vcharkarn
Username : Password : จำไว้ตลอด | ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
facebooktwitter
เตือนอั​นตรายจากแอ่​งน้ำบนถนน เสี่ยงรถเหิ​นน้ำ
เตือนอันตรายจากการขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน พร้อมแนะผู้ขับขี่หมั่นตรวจสภาพยางให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย

หน้าที่ 1 - กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เตือนอั​นตรายจากแอ่​งน้ำบนถนน เสี่ยงรถเหิ​นน้ำ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย






              กระทรวงมหาดไทย  โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  เตือนอันตรายจากการขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน พร้อมแนะผู้ขับขี่หมั่นตรวจสภาพยางให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการยึดเกาะถนนและการหยุดรถบนเส้นทางที่เปียกลื่น หากต้องขับผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง ให้ลดความเร็ว จับพวงมาลัยให้มั่น  ไม่เหยียบเบรกหรือหักเลี้ยวกะทันหันจนล้อหยุดหมุนในทันที เพราะจะส่งผลให้ล้อล็อคจนรถเสียการทรงตัวและพลิกคว่ำได้ 

              นายวิบูลย์  สงวนพงศ์  อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  เปิดเผยว่า  การขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังในบางช่วงของพื้นถนนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถเหินน้ำ(Hydroplaning) ในลักษณะที่ล้อรถวิ่งอยู่บนผิวน้ำแทนที่จะเกาะอยู่บนพื้นถนน ส่งผลให้รถเกิดอาการล้อฟรีจนไม่สามารถควบคุมทิศทางรถได้ เพื่อความปลอดภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอแนะปัจจัยเสี่ยง การป้องกันอุบัติเหตุรถเหินน้ำ และวิธีขับรถผ่านเส้นทางที่มีแอ่งน้ำท่วมขังพื้นถนน ดังนี้ 

              ปัจจัยที่ทำให้รถเกิดอาการเหินน้ำ ได้แก่ การขับรถด้วยความเร็วสูงผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง สภาพยางเก่า ไม่มีดอกยาง ลมยางอ่อนกว่าค่าที่กำหนด หน้ายางกว้างเกินไป ระดับความลึกของแอ่งน้ำ รวมถึงปริมาณน้ำที่ท่วมขังบนพื้นถนน 
              การป้องกันอุบัติเหตุรถเหินน้ำ  หมั่นตรวจลมยางและสภาพยางอย่างสม่ำเสมอ เติมลมยางให้มากกว่าปกติประมาณ 2-3 ปอนด์ เพื่อให้หน้ายางแข็งจะช่วยให้มีกำลังในการรีดน้ำได้ดี สามารถไล่น้ำออกจากหน้าสัมผัสของยางได้ทันท่วงที จึงช่วยป้องกันอาการล้อฟรี หากตรวจพบดอกยางสึกหรอ ควรเปลี่ยนยางใหม่ โดยเลือกใช้ยางที่มีดอกยางละเอียดและมีร่องยางลึก 1.5 – 2 มม. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนและการหยุดรถบนเส้นทางที่เปียกลื่น
              หากต้องขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติ ดังนี้  เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ลดความเร็ว จับพวงมาลัยให้มั่นและควบคุมไปในทางใดทางหนึ่ง เพื่อลดแรงกระแทกของแอ่งน้ำกับยาง และควรแตะเบรกก่อนถึงแอ่งน้ำเล็กน้อย เพื่อชะลอความเร็ว ที่สำคัญ ห้ามขับรถด้วยความเร็วสูง ไม่เหยียบเบรกอย่างรุนแรงจนล้อรถหยุดหมุนในทันทีหรือหักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวรถกะทันหันขณะขับผ่านแอ่งน้ำ เพราะจะทำให้ล้อไม่มีแรงเสียดทานและไม่สามารถยึดเกาะถนน ส่งผลให้ล้อล็อคจนรถเสียการทรงตัวและพลิกคว่ำได้
              วิธีแก้ไขสถานการณ์กรณีรถเหินน้ำ  ค่อยๆถอนคันเร่งเพื่อเบาเครื่อง ควบคุมพวงมาลัยให้มั่นในทิศทางที่ต้องการและลดความเร็วลง  โดยใช้เกียร์ต่ำจนกว่ารถจะทรงตัวได้ แล้วจึงค่อยเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ  

            
  ท้ายนี้ การเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่และการไม่ขับรถเร็วขณะขับผ่านเส้นทางที่มีแอ่งน้ำท่วมขังพื้นถนน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรถเหินน้ำได้



บทความที่เกี่ยวข้อง
1 จัดการกับบ้านอย่างไรดี หลังน้ำท่วม
2 น้ำ สารเคมีที่แสนแปลก
3 แนะการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในช่วงน้ำท่วม
4 สังเกตสุขภาพจิตในวิกฤติน้ำท่วม
5 น้ำมันทุกชนิดคือพลังเกรดพรีเมียม เพื่อรถทุกคัน
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและแหล่งข้อมูลทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง






ปภ.
(กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 21,342 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 3 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 50 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
องค์ความรู้ เว็บเพื่อนบ้าน
  • scimath
  • ฟิสิกส์ราชมงคล
  • โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
  • ติดต่อเรา ข้อมูลทั่วไป
  • ติดต่อลงโฆษณา
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อสำนักงานวิชาการ
  • หน้าแรกวิชาการดอทคอม
  • วิชาการดอทคอมคือใคร
  • กฎ กติกา มารยาท
  • ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
    อีเมล : star@vcharkarn.com
    โทรศัพท์ : 02-9620127
    Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
    ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
    Page generated in0.6679 seconds !