20 ตำบลภาคใต้

20 ตำบลภาคใต้

ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของวารสารจดหมายข่าวรักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล
วิถีพอเพียงและวิชาการ.คอม
http://www.pttplc.com/TH/Default.aspx


           ตำบลคลองเปียะ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา แข็งแรงในเรื่องการบริหารจัดการด้านกองทุนชุมชนเป็นที่ยอมรับทั้งในและนอกประเทศ โครงการฯ ได้เข้าไปหนุนเสริม ทั้งเรื่องพลังงานชุมชน การทำผลิตภัณฑ์ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเพื่อการพึ่งตนเองซึ่งสามารถปรับตัวได้เร็ว เพราะมีฐานในเรื่องของการประหยัดและอดออมที่แข็งแรง เหมือนดั่งผืนดินที่ได้รับการไถพรวนมาแล้ว พอหว่านเมล็ดลงไปก็งอกเร็วกว่าที่อื่น รวมไปถึงเรื่องการเชื่อมโยงเรื่องการออมกับการรักษ์ป่า โดยให้เงินจากออมทรัพย์ไปดูแลคนปลูกต้นไม้ได้ ซึ่งมีตำบลเดียวที่ทำแบบนี้ได้

           ตำบลปลิก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เจ้าของรางวัลลูกโลกสีเขียวประเภทชุมชนจากเรื่องการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยภาพลักษณ์โดดเด่น 2 ประการ คือ มีผู้นำที่เข็มแข็ง นายกเทศบาลตำบลฯ เป็นนักวิชาการและนักพัฒนา มีหลักคิดชัดเจนและเสียสละเพื่อชุมชน และเรื่องขยะฐานศูนย์มีกลุ่มเยาวชนที่ช่วยงานในพื้นที่ จนวันนี้ เรื่องขยะได้ไปเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นด้วย และโครงการฯ ได้ช่วยขยายฐานการรับรู้ ขยายเครือข่ายเยาวชนให้มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ เดิมที่มีแต่เทศบาลตำบลปริก ได้ขยายไปสู่ อบต. เข้ามาร่วมดูแล เสนอแผนงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สำรวจเส้นทางน้ำก่อนลงทะเลสาบ จากต้นน้ำไปกลางน้ำ และกลางน้ำถึงทะเล สร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งจังหวัดสงขลา ด้วยจุดเริ่มต้นจาก ขยะ

           ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา มีระบบฐานข้อมูลที่เป็นระบบ มีแกนนำที่เข้มแข็งเมื่อได้มาเข้าร่วมโครงการฯ ก็ได้ขยายฐานข้อมูลให้กว้างและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เริ่มส่งไม้ต่อให้แกนนำรุ่นใหม่ เยาวชน และกลายเป็นพื้นที่ชั้นครูให้กับตำบลอื่นๆ เช่น ตำบลลำสินธุ์ ได้มาฝึกอบรมในเรื่องการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบง่ายต่อการนำไปใช้

           ตำบลลำสินธุ์ อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง มีการจัดระบบชุมชนที่ดี ทั้งเรื่องกองทุน ร้านค้าออมทรัพย์ สิ่งแวดล้อม สื่อชุมชน และวิถีพอเพียงที่ทำกันมาก่อนแล้ว และโครงการฯ ได้เข้าไปเติมในเรื่องพลังงาน และตอกย้ำเรื่องคนต้นแบบที่เขาทำกันมาก่อนแล้ว โดยบทบาทช่วงแรกของตำบลลำสินธุ์กว่าร้อยละ 80 ได้ไปช่วยตำบลอื่นๆ ทั้งในเรื่องของการเสริมสร้างกำลังใจ แนวคิด เทคนิค ทักษะในการทำงานแบบเครือข่าย และทักษะการทำงานแบบถึงลูกถึงคน
                              
           ตำบลตันหยงโป อำเภอเมือง จังหวัดสตูล มีเพียง 3 หมู่บ้าน แต่แกนนำขัดแย้งกันไม่สามารถรวมตัวกันได้ ส่งผลถึงปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งของเยาวชนต่างหมู่บ้าน โครงการฯ ได้เข้าไปทำงานท่ามกลางความขัดแย้ง ประกอบกับในพื้นที่ไม่เคยมีใครทำงานลักษณะนี้มาก่อน จึงต้องหล่อหลอมใจคนโดยเริ่มจากแกนนำไปสู่เยาวชน จนวันนี้ จากแกนนำต่างหมู่บ้านที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและขัดแย้งกัน สามารถทำงานร่วมกันได้ เยาวชนรวมตัวกัน 3 หมู่บ้าน สร้างแผนกิจกรรมของตนเองทั้งในและนอกโครงการฯ

           ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ด้วยสภาพทางกายภาพที่เป็นเกาะ 6 เกาะ มี 7 หมู่บ้าน ทำให้ความคิดของคนถูกแบ่งไปตามเกาะด้วย คือ คิดได้แต่ไม่พ้นเกาะตนเอง พอโครงการฯ ลงไปในลักษณะภาพรวมทั้งตำบล จึงค่อนข้างมีปัญหาแต่สามารถหล่อหลอมกันได้ โดยจัดทัพคณะกรรมการที่มีกลไกสนับสนุนอยู่ก่อน จุดเด่นของตำบลเกาะสาหร่าย คือ ความเป็นคนวิถีพอเพียงปรากฏให้เห็นค่อนข้างชัดเจน อาจจะเป็นเพราะการถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทำให้ต้องพึ่งตนเองสูง ทั้งการทำนา การประหยัดอดออม และการช่วยเหลือกันยังมีสูงมาก

           ตำบลท่าข้าม อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เป็นชุมชนที่เข้มแข็งเชิงประเด็น ไม่เคยทำงานเชื่อมโยงบูรณาการระดับตำบลมาก่อน มีความอ่อนไหวเมื่อมีการเลือกตั้งในการแบ่งฝ่าย จุดดีของตำบลท่าข้ามคือคนทำงานจริง เมื่อคนจริงมาร่วมเป็นคณะทำงานก็ไปได้ ทั้งเรื่องกองทุน วิถีพอเพียง พลังงาน ธนาคารขยะ ฯลฯ และวันนี้อยู่ในขั้นตอนการเชื่อมโยงประเด็นต่างๆ เข้าด้วยกัน

           ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ทำงานอนุรักษ์ทะเลสาบมาก่อน ร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชน และนักวิชาการ มีเครือข่ายออมทรัพย์กลางอยู่รอบทะเลสาบสงขลา (ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา) จึงมีประสบการณ์ในการเรื่องการจัดการทุน และการจัดการคน เมื่อโครงการฯ เข้ามา ได้เติมหลักคิดวิถีพอเพียงสามารถสอดรับได้อย่างพอดี โดยเฉพาะเรื่องของหลักสูตรท้องถิ่น ที่เชื่อมโยงงานของชุมชนไปสู่โรงเรียน ซึ่งเคยทำมาก่อนหน้านี้ แต่ไม่สำเร็จ จนวันนี้ ตำบลเกาะหมากสามารถทำได้ด้วยตนเอง ทำแผนที่ความรู้ชุมชนเชื่อมโยงไปสู่นักเรียน

           ตำบลขอนหาด อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เคยร่วมงานกับภาคีอื่นในเรื่องวิถีพอเพียง โดยเฉพาะการใช้ระบบฐานข้อมูลคล้ายกับตำบลคูหาใต้ แต่ก็มีจุดอ่อนในจุดแข็งคือยังไม่สามารถทำงานร่วมกับ อบต. ได้อย่างกลมกลืน เพราะเป็นคนละฝ่ายกัน แต่การทำงานเข้มข้นโดยเฉพาะการฟื้นวิถีชาวนา ซึ่งแต่เดิมเคยมีเครือข่ายยมนา จังหวัดนครศรีธรรมราช (แบ่งเป็น 3 เครือข่ายย่อย คือ ยอ หมายถึง เครือข่ายยาง มอ หมายถึง เครือข่ายไม้ผล นา หมายถึง เครือข่ายนา รวม 3 เครือข่ายเป็นหนึ่งเดียว) ตำบลขอนหาด เป็นหนึ่งในเครือข่ายนา และวันนี้ตำบลขอนหาดผลิตข้าวปลอดสารพิษไม่ทันขายและเป็นครูให้อีกหลายพื้นที่

           ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ที่เคยมีรายได้ต่อหัวต่ำที่สุดของภาคใต้เป็นพื้นที่ทำนา ช่วงฝนน้ำก็ท่วม ช่วงที่แล้งไฟก็ไหม้และตอนนี้ยังไฟไหม้พรุควนเคร็งอยู่ คนตำบลเคร็งจะมีรายได้จากการสานกระจูดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ แต่พอพรุไหม้ ก็เหมือนถูกทุบหม้อข้าว ระยะหลังจึงมีการปลูกยาง ปลูกปาล์ม และเกิดปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า จึงต้องมีการกำหนดเขตที่ชัดเจนซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการ เพราะฉะนั้นวิถีคนพรุควนเคร็งดำเนินอยู่บนฐานทรัพยากรคือกระจูดและแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ โครงการฯ ไปเสริมเรื่องการสร้างผู้นำ หลักคิดวิถีพอเพียง พลังงาน และอื่นๆ สามารถแก้ปัญหาในด้านต่างๆ และฟื้นวิถีพอเพียงได้เร็วกว่าตำบลอื่น ด้วยเหตุที่ห่างไกลจากโลกาภิวัตน์และต้องพึ่งพาตนเองสูงอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ตำบลเคร็งได้ทำเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมาทำอยู่เรื่องเดียวคือ การป้องกันไฟป่า

           ตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ พื้นที่แบ่งเป็นฝั่งบกและฝั่งทะเล ฝั่งละ 7 หมู่บ้านรวม 14 หมู่บ้าน เมื่อโครงการฯ เข้าไปส่งเสริมในระดับตำบล ทำให้เกิดการหลอดรวมกันระหว่างแกนนำทางฝั่งทะเลมีจุดแข็งจากการทำงานปลูกป่าร่วมกับปตท. มาก่อน มีออมทรัพย์ กองทุนต่างๆ ในขณะที่ฝั่งบกจะเชื่อมโยงกับเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคใต้ ในเรื่องระบบวนเกษตร เมื่อมารวมกันเป็นหนึ่งก็ได้นำความรู้เดิมที่มีมาเชื่อมโยงทั้งคน ทั้งประเด็นรวมถึงองค์การบริหารส่วนเยาวชน จาก 7 หมู่บ้าน ขยายเป็น 14 หมู่บ้าน ทำให้ตำบลคลองพนในวันนี้กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของภาคใต้แล้ว

           ตำบลทุ่งสง อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเครือข่ายยางพารา จังหวัดนครศรีธรรมราช (เครือข่ายยมนา) เคยร่วมกับพลังงานจังหวัดโดดเด่นในเรื่องพลังงาน เป็นพื้นที่นำร่องของภาคใต้ได้รับรางวัลมามากมาย มีทุนเดิมคือเรื่อง คน เนื่องจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เตรียมคนในเรื่องของการจัดการความรู้ (Knowledge Management:KM) มาก่อน แต่จะอ่อนเรื่องจัดระบบชุมชน เมื่อโครงการฯ เข้าไป ก็ช่วยให้เขาแข็งแรงขึ้น นอกจากจะทำเรื่องของพลังงานแล้ว ก็มีเรื่องกองทุน สิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงระบบวนเกษตร กำลังจะฟื้นฟูพันธุ์ไม้พื้นบ้านเพื่อปลูกแซมในสวนยาง

           ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช โด่งดังในนามของคีรีวง ซึ่งมีอยู่ 5 หมู่บ้าน แต่ตำบลนี้มี 12 หมู่บ้าน เด่นเรื่องออมทรัพย์มีองค์ความรู้ดั้งเดิม พร้อมขยายภาพมาสู่ตำบล ชูเรื่องท่องเที่ยวอนุรักษ์ วิสาหกิจชุมชน เมื่อโครงการฯ เข้าไปต้องทำให้เขาคิดถึงตำบลกำโลน หลอมคนเป็นหนึ่งเดียว โดยให้ตัวแทนจากทุกหมู่บ้านมาเป็นกรรมการมีแกนนำที่เข้มแข็งจาก 5 หมู่บ้าน เป็นแกนหลักเรียนรู้ร่วมกัน และสร้างคนรุ่นใหม่ ในนามของตำบลกำโลน

           ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ดังในเรื่องการอนุรักษ์ป่าชายเลน มีป่าชายเลนที่สมบูรณ์เด่นในเรื่องศาสนา เป็นพี่น้องมุสลิม ใช้หลักคิดทางศาสนากล่อมเกลาเยาวชน จะจัดค่ายทุกปี ปีละครั้ง ประมาณ 400 – 500 คน อย่างต่อเนื่อง เพื่อหลอมคน จากรุ่นน้องไปสู่รุ่นพี่เลี้ยง น้องใหม่ก็เข้ามาหมุนเวียนตลอด แต่ตำบลป่าคลอกเป็นพื้นที่เด่นในจังหวัดภูเก็ต มีหลายหน่วยงานเข้ามา ทำให้แกนนำรุ่นแรกๆ ไปทำงานในระดับนโยบายจังหวัดและระดับประเทศ พอโครงการฯ เข้าไปก็ได้ร่วมกันสร้างแกนนำรุ่น 2 – 3 มีแผนงานสอดคล้องกับหลักศาสนา และเชื่อมกับงานอนุรักษ์ที่ทำอยู่

           ตำบลท่าอยู่ อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เป็นพื้นที่ที่ไม่มีเคยมีวิกฤต (ยกเว้นสึนามิ) วิถีชีวิตจะสบายๆ ไม่เครียด ไม่กดดัน กลายเป็นจุดเด่นที่ชุมชนสามารถเชื่อมโยง ทั้งวัด โรงเรียน องค์กรท้องถิ่น และภาคีอื่นๆ มี ชมรมผู้สูงอายุ ที่เข้มแข็ง สร้างกิจกรรมต่างๆ เพราะเป็นกลุ่มคนที่เคยมีบทบาทในชุมชนมาก่อนและได้รับการยอมรับ ทั้งภาคราชการ ชุมชนและท้องถิ่น จึงเป็นกลไกขับเคลื่อนที่สำคัญในชุมชนและส่วนหนึ่งได้ร่วมเป็นกรรมการในโครงการฯ และใช้โครงการฯ เป็นเครื่องมือเชื่อมโยงกับกลไกการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ
                                  
                                                ปฏิญญาเกาะสาหร่าย

           ตำบลต้นยวน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีฐานะดี ต่อสู้มามาก มี 12 หมู่บ้าน จุดแข็งอยู่ที่ หมู่ 5 บ้านถ้ำผึ้ง เคยได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว จากการเข้าไปจุดประกายของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ในเรื่องการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ชาวบ้านมีจิตสำนึกสร้างป่าชุมชน ทำโฮมสเตย์ (Homestay) แกนนำเสียสละ เป็นตัวอย่างให้กับ 11 หมู่บ้านแกนนำทำงานร่วมกับคนรุ่นใหม่ แม้ช่วง 6 เดือนแรกของการดำเนินโครงการฯ จะยังไม่เข้าใจหลักคิด เพราะติดกับการได้งบประมาณมาก่อนแล้วค่อยลงมือทำ แต่หลังจากศึกษากันอย่างถ้วนถี่ก็ได้เวลาปรับทั้งครูและเยาวชนก็ร่วมด้วย กลายเป็นผลงานของทั้งตำบลต้นยวน

           ตำบลเขาถ่าน อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีภูเขาถึงทะเล ทำงานอนุรักษ์อ่าวบ้านคอนมาก่อนอยู่ในเครือข่ายอ่าวบ้านดอน แกนนำส่วนหนึ่งทำงานอนุรักษ์ป่าชายเลน และได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว เมื่อ พ.ศ. 2552 พอได้มาทำเรื่องวิถีพอเพียงเรื่องพลังงาน การอดออม การประหยัดในครัวเรือน งานอนุรักษ์ สามารถไปต่อยอดกับสิ่งที่ทำอยู่ได้ทั้งหมดแต่ต้องรอการเชื่อมร้อยทุกเรื่องบูรณาการร่วมกันให้เป็นหนึ่งเดียว

           ตำบลปากทรง อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร เป็นพื้นที่ที่มีคนจาก 17 จังหวัดในภาคอีสาน มาอาศัยอยู่ร่วมกัน ทำให้หาผู้นำตามธรรมชาติได้ยาก มีหน่วยต้นน้ำพะโต๊ะเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก โดย พงศา  ชูแนม ที่มุ่งมั่นสร้างชุมชนขึ้นมา อีกทั้งยังเป็นเครือข่ายจากภูผาสู่มหานที จังหวัดชุมพร และเป็นลูกข่ายของเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ พอมาเชื่อมโครงการฯ ซึ่งให้ความสำคัญกับพื้นที่ ทำให้แกนนำได้มีโอกาสเข้ามาทำงาน จากเดิมที่ต้องรอการจุดประกายจากหน่วยจัดการต้นน้ำฯ แต่ตอนนี้แกนนำเริ่มคิดเองทำเอง

           ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร มีพื้นฐานการทำงานแผนชุมชนมาก่อน โดยมี กำนันเคว็ด  เจ้าของรางวัลลูกโลกสีเขียว ประเภทบุคคล จากการเป็นผู้นำ เป็นคนดี มีบารมี เสียสละสูง พอโครงการฯ  เข้าไปร่วมงานได้ระยะหนึ่ง กำนันเคว็ด ก็ต้องไปทำงานที่โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ตำบลวังตะกอก็เหมือนกับหัวหลุด จึงเกิดแกนนำแถวสองขึ้นมา ฟื้นสภาผู้นำขึ้นมาใหม่ เป็นวังตะกอเวอร์ชั่น 2 ให้ อบต. ทำงานร่วมกับพื้นที่มากขึ้น

           ตำบลในวง อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ไม่ต่างจากตำบลปากทรงมากนัก เพราะมาจากหลายจังหวัดในภาคอีสาน ในอดีตมีการทำลายป่าค่อนข้างสูง จากกระแสของกาแฟที่ราคากิโลกรัมละร้อยทำให้ชาวบ้านบุกรุกป่า แต่ไม่มีหน่วยจัดการต้นน้ำฯ เข้ามาจัดการเหมือนตำบลปากทรง จนชาวบ้านเริ่มตระหนักถึงผลกระทบที่ได้รับจากน้ำที่เริ่มแห้ง จึงกลับใจหันมาฟื้นฟูสภาพป่า ดำเนินชีวิตตามแนววิถีพอเพียงพร้อมกับที่โครงการฯ เข้าไปช่วยเสริมแรงในการสร้างตัวกันใหม่ ภายใต้หลักคิดใหม่ ด้วยตนเอง

เมื่อพี่น้องจับมือกัน
           การประชุมเครือข่ายรักษ์ป่า สร้างคน วิถีพอเพียง ภาคใต้ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ณ ตำบลต้นยวน นับเป็นครั้งที่ 4 ของการประชุมใหญ่ของเครือข่ายที่มากันครบทั้ง 20 ตำบล ยังไม่นับรวมการประชุมโซนกลุ่มย่อย ทั้งภาคใต้ตอนบน และภาคใต้ตอนล่างและพื้นที่ตำบลใกล้เคียง ที่ไปมาหาสู่กันเกือบทุกเดือน ซึ่งเป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้น หลังจากแกนนำได้พูดคุยหารือกันระหว่างเดินทาง จากนัดพบกันปีละ 3 ครั้ง

           คุณงามรัก  จานทอง
           คณะกรรมการ โครงการฯ 
           และเลขาฯ เครือข่ายฯ


           (4 เดือนครั้ง) ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นระยะเวลาที่นานเกินไป ใจนั้นรอไม่ไหวแล้ว จึงไปมาหาสู่กันเองอย่างที่ พี่งามรัก  จานทอง  คณะกรรมการ โครงการฯ และเลขาฯ เครือข่ายฯ บอกว่าเกิดจาก แรงเหวี่ยงของเครือข่ายที่เริ่มเหนียวแน่นมากขึ้นนั่นเอง

           “เครือข่ายเกิดจากความเป็นเพื่อนที่มีมากขึ้นสังเกตดู เวลาว่างจากการประชุมเขาจะไปนั่งคุยกันกลุ่มเล็กใหญ่ คุยกันสารพัดเรื่อง ทั้งเรื่องงาน สังคม การเมือง เพราะมันเชื่อมโยงไปสู่โครงการฯ และชุมชน อย่างตอนนี้หลายตำบลกำลังเจอปัญหาว่ามีหลายหน่วยงานกำลังเข้าไปแจมกับโครงการฯ บางโครงการก็เข้าไปใช้พื้นที่ บางโครงการก็กึ่งๆ จะสวมเอาเงินไปให้ แล้วขอถ่ายรูป โดยเขาไม่ต้องลงไปคิดไปเขียนโครงการเริ่มแรก แล้วไปหยิบฉวยปลายทางพร้อมเสิร์ฟทานได้เลย ซึ่งถ้าไม่มีเครือข่ายก็จะไม่ได้ช่วยกันคิด จะไม่ทัน จะไม่มีพลัง ไม่มีเกราะ

           “อย่างผมขับรถไปกระบี่ รถเสียห่างจากตำบลคลองพนประมาณ 60 กว่ากิโลเมตร ถ้าผมไม่มีเครือข่าย ก็ต้องเรียกช่างมายก ต้องเสียเงินอย่างน้อย 5 – 6 พันบาท แต่ผมมีพี่น้องตำบลคลองพน เอารถมาช่วยลากให้ ผมไม่ได้เสียเงินสักบาทค่าน้ำมันเขาก็ไม่เอา ดูแลกันเหมือนพี่น้อง”

จาก กันยา’ 52 – มิถุนา’ 53
           ด้วยระยะเวลาเพียง 9 เดือน ของการขับเคลื่อนเครือข่ายฯ นั้นดูรวดเร็ว และร้อนแรงไม่น้อย พี่น้องผองเพื่อน 20 ตำบล ดูกลมเกลียวและชัดเจนใครมีอาหาร ผลไม้ ของฝาก ก็นำติดตัวกันมา ใครทำอะไรไม่ถูกต้องก็บอกกล่าวกันได้อย่างตรงไปตรงมา และร่วมกันพิจารณาด้วยเหตุและผล นี่คือสิ่งที่เห็นจากการประชุมเครือข่ายฯ ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งพี่เสรี  จุ้ยพริก  ได้วิเคราะห์ทุนเดิมที่ช่วยหนุนเสริมเครือข่ายฯ นี้ให้ก่อรูปอย่างรวดเร็วนั้น มีด้วยกัน 2 เรื่อง คือ
           1. การลงขันลงแรง ลงแขกเกี่ยวข้าว ลงแรงงานที่มีมาช้านาน ก่อนที่จะมีควายสีส้มมาวิ่งเล่นบนท้องนา
           2. วัฒนธรรมเกลอ เมื่อคนใต้เกิดความไว้วางใจจะผูกเกลอกัน เหมือนการผูกเสี่ยวควายทางภาคอีสาน โดยมีความหมายมากกว่าความเป็นเพื่อน ตั้งแต่เด็กไปจนตาย เหมือนเป็นพี่น้องและเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงไปถึงญาติในครอบครัวที่ลึกไปถึงระบบ

           “เวลาประชุมเครือข่ายย่อย เขามีโอกาสไปเยี่ยมครัวเรือน ไปเยี่ยมกลุ่มต่างๆ หลายที่ก็นัดกันเองไม่อยู่ในแผน ถือว่าเป็นรากฐานที่สำคัญของการเป็นเครือข่ายฯ เป็นเครือข่ายทางจิตวิญญาณ เป็นเครือข่ายในการทำงาน และไม่มีใครมาสอนทุกคนมาเรียนรู้ร่วมกัน ตั้งใจเป็นนักเรียนที่พร้อมเรียนรู้ร่วมกัน” พี่เสรี ยกตัวอย่าง

           คุณสมหญิง  มะนะจิตต์
           ผอ.โครงการฯ
           นำผู้บริหาร ปตท. ลงพื้นที่เยี่ยมเยือนครัวเรือนอาสา
           ตำบลตันยวน อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี




จุดหมายป้ายหน้าคืออะไร...?
           หลายแผนงานหลายกิจกรรมต้องกำหนดเป้าหมายไว้ล่วงหน้า แต่เครือข่ายรักษ์ป่า สร้างคน วิถีพอเพียง ภาคใต้ ไม่ได้วางเป้าหมายไว้ เพราะอะไร...?
           “หลายคนถามว่า ปลายทางของเครือข่ายฯ จะเป็นอย่างไร ผมไม่รู้ผลลัพธ์ปลายทางมากนักเพราะไม่อยากติดกับดักของผลลัพธ์ ผมเชื่อว่าการเดินทางไม่ได้สำคัญที่จุดหมายปลายทาง เรื่องราวระหว่างทางนั้นสำคัญกว่า และกว่าจะถึงวันนั้นผมคงได้เรียนรู้ ได้เพื่อน ได้อะไรอีกหลายอย่างจากหลายตำบลเหมือนที่ขงจื๊อกล่าวว่า เรียนตำราหมื่นเล่มไม่เท่าเดินทางหมื่นลี้” พี่งามรัก  จานทอง กล่าว

           “ผมมองเครือข่ายเป็นเครื่องมือ เป็นยานพาหนะเหมือนเรือนเพาะชำ เครือข่ายนี้ ไม่เข้าทฤษฎีของเครือข่ายแบบธุรกิจขายตรงในการพยายามนำความฝันของคนเข้ามา แต่เครือข่ายฯ ภาคใต้ คือ ฝันของชุมชน และเมื่อเราคิดด้วยจิตที่กว้างการเรียนรู้จะไม่มีวันจบสิ้น เพราะเครือข่ายในระยะนี้มีรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเราไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ว่าคุณค่ายังคงอยู่ เช่น การเป็นที่สร้างคนรุ่นใหม่ จากเยาวชนไปสู่แกนนำ” พี่เสรี  จุ้ยพริก  สรุป

แล้ว ปตท. มองเครือข่ายนี้อย่างไร
           คุณอรรถพล  ฤกษ์พิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ที่ดูแลโครงการฯ โดยตรงและในฐานะกรรมการที่ปรึกษาโครงการฯ ได้ช่วยสรุปภาพเป้าหมายของการทำงานโครงการรักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง ที่ผลิตออกดอกผลมาเป็นเครือข่ายฯ ในวันนี้ว่า

           “เครือข่ายที่เกิดขึ้นนี้ ตัวหลักคือพี่น้องทั้ง 20 ตำบล ที่มีองค์ความรู้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ส่วน ปตท. เป็นเพียงตัวเสริมในด้านการจัดการองค์ความรู้ให้มีระบบมากขึ้น อยากให้พี่น้องมองภาพในวันข้างหน้าว่า ปตท. อาจจะไม่อยู่แล้ว อาจจะต้องไปดูแลในกิจกรรมอื่น ในชุมชนอื่น หรือว่าเครือข่ายอื่นต่อไป แต่ว่าเครือข่ายนี้ยังคงฝังตัวอยู่ในชุมชน และสามารถต่อยอดพัฒนาไปได้ นี่คือหลักสำคัญในการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

           “และสิ่งสำคัญที่บ้านเมืองของเราขณะนี้ต้องการมากที่สุดคือ... ความสมานฉันท์ ความร่วมมือร่วมใจกันและเครือข่ายรักษ์ป่า สร้างคน วิถีพอเพียง ภาคใต้ มีคำตอบ...”

tags :

บทความอื่นๆ

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour:  ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ความลับของธรรมชาติ

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ความลับของธรรมชาติ "ลำดับเลขฟีโบนัชชี" และ "อุโมงค์ต้นไม้"