แอลกอฮอล์ (alcohol)

แอลกอฮอล์ (alcohol)

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือนิตยสารสสวท. กับวิชาการดอทคอม
www.ipst.ac.th


           เคยมีข่าวเกี่ยวกับที่มีคนนำแอลกอฮอล์ที่ใช้ผสมสีทาไม้มาผสมน้ำดื่มแทนสุรา แล้วทำให้เกิดปวดท้องอย่างรุนแรง จนมีบางคนถึงขั้นเสียชีวิต ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ทั้งๆ ที่ในสุราก็มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม แล้วทำไมคนที่ดื่มสุรา จึงไม่มีอาการอย่างเดียวกันแอลกอฮอล์ที่ใช้ผสมสี คือ เมทานอล หรือ เมทิลแอลกอฮอล์ ส่วนแอลกอฮอล์ที่อยู่ในสุรา คือเอทานอล หรือ เอทิลแอลกอฮอล์ สารทั้งสองชนิดนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นสารประเภทแอลกอฮอล์เหมือนกันแต่มีผลต่อร่างกายต่างกัน

เอทานอล
          ส่วนใหญ่ถ้าพูดถึงแอลกอฮอล์ มักจะนึกถึงแอลกอฮอล์ที่อยู่ในเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เช่นเหล้า เบียร์ วิสกี้ บรั่นดี ซึ่งเป็นแอลกอฮอล์ชนิดเอทานอลนั่นเอง เอทานอลมีความแตกต่างจากอาหารตรงที่ว่าถึงแม้จะเผาผลาญให้พลังงานแก่ร่างกาย ได้ แต่ไม่มีสารอาหารอื่นเลย เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์แต่ละประเภทจะมีปริมาณของเอทานอลแตกต่างกัน เช่น เบียร์มีปริมาณแอลกอฮอล์น้อยประมาณ 4 - 6% โดยปริมาตร ส่วนสุราชนิดต่าง เช่น วิสกี้ บรั่นดี วอดก้า แม่โขง เป็นเหล้าชนิดกลั่นมีปริมาณแอลกอฮอล์สูงกว่า ประมาณ 40 - 50% โดยปริมาตรเอทานอลมีสมบัติเป็นของเหลว ใส ไม่มีสี มีกลิ่นหอม ติดไฟให้ความร้อนสูง ไม่มีเขม่าละลายน้ำได้ดี เตรียมได้จากการหมักแป้ง น้ำตาลหรือผลไม้ โดยมียีสต์เป็นตัวเร่ง เพื่อเปลี่ยนแป้งจากพืชให้เป็นน้ำตาล แล้วเปลี่ยนจากน้ำตาลเป็นเอทานอล จากนั้นนำเอทานอลที่ได้ไปกลั่นเพื่อให้บริสุทธิ์มากขึ้น วัตถุดิบที่ใช้หมักเป็นได้ทั้งพืชและผลิตภัณฑ์ของพืชบางชนิด เช่น อ้อย น้ำตาลกากน้ำตาล กากอ้อย แป้ง มันสำปะหลัง มันเทศ ธัญพืชต่างๆ เช่น ข้าวโพด ข้าว ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวฟ่าง เอทานอลนอกจากจะเป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์แล้วยังมีประโยชน์อีกหลายอย่าง เช่น

          - เอทานอลเข้มข้นร้อยละ 70 ใช้เป็นยาล้างแผล ส่วนใหญ่ที่ขายตามร้านค้ามักเป็นสีฟ้าเนื่องจากใส่สี (จริง ๆ เอทานอลไม่มีสี) มีฤทธิ์ในการทำลายเชื้อแบคทีเรีย เชื้อวัณโรค เชื้อราและเชื้อไวรัส แต่ไม่สามารถทำลายสปอร์ของเชื้อแบคทีเรียได้
          - ใช้เป็นตัวทำละลายทั้งทางด้านอุตสาหกรรมและทางเภสัชกรรม เช่น เป็นตัวทำละลายในยาแก้ไอ
          - นำไปผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการณ์น้ำมันราคาแพง โดยใช้เอทานอลที่มีความบริสุทธิ์ตั้งแต่ 95% โดยปริมาตรไปผสมกับน้ำมัน ถ้านำไปผสมกับน้ำมันดีเซลในสาขาเคมี สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) 2 อัตราส่วน 15 % จะเรียกว่า ดีโซฮอล์ แต่ถ้าผสมกับน้ำมันเบนซินจะเรียกว่า แก๊สโซฮอล์ โดยผสมในอัตราส่วน 10% บางครั้งจึงเรียกว่า น้ำมัน E-10 เนื่องจากเอทานอลมีสมบัติช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำมัน จึงทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและเป็นการลดมลพิษในอากาศ

          เอทานอลสามารถดูดซึมผ่านผนังกระเพาะ ลำไส้เข้าสู่ร่างกายได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านการย่อยเลย โดยพบว่า 95% ของที่ดื่มเข้าไปถูกดูดซึมเข้าผ่านกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นเมื่อ แอลกอฮอล์ถูกดูดซึมแล้ว จะกระจายไปทุกส่วนของร่างกาย มีประมาณ 5% ที่ถูกขับออกทางลมหายใจ ปัสสาวะ เหงื่อ ที่เหลือถูกทำลายที่ตับ โดยเปลี่ยนเป็นสารที่ชื่อว่า อะเซททาลดีไฮด์ ก่อน แล้วเปลี่ยนไปเป็นคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ ถึงแม้ว่าเอทานอลจะสามารถรับประทานได้ แต่ถ้ารับเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากเกินไปก็มีโทษได้เช่นกัน
          - เมื่อทานขนาดน้อยๆ ไม่เกิดอะไรกับร่างกาย
          - เมื่อทานปริมาณพอสมควร ทำให้เกิดอาการผ่อนคลายกระตุ้นให้อยากอาหาร เคลิ้ม
          - เมื่อดื่มปริมาณมาก จะทำให้เกิดอาการง่วงซึม คลื่นไส้ อาเจียน สูญเสียการทรงตัวประสาทมีการตอบโต้ช้ามีการคาดคะเนและตัดสินใจผิดพลาด
          - ถ้าได้รับเอทานอลในระยะยาว จะทำให้เป็นโรคพิษสุราเรื้อรังเกิดภาวะติดแอลกอฮอล์และมีผลต่อระบบทางเดินอาหารและเนื้อเยื่อตับ โดยทำให้เป็นโรคตับแข็ง
          - ในหญิงมีครรภ์อาจทำให้แท้ง หรือลูกผิดปกติทั้งร่างกายและสมองจะเห็นว่าพิษของเอทานอลมีความสำคัญมากเพราะนอกจากจะก่อให้เกิดผลร้ายแก่ผู้ดื่มเองแล้วยังเป็นตัวก่อปัญหาในสังคมอีกด้วย โดยเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุและคดีความต่างๆ มากขึ้น

เมทานอล
          เมทานอลหรือที่เรียกว่า แอลกอฮอล์ติดไฟ มีสมบัติคล้ายคลึงกับเอทานอลมาก โดยเป็นของเหลวใส ไม่มีสี ติดไฟให้ความร้อนสูง ละลายน้ำได้ดี เป็นสารที่ได้จากการกลั่นแยกเนื้อไม้ ในอุตสาหกรรมผลิตได้จากการสังเคราะห์ระหว่างคาร์บอนมอนอกไซด์และไฮโดรเจนภาย ใต้อุณหภูมิและความดันสูง ใช้เป็นตัวทำละลายในอุตสาหกรรม เช่น สีทาไม้ น้ำยาเคลือบเงา ยาลอกสี ใช้เป็นเชื้อเพลิงจุดตะเกียง

          เมทานอลสามารถดูดซึมได้ทางผิวหนังลมหายใจและดูดซึมได้เร็วในทางเดินอาหาร แล้วจะกระจายเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อร่างกายรับเอาเมทานอลเข้าไปจะเกิดการสลายตัวเป็นฟอร์มาลดีไฮด์และกรด ฟอร์มิก จากนั้นจะสลายตัวเป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำต่อไป ฟอร์มาลดีไฮล์หรือที่ใช้เป็นยาดองศพจะออกฤทธิ์ทำลายประสาทตา ทำให้ประสาทตาบวมและตาบอด ส่วนกรดฟอร์มิกจะทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด และออกฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อของตับอ่อนจนกลายเป็นเนื้อตาย ถ้าร่างกายได้รับเมทานอลในปริมาณที่น้อยมากๆ จะถูกขับได้ทางลมหายใจ เหงื่อและทางปัสสาวะ หรืออาจจะกระตุ้นให้เกิดอาการอาเจียนออกมา แต่เนื่องจากเมทานอลมีพิษมาก ถึงแม้ร่างกายจะได้รับในปริมาณเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้ตาบอดชั่วคราวหรือตาบอดถาวรได้ สำหรับผู้ที่ได้รับเมทานอลในปริมาณมากจะทำให้หัวใจเต้นช้า ชักและถึงขั้นเสียชีวิต นอกจากนี้ผู้ที่ทำงานสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ที่มีเมทานอลเป็นตัวทำละลาย เช่น สีทาไม้ หากได้รับการสูดดมไอของเมทานอลนานๆ อย่างต่อเนื่อง อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของเส้นเลือดอุดตันในสมองและเยื่อหุ้มปอดอักเสบได้

          เมทานอลและเอทานอลมีลักษณะคล้ายกันทั้งสีและกลิ่น แต่พิษของเมทานอลรุนแรงกว่าเอทานอลมาก ดังนั้นเมื่อจะต้องใช้แอลกอฮอล์ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงาน ตัวอย่างเช่น ตามร้านอาหารบางร้านมีการจุดไฟบนอาหาร โดยนำแอลกอฮอล์มาราดบนอาหารแล้วจุดไฟ แอลกอฮอล์ที่ใช้ควรเป็นเอทานอลไม่ใช่เมทานอล แต่เนื่องจากเมทานอลมีราคาถูกกว่าเอทานอล ในปัจจุบันมีผู้ผลิตบางรายฝ่าฝืนข้อห้ามของทางราชการที่ไม่ให้ใช้เมทานอ ลเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภคและการสัมผัสโดยตรงกับร่างกาย โดยมีการนำเมทานอลไปใช้ในการทำผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเช่น ผ้าเย็น สเปรย์ฉีดผม แอลกอฮอล์แข็งสำหรับอุ่นอาหาร เป็นต้น

          นอกจากเมทานอลและเอทานอลแล้วยังมีแอลกอฮอล์อีกหลายชนิดที่พบในชีวิตประจำวัน เช่น ไอโซโพรพานอลใช้เป็นยาล้างแผล บิวทานอลใช้เป็นพลังงานชีวภาพและยังมีผลิตภัณฑ์จากแอลกอฮอล์ที่พบบ่อย เช่น แอลกอฮอล์แข็ง

แอลกอฮอล์แข็ง
          แอลกอฮอล์แข็งเป็นเชื้อเพลิงที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบหลักใช้ในการหุงต้มหรืออุ่นอาหาร แอลกอฮอล์แข็งที่จำหน่ายตามท้องตลาดแบ่งตามลักษณะเนื้อได้ 2 ประเภท คือ 1. ลักษณะเนื้อแข็ง/กึ่งแข็ง ซึ่งจะมีลักษณะแข็งขุ่นเหมือนเทียนไข 2. ลักษณะเนื้อเจล ซึ่งจะเป็นเจลใสเหมือนเจลใส่ผม บรรจุอยู่ในภาชนะหลายรูปแบบ สะดวกในการพกพาติดตัว ใช้ง่ายจุดไฟได้ทันที เชื้อเพลิงชนิดนี้เมื่อติดไฟจะให้ความร้อนสูง ไม่มีกลิ่น ไม่แสบตา ไม่มีเขม่า จึงเป็นที่นิยมใช้โดยเฉพาะตามร้านอาหาร ภัตตาคาร และห้องอาหารในโรงแรม กระทรวงสาธารณสุขจึงกำหนดให้แอลกอฮอล์ที่ใช้เป็นเอทานอล โดยห้ามใช้เมทานอลและกำหนดให้มีปริมาณของเมทานอลปนเปื้อนได้ไม่เกินร้อยละ1 โดยปริมาตรของส่วนที่กลั่นได้

tags :

บทความอื่นๆ

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour:  ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?