หุ่นยนต์กู้ภัย เส้นทางสู่ฝัน มุ่งมั่นจนคว้าแชมป์

Written by panchee on . Posted in กิจกรรมพิเศษ, เทคโนโลยี




หน้าที่ 1 - หุ่นยนต์กู้ภัย เส้นทางสู่ฝัน มุ่งมั่นจนคว้าแชมป์

หุ่นยนต์ เป็นสิ่งที่ทุกคนชอบและใฝ่ฝันที่จะประดิษฐ์ แต่จะมีสักกี่คนที่จะสามารถวิ่งตามความฝันของตัวเองจนประสบความสำเร็จ

ทีมงานวิชาการดอทคอมได้มีโอกาสสัมภาษณ์น้องๆ จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ มหาวิทยาลัยมหิดล ในเรื่องหุ่นยนต์กู้ภัย ทำให้ทราบถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่ไม่ย่อท้อ จนทั้งสองทีมประสบความสำเร็จ สามารถคว้าแชมป์มาได้


ก่อนอื่น เรามาทราบกันก่อนนะคะ ว่าหุ่นยนต์กู้ภัยคืออะไร และแข่งขันกันไปเพื่ออะไร

 
หุ่นยนต์กู้ภัยจากฝีมือของเด็กไทย (ภาพซ้าย จาก ม.พระนครเหนือ - ภาพขวา จาก ม.มหิดล)

การแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยคืออะไร
เป็นการแข่งขันประดิษฐ์หุ่นยนต์กู้ภัย ในสถานการณ์สมมุติต่างๆ โดยหุ่นยนต์จะทำการสำรวจหาผู้ประสบภัย ที่ติดอยู่ภายในอาคาร โดยการแข่งขันนี้จะทำให้เกิดการพัฒนาเพื่อจะได้นำมาใช้ในการใช้ในสถานการณ์จริงในอนาคต

หน้าที่ของหุ่นยนต์กู้ภัย
หุ่นยนต์กู้ภัยจะทำหน้าที่บ่งชี้ตำแหน่งของผู้ประสบภัย ภาวะของผู้ประสบภัย โดยแขนกลของหุ่นยนต์ได้รับการพัฒนาให้ยืด เพื่อสำรวจหาผู้ประสบภัยได้สะดวก โดยมีเซ็นเซอร์ ไฟ กล้อง ในการใช้สำรวจหาผู้ประสบภัย

หุ่นยนต์กู้ภัยได้รับการพัฒนาระบบเคลื่อนไหว  การวาดแผนที่อัตโนมัติ  การติดกล้องที่มีความละเอียดสูง  และการใช้ระบบการสื่อสารแบบไร้สาย (Wireless LAN) เป็นต้น 


                 สาธิตหุ่นยนต์กู้ภัยค้นหาผู้ประสบภัย 


        สาธิตหุ่นยนต์กู้ภัยค้นหาผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในอาคาร


วัตถุประสงค์ในการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัย ชิงแชมป์ประเทศไทย
- สนับสนุนเยาวชนให้สร้างสรรค์นวัตกรรม ด้านวิจัย และพัฒนาศักยภาพหุ่นยนต์กู้ภัย
- เป็นเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ การประดิษฐ์หุ่นยนต์กู้ภัย ทั้งในระดับประเทศ และ ในระดับโลก ซึ่งทีมที่ชนะเลิศเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยโลก

World RoboCup เป็นการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 แบ่งการแข่งขันออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ฟุตบอลหุ่นยนต์ (RoboCup Soccer) หุ่นยนต์กู้ภัย (RoboCup Rescue)  หุ่นยนต์ทำงานบ้าน (RoboCup @Home) และหุ่นยนต์ระดับเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี (RoboCup Junior) 

เรามาพบกับ 2 ทีมเยาวชนไทย ได้แก่ ทีม BART LAB Rescue มหาวิทยาลัยมหิดล (แชมป์ประเทศไทย ปี 2552) และทีม iRAP_PRO มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (แชมป์ประเทศไทย ปี 2551 และแชมป์โลก ปี 2552)



www.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.ws
ทีม iRAP_PRO มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
แชมป์ประเทศไทย ปี 2551 และแชมป์โลก ปี 2552

ขอขอบคุณผู้ให้สัมภาษณ์

นายอาทิตย์ ตระกูงธงชัย นักศึกษาปริญญาโท  คณะวิศวกรรมศาสตร์
นายธีรวัฒน์ เบ็ญจวิไลยกุล  นักศึกษาปริญญาโท  คณะวิศวกรรมศาสตร์
อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ประมุข เจนกิตติยนต์

เหตุผลที่ตั้งชื่อทีมว่า iRAP_PRO
มาจากชื่อชุมนุม iRAP - Invigorating Robot Activity Project โครงการส่งเสริมกิจกรรมหุ่นยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลังจากนั้นเติมคำว่า PRO มาจาก Project เพราะช่วงนั้นเราทำเป็น project เพื่อจบการศึกษาของนักศึกษาปีที่ 4

แรงบันดาลใจในการประดิษฐ์หุ่นยนต์
จากการที่เมื่อตอนเด็ก ชอบหุ่นยนต์ เป็นความชอบส่วนบุคคล จึงมีความใฝ่ฝันที่จะประดิษฐ์หุ่นยนต์ และนำความภาคภูมิใจว่าสามารถทำชื่อเสียงให้ประเทศชาติได้

ขณะนี้เรามีหุ่นยนต์ทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วยหุ่นยนต์บังคับด้วยมือ 2 ตัว และหุ่นยนต์อัตโนมัติ 1 ตัว เราตั้งชื่อให้มีความเป็นไทยทั้งสามตัว ได้แก่ ทับทิม ไพลิน และเพทาย

จากแต่ก่อนหุ่นยนต์เราจะมีสี่ขา รูปร่างค่อนข้างเทอะทะ เราได้ประดิษฐ์ใหม่ ให้มีรูปร่างเล็กลง เพื่อตอบโจทย์ที่ให้มีน้ำหนักน้อยลง เราประดิษฐ์หุ่นยนต์ให้มีสองขา มีความคล่องตัวสูงขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เส้นทางการแข่งขัน
เราตั้งทีมขึ้นมา 4 ปีแล้ว เก็บเกี่ยวประสบการณ์ตั้งแต่ปี 1 ตอนเรียนปริญญาตรี ที่มารวมกลุ่มกัน ในระยะแรกๆ เราได้ลงทุนสร้างหุ่นยนต์กันเอง จนมหาวิทยาลัยออกทุนให้ จนได้แชมป์โลก ซึ่งปีแรกๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขัน คะแนนทีมเราติดลบ แต่เราไม่ย่อท้อ ในปีต่อมา คะแนนทีมเราเริ่มดีขึ้น คือ ได้ศูนย์แต้ม เราพัฒนามาเรื่อยๆ จนได้ที่ 3 เราแข่งขันมาเรื่อยๆ จนได้แชมป์ประเทศไทย และได้รางวัลระดับโลกกลับมา

อาจารย์ได้ช่วยเหลือในการดูแลทีมและเรื่องประดิษฐ์ในช่วงแรกๆ แต่ช่วงหลังๆ ทีมหุ่นยนต์สามารถประดิษฐ์และแก้ไขปัญหาได้เอง และสนับสนุนด้านการเงินบ้าง

เป็นหนึ่งชุมนุมในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มีสมาชิกประมาณ 50 คน ส่วนสมาชิกที่แวะเวียนเข้าชุมนุมบ้าง มีจำนวนประมาณ 100 คน ทีม iRAP_PRO มี สมาชิกหลัก 11 คน ส่วนสมาชิกอื่นๆ ช่วยเหลือด้านเครื่องมือหรือช่วยผลิต ช่วยประกอบ และช่วยด้านกำลังใจ และในชุมนุมไม่ได้มีทีม iRAP_PRO ทีมเดียว แต่มีหุ่นยนต์หลายๆ ส่วน ด้วยกัน มีความหลากหลายมาก เช่น จักรยานอัจฉริยะไร้คนขับ หุ่นยนต์โยนห่วง หุ่นยนต์กู้ภัย เป็นต้น รวมถึงบริษัทต่างๆ ขอให้ออกแบบดีไซน์ให้ คิดค้นแนวคิดให้ บางบริษัทให้ผลิตออกเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง  บางบริษัทให้ผลิตหุ่นยนต์เพื่อประกอบภาพยนตร์ เป็นต้น

ค่าใช้จ่ายในการประดิษฐ์หุ่นยนต์
หุ่นยนต์ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ตัวหนึ่งๆ ตกหลักแสนบาท ซึ่งเราได้เงินสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย รวมทั้งบริษัทต่างๆ ที่สนับสนุน เช่น บริษัท SCG และบริษัทอื่นๆ อีก

การเตรียมตัวเข้าแข่งขัน
หลังจากที่เราแข่งขันได้รางวัลแชมป์โลกกลับมาในปีที่แล้ว เราจึงเตรียมการป้องกันแชมป์โลก เราเริ่มหาแนวคิด่ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาหุ่นยนต์ให้มีศักยภาพมากขึ้น โดยพัฒนาระบบ จาก Hard ware จึงหันมาพัฒนา Software เพื่อสู้กับญี่ปุ่น อเมริกา หุ่นยนต์เราเริ่มใช้อุปกรณ์ที่มีมาตรฐานและมีคุณภาพมากขึ้น เพราะเราเล็งเห็นว่า เราน่าจะนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ เช่น กู้ภัย กู้ระเบิด เป็นต้น ต่างจากเมื่อก่อนที่ใช้อุปกรณ์มือสอง เริ่มใช้เครื่องจักรใช้ในการผลิตอุปกรณ์มากขึ้น

ประโยชน์ของการแข่งขัน
- ได้ผลิตภัณฑ์ คือ หุ่นยนต์
- ได้บุคลากรที่มีองค์ความรู้ความสามารถ ซึ่งสามารถผลิตหุ่นยนต์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้
- ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม

หากสำเร็จการศึกษาแล้ว สามารถประกอบอาชีพใดได้บ้าง
สามารถทำงานในฝ่ายวิจัย ออกแบบ ในบริษัท หรือโรงงานต่างๆ หรือกลับมาเป็นอาจารย์ เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้รุ่นน้องๆ ต่อๆ ไป

 
                    หุ่นยนต์กู้ภัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

การสมัครเข้าชุมนุมหุ่นยนต์

สอบเข้าวิศวกรรมศาสตร์ให้ได้ แล้วเข้ามาที่ชุมนุมได้ โดยไม่เสียค่าสมัครเข้าชุมนุม เพียงแต่เสียเวลาเพื่อเข้าชุมนุมเพื่อมาเรียนรู้จากรุ่นพี่  เพราะชุมนุมหุ่นยนต์ของมหาวิทยาลัยมีระยะเวลายาวนาน 10 ปี โดยใช้การถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง เมื่อรุ่นพี่กำลังจะเรียนจบไป จะถ่ายทอดความรู้ให้รุ่นน้องที่ยังศึกษาอยู่

ฝากถึงน้องๆ ที่สนใจเรื่องหุ่นยนต์
หากน้องๆ สนใจเรื่องหุ่นยนต์หรือเรื่องใดก็ตาม ให้มุ่งมั่น อย่าท้อแท้ ให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ไม่ประสบความสำเร็จไว้ เพราะหนทางมีอุปสรรคเสมอ ดังเช่น ทีมของเรา ไม่ได้ชนะหรือได้รางวัล มาตั้งแต่แรก เราตั้งทีมมา 4 ปี หากแต่เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนา เพื่อไขว่คว้าทำความฝันของเราให้สำเร็จ ส่วนในอนาคตเราจะมุ่งมั่นต่อไป เพื่อพัฒนาให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ

จุดเด่นของหุ่นยนต์
ทีม iRAP_PRO มีหุ่นยนต์ทั้งหมด 3 ตัวด้วยกัน ประกอบไปด้วยหุ่นยนต์บังคับด้วยมือ จำนวน 2 ตัว และหุ่นยนต์อัตโนมัติจำนวน 1 ตัว โดยหุ่นยนต์ทั้งหมดมีลักษณะใช้สายพานในการเคลื่อนที่

1. หุ่นยนต์บังคับด้วยมือ (Manual Robot)
หุ่นยนต์บังคับด้วยมือของทีม มีทั้งหมด 2 ตัว ชื่อ ทับทิม (Ruby) และ ไพลิน (Sapphire) โดยหุ่นยนต์ทับทิมจะมีขนาดใหญ่ เพื่อใช้ในการเคลื่อนที่ในบริเวณที่มีอุปสรรคขนาดใหญ่ขวางกั้น ส่วนหุ่นยนต์ไพลินจะมีขนาดเล็ก เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงเป้าหมายที่อยู่ในซากปรักหักพังได้คล่องแคล่ว

หุ่นยนต์บังคับด้วยมือ ใช้ระบบสายพานอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อน สามารถเคลื่อนที่ได้ทุกสภาพผิว โครงสร้างเป็นอลูมิเนียมชุบแข็ง หุ่นยนต์มี Flipper 2 คู่ คือ คู่หน้าและหลัง โดย Flipper สามารถหมุนได้ 360 องศา รอบแกนหมุน มีการคำนวณจุดศูนย์ถ่วงที่ดียิ่งขึ้น ทำให้หุ่นยนต์สามารถเคลื่อนที่ไปได้ทุกสภาพผิวได้อย่างราบรื่น บนตัวหุ่นยนต์บังคับด้วยมือ จะมีชุดแขนกลที่มีกล้อง และเซนเซอร์จำนวนมากติดอยู่ แขนกลมีหลาย Degree of freedoms สามารถกำหนดทิศทางการเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ และหมุนได้ 360 องศารอบตัว สามารถยืดความยาว เพื่อเพิ่มขอบเขตการมองเห็นได้ สามารถยืดความยาวสูงสุดได้ 160 cm. พร้อมกับติดตั้งชุด Gripper ที่ปลายแขนเพื่อเคลื่อนย้ายสิ่งของน้ำหนักไม่เกิน 5 Kg. ได้

ในตัวหุ่นยนต์จะมี Sensors จำนวนมาก สามารถตรวจวัดอุณหภูมิ ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตรวจจับเสียง สถานะความเอียงของหุ่นยนต์ ความเร่ง สามารถแสดงภาพวิดีโอจากกล้อง 4 ตัว รอบตัวหุ่นยนต์ พร้อมๆ กัน และสามารถสร้างแผนที่ ที่หุ่นยนต์เข้าไปสำรวจได้อย่างอัตโนมัติ

2. หุ่นยนต์อัตโนมัติ (Autonomous Robot)
หุ่นยนต์อีกตัวหนึ่งของทีม เป็นหุ่นยนต์อัตโนมัติ ชื่อ เพทาย (Zircon) มีล้อ จำนวน 6 ล้อ ในการขับเคลื่อน โดยล้อคู่หลัง สามารถปรับระดับได้อัตโนมัติ เพื่อยึดเกาะกับพื้นผิว ตลอดเวลาในการทรงตัว สามารถเคลื่อนที่ได้ทั้งพื้นขรุขระ และพื้นที่ลาดเอียงต่างระดับ วัสดุที่ใช้ทำโครงสร้างเป็นอลูมิเนียม หุ่นยนต์สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง และหาเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายได้ด้วยตัวเอง โดยการสแกนอุณหภูมิ และประมวลผลภาพจากกล้องที่ติดบนหุ่นยนต์



               ตัวอย่างแผนที่อัตโนมัติ ที่หุ่นยนต์สร้างขึ้น






www.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.wswww.bigoo.ws
ทีม BART LAB Rescue มหาวิทยาลัยมหิดล
แชมป์ประเทศไทย ปี 2552


ขอขอบคุณผู้ให้สัมภาษณ์

นายวรทิต  อ่อนประเสริฐ นักศึกษาปริญญาโท ภาควิชาวิศวกรรม ชีวการแพทย์

เหตุผลที่ตั้งชื่อทีมว่า BART LAB Rescue
มาจากชื่อ Lab ของเรา คือ BART LAB แล้วเติมคำว่า Rescue ภายหลัง คือ ชื่อรายการหุ่นยนต์ (กู้ภัย)

เส้นทางการแข่งขัน
กลุ่มของน้องมีสมาชิก 10 คน และอาจารย์ที่ปรึกษา 2 ท่าน

ภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จะมี Lab ทำงานวิจัยต่างๆ และพวกเรามารวมตัวกันใน Lab เพื่อทำงานวิจัย และอาจารย์แนะนำโครงการนี้ขึ้นมา จึงรวมตัวกันเพื่อทำหุ่นยนต์ขึ้นมา เราได้ประดิษฐ์หุ่นยนต์มาแล้ว 4 ปี จากปีแรกๆ หุ่นยนต์ยังเคลื่อนที่ไม่ได้ ต่อมาได้มีการพัฒนามาเรื่อยๆ จนได้แชมป์ประเทศไทย

แรงบันดาลใจในการประดิษฐ์หุ่นยนต์
เด็กผู้ชายทุกคนจะมีความชอบในหุ่นยนต์ เพราะอยู่ในการ์ตูน เช่น หุ่นยนต์กันดัม เป็นต้น และเราเราจึงมีความใฝ่ฝันที่จะประดิษฐ์หุ่นยนต์ เมื่อได้เข้ามาเรียนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จึงคิดว่าเราน่าจะประดิษฐ์หุ่นยนต์ได้

 
          หุ่นยนต์กู้ภัยสามารถผ่านพื้นที่ขรุขระได้เป็นอย่างดี (มหาวิทยาลัยมหิดล)

การเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน

ทีมเราจะมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ทำงานเป็นทีม และสามารถเตือนกันได้ นั่นคือ จุดแข็งของทีมเรา

ประโยชน์ของการแข่งขัน
- การที่เราเรียนทฤษฎีมา ทำให้เราสามารถนำมาปฏิบัติได้จริง เราได้พบปัญหาที่ไม่เหมือนในทฤษฎี
- ประสบการณ์ที่ได้รับ นอกเหนือจากการเรียน เช่น เราเรียนมาทางด้านเครื่องกล จะทราบด้านระบบกลไก แต่หุ่นยนต์จะต้องประกอบด้วยผู้ที่เรียนด้านเครื่องกล คอมพิวเตอร์และไฟฟ้า เมื่อเรามาร่วมกันประดิษฐ์หุ่นยนต์ จะทำให้ได้รับความรู้ในสาขาอื่นด้วย เป็นการเปิดโลกของความรู้ที่กว้างขึ้น
- ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม

ค่าใช้จ่ายในการประดิษฐ์หุ่นยนต์
การประดิษฐ์หุ่นยนต์แต่ละตัว จะมีค่าใช้จ่ายประมาณหลักแสนบาท แต่เราได้รับการสนับสนุนจากบริษัทต่างๆ ทั้ง SCG, มูลนิธิไทยคม, โตชิบา รวมถึงบริษัทอื่นๆ อีก บางบริษัทสนับสนุนชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ

หากน้องๆ สนใจด้านหุ่นยนต์จะต้องศึกษาสาขาใด
จากที่กล่าวแล้วว่า การประดิษฐ์หุ่นยนต์จะต้องประกอบด้วย 3 สาขาวิชาใหญ่ๆ  คือ เครื่องกล ไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์ หากขาดสาขาใดสาขาหนึ่ง จะไม่สามารถเป็นหุ่นยนต์ได้ น้องๆ ควรเรียนในสิ่งที่ชอบ หากรักในการประดิษฐ์หุ่นยนต์ แนะนำให้เรียนใน 3 สาขาที่กล่าวมา สาขาใดก็ได้ที่น้องๆ ชอบ แล้วมาร่วมประดิษฐ์หุ่นยนต์กันกับเพื่อนๆ

หากสำเร็จการศึกษาแล้ว สามารถประกอบอาชีพใดได้บ้าง
โดยส่วนตัว สนใจที่จะเป็นอาจารย์ และชอบศาสตร์ด้านหุ่นยนต์ตั้งแต่ปริญญาตรี
หน่วยงานหลายแห่งเล็งเห็นถึงศักยภาพของเด็กไทยที่สามารถประดิษฐ์หุ่นยนต์ได้ เพราะฉะนั้นเราสามารถทำงานตามบริษัทต่างๆ ได้ เพราะสามารถประดิษฐ์เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้

ประเภทของการแข่งขันหุ่นยนต์มีรายการใดบ้าง
การแข่งขันหุ่นยนต์ประเภทหลักๆ ได้แก่ หุ่นยนต์กู้ภัย หุ่นยนต์เตะฟุตบอล หุ่นยนต์รูปร่างเหมือนคนแล้วเตะฟุตบอล เป็นต้น
การทำงานของหุ่นยนต์แต่ละภารกิจจะมีรูปร่างแตกต่างกันไป เราไม่สามารถนำหุ่นยนต์เดียวกัน มาปฏิบัติทุกภารกิจได้ แต่มีหุ่นยนต์บางประเภทสามารถปฏิบัติภารกิจได้มากกว่า 1 ภารกิจ

ฝากถึงน้องๆ ที่สนใจด้านหุ่นยนต์
เรื่องสำคัญ คือ ความตั้งใจ ทำให้ดีที่สุด เพราะหากเราทำเต็มที่ให้ดีที่สุดแล้ว ผลจะออกมาเป็นอย่างไร เราจะไม่เสียใจเลย เพราะได้ทำดีที่สุดแล้ว
อย่าท้อ ต้องสู้ต่อไป เพราะในปีแรกๆ เราก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จเช่นกัน แต่เราสู้จนในที่สุด เราสามารถเป็นแชมป์ประเทศไทยได้ และเราจะสู้ จะพัฒนาฝีมือต่อไปอีกเรื่อยๆ

จุดเด่นของหุ่นยนต์
การวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์กู้ภัยของทีม ได้นำวิทยาการความรู้และเทคโนโลยีทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์เข้ามาเพิ่มความสามารถของหุ่นยนต์ในการค้นหา ระบุสถานะและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยมีความมุ่งหวังสูงสุดที่จะพัฒนาหุ่นยนต์กู้ภัยให้เป็นที่เชื่อถือ สามารถนำไปใช้งานได้จริง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้น มีจำนวนหุ่นยนต์ 3 ตัว ดังนี้

ประเภท Teleoperation
คุณลักษณะ: เป็นหุ่นยนต์กู้ภัยแบบมีผู้ควบคุมระยะไกล โดยการสื่อสารแบบไร้สาย ระหว่างผู้ควบคุมและหุ่นยนต์ ถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด เหมาะสมกับการทำงานในทุกพื้นที่ ส่วนฐานหุ่นยนต์ถูกออกแบบให้มีโครงสร้างเป็นรูปตัว X ทำด้วย Aluminium alloy ที่มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทานและเบา เป็นหุ่นยนต์ฝาแฝดมี 2 ตัว ได้แก่

1. ชื่อหุ่นยนต์ TeleOp III
จุดเด่น: บนตัวหุ่นยนต์มีแขนกลแบบ 6 องศาอิสระ ออกแบบขึ้นเพื่อช่วยในการสำรวจ ค้นหา แบบซอกซอนเข้าไปในพื้นที่ ที่เป็นช่องแคบๆ หลุมและโพลง แขนกลนี้ ถูกติดตั้งด้วยอุปกรณ์ที่ใช้ตรวจวัดสัญญาณชีวิตต่างๆ ได้แก่ วัดอุณหภูมิ ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ กล้องจับการเคลื่อนไหวและระบบสื่อสารด้วยเสียงระหว่างผู้บังคับหุ่นและผู้ประสบภัย

2. ชื่อหุ่นยนต์ TeleOp IV
จุดเด่น: บนตัวหุ่นยนต์มีแขนกลแบบ 7 องศาอิสระ มีความสามารถมากกว่า TeleOp III ในส่วนของปลายแขนกลที่สามารถยืดหดได้ ทำให้เพิ่มความสามารถในการค้นหาและเก็บรายละเอียดของผู้ประสบภัยในพื้นที่แคบๆ ได้มากขึ้น

ประเภท Automomous

ชื่อหุ่นยนต์ AutoBot II
จุดเด่น: ได้รับรางวัล Best-in-Class: Autonomous Robot ในการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยชิงแชมป์ประเทศไทย เป็นเวลา 2 ปี (ปี 2551 และ 2552) นับตั้งแต่เริ่มมีการให้รางวัลนี้ ซึ่งเป็นหุ่นยนต์แบบเคลื่อนที่สำรวจอัตโนมัติ สามารถค้นหา ตรวจสอบสัญญาณชีวิตของผู้ประสบภัย โดยการใช้เทคโนโลยีการประมวลผลด้วยภาพ และตรวจจับอุณหภูมิร่างกาย ร่วมกับการระบุตำแหน่งของผู้ประสบภัย และนำทางการเคลื่อนที่ด้วยวิธีการคำนวณชั้นสูง โดยใช้อุปกรณ์ laser-scanner สามารถสร้างแผนที่ของพื้นที่ที่ได้สำรวจไปแล้ว พร้อมยังสามารถระบุตำแหน่งของผู้ประสบภัยที่ตรวจพบได้อย่างอัตโนมัติ



จะเห็นได้ว่า เด็กไทยนั้น ‘เก่ง‘ ไม่แพ้ชาติใดในโลก นำความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศไทย แต่เด็กไทยจะก้าวไกลไปข้างหน้าได้ ต้องไม่ย่อท้อ และ ‘เด็กไทยทำได้ หากผู้ใหญ่ให้โอกาส’ เราจึงควรร่วมให้กำลังใจในการส่งพวกเขาก้าวสู่ฝันกันนะคะ



แสดงความคิดเห็น