 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/408" type="text/javascript"></script> |
|
ไพโรไลซิสยางรถยนต์หมดสภาพ : กลไกการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูง
ประเทศไทยมียางรถยนต์เก่าประมาณ 1.7 ล้านตันต่อปี วิธีที่ดีที่สุดที่จะจัดการกับเศษยางเหล่านี้ก็คือ การนำมาทำเป็นพลังงานแปรรูป เช่น น้ำมันและแก๊สเชื้อเพลิง อันจะเป็นการช่วยลดปัญหาพลังงานของชาติได้อีกด้วย
post ครั้งแรก: Sat 30 September 2006, 8:02 am ปรับปรุงล่าสุด: Sat 30 September 2006, 8:02 am
|
หน้าที่ 1 - กระบวนการไพโรไลซิส
ผศ.ดร.ศิริรัตน์ จิตการค้า
วิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ในประเทศไทยมียางรถยนต์เก่าเกิดขึ้นประมาณ 1.7 ล้านตันต่อปี ซึ่งยางเหล่านี้ส่วนหนึ่งถูกนำไปเผาให้ความร้อนแก่อุปกรณ์ต่างๆ ในโรงงานปูนซีเมนต์ และอีกส่วนหนึ่งถูกนำมาทำเป็นเครื่องใช้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถังขยะ รองเท้าหรือของใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน แต่อย่างไรก็ตามในที่สุดของเล่านี้ก็จะกลับไปเป็นขยะในตอนท้าย จึงทำให้อย่างไรเสียก็ต้องเลี่ยงไมได้ที่จะต้องหาวิธีที่กำจัดเศษยางเหล่านี้ วิธีที่ดีที่สุดที่จะจัดการกับเศษยางเหล่านี้อย่างยั่งยืนและมีประโยชน์ด้วยก็คือ การนำมาทำเป็นพลังงานแปรรูป ซึ่งก็หมายความถึงน้ำมันและแก๊สเชื้อเพลิง วิธีนี้นอกจากจะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการทิ้งยางรถยนต์แล้ว ยังเป็นการช่วยเพิ่มทางเลือกของพลังงานทดแทน อันจะเป็นการช่วยลดปัญหาพลังงานของชาติได้อีกด้วย
หลักการของกระบวนการไพโรไลซิส
|
ยางรถยนต์มีไฮโดรคาร์บอน (ซึ่งเป็นองค์ประกอบประเภทเดียวกับสารประกอบในน้ำมัน) เป็นองค์ประกอบอยู่ถึง 50-60% ซึ่งแฝงตัวอยู่ในรูปของยางที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตยางรถยนต์ นับได้ว่ายางรถยนต์เป็นแหล่งพลังงานแหล่งใหญ่เลยก็ว่าได้ วิธีการที่จะเปลี่ยนยางรถยนต์ให้เป็นพลังงานแปรรูปที่มีค่าความร้อนที่สูงกว่าอย่างก๊าซเชื้อเพลิงและน้ำมัน คือ กระบวนการที่เรียกรวมกันว่า กระบวนการพีจีแอล (PGL Process) ซึ่งย่อมาจากกระบวนการย่อย 3 กระบวนการก็คือ กระบวนการไพโรไลซิส (Pyrolysis) แก๊สซิฟิเคชัน (Gasification) และลิควิแฟรกชัน โดยทั้ง 3 มีความเหมือนกันก็คือ เป็นกระบวนการที่เราให้ความร้อนแก่สารใดสารหนึ่ง เพื่อย่อยสลายโมเลกุลของสารนั้นให้มีขนาดเล็กลงในบรรยากาศที่ปราศจากออกซิเจนหรือมีออกซิเจนน้อย แต่ด้วยกระบวนการผลิตและสภาวะที่แตกต่างกันทำให้การไพโรไลซิสจะให้ก๊าซและน้ำมันเป็นผลิตภัณฑ์ กระบวนการแก๊สซิฟิเคชันจะให้ก๊าซสังเคราะห์ (ไฮโดรเจนรวมกับคาร์บอนมอนอกไซด์) และการทำลิควิแฟรกชันนั้นจะมีการเติมตัวทำละลายเข้าไปในเครื่องปฏิกรณ์ด้วยเพื่อวัตถุประสงค์ในการผลิตน้ำมันเป็นผลิตภัณฑ์หลัก ก่อนปีพ.ศ. 2539 ยังมีโครงการพีจีแอลเกิดขึ้นทั่วโลกไม่มากนักและมีเพียง 7 แห่งเท่านั้นที่สามารถเลี้ยงตัวเองอยู่ได้ และในบรรดาโครงการพีจีแอลทั้งหมด กระบวนการไพโรไลซิสเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นมากที่สุดถึงประมาณ 74% หลังจากนั้นในช่วงปี 2540 เป็นต้นมา ได้มีโครงการพีจีแอลซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการไพโรไลซิสเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะได้รับความนิยมมากในแถบประเทศที่เป็นหมู่เกาะในเอเชียตะวันออกเช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน เนื่องจากประเทศเหล่านี้ไม่มีพื้นที่ในการจัดเก็บยางรถยนต์เป็นจำนวนมากและไม่มีทรัพยากรน้ำมัน ประกอบกับประเทศดังกล่าวเป็นประเทศที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาเทคโนโลยี จึงได้ให้ความสนใจมากในการวิจัยและพัฒนาเครื่องต้นแบบที่ทั้งกำจัดขยะเพื่อผลิตเป็นพลังงาน
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 21 ความเห็น, หน้า่ | -
1-
2|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 8 พ.ย. 2549 (04:30) มีหลักเกณฑ์อย่างไรในการเลือกเทคโนโลยี PGL แต่ละอย่างมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 15 พ.ย. 2549 (08:52) วันนี้ได้อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน 2549 เกี่ยวกับการผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติก โดยความร่วมมือกันของ ปตท.-บางจาก และเอสพีอีอี ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงศึกษาถึงความเป็นไปได้ทางด้านเทคโนโลยี หากเราสามารถผลิตได้จริง เราจะสามารถประหยัดเงินได้ถึง 55,000 ล้านบาทเลยทีเดียว แล้วจะมาเล่าให้ฟังทีหลังนะคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 17 พ.ย. 2549 (05:00) I had been working in the automobile recycling business for 30 years. It is not ecconomical process to make energy from tire yet. The most difficult and expensive part is to separate steel and rubber in the tire. The tire is very difficult to cut. The fine steel wires in the steel radial tire are imbedded in the rubber. I noticed that the article starts the process from rubber but does not show how to separate steel and rubber.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 2 ธ.ค. 2549 (21:43) เมื่อไหร่จะใช้ในไทยครับ

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 11 ม.ค. 2550 (12:22) ขอบคุณดร.ศิริรัตน์ สำหรับบทความดีๆครับ

ชัชวาลย์ (IP:124.120.38.20)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 12 ม.ค. 2550 (10:10) แล้วมีที่ไหนรับซื้อบ้างล่ะครับยางรถยนต์น่ะแบบที่ร้านมีเป็นกองเท่าภูเขาเลยครับ
devil_wisky@hotmail.com (IP:203.144.198.247)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 13 ม.ค. 2550 (14:51) เรียนถามท่านอาจารย์ครับ ทำไมยางรถยนต์ถึงต้องมีสีดำด้วยละครับ
สีอื่นๆไม่ได้หรือครับ (อยากรู้จริงๆครับไม่ได้กวนนะครับ)
รัชวัตร / rlohanut@hotmail.com (IP:58.8.90.73)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 27 ม.ค. 2550 (07:57) คำตอบที่ 4
ไม่ต้องถึงนาซาหรอกครับ
คนไทยคิดมาตั้งนานหลายปีแล้ว แต่ว่ามันไม่คุ้มทุน
คนที่ทำอยู่แถวซอยอุดมสุข สุขุมวิท
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 31 ม.ค. 2550 (11:43) ขอขอบคุณ สำหรับบทความดีๆ และยอมเผยแพร่ต่อสาธารณชน ขอสอบถามเพิ่มเติมถึง กากที่เหลือสุดท้ายจากขบวนการดังกล่าว จะอยู่ในสภาพไหนครับ และจะนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกไม๊ครับ เช่น นำไปปูพื้น
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 1 มี.ค. 2550 (22:03) ผมเอง อยู่ในวงการยางรถยนต์ เห็นว่า ในประเทศไทย การ re use ยางมาก ในรูปยาง % โดยมันจะกระจายไปต่างจังหวัดโดยเฉพาะในภาคอิสาน และเหนือ ครับ ดังนั้น หากโรงงานจะเป็นจริง อาจมีข้อจำกัดคือ ยางต้องส่งกลับไป ส่วนกลาง ครับ มีต้นทุนครับ ตรงนี้สำคัญ
อีกอย่าง ยางเวลาไปอยู่ต่างจังหวัด จะตากฝนตากลม คลุกดิน ทำให้การนำมาทำ PGL ต้นทุนจะสูงขึ้น ครับ
แต่อย่างไรก็ตาม อยากให้เกิดในเมืองไทยครับ อยากให้ผู้วิจัย แจ้งกับ ทาง BOI เพื่อให้เกิดได้จริง เพราะ โดยหลักการแล้ว BOI ควรจะส่งเสริม การลงทุนที่ไม่คุ้มทุนทาง Cop. (กำไรตัวเงิน) แต่ หากลงทุนแล้ว เป็นการลงทุนที่ คุ้มค่าเชิง Pub. (ทาง econ) โดยให้สิทธิพิเศษ ไม่ใช่ให้พรำเพริอ อย่างทุกวันนี้ เห็นแต่ผลการจ้างงาน เนื่องจาก PGL ลดมลพิษ แล้วหาผู้ลงทุนเข้ามา เราเป็นประเทศที่ ส่งออกยางมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก หาก eu มีมาตรการ เก็บค่าทำลายของเสีย อาจกระทบ กิจกรยางเราได้ครับ
YOU
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 16 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 9 มี.ค. 2550 (13:08) แอบอ่านมานาน มีของดี มาแจก " สูตรลับสุดยอด " บ้านประหยัดพลังงาน อยู่สบาย ราคาถูก สูตรเดียว ใช้ได้ทั่วโลก ตลอดชีวิต ( สูตรของผมเองครับ ทำงานมานาน ) ชม และ Print ได้ที่ ............www.maxxcons.com...........* เน้นแจกข้อมูล ให้คำปรึกษาครับ ไม่เน้น ธุรกิจ *
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 16 มี.ค. 2550 (21:15) เห็นด้วยกับคุณ It's me ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 15 เม.ย. 2550 (09:41) เรียน ผศ.ดร.ศิริรัตน์ จิตการค้า
พอจะบอกชื่อ Catalyst ได้ไหมคะ ขอทั้งชื่อผู้ขายและชื่อการค้าเลยเช่น Amberlyst เป็นต้น
ขอบพระคุณล่วงหน้าคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 16 เม.ย. 2550 (21:55) เรื่องการแยกลวดออกจากยางนั้น จริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบการผลิตครับ ในการทำไพโรไลซีส ไม่จำเป็นต้องเอาลวดออกก่อนก็ได้ครับ
ความเห็นที่ 4 : การลดอุรหภูมิลงเพื่อแยกยางนั้น เป็นการลดอุณหภูมิเพื่อให้ยางเปลี่ยนสภาพเป็นของแข็ง เปราะ เหมือนกับแก้ว ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ไนโตรเจนเหลว อุณหภูมิ -160 C ทำให้ยางล้อแข็งเปราะ แล้วก็ทุบเลยคับ จะทำให้ยางแตกเหมือนกับแก้วเลย ส่วนลวดก็จะเปราะแตกออกมาเหมือนกัน แล้วเขาก็จะเอาแม่เหล็กมาแยก ลวดออกจากยาง กรรมวิธีนี้เขาจะทำยางผง (Crumb rubber) สำหรับทำยางรีเคลม (Reclaim) ครับ ไม่ใช่เตรียมยางเพื่อทำไพโรไลซีส
เรื่องการทำไพโรไลซีสยาง มีในเชิงพาณิชย์ขายเยอะแล้วครับ เพียงแต่ราคาค่าระบบมันสูงเท่าที่ได้รับข้อมูลมาขนาดระบบของจีน ก็มีราคา 25 ล้านบาทขึ้นไป สามารถผลิตน้ำมันได้ประมาณ 8,000 ลิตร/วัน ครับ ตอนนี้ทางบริษัทผมกำลังเตรียมเปิดตัวจำหน่ายระบบไพโรไลซีสยางหรือพลาสติก ในเชิงพาณิชย์เช่นกัน โดยสามารถผลิตน้ำมันทดแทนน้ำมันเตาได้ประมาณ 10,000 ลิตร/วัน ใช้เงินลงทุนค่าเครื่องจักร 20 ล้านบาท น้ำมันที่ได้คุณภาพเท่าเทียมกันกับเครื่องจากต่างประเทศ โดยเทคโนโลยีและระบบดังกล่าวพัฒนาโดยคนไทย และสร้างในประเทศไทย ถามถึงความคุ้มค่าแล้ว เท่าที่เราศึกษาและดำเนินการผลิตเองแล้ว มีความคุ้มค่าครับ (เนื่องจากลงทุนค่าเครื่องต่ำ) สามารถคืนทุนได้ภายใน 2 ปี ยิ่งถ้ากลั่นเป็นน้ำมันดีเซลได้แล้ว แทบจะคืนทุนภายใน 8-9 เดือนเลยครับ ผมแนบรูปน้ำมันทดแทนน้ำมันเตาที่ผลิตได้มาให้ดูกันด้วยครับ (ตัวสีดำ) ส่วนขวดสีเหลืองใสๆ คือน้ำมันที่กลั่นด้วยจุดเดือน 350 oC ทดลองใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลหมุนเร็ว (รถปิคอัพ และรถ 10 ล้อ) สามารถใช้งานได้เช่นเดียวกับน้ำมันดีเซลมาตรฐานปกติ ผมทดลองใช้อยู่ประมาณ 6 เดือน (ทดลองใช้เองนะครับ) ส่วนการใช้จริงหรือทำตลาดต้องมีผลการตรวจสอบทางห้อง lab ที่เชื่อถือได้มารับรองกัน
นาวิน
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 32 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 7 พ.ค. 2550 (21:18) การไพโรไลซิส เป็นเรื่องที่น่าสนใจดี ขอบคุณค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 31 พ.ค. 2550 (20:11) ไพไรไลซิส น่าศึกษาจัง ถ้าปรับปรุงกระบวนไพไรไลซิสให้ดียิ่งขึ้นไปอีก อย่างเช่น
เปลี่ยนขยะอย่างอื่นๆนอกจากยางให้เป็นน้ำมันได้ จะดีมากๆเลย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 26 ต.ค. 2550 (13:58) น่าศึกษามากๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 3 พ.ย. 2550 (16:16) อยากสอบถามอาจารย์ค่ะ ถ้าเป็นยางแบบอื่น เช่นเศษยางสุกจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือยางสายพาน หรือยางที่ผสมเศษผ้า หรือยางซิลิโคน สามารถเข้าสูกระบวนการนี้ได้หรือไม่ค่ะ และถ้าทำได้รบกวนขอที่อยู่ติดต่อ สถานที่รับซื้อด้วยค่ะ