“สอนเด็กอนุบาลด้วยนิทาน สนุกสนานเรียนรู้ได้ทุกวิชา”ตามเด็กปฐมวัย..เรียนรู้วิทย์จากไก่และเป็ด

Written by on . Posted in ทั่วไป




หน้าที่ 1 - “สอนเด็กอนุบาลด้วยนิทาน สนุกสนานเรียนรู้ได้ทุกวิชา”ตามเด็กปฐมวัย..เรียนรู้วิทย์จากไก่และเป็ด

ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือนิตยสารสสวท. กับวิชาการดอทคอม
www.ipst.ac.th 


            สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กระทรวงศึกษาธิการ ได้ดาเนินโครงการบูรณาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีปฐมวัย ผลงานเด่นที่ผ่านมา คือ การพัฒนากรอบมาตรฐานคู่มือการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2546 พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ปฐมวัย พัฒนาศึกษานิเทศก์และครูปฐมวัยเพื่อเป็นวิทยากรแกนนาในการจัดการเรียนรู้บูรณาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีปฐมวัย พร้อมทั้งร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างเครือข่ายการพัฒนาครูปฐมวัย อาทิ มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ฯลฯ “สสวท. ได้สร้างครูแกนนาปฐมวัยกว่า 600 คน ในทุกเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ และครูปฐมวัยกว่าหมื่นคนได้นาร่องกิจกรรมบูรณาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ปฐมวัยลงสู่ชั้นเรียน”

            ล่าสุด สสวท. ได้จัดงานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีปฐมวัย ครั้งที่ 1 ในหัวข้อ "วิทย์ - คณิตปฐมวัย ก้าวย่างอย่างไรให้ยั่งยืน" ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ ไฮไลท์หนึ่งของงานนี้ก็คือ การจัดแสดงผลงานการจัดกิจกรรมบูรณาการวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์โดยครูปฐมวัยจากคุณครูภูมิภาคต่างๆ ที่ได้นาแนวทางของ สสวท. ไปแตกแขนง ต่อยอดจัดการเรียนการสอนตามสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในท้องถิ่นของตน

            คุณครูลาพรรณี มืดขุนทด ครูแกนนาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีปฐมวัยของ สสวท. และคุณครูไพรวัลย์ ภิญโญทรัพย์ ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านหนองผือจาเริญพัฒนา อาเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5 ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก คุณครูปลูกฝังให้เด็กๆ รักการอ่านและแก้ไขพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น ทิ้งขยะไม่ถูกที่ งอแง ขาดระเบียบวินัย กินขนมลูกอมใส่สี ฯลฯ ด้วยนิทาน นักเรียนชั้นอนุบาล 1 และอนุบาล 2 ที่คุณครูสอนอยู่นั้นมีเด็กๆ ที่น้าหนักต่ากว่าเกณฑ์ และเด็กยากจนด้อยโอกาสจึงได้รับไข่จาก อบต. นาเพียง วันละ 2 ฟองต่อคน ต่อเนื่องกันนาน 3 เดือน เพื่อเพิ่มน้าหนักตัว ฟาร์มเลี้ยงไก่และเป็ดของ อบต. นาเพียง นั้นอยู่อยู่ใกล้โรงเรียนนิดเดียว เดินข้ามรั้วโรงเรียนไปก็ถึง คุณครูจึงได้การจัดการเรียนรู้ด้วยการสืบเสาะหาความรู้ตามแนวทางของ สสวท. ผ่านนิทานเรื่อง “หนูไก่คนเก่ง” ซึ่งสอนให้เด็กๆ ได้รู้จักการช่วยเหลือตัวเอง อาบน้าแต่งตัวเองได้ ทางานส่งครูได้ทันเวลา

            การเรียนรู้จากนิทานเรื่องนี้มีขั้นตอนการจัดกิจกรรม 3 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นตอนแรกคือ ขั้นนา เด็กได้ร้องเพลงไก่ พร้อมทั้งทาท่าทางประกอบเพลงอย่างอิสระ ฟังนิทานเรื่องหนูไก่คนเก่ง สนทนาและตั้งคาถามในการสืบค้นเกี่ยวกับสัตว์ในนิทานเรื่องหนูไก่คนเก่งที่เด็กชื่นชม คือ ไก่และเป็ด

            ขั้นตอนที่สอง ขั้นสอน ชวนเด็กตั้งคาถามเชิงวิทยาศาสตร์ในการสืบค้น “อยากรู้จังไก่กับเป็ดเหมือนหรือต่างกันอย่างไรบ้างคะ” หนูรู้ได้อย่างไร บอกรายละเอียดมาให้มากที่สุด สารวจตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับไก่และเป็ด โดยนาลูกไก่มาให้เด็กสังเกตรูปร่าง ลักษณะ ขนาด และอาหารของลูกไก่ด้วยตาเปล่าและแว่นขยาย โดยบอกรายละเอียดของลูกไก่ให้มากที่สุด และนาลูกเป็ดมาให้เด็กสังเกตรูปร่าง ลักษณะ ขนาด และอาหารของลูกเป็ด ด้วยตาเปล่าและแว่นขยายโดยบอกรายละเอียดของเป็ดให้มากที่สุด นอกจากนั้น คุณครูพาเด็ก ๆ ไปศึกษาหารู้ความรู้เพิ่มเติมจากฟาร์มเลี้ยงไก่และเป็ดที่ อบต. นาเพียง ใกล้โรงเรียน และสังเกตรายละเอียดของไก่และเป็ด จากนั้นให้เด็กแต่ละกลุ่มช่วยกันนาเสนอผลงานผ่านภาพวาด และบันทึกคาพูดเด็กจากการสังเกต และเปรียบเทียบรูปร่างลักษณะและขนาดของไก่และเป็ดอย่างอิสระ

            ขั้นสุดท้าย คือ ขั้นสรุป เด็กนาเสนอผลงานจากการสังเกตรูปร่างลักษณะของไก่และเป็ดผ่านภาพวาดบนกระดาน เด็กได้รู้ว่าไก่และเป็ดมีรูปร่างลักษณะต่างกัน โดยค้นพบคาตอบด้วยตนเองจากการสังเกตและเปรียบเทียบ

            ประสบการณ์สาคัญที่เด็กๆ ได้รับจากกิจกรรมนี้ คือ การแสดงความรู้สึกด้วยคาพูด การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเอง การสารวจและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างของไก่และเป็ด การเปรียบเทียบรูปร่าง ลักษณะ และขนาดของไก่และเป็ด

            “จุดเด่นของกิจกรรมนี้คือใช้กระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ตามแนวทางของ สสวท. ผู้ปกครองหรือชุมชนท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม ผลที่เกิดกับเด็ก คือ เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสหลายๆ ด้าน ได้รับประสบการณ์ตรง ส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน เด็กได้เรียนรู้อย่างมีความสุข ชื่นชมผลงานของผู้อื่น มีความรักและเมตตาต่อไก่และเป็ด ได้เรียนรู้ร่วมกันกับเพื่อน รอคอย แบ่งปัน มีน้าใจต่อกัน” คุณครูลาพรรณีกล่าว

            นอกจากนิทาน เรื่องหนูไก่คนเก่งแล้ว คุณครูลาพรรณียังมีนิทานที่พัฒนาขึ้นเพื่อการเรียนรู้แบบบูรณาการ รวมทั้งหมด 14 เรื่องด้วยกัน อาทิ ลูกหมาแสนรู้ วัวน้อยแสนดี เสือจ๋า ไดโนเสาร์เพื่อนรัก กระต่ายน่ารัก นอกจากการ์ตูนเล่มแล้วยังทาเป็นแอนิเมชั่นบันทึกในแผ่น DVD ด้วย

            ด้วยใจรักและความทุ่มเทในการสอน จึงทาให้คุณครูลาพรรณี ได้รับรางวัลมากมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ครูผู้สอนปฐมวัยดีเด่น ปี 2555 จากคุรุสภา หนึ่งครูแสนดี ประจาปี 2554 จากคุรุสภา ครูผู้มีนวัตกรรมด้านการจัดการศึกษาปฐมวัยระดับเหรียญทองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2551 จาก สพฐ. เป็นต้น

            การจัดกิจกรรมบูรณาการทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีแก่เด็กปฐมวัย เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ไม่จาเป็นต้องแยกออกมาสอนเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และอาจไม่ต้องกล่าวคาว่าวิทยาศาสตร์ในขณะที่ให้เด็กทากิจกรรม เพียงแต่ครูควรตระหนักว่ากิจกรรมที่จัดนั้น เป็นการส่งเสริมทักษะและแนวคิดทางวิทยาศาสตร์อะไรให้เด็ก และควรจัดกิจกรรมอย่างไรเพื่อตอบสนองและต่อยอดธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างเป็นระบบ ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการบูรณาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีปฐมวัยและดาวน์โหลดเอกสารได้ที่เว็บไซต์ http://www.ipst.ac.th/earlychildhood/



แสดงความคิดเห็น