงพื้น แสดงว่า ง่วง หมดแรงหรือไม่สบาย
- ช้างที่ใช้งวงยื่นหาคน แสดงว่า หิว
ช้างที่แกว่งหางโบกหูเสมอ ๆ แสดงว่ามีอารมณ์ผ่อนคลาย
- ช้างไม่กินอาหาร แสดงว่า ป่วย
ช้างชูงวงและย่อขาหน้าข้างใดข้างหนึ่ง แสดงว่า สวัสดีหรือขออาหาร
ช้างเกร็งงวง ให้สังเกตที่กลัามเนื้อโคนงวงจะนูนออกมาพึงระวัง เพราะช้างอาจใช้งวงทำร้าย เป็นต้น



แต่นอกจากเสียงและอาการของช้างที่ควาญต้องรู้แล้ว ควาญยังต้องฝึกให้ช้างตีความและเข้าใจภาษาที่ควาญต้องการจะสื่อสารกับช้างด้วยเช่นกัน

- คำสั่งที่ควาญใช้กับช้าง
คือการใช้ภาษาเป็นสื่อเพื่อให้ช้างเข้าใจสิ่งที่ควาญต้องการ คำสั่งเหล่านี้ควาญจะสอนให้ช้างจดจำในขั้นตอนการฝึกเมื่อช้างทำถูกก็ให้รางวัล ตรงข้ามถ้าช้างไม่ทำหรือไม่รับรู้ก็จะลงโทษ ซึ่งคำสั่งเหล่านี้ถือเป็นภาษากลางที่ช้างของหมู่บ้านตากลางได้รับการฝึกสอนมาเหมือนกันทุกเชือก ดังนี้
“ดูน” เมื่อต้องการให้ช้างถอยหลัง
- “ฮาว” พูดเมื่อต้องการให้ช้างหยุด
“ฮื้อ” สั่งเมื่อต้องการให้ช้างไป
“เก็บ” สั่งให้เก็บของ
“โตรม” เมื่อต้องการให้ช้างนอน
“แมบ” เมื่อต้องการให้ช้างหมอบลงกับพื้น
“แจบ” เมื่อต้องการให้ช้างหมอบแนบกับพื้นนิ่ง ๆ
- “ส่ง” เมื่อต้องการให้ช้องงอข้อเท้าหน้าเพื่อให้ควาญเหยียบส่งตัวขึ้นสู่คอช้าง
“จูน” สั่งเมื่อต้องการให้ช้างงอข้อเท้าแล้วยกขาสูงส่งควาญขึ้นสู่คอโดยควาญไม่ต้องใช้แรงมาก
“บน” เมื่อต้องการให้ช้างยกงวง 
“จก” ใช้เมื่อนำช้างลงอาบน้ำแล้วต้องการให้ช้างพ่นน้ำใส่ผิวบริเวณที่ควาญขัด

- การควบคุมช้างด้วยสัมผัส
ผู้ขี่ช้างสามารถใช้ร่างกายที่สัมผัสกันกับช้างสื่อให้ช้างรู้ถึงความต้องการของผู้ขี่ได้ ซึ่งทั้งหมดต้องฝึกให้ช้างตอบสนองตั้งแต่แรกฝึกเหมือนกับการใช้คำสั่งด้วยเสียง เช่น เมื่อต้องการเลี้ยวซ้ายหรือขวาควาญอาจใช้การบิดตัวไปทางซ้ายหรือขวาโดยใช้ปลายเท้าข้างตรงข้ามจิกไปที่หลังใบหูข้างฝั่งตรงข้ามที่จะให้ช้างเลี้ยว หรือถ้าต้องการให้ช้างหยุด ให้ใช้ขาหนีบคอช้าง กดส้นเท้าไปที่ต้นขาหน้าของช้าง เป็นต้น

- การใช้ตะขอและมีด
ตะขอ หรือขอช้าง ใช้เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับการเลี้ยงช้าง โดยประโยชน์ใช้สอยจะเป็นเรื่องของการควบคุมลงโทษและป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นจากช้าง

- การดูลักษณะช้าง
การดูลักษณะสัตว์เลี้ยงเป็นความรู้ที่สืบทอดมาแต่โบราณ เนื่องจากสัตว์แต่ละตัวมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว โดยเฉพาะช้างเป็นสัตว์ใหญ่มีพละกำลังเหนือกว่ามนุษย์ กินจุและอายุยืน การคัดเลือกช้างมาเลี้ยงจึงเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้เทคนิควิธีควบคุมช้างหรือขี่ช้างในตำราคชศาสตร์ การดูลักษณะช้างนี้จะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่เป็นกิริยาอาการของช้าง และส่วนที่เกี่ยวกับรูปร่างลักษณะ



- การดูกิริยาช้าง
ช้างบางตัวแสดงกิริยาต้องห้าม เช่น กินลมห่มฟ้า คือช้างนั้นมักยื่นงวงขึ้นสูงชี้ไปที่ท้องฟ้าแล้วม้วนกลับใส่เข้าปากห้ามไม่ให้เลี้ยง ช้างหัวตำข้าง คือช้างยืนโงกเงกตัวไปมาหน้าหลังพร้อมกับผงกหัวส่ายขึ้นลงโยกไปมาถือว่าเป็นกิริยาที่เป็นเสนียดกับเจ้าของห้ามไม่ให้เลี้ยงไว้ช้างถ่ายปัสสาวะรดแข้งขาหรือยื่นเหยียบ อุจจารระ ปัสสาวะ ปล่อยอวัยวะเพศออกมาทั้งที่ไม่จำเป็น ถือเป็นช้างกิริยาไม่งาม เป็นช้างสกปรก ช้างที่เล่นโซ่ ใช้งวงแกะสลักโซ่หรือสะเก็นไม่ก็ดึงโซ่แกว่งไปมาบางทีก็บิดโซ่ ช้างที่มีกิริยาอย่างนี้ก็ห้ามเลี้ยงเช่นกัน

- การดูรูปร่างช้าง
รูปร่างช้างที่ดีในสายตาชาวกวยมีหลักพิจารณาดังนี้

หางช้าง หางที่ดีจะต้องเป็นหางที่ไม่คดงอ หางเรียวยาวเสมอข้อเท้าหลังของช้าง เส้นขนหางดกมัน  แต่ถ้าหางเป็นพู่ยาวไม่เป็นแผงเรียกว่า “โคบุตร” ถือว่าดี
หู หูช้างที่ดีจะต้องหนามีขนาดใหญ่ปลายหูนำมาจรดกันที่หน้าผากถึงกันจึงจะดีหลัง หลังช้างที่ดีต้องมีลักษณะโค้งคล้ายก้านกล้วยดีที่สุด รองลงได้แก่หลังที่เป็นรูปจอมปราสาทหรือหลังตรง
หัวช้าง ช้างที่หัวใหญ่เหมือนนกกระบาไม่ดีเพราะเป็นลักษณะช้างดื้อตีไม่เจ็บ ช้างที่หน้าเล็กจะเป็นช้างที่เอาใจเจ้าของ ช้างที่มีโขมดหรือโหนกบนศรีษะเล็กเป็นช้างดื้อ
งวงช้าง น้ำเต้าหรือโคนงวงต้องใหญ่ยาวเรียวลงมาอย่างสมส่วน
ตา ตาของช้างต้องมีลักษณะคล้ายตากบ ตาวัวหรือตาแดง ๆ แบบนกกรดหรือนกกระปูดก็ดีช้างไม่ทำร้ายเจ้าของ ส่วนตาแก้วใส ๆ ดี ขอบตาต้องไม่โปนมากหรือเป็นหลุมหนัง ผิวหนังช้างที่ดีต้องหนาย่นเหมือนใบมะกรูดไม่มีรอยด่าง ๆ เป็นดวงตามผิวหนัง ที่หนังคอต้องไม่มีเนื้องอกคล้ายนมขึ้นมา ช้างที่มีหนังบางจะดื้อรั้น
เล็บ เล็บช้างที่ดีต้องมีเป็นคู่ เช่น 18 เล็บ หรือ 16 เล็บ ถ้า 20 เล็บดีมาก สีของเล็บสีขาวดี ถ้าเป็นสีดำจะดุ
แก้ม แก้มช้างที่ดีต้องเต็มไม่ตอบ ปลายปากห้อยลงเล็กน้อยไม่เหยียดตรงไปข้างหน้าและขนใต้ปากต้องไม่ม้วน
งา ช้างพลายต้องมีงาที่สมบูรณ์ คือไม่บิดเก คืองาทั้งสองข้างงอกยาวออกมาทำมุมเสมอกัน

- การดูงาช้าง
ช้างเอเชียมีงาเฉพาะตัวผู้  ชาวตากลางแบ่งงาออกเป็น 5 ชนิด คือ
1. งาหยวก เป็นงาสีขาวอวบใหญ่ หักง่ายและโพรงงามาก
2. งาเครือ เป็นงาที่มีขนาดเล็กและยาวเร็ว
3. งาหวาย หรืองาน้ำผึ้ง เป็นงาที่มีสีเหลืองอมน้ำตาลอย่างสีของน้ำผึ้ง
4. งาเนียม คืองาที่มีลักษณะสั้น ๆ แม้ช้างจะมีอายุมากเนื่องจากงาจะยาวช้า
5. ขนาย (งาไม่สมบูรณ์) พบในช้างสีดอ มีลักษณะคล้ายงาเล็ก ๆ สั้น ๆ โผล่ออกจากมุมปากด้านบน

 

- การขึ้นลงช้าง
เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ใหญ่การขึ้นลงช้าง หากช้างไม่ยินยอมร่วมมือหรือช่วยเหลือแล้ว ควาญไม่สามารถจะขึ้นไปนั่งในตำแห่งบนคอได้เลย ซึ่งทำให้ไม่สามารถควบคุมช้างนั้นได้  ดังนั้นควาญจะว่าคาถาก่อนที่จะขึ้นนั่งช้างบนตำแหน่งนี้ ส่วนวิธีการจะขึ้นนั่งตรงคอช้างได้นั้น ช้างเลี้ยงทุกเชือกจะถูกฝึกให้มาคอยช่วยเหลือควาญในการขึ้นซึ่งมีอยู่หลายวิธี เช่น การขึ้นด้านข้าง (ตรงขาคู่หน้า) ข้างซ้ายหรือขวาหรือจะเป็นทั้งซ้ายและขวาแล้วแต่ช้างแต่ละเชือก ซึ่งถูกฝึกมาไม่เหมือนกัน การขึ้นด้านหน้า ควาญจะสั่งให้ช้างหมอบตัวลงแนบพื้นแล้วก็เดินเหยียบงวงขึ้นทางศรีษะแล้วนั่งบนคอ แต่การขึ้นวิธีนี้ไม่ค่อยนิยมมากนักเพราะไม่สุภาพกับช้างขึ้นด้านหลัง การขึ้นจากท้ายช้างทำได้ โดยให้ช้างหมอบลงแล้วเดินไต่ไปจากด้านท้ายช้างขึ้นไปบนหลังแล้วจึงไปนั่งที่คอ ส่วนวิธีการลงก็คล้ายกับวิธีขึ้นเพียงใช้คำสั่งให้ช้างรับแล้วย้อนขั้นตอนกันเท่านั้น ทั้งหมดนี้เป็นวิธีขึ้นลงช้างแบบต่าง ๆ เท่าที่พบเป็นในหมู่บ้านช้างแถบสบชีมูล

- การอาบน้ำช้าง
ช้างเป็นสัตว์ที่ทนความร้อนได้ไม่ดีทั้งนี้เพราะสีผิวที่ค่อนข้างดำและขนาดลำตัวที่หนาทำให้ช้างดูดซับความร้อนได้มาก ขณะที่ต่อมเหงื่อของช้างมีอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ รอบดคนเล็บเท่านั้นการนำช้างไปกินน้ำและอาบน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควาญจะละเลยไม่ได้ ในช่วงยามเย็นที่ริมน้ำมูลจะเป็นช่วงเวลาของช้างที่จะได้ดำผุดดำว่ายให้สบายใจ ส่วนควาญก็ทำหน้าที่ขัดถูผิวหนังให้ช้างเพื่อชะล้างเอาฝุ่นดินที่ช้างพ่นใส่ตัวหรือคราบโคลนดินที่สกปรกต่าง ๆ ออกไปซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเลี้ยงตัวอยู่บนหลังช้างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในน้ำโดยไม่ตกลงมาเสียก่อน กลุ่มนักเลี้ยงช้างจะต้องรู้จักจังหวะในการทรงตัว

- การเลี้ยงช้างในภูมิประเทศ
ในทุกเช้าตามหมู่บ้านเลี้ยงช้างริมแม่มูลหนุ่ม ๆ ชาวกวยจะพากันขี่ช้างออกไปเลี้ยงกันตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมุ่งไปที่พื้นที่ป่าธรรมชาติรอบ ๆ หมู่บ้านหรือป่าทามริมน้ำมูล การเลี้ยงช้างของชาวกวยมีอยู่หลายวิธีชาวกวยจะพิจารณาเลือกใช้แล้วแต่สภาพแหล่งอาหารเป็นหลัก

- การเลี้ยงช้างในพื้นที่ใกล้ ไร่นา
หากพื้นที่เลี้ยงอยู่ใกล้กับไร่นาของชาวบ้านควาญต้องขี่คอเลี้ยงซึ่งเป็นการเลี้ยงช้างที่ควาญเหน็ดเหนื่อยมาก เพราะธรรมชาติของช้างนั้นกินอยู่ตลอดเวลา ยกเว้นขณะนอนหลับซึ่งวันหนึ่งช้างนอนเพียง 3 ชม. เท่านั้น ที่เป้นดังนั้นก้เนื่องจากระบบย่อยอาหารของช้างไม่ดีอาหารที่ช้างกินเข้าไปมากมายจะถูกดูดซับไปใช้ประโยชน์น้อยมาก

การเลี้ยงช้างในสภาพพื้นที่ที่มีไร่นาหรือสวนอยู่รอบ ๆ แหล่งอาหารแบบนี้ ควาญจึงต้องนั่งอยู่บนคอช้างเป็นเวลานานวันละหลายชั่วโมงโดยที่เจ้าตัวก็ไม่มีกิจกรรมอื่นใด

- การเลี้ยงช้างในพื้นที่ขนาดใหญ่
การเลี้ยงช้างในพื้นที่เป็นแหล่งอาหารขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์จะง่ายกว่าและมีวิธีเลี้ยงหลายวิธี ควาญเองก็ค่อนข้างจะเป็นอิสระจากช้างมากกว่า การปล่อยเลี้ยงจะต้องล่ามขาหน้าข้างใดข้างหนึ่งของช้างด้วยโซ่แล้วปล่อยปลายโซ่ไว้ ให้ช้างเดินลากโซ่ วนหาอาหารกินกันอย่างอิสระซึ่งวิธีเป็นวิธีที่หนุ่ม ๆ ชาวตากลางชอบกันมากในสมัยที่ป่าทามทำเลเลี้ยงช้างใกล้หมู่บ้านยังติดต่อกันเป็นผืนใหญ่ เพราะหลังจากปล่อยช้างแล้วหนุ่ม ๆ นักเลี้ยงช้างก็จะเป็นอิสระจากช้างสามารถออกหาของป่าและล่าสัตว์ป่าได้โดยแบ่งกันไปเป็นกลุ่ม ๆ

- การเลี้ยงช้างในพื้นที่ขนาดกลาง
ในกรณีที่ควาญนำช้างออกไปเลี้ยงในที่ที่มีพืชอาหารหรือป่าไม้กว้างใหญ่เท่าใด หากปล่อยช้างเกรงว่าช้างจะออกไปกินพืชไร่หรือเข้าไปทำลายบ้านเรือนที่อยู่ใกล้ ๆ ควาญช้างอาจจะใช้วิธีการเลี้ยงแบบผูกล่าม แล้วปล่อยช้างให้วนหาอาหารกินกินอยู่รอบ ๆ ต้นไม้ที่ผูกนั้น แต่อีกวิธีหนึ่งคือการปล่อยช้างให้หากินอย่างอิสระใส่โซ่ล่ามสองขาหน้าของช้างไว้ด้วยกันอย่างหลวม ๆ วิธีนี้เหมาะกับการปล่อยเลี้ยงในป่าทั้งคืนไม่ได้นำกลับมาค้างที่หมู่บ้าน

- การนำช้างไปเลี้ยงในต่างถิ่น
จะเห็นได้ว่าการดูแลช้างนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้ควารมละเอียดรอบคอบมาก โดยเฉพาะในกรณีที่ควาญช้างต้องนำช้างออกท่องเที่ยวไปยังจังหวัดต่าง ๆ  เพื่อหาอาหารและหารายได้อย่างเช่นในทุกวันนี้ ควาญช้างต้องเพิ่มความระมัดระวังเนพิเศษเพราะการนำช้างเดินทางไปในที่ต่าง ๆ นั้นบางครั้งต้องนำช้างเดนบนถนนหลวงที่มีรถยนต์สัญจรไปมา หากไม่ใช้ความระมัดระวังช้างอาจถูกรถชนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ ซึ่งเคยมีตัวอย่างเกิดขึ้นอยู่เสมอ ในหมู่คนเลี้ยงช้างจะถูกสอนให้หลีกเลี่ยงการใช้ถนนยามค่ำคืนหรือช่วงพลบค่ำกันทุกคน

การเดินทางนี้จะเดินทางกันไปเป็นกลุ่ม ๆ ละ 2 – 5 เชือกคนอีกประมาณ 5 – 10 คน การเดินทางในแต่ละครั้งใช้เวลามากน้อยแตกต่างกันไปเริ่มแรกก็ไปไม่ไกลคือต่างบ้านอาจจะเป็น 1 – 2  สัปดาห์ ต่อมาเมื่ออาหารหายากขึ้นเงินหายากขึ้นก็ออกต่างอำเภอ ปัจจุบันควาญช้างจากลุ่มแม่น้ำมูลต้องเดินทางไกลกว่านั้นคือ ใช้เวลา 2 –4 เดือนแล้วแต่ว่าจะไปที่ไหนกว่าจะนำช้างกลับเข้าหมู่บ้านเพื่อพบกับสมาชิกในครอบครัว เฉลี่ยแล้วใน 1 ปี มี 12 เดือน ควาญช้างจะมีเวลาอยู่ที่ภูมิลำเนากับครอบครัวเพียง 3- 4 เดือน ที่เหลือก็หมดไปกับการเดินทาง

- อุปกรณ์ในการเลี้ยงช้าง
การยึดอาชีพเลี้ยงช้างนั้นใช่ว่าจะรู้แต่เรื่องหาอาหารหรือวิธีควบคุมช้างเท่านั้น ในยามว่างผู้ที่เป็นควาญช้างที่ดียังต้องคอยตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องใช้ในการเลี้ยงช้างให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีอยู่เสมออุปกรณ์หลักที่ใช้ในการเลี้ยงช้างได้แก่ โซ่  ใช้ผูกล่ามช้างกับหลักหรือต้นไม้ โซ่จะมีขนาดเล็กหรือใหญ่แล้วแต่ช้างที่จะใช้ล่ามปลอกเหล็ก ทำจากโซ่ขนาดความยาวพอที่จะโอบมัดเท้าทั้งสองของช้างได้ เวลาใช้จะเอาสะเก็นคล้องไว้ตรงกลางเพื่อให้ขาทั้งสองของช้างติดกันทำให้ช้างเดินไม่ถนัดและไปได้ไม่ไกลจากที่ปล่อยนักสะเก็น เป็นโลหะรูปตัวยูในภาษาอังกฤษปลายขาตัวยูทำเป็นรูสกลูมีน๊อตยาวขันเชื่อมขา
ตัวยูทั้งสองเข้าด้วยกัน

กาหรั่น เป็นโลหะรูปร่างคล้ายเครื่องหมายปรัศนีมีห่วงอยู่ทั้งสองด้านและทั้งสองด้านสามารถหมุนเบ็นอิสระจากกันใช้ผูกล่ามช้างเพื่อไม่ให้โซ่บิดเกลียว
ขอ หรือตะขอเป็นอุปกรณ์สำคัญในการสื่อสารควบคุมบังคับหรือทำโทษช้างขอจะประกอบด้วยสองส่วนคือ ส่วนปลายและส่วนที่เป็นด้าม

- เครื่องหลังช้าง
เครื่องหลังช้าง  คือ อุปกรณ์ที่จำเป็นที่จะต้องจัดหาไว้หากต้องใช้พื้นที่บนหลังช้างในการบรรทุกไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือผู้คน ทั้งนี้เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ที่บรรทุกน้ำหนักได้น้อยและโครงสร้างของหลังช้างนั้นไม่ค่อยแข็งแรง ดังนี้

เบาะอ่อน เป็นเบาะชั้นแรกที่วางบนหลังช้างส่วนใหญ่ใช้เปลือกต้นกระโดนมาทุบ เบาะนี้ จะลดการเสียดสีของหลังช้างกับขาแหย่ง และเปลือกกระโดนก็มีคุณสมบัติเป็นยาแก้ระบมอีกด้วย
เบาะแข็ง ทำจากหนังกระบือตากแห้ง เป็นแผ่นขนาดเท่า ๆ กันกับเบาะอ่อนหลังจากวางเบาะอ่อนเสร็จแล้วต้องวางเบาะแข็งซ้อนทับอีก เบาะแข็งนี้จะกระจายน้ำหนักของแหย่งออกไปไม่ให้กดทับลงตรง ๆ ที่หลังช้าง
แหย่ง ใช้สำหรับใส่ของหรือให้คนนั่ง ปกติแหย่งจะมีรูปร่างคล้ายม้านั่งแบบคู่ที่มีสี่ขา แหย่งจะถูกมัดกับหลังช้างด้วยสายประโคนที่ลอดผ่านท้องช้างจากข้างหนึ่งมาสู่อีกข้างหนึ่ง
สายหางและสายรั้งคอ ถ้าต้องผ่านทางเดินที่มีลักษณะขึ้นลงชัน ๆ จะต้องมัดแหย่งด้วยสายหางทางข้างหลัง คือคล้องมัดแหย่งกับคอช้างเพื่อป้องกันแหย่งไม่ให้เลื่อนไปข้างหน้า หรือข้างหลังเวลาขึ้นลงเนิน



- การรักษาช้างด้วยสมุนไพร
นอกจากจะต้องตรวจสอบซ่อมแซมอุปกรณ์ในการเลี้ยงช้างแล้ว ควาญยังต้องหมั่นสังเกต อากัปกิริยาของช้างอยู่เสมอหากพบเห็นกิริยาที่ผิดปกติของช้าง ซึ่งหากควาญช้างซึ่งเป็นผู้ที่ใกล้ชิดช้างที่สุดไม่พบอาการผิดปกติดังกล่าว อาการอาจทรุดหนักและทำให้ช้างเสียชีวิตได้ เนื่องจากช้างเลี้ยงนั้นแตกต่างจากช้างป่าที่จะเรียนรู้เรื่องพืชสมุนไพรและการรักษาอาการเจ็บป่วยจากช้างที่มีประสบการณ์จากโขลง เมื่อเจ็บป่วยสามารถดูแลตัวเองด้วยการกินพืชสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ในป่าได้เอง การรักษาช้างป่วยสมัยก่อนไม่มียาอย่างในปัจจุบัน จึงมีวิธีรักษาอาการเจ็บป่วยของช้างที่สืบทอดต่อ ๆ กันมาหลายขนานเช่น
ช้างท้องผูก มีสาเหตุหลายอย่าง เช่น มีอายุมากระบบย่อยไม่ดี ชาวกวยมีวิธีรักษาโดยใช้กระเทียมตำแล้วนำมาผสมกับเหล้าขาว นำมาใส่ปากพ่นใส่ช้างตั้งแต่หัวจรดท้ายทั้งด้านหลังและใต้ท้องเสร็จแล้วทิ้งไว้ไม่นานช้างก็จะถ่ายอุจจาระได้

ช้างท้องเสีย ชาวกวยจะนำกิ่งต้นพุแดง ต้นแต้ และข่อยมาให้ช้างกิน
ช้างมีบาดแผลตามผิวหนัง ชาวกวยจะใช้เปลือกต้นพุแดง ต้นข่อย และต้นแต้ต้มใส่น้ำเมื่อน้ำเย็นลงกะว่าพออุ่น ๆ  ก็จะนำน้ำต้มเปลือกไม้นี้ไปราดแผลทำบ่อย ๆ จนกระทั่งแผลหาย
ช้างมีแผลเปื่อย ใช้เปลือกลำพุแดงต้มทิ้งให้เย็นแล้วรดขา
ช้างแทงกันเป็นรู ใช้ไก่เป็นมาถอนขน เลาะเอากระดูกออกสับทั้งตัวยัดรูแผลจะตื้นขึ้นเรื่อย ๆ จนหาย
ช้างเบื่ออาหารไม่กินหญ้า ให้เอาจิ้งจกเป็นยัดใส่อ้อยให้ช้างกิน
ช้างป่วยไม่ยอมกินยา ให้ใช้รากหญ้าแพรกเป่า
ช้างตาเจ็บ ตาเป็นฝ้าใช้ยาสีฟันทา ใช้เปลือกหอยบดแล้วเป่าใส่ตา หรือใช้เกลือเป่า
ช้างผิวหนังเป็นตุ่ม ใช้เครือสะบ้ามาทุบแล้วชุบน้ำฟาดตามลำตัวช้าง วันละครั้งหลังอาบน้ำ



แสดงความคิดเห็น