กิจกรรมวิทยาศาสตร์ Science Show แสนสนุก ของวัยโจ๋เมืองร้อยเอ็ด

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือนิตยสารสสวท. กับวิชาการดอทคอม
www.ipst.ac.th


           เมื่อเร็ว ๆ นี้ โรงเรียนสตรีศึกษา อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ได้จัดทำหลักสูตรเพื่อส่งเสริมนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ คือ โครงการกิจกรรมเสริมความสามารถพิเศษทางวิชาการ  วิทยาศาสตร์  คณิตศาสตร์ GP (Gifted  Program)  โดยได้เชิญอาจารย์ราม  ติวารี  รักษาการหัวหน้าสาขาฟิสิกส์  สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ไปจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ Science Show  ให้แก่เด็กชั้น ม. 1 และ ม. 4   รวม 140 คน  ที่หอประชุมโรงเรียนดังกล่าว จำนวน 2 วัน

           เนื่องจาก สสวท.  เน้นการสร้างความตระหนักให้เยาวชน ได้สนใจ สังเกต วิเคราะห์สิ่งรอบ ๆ ตัวอย่างเป็นเหตุเป็นผล ในแง่มุมของวิทยาศาสตร์  อาจารย์ราม จึงได้หยิบยกวัสดุอุปกรณ์ที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน   และจัดเตรียมกิจกรรมไปให้น้อง ๆ เยาวชน ได้ร่วมสนุกไปกับวิทยาศาสตร์มากมาย เช่น 
           “รักแช่แข็ง”  นำดอกกุหลาบใส่ลงในถังบรรจุไนโตรเจนเหลว เมื่อนำออกมาจะแข็งกรอบ เนื่องจากไนโตรเจนเหลวทำให้ดอกกุหลาบแข็งตัว  เรานำหลักการนี้ไปแช่แข็งเชื้อ  น้ำเชื้อหรือเลือดเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาเอาไว้ใช้งาน
           “เป่าลูกโป่ง”  ใส่ไนโตรเจนเหลวในขวดปิดปากด้วยลูกโป่ง  ทำให้ลูกโป่งโป่งออกมา เนื่องจากไนโตรเจนเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นแก๊ส  ปริมาตรเพิ่มขึ้นประมาณ 1,600 เท่า  
           “ถูแล้วได้ดี”  การถูที่หูจับของอ่างจักรพรรดิ  ทำให้น้ำสั่นแล้วกระเด็นขึ้นมาตามหลักการสั่นพ้อง   
           “กบไม้ร้อง”  เมื่อถูหลังกบด้วยไม้  เกิดเสียงเหมือนกบ  เกิดจากการสั่นพ้องที่ช่องในตัวกบไม้
           “ฟองใหญ่”  ฟองสบู่ (ที่เกิดจากสูตรผสมพิเศษ) จะทำให้เกิดฟองใหญ่มาก ๆ และมีสีรุ้งสวยงาม  ศึกษาความตึงผิว การหักเห และการแทรกสอดของแสง  “จรวด”  ใช้ความดันอากาศทำให้จรวดพุ่งออกไป  
           “ล่องเรือ”  เรือป๊อกแป๊กมีหลักการทำงานโดยต้มน้ำให้เป็นไอน้ำ แล้วพ่นออกมา ทำให้เกิดแรงดันเรือออกไป
           “กลิ้งๆ”  ปล่อยลูกเหล็กเคลื่อนตามรางกลมเหมือนรถไฟตีลังกา  
           “ยุบหนอพองหนอ”  สนุกกับไนโตรเจนเหลวที่ – 196 องศาเซลเซียส  ศึกษาเรื่องความดัน อุณหภูมิ และปริมาตรของอากาศ   
           “หมุนแล้วตั้ง”  ล้อจักรยานเมื่อหมุนแล้วจับเชือกที่ผูกแกนหลาง จะทำให้ล้อตั้งได้ และควงส่ายด้วย
           “โยนไข่ไม่แตก”  น้อง ๆ ได้โยนไข่ลงมาจากระเบียงชั้น  4  ของอาคาร 4  เพื่อพิสูจน์ว่ากลุ่มไหนที่โยนลงมาแล้วไข่แตก  หรือไม่แตก  ได้เห็นความคิดสร้างสรรค์ของน้องแต่ละกลุ่ม  ว่าประดิษฐ์อย่างไร  เพื่อไม่ให้ไข่ของกลุ่มตัวเองแตกและได้เห็นความสามัคคี  ร่วมแรงร่วมใจ

           กิจกรรมทั้งหมดสอนให้รู้จักคิด แก้ปัญหาต่าง ๆ  ควบคู่กับวิชาความรู้ที่ได้เรียนมา อาทิ กฎของ นิวตัน  เรื่องโมเมนตัม การหมุนเกี่ยวกับล้อรถจักรยาน  ได้คิดควบคู่กับกิจกรรม  การทำฝักบัวมือถือ  วิธีการแสดงความคิดให้เกิดความรู้  การเลือกดูไข่เพื่อเปรียบเทียบว่าไข่ที่มีฟองใดเป็นไข่สุกหรือฟองใดเป็นไข่ดิบทำให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้จากของจริง  ประสบการณ์จริง  สามารถออกความคิดจิตนาการได้อย่างกว้างขวางไม่จำกัดแค่ตัวหนังสือเพียงเท่านั้น  ทำให้เราได้ความรู้ใหม่ ๆ  ที่สนุกและไม่น่าเบื่อ  สามารถนำไปพัฒนาการเรียนต่อไปได้

           น้อง ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งมีความสนใจทางวิทยาศาสตร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  ต่างก็สนุก แปลกใจและประทับใจกับกิจกรรมที่ สสวท. จัดให้อย่างเช่น  นางสาวอัจฉริยา  เมืองแวง  ชั้น  ม.4/1  (ซายส์)  บอกว่า  ชอบ  และดีใจที่  สสวท. ได้จัดกิจกรรมแบบนี้ให้กับเด็กที่อยู่ต่างจังหวัด กิจกรรมครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่สนุกและได้ความรู้ต่าง ๆ  มากมาย ชอบกิจกรรมที่ให้ไปศึกษาและค้นคว้า  คิดหาวิธีการในการแก้ปัญหาต่าง ๆ  ได้ทำกิจกรรมกลุ่มสนุก ๆ  กับเพื่อน ๆ  เช่น  หาวิธีโยนไข่ลงมาจากชั้นที่  4  โดยที่ไข่ไม่แตก  เป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน  ตื่นเต้นมาก ๆ  โดยเฉพาะตอนที่ลุ้นว่าไข่จะแตกหรือเปล่า

           “กิจกรรมที่ซายส์สนใจและอยากจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อมากที่สุด  คือ  กิจกรรมโยนไข่ เพราะได้ คิดเองและได้ปฏิบัติจริง  สามารถนำไปใช้โดยเวลาเราต้องการรักษาอะไรจากการกระแทก  ก็สามารถนำเทคนิคและวิธีไปใช้ได้”

           ส่วนสาวน้อยชั้น  ม.4/1  กลุ่มนี้  นางสาววิมลรัตน์  สารทอง (น้อง) , นางสาวอภิญญา  พลยืน (เหมียว) , นางสาวอรวี  แก้วประเสริฐ  และนางสาวศศิธร  ศิลปศักดิ์ (เปรียว)  บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า  ได้เปิดโลกใหม่ของการเรียนจากปกติที่อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมธรรมดา ๆ  ที่น่าเบื่อจากตัวหนังสือ  ได้ฝึกคิดสิ่งใหม่ ๆ  จากจินตนาการที่ไม่จำกัด  ไม่มีขอบเขตของความคิด  ทำให้ได้นำความคิดมาทดลองปฏิบัติจริง  เรียนรู้วิทยาศาสตร์จากสิ่งต่าง ๆ  ง่าย ๆ  ที่อยู่ใกล้ตัว  รู้จักว่าสิ่งต่าง ๆ  ที่อยู่รอบตัวคือ  ความรู้  เหมือนหนังสือที่รอให้เราเปิดอ่าน  

           “วิชาวิทยาศาสตร์อาจจะมีเนื้อหามากมายหลายแขนงวิชาย่อย  ทำให้บางทีเราเบื่อ  แต่การเรียนวิชาวิทยาศาสตร์  ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่แค่ในหนังสือเท่านั้น  จากกิจกรรม  Science  Show  ครั้งนี้  ทำให้เราได้รู้ว่าทุกกิจกรรมในชีวิตเราล้วนเป็นวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น  และได้รู้ว่าของเล่นของเด็ก ๆ   ตามข้างถนนก็สามารถนำมาพัฒนาความคิดของเรา  และนำไปสู่การผลิตสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อไปในอนาคตบางทีกิจกรรม  Science  Show  นี้  อาจทำให้พวกเราเกิดแรงบันดาลใจในการเรียน  จนได้กลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่คิดค้นสิ่งดี ๆ  มาสู่โลกก็เป็นได้”

           สำหรับคุณครูสมใจ  ธรรมขันธ์  ครูผู้สอนวิชาฟิสิกส์  ชั้น ม.4-5-6  โรงเรียนสตรีศึกษา  ซึ่งเป็นครูในโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์  หรือ ครู สควค.  รุ่นที่ 5  ของ สสวท.  เล่าว่า ดีใจและประทับใจเป็นอย่างมาก ที่  สสวท.  ได้ให้ความช่วยเหลือทางโรงเรียนสตรีศึกษา  ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ในต่างจังหวัด  ในการสนับสนุนส่งเสริมให้นักเรียนและครูได้พัฒนาศักยภาพตนเองในด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์

           ชอบกิจกรรม  Science  Show  ทุกรายการทั้งที่ได้ทำการแสดงสด  และยังมีอีกบางรายการที่ไม่ได้แสดงสด  เพราะว่าทุกกิจกรรมได้มาจากสิ่งของที่ไม่ไกลตัว  องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นใหม่เหล่านี้ทำให้ครูได้แนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  และเป็นแนวทางในการที่จะคิดหาวิธีการที่จะต่อยอดความรู้เหล่านี้ให้พัฒนาขึ้นไปในระดับสูงขึ้นได้

           สำหรับแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ที่ได้จากกิจกรรมนี้  เช่น  แนวทางในการจัดการเรียนการสอนจากเนื้อหาที่ยากให้กลายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น   ส่วนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิชาที่ตนเองสอนมีหลายรายการที่เกี่ยวข้องกับวิชาฟิสิกส์  เช่น  การหมุนของล้อรถจักรยาน , Tippy  Toy , ลูกข่างหึ่ง , การหมุนของไข่ (เพื่อพิจารณาไข่สุกไข่ดิบ) , ฝักบัวมือถือ เป็นต้น  โดยรูสามารถนำกิจกรรมเหล่านี้ไปใช้สอนในเนื้อหาวิชาฟิสิกส์  การจัดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์  การจัดกิจกรรม  Science  Show ในโรงเรียน  และพิจารณาต่อยอดไปถึงในระดับขั้นการแข่งขันในกิจกรรมวิทยาศาสตร์ร่วมกับโรงเรียนอื่น ๆ  ในเขตพื้นที่การศึกษา

           คุณครูสมใจ กล่าวต่อไปว่า  การจัดกิจกรรม  Science  Show  ในโรงเรียนนั้น เป็นการส่งเสริมให้ครูได้มีแนวทางในการจัดรูปแบบการเรียนการสอนโดยบูรณาการให้เข้ากับภูมิปัญญาของท้องถิ่น  ส่งเสริมให้นักเรียนได้ฝึกคิด  วิเคราะห์  มีเหตุผล  รับฟังความคิดเห็นผู้อื่น  ส่งเสริมให้นักเรียนได้ศึกษาหาความรู้จากสิ่งใกล้ตัว  เพื่อนำไปพัฒนาเป็นองค์ความรู้ใหม่ในขั้นสูงได้  ส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้นและส่งเสริมให้นักเรียนชอบการเรียนวิทยาศาสตร์  มีจิตวิทยาศาสตร์

           ท้ายสุด คุณครูอภาริณี  ฉิมสวัสดิ์  สอนวิชาเคมี  ม.4-5-6  โรงเรียนสตรีศึกษา  เล่าว่า ดีใจที่  สสวท.  ออกมาจัดกิจกรรมดี ๆ  แบบนี้  ในโรงเรียนต่างจังหวัด  ได้รับรู้และเห็นวิธีการจัด แสดง  Science  Show  และการใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายการแสดง  ได้รู้ว่าเราสามารถใช้สิ่งต่าง ๆ  รอบตัว  แม้แต่ของเล่นเด็กมาใช้ในการจัดแสดงได้

           คุณครูอภาริณีนั้นมีความประทับใจอย่างมากต่อการใช้คำถามของวิทยากรที่กระตุ้นให้นักเรียนคิดหาคำตอบ  ชอบการแข่งขันโยนไข่ไม่ให้แตก  นักเรียนได้คิดอย่างอิสระ  และสร้างสรรค์  ชอบการแสดงชุดลูกโป่งฟองสบู่  ลีลาการแสดงของวิทยากรสวยงาม  ได้ลูกโป่งขนาดใหญ่มาก  และชอบกิจกรรมฟักบัวมือถือ  เรียบง่าย  เก๋ไก๋ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์อธิบายได้เห็นภาพมาก  ชอบกิจกรรมที่ใช้ไนโตรเจนเหลวแสดงการ เปลี่ยนแปลงปริมาตรของแก๊สในลูกโป่ง  เมื่อได้รับความรอน  ชอบเทอร์มอมิเตอร์ที่มีลูกตุ้มหลอดแก้ว

           “ในส่วนของตนเองนั้น การที่ได้เข้าสังเกตการณ์และร่วมสนุกในกิจกรรมแล้ว  ทำให้ได้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการ  ตั้งคำถามให้นักเรียนคิดหาคำตอบ  โดยกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิชาที่ตนเองสอน  คือ  ประโยชน์ของไนโตเจนเหลว  การเปลี่ยนแปลงปริมาตรของแก๊สในลูกโป่ง  เมื่อได้รับความเย็น  ความดันของอากาศ  ความดันของของเหลว  ซึ่งสามารถนำกิจกรรมเหล่านี้ไปสอนได้  โดยทำการทดลอง  แสดงให้เห็นสมบัติของของเหลวและแก๊สได้”  คุณครูอภาริณี กล่าวทิ้งท้าย