ผุดโซลาร์ฟาร์มทั่วไทย แหล่งพลังแสงอาทิตย์ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

ผุดโซลาร์ฟาร์มทั่วไทย แหล่งพลังแสงอาทิตย์ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

           โซลาร์เซลล์ำพลังไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มาแล้วอย่างเต็มรูปแบบบิ๊กโปรเจกต์ผุดหลายโครงการในภาคเหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันตก เป็นจุดเปลี่ยนของการใช้พลังงานโซลาร์เซลล์ในชนบทมาเป็นการส่งตรงจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกระจายสู่ครัวเรือน เชื่อหากทุกโปรเจกต์แล้วเสร็จประเทศไทยติดอันดับ มีโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
 


 

           "บิ๊กโปรเจกต์" สร้าง "โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์" หลายๆ โครงการที่ผุดขึ้นมาทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทยนั้น ถือเป็นจุดเริ่มของการใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งมีภาคเอกชนหันมาให้ความสนใจเข้ามาลงทุนกันหลายบริษัท อาทิ การสร้างโรงไฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในภาคเหนือที่จังหวัดเชียงรายภาคอีสาน ที่จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ หนองคาย สุรินทร์ ขอนแก่น นครพนม สกลนคร อุดรธานี เลย ภาคกลางที่จังหวัดพระนครศรี- อยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี และภาคตะวันตกที่จังหวัดกาญจนบุรี

           กระทั่งจังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจทางด้านพลังงานแสงอาทิตย์ ที่มีการลงทุนด้านพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ที่ดี เพราะเป็นจังหวัดทางภาคกลางที่มีความเข้มของแสงเหมาะสมกับการลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์ม ซึ่งในอนาคตภายในปี 2556 หากโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ที่อยู่ในพื้นที่หลายๆจังหวัดนั้นแล้วเสร็จ จะส่งผลให้ประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่มาจากแสงอาทิตย์รวมกันกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ล่าสุดการเปิดตัวหลายๆ โครงการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ที่กำลังเริ่มลงเสาเข็มเพื่อผลิตไฟฟ้าสู่ชนบทนั้น ส่งผลทำให้ประเทศไทยติดอันดับ ประเทศที่มีโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ใหญ่ที่สุดในอาเซียนและใหญ่ที่สุดในโลก

           หนึ่งในภาคเอกชนที่ลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์มแห่งแรก ซึ่งเริ่มนำร่องดำเนินการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 6 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดนครราชสีมาตั้งแต่ปี 2553 "วันดี กุญชรยาคง" กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด กล่าวกับ "ผู้จัดการ 360 รายสัปดาห์" ว่าภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงที่มีการลงทุนโซลาร์ฟาร์มที่เกิดขึ้นในจังหวัด ต่างๆ ทั่วประเทศนั้นจะส่งผลต่อ 3 แนวทางคือ 1.ทำให้เกิดการจ้างงานในท้องถิ่น 2.เกิดการกระจายตัวของโรงไฟฟ้าซึ่งจะส่งผลทำให้ลดอัตราการสูญเสียพลังงานที่ จะต้องส่งทางสายส่งในระยะทางไกล 3.ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน การใช้พลังงานสะอาดที่ไม่มีมลภาวะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักๆ

           ก่อนหน้านี้โซลาร์เซลล์เป็นไฟฟ้าที่ใช้กันในชนบท ปัจจุบันขยายมาที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นั่นเพราะว่า ประเทศไทยมีประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท ซึ่งไม่มีไฟฟ้าใช้อยู่จำนวนมาก ทำให้มีกลุ่มคนอีกมากที่ได้รับความเดือดร้อนจากการไม่มีไฟฟ้าใช้ต้อง อาศัยแสงสว่างจากตะเกียงแก๊ส เทียน ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ซึ่งไม่มีความเสถียร มาถึงวันนี้เมื่อไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ย้ายเข้ามาสู่ระบบ โดยมีการแปลงมาใช้เป็นพลัง- งานส่งผ่านจากโรงไฟฟ้าเพื่อส่งไปให้กับ บ้านเรือนชุมชนนั้นถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มาเร็วมาก ขณะนี้กลายเป็นสิ่งที่เห็นกันอยู่ตามสื่อต่างๆ ที่ระบุว่า แก๊สธรรมชาติเหลือ ใช้อีกไม่กี่ปี ราคาน้ำมันทะยานขึ้นสูง จากสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ เป็นต้นทุนของไฟฟ้าที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งหากว่ารัฐบาลเข้ามาสนับสนุน ด้านต้นทุนการผลิตพลังงานที่มาจากพลัง- งานที่สิ้นเปลืองไป และเมื่อประเทศไทยเดินหน้าสู่ประชาคมอาเซียน จะไม่เห็นต้นทุนที่เป็นความจริง

           แนวโน้มอนาคตของพลังแสงอาทิตย์ที่กำลังจะเข้ามาแทนที่พลังงานสิ้นเปลืองจะมีทิศทางไปทางไหนนั้น ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของภาครัฐ ซึ่งขณะนี้ชะลอตัวลง ดังนั้นโครงการที่ขออนุมัติไปคงต้องใช้เวลาในการพัฒนา ในขณะเดียวกันแผนงานของบริษัทซึ่งมีโครงการพลังงานแสงอาทิตย์กระจายอยู่ใน พื้นที่ 9 จังหวัดทางภาคอีสาน ที่จะพัฒนาให้เป็นไปตามเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์ม 200 เมกะวัตต์ ภายในปี 2556 ซึ่งหาก ว่าการดำเนินการโครงการเป็นตามแผน และการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์มขยายวงกว้างไปหลายจังหวัด

           การขยายโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ แม้ว่ามีข้อจำกัดในด้านการลงทุนที่ใช้เงินทุนสูง ที่ต้องอาศัยระยะเวลาในการระดมทุนให้เป็นไปตามขั้นตอนที่สถาบันการเงินกำหนดมา แต่มีข้อดีว่าการสร้างสร้างโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ไม่ได้ถูกต่อต้านจากชุมชนในพื้นที่เช่นเดียวกับโรงไฟฟ้ารูปแบบอื่นๆ เนื่องจากเป็นพลังงานหมุนเวียนจากธรรมชาติเช่นเดียวกับพลังงานลม หรือไบโอแก๊ส ที่มาจากขยะวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรที่ไม่สร้างมลภาวะให้กับท้องถิ่น ดังนั้นเมื่อขยายไปสู่ภูมิภาค ท้องถิ่นที่ผ่านมาจึงได้รับการต้อนรับจากชุมชนในพื้นที่
 


 

           ทั้งนี้เมื่อขึ้นชื่อว่า "โรงไฟฟ้า" แม้ว่าจะเป็นพลังงานหมุนเวียนก็ตาม แต่ก็อาจถูกต่อต้านจากชุมชน ทว่าสิ่งที่เข้ามาเป็นปัจจัยช่วยลด การต่อต้านจากชุมชน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าปัจจุบันนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนเริ่มตื่นตัว เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ ให้ความรู้ความเข้าใจคนในท้องถิ่นต่างจังหวัดให้รู้จักพลังงานแสงอาทิตย์ เริ่มตั้งแต่บ้านเรือน และในหลายๆธุรกิจ อย่างโครงการ "M-150 Ideology 2009 พลังงานโซลาร์เซลล์เพื่อชุมชนพอเพียง" ซึ่งเป็นโครงการที่ค่ายเครื่องดื่มชูกำลัง จัดกิจกรรมสนับสนุนนักศึกษาจากทุกพื้นที่ในประเทศ ไทยให้ส่งประกวดไอเดียผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นการสร้างเยาวชนยุคใหม่ ให้มีความใส่ใจต่อการอนุรักษ์พลังงาน และส่งเสริมให้ความรู้ทั่วไป นับว่าเป็นแนวคิดที่ดีจากองค์กรเอกชนที่ออกมาให้ความสำคัญกับพลัง- งานแสงอาทิตย์เพื่อช่วยเหลือท้องถิ่นชนบท

           พลังงาน เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิต ประจำวันของทุกคน ดังนั้นสิ่งที่น่าวิตก คือ พลังงานจากฟอสซิสที่ใช้น้ำมัน และแก๊ส ในอนาคตกำลังจะหมดไปจากโลกนี้ เชื่อว่าอนาคตจุดเปลี่ยนของรูปแบบพลังงานจะ ก้าวไปสู่ทิศทางไหน ที่จะเข้ามาชดเชยนั้น "เจเนอเรชั่นในยุคถัดไป" ที่จะอยู่ต่อไปอีก 30 ปี คือผู้กำหนดรูปแบบ ซึ่งการที่หันมาให้ความสำคัญกับพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานทดแทนนั่นคือทางออก

ขอขอบคุณข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์

tags :

บทความอื่นๆ