รำลึก…ชาร์ล ดาร์วิน ถึงเกาะกาลาปากอส

Written by toongpang on . Posted in ทั่วไป, วิทยาศาสตร์




หน้าที่ 1 - รำลึก...ชาร์ล ดาร์วิน ถึงเกาะกาลาปากอส

  

         ไม่น่าเชื่อว่า วันที่ 16 กันยายน 2378  (อ้างอิงวันที่จาก Nuclear Society of Thailand Articles) จะเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของประวัติศาสตร์โลก  เพราะวันนี้เป็นวันที่ชาร์ล ดาวิน บิดาแห่งวิวัฒนาการ  ได้เดินทางมาถึงเกาะกาลาปากอส เกาะที่ได้ชื่อว่าเป็น “ห้องปฏิบัติการในธรรมชาติ”  ของดาร์วิน . . .

          ณ ที่แห่งนี้นี่เอง ที่ชาร์ล ดาวิน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้ค้นพบทฤษฏีวิวัฒนาการ ตามที่เราได้ร่ำเรียนอยู่จนถึงทุกวันนี้ จนมีคนกล่าวเปรียบเปรยว่า
"หากนิวตัน (Isaac Newton) ได้แรงบันดาลใจจากผลแอปเปิลที่ร่วงหล่นลงมา และนำไปสู่การค้นพบกฎแรงโน้มถ่วง (principle of gravity) ก็อาจกล่าวได้เช่นเดียวกันว่า หมู่เกาะกาลาปากอสก็นำดาร์วินสู่การค้นพบทฤษฎีวิวัฒนาการ"


 Charles Robert Darwin

          “กาลาปากอส”  เป็นส่วนหนึ่งของประเทศเอกวาดอร์ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากชายฝั่งของทวีปอเมริกาใต้ไปในแนวเส้นศูนย์สูตรประมาณ 1,000 กิโลเมตร กาลาปากอสเป็นหมู่เกาะที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่จำนวน 19 เกาะ รวมพื้นที่ของหมู่เกาะประมาณ 8,000 ตารางกิโลเมตร

      
    หมู่เกาะกาลาปากอส  เกิดจากหินลาวาของภูเขาไฟ  ซึ่งในปัจจุบันภูเขาไฟที่อยู่ทางตะวันตกของหมู่เกาะหลายลูกยังเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ พื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่เกาะกาลาปากอสได้ถูกจัดตั้งเป็นพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ รวมทั้งเป็นพื้นที่สงวนทางทะเลอีกด้วย จนกระทั้งในปี  พ.ศ. 2544  พื้นที่ดังกล่าวได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่มรดกโลกทั้งทางบกและทะเลโดย องค์กร UNESCO


Galapagos-Islands-Ecuador

           โดยทั่วไปสภาพของเกาะกาลาปากอสนั้นแห้งแล้งและกันดาร  แต่จะพิเศษก็ตรงที่มีพืชพันธุ์มากมายหลายชนิด  และสัตว์หน้าตาแปลกประหลาด  ดังเช่น  เต่ายักษ์  เต่าที่มีน้ำหนักมากถึง 200 ปอนด์ เส้นผ่านศูนย์กลางของกระดองยาวประมาณ 7 ฟุต และมีอายุมากประมาณ 300-400 ปี  เต่ายักษ์บนหมู่เกาะกาลาปากอสมีบรรพบุรุษมาจากเต่าสายพันธุ์เดียวกัน คือ Geochelone elephantopus  ซึ่งปัจจุบันแบ่งออกเป็น 14 ชนิดย่อย และเชื่อว่า 3 ใน 14 ชนิดย่อยนั้นได้สูญพันธุ์ไปแล้ว 

          เต่ายักษ์นี้เป็นสัตว์ที่รู้จักกันดีเมื่อพูดถึงเกาะกาลาปากอส  และถูกเรียกว่า Galapago ซึ่งหมายถึงเต่าในภาษาสเปน จนกลายเป็นที่มาของชื่อเกาะ “กาลาปากอส”  หรือเกาะ “กาลาปาโกส”  แห่งนี้  ซึ่งมีความหมายว่า เต่ายักษ์ นั่นเอง


เต่ายักษ์ สัญลักษณ์ของหมู่เกาะกาลาปากอส

          ชาร์ล ดาร์วิน ได้เดินทางมาถึงเกาะกาลาปากอสด้วยเรือหลวงบีเกิล (HMS Beagle)  เขาออกเดินทางโดยมีเป้าหมายเพื่อสำรวจสิ่งมีชีวิต  เพราะดาร์วินไม่เชื่อหลักคำสอนของศาสนาที่ว่า " พระเจ้าเป็นผู้สร้างโลกและสรรพสิ่งต่าง ๆ "


ภาพวาดจำลองเรือหลวงบีเกิล (HMS Beagle) 


แผนที่การเดินทางของเรือหลวงบีเกิลในเกาะกาลาปากอส

         ขณะที่ดาร์วินถึงเกาะกาลาปากอสนั้น  เขามีอายุเพียง 26 ปี  และเกาะแรกที่ดาร์วินได้ทำการสำรวจ นั่นก็คือ San Cristobal ที่เกาะแห่งนี้ ดาร์วินได้พบสัตว์และพืชหลากหลายสปีชีส์  ทั้งอีกัวนาทะเล เต่ายักษ์ และเหยี่ยวกาลาปากอส  ซึ่งดาร์วินได้ตั้งข้อสงสัยว่า  ในถิ่นที่ห่างไกลและทุรกันดารเช่นนี้  ทำไมถึงมีสัตว์มากมายหลากหลายชนิดอาศัยอยู่  และถึงแม้จะมีลักษณะคล้ายกับสัตว์ที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่  แต่ลักษณะพิเศษของมันก็พบเฉพาะในหมู่เกาะกาลาปากอสเท่านั้น  โดยแตกต่างกันไปบ้างตามท้องถิ่นที่มันอยู่อาศัย


          ทุกครั้งที่ได้เดินทางสำรวจสิ่งมีชีวิต  ไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตาม  ดาร์วินมักจะจดบันทึกรายละเอียดต่าง ๆ อยู่เสมอ  ทั้งสภาพภูมิประเทศ  สภาพภูมิอากาศในแต่ละวัน  รวมถึงรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้น ๆ  อีกทั้งยังเก็บตัวอย่างซากพืช ซากสัตว์  พวกแมลง เปลือกหอย หรือหินไว้เป็นจำนวนมาก  และบางส่วนดาร์วินได้ส่งกลับมายังบ้านพักของเขาที่ประเทศอังกฤษทางพัสดุไปรษณีย์  แต่หากตัวอย่างนั้นมีขนาดใหญ่มากเกินกว่าจะเก็บได้  เขาก็จะวาดภาพเก็บไว้  โดยมีสัดส่วนเช่นเดียวกับตัวอย่างจริงทุกประการ



ก้อนหินที่ชาร์ล ดาร์วิน ได้เก็บจากการสำรวจเกาะ Santiago

       จนในที่สุด  ดาร์วินก็ได้ไขปริศนาวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตว่าเกิดจาก "การคัดเลือกของธรรมชาติ"   ซึ่งความคิดนี้ได้ถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือเรื่อง เรื่อง "ออน ดิ ออริจิน ออฟ สปีชีส์" (On the Origin of Species) หรือ "กำเนิดสรรพชีวิต" นั่นเอง



หนังสือเรื่อง On the Origin of Species ผลงานที่โด่งดังของดาร์วิน


          สมัยที่ดาร์วินมาที่เกาะกาลาปาอสแห่งนี้  เพิ่งจะมีการตั้งนิคมได้เพียง 3 ปีเท่านั้น  แต่ปัจจุบัน  ผู้คนเริ่มรู้จักหมู่เกาะกาลาปากอสแห่งนี้กันมากขึ้น  ทำให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ  ทั้งยังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว  มีการเดินทางมาถ่ายทำภาพยนต์สารคดีเผยแพร่ไปทั่วโลก    จนในระยะหลังที่ผ่านมานี้  ทรัพยากรในหมู่เกาะกาลาปากอสได้เสื่อมโทรมลงไปมาก  ประชากรในท้องถิ่นและเศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว  จนมากเกินกว่าที่ธรรมชาติบนหมู่เกาะแห่งนี้จะรองรับได้

          เมื่อเดือน มิถุนายน  2550 ยูเนสโกได้ประกาศ ขึ้นบัญชีหมู่เกาะกาลาปากอสให้เป็นมรดกโลกที่กำลังถูกคุกคาม เนื่องจากการรุกรานของมนุษย์  ทำให้พืชและสัตว์บางชนิดสูญพันธุ์ไปเป็นจำนวนมาก  จนกระทั่งปี 2553 ยูเนสโกได้ประกาศถอนชื่อ เกาะกาลาปากอส ออกจากบัญชีมรดกโลกที่ถูกคุกคามแล้ว  เพราะเนื่องจากซีดีเอฟ (Charles Darwin Foundation for the Galapagos Islands: CDF) , อุทยานแห่งชาติกาลาปากอส (Galapagos National Park) ร่วมถึงรัฐบาลเอกวาดอร์ได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาและจัดการกับทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด


         แต่ถึงอย่างไรก็ตาม  ธรรมชาติบนหมู่เกาะกาลาปากอสปัจจุบันนี้ได้แตกต่างไปจากเดิมมาก  ถึงแม้จะมีหน่วยงานที่พยายามเข้ามาแก้ไขปัญหาก็ตาม  แต่ก็มิอาจทำให้ธรรมชาติกลับมาสวยงามเช่นเดิมได้  สัตว์บางชนิดที่ถูกล่าจนสูญพันธุ์ไปแล้ว  เราจึงไม่อาจมีโอกาสได้เห็นหรือรู้จักมันอีก  



อ้างอิง
- th.wikipedia.org/wiki/ชาร์ล_ดาร์วิน
- http://www.mythland.org/v3/thread-25-1-1.html
- http://paemmy-paemmy.blogspot.com/2010/02/blog-post_5993.html
- http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9520000015925



แสดงความคิดเห็น