เมื่อไวอากร้ามีประโยชน์มากกว่าการช่วยนกเขา

ไวอากร้า เพิ่มการเผาผลาญไขมัน

       เราคงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการใช้ยาไวอากร้า ในกลุ่มของผู้ชายที่นกเขาไม่ขัน แต่ในกลุ่มนักกีฬาที่ต้องการเพิ่มความได้เปรียบในการแข็งขันก็มีการใช้ยาชนิดนี้เช่นเดียวกัน ตอนนี้นักวิจัยได้ค้นพบข้อมูลใหม่ของยาเม็ดสีฟ้าเม็ดนี้ ว่านอกจะสามารถช่วยในการขยายตัวของหลอดเลือดแล้วยังมีความสามารถในการช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันอีกด้วย

       นักชีววิทยา Jalees Rehman กล่าวว่า กุญแจสำคัญที่นำไปสู่การเพิ่มศักยภาพการเผาผลาญไขมันของยาไวอากร้าก็คือ ความสามารถในการเปลี่ยนชนิดของไขมันจาก "ไขมันสีขาว" ไปเป็น "ไขมันสีน้ำตาล"
 

       ร่างกายเรามีเนื้อเยื่อไขมันอยู่ 2 ชนิด คือ ไขมันสีขาว (white adipose tissue) และไขมันสีน้ำตาล (brown adipose tissue) ไขมันสีขาวมีความสำคัญในการเผาผลาญเพื่อให้ได้พลังงาน และยังเก็บสะสมพลังงานส่วนเกินในรูปของไขมัน เพื่อนำไปใช้ในยามที่ขาดอาหาร ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความเย็น และเป็นเสมือนเบาะกันกระแทก ส่วนไขมันสีน้ำตาล มีความสำคัญในแง่ของการให้พลังงาน โดยใช้ไขมันจากอาหารเป็นแหล่งพลังงานที่จะถูกปล่อยออกมาในรูปของความร้อน แต่เดิมเชื่อว่าเนื้อเยื่อไขมันชนิดนี้สามารถพบได้เฉพาะในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก (small mammals) เช่น หนู และเด็กทารก (infants) เท่านั้น โดยทำหน้าที่สร้างความอบอุ่นและปรับอุณหภูมิร่างกายให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมภายนอก (adaptive thermogenesis) ผ่านกระบวนการทางเคมีภายในเซลล์ที่เรียกว่า mitochondrial respiration ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยโปรตีนภายในเซลล์หลายชนิด ที่สำคัญคือชนิดที่เรียกว่า uncoupling protein 1 (UCP1)

       เซลล์ไขมันสีน้ำตาลเริ่มพัฒนาที่อายุครรภ์ 20 สัปดาห์จนกระทั่งหลังคลอดไม่นาน ซึ่งจะเหลือไขมันสีน้ำตาลอยู่ประมาณ 1% ของน้ำหนักตัว ในทารกแรกเกิดไขมันสีน้ำตาลจะพบได้หลายที่เช่น ระหว่างสะบักหลัง รอบเส้นเลือด คอ และกล้ามเนื้อ เป็นต้น ในหนูไขมันสีน้ำตาลจะคงอยู่ตลอดชีวิต แต่ในคนเซลล์ไขมันสีน้ำตาลจะเปลี่ยนรูปร่างไป โดยเริ่มสะสมไขมันเป็นหยดใหญ่ๆ หยดเดียวและเริ่มสูญเสียไมโตคอนเดรียไปจนในที่สุดจะไม่พบไขมันสีน้ำตาลที่ชัดเจนในผู้ใหญ่เลย การสังเกตไขมันสีน้ำตาลสามารถดูได้ผ่านการส่องใต้กล้องจุลทรรศน์

        อย่างไรก็ตามการดูเพียง morphology อาจไม่เพียงพอในการใช้แยกเซลล์ไขมันสีขาวและเซลล์ไขมันสีน้ำตาลเสมอไป เพราะเซลล์ไขมันสีน้ำตาลอาจมีไขมันภายในเป็นหยดใหญ่ๆ หยดเดียวได้เมื่อไม่ถูกกระตุ้น และถ้าอดอาหารไขมันภายในเซลล์ไขมันสีขาวก็อาจเปลี่ยนรูปร่างเป็นหยดเล็กๆ หลายๆ หยดได้ ดังนั้นวิธีที่แม่นยำกว่าในการะบุ activated brown adipocyte คือการใช้ uncoupling protein-1 (UCP-1) ซึ่งเป็นโปรตีนที่จำเพาะเจาะจงกับเซลล์ไขมันสีน้ำตาล ทำให้พบว่ามีเซลล์ไขมันสีน้ำตาลกระจายอยู่ปะปนกับเซลล์ไขมันสีขาวทั่วไป นอกจากนี้ยังพบว่าไขมันสีขาวและไขมันสีน้ำตาลยังมีการเปลี่ยนแปลงกลับไปกลับมาได้ในสภาวะต่างๆ ทำให้เป็นการหักล้างทฤษฎีว่า stem cell ของเซลล์ไขมันจะเปลี่ยนแปลงเป็นไขมันสีขาวหรือไขมันสีน้ำตาลอย่างเฉพาะเจาะจงเท่านั้น

       UCP-1 เป็น mitochondrial protein ที่ตอบสนองกับไขมันสีน้ำตาลเท่านั้น ช่วยทำหน้าที่สำคัญคือ การเปลี่ยนพลังงานจากอาหารให้เป็นความร้อน โดย UCP-1 จะถูกกระตุ้นผ่าน sympathetic nervous system ด้วย adrenergic signal เมื่อร่างกายต้องการความร้อน เช่นเมื่อเจอความเย็นจัด ช่วงแรกเกิด ช่วงเป็นไข้ หรือมีสิ่งรบกวนในช่วงจำศีล แต่ไขมันสีน้ำตาลไม่ได้มีผลแค่เรื่องการปรับอุณหภูมิเท่านั้น แต่ยังมีผลในการป้องกันความอ้วนอีกด้วย

       ตั้งแต่นักวิจัยทราบว่าไขมันสีน้ำตาลมีผลดีต่อสุขภาพมากกว่าไขมันสีขาว นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกก็พยายามที่จะพัฒนาหาวิธีการที่จะเปลี่ยนไขมันสีขาวให้กลายเป็นไขมันสีน้ำตาล  ทั้งการใช้วิธีการทางพันธุศาสตร์กับหนู ไปจนถึงการให้คนไปอยู่ในอุณหภูมิที่หนาวจัดเป็นชั่วโมง ด้วยความหวังว่าเซลล์ไขมันสีขาวจะเปลี่ยนเป็นไขมันสีน้ำตาล จนกระทั่ง งานวิจัยล่าสุดนี้ได้นำยาไวอากร้า (sildenafil) มาทำทดลองในหนู ซึ่งนักวิจัยพบว่า การให้ยาไวอากร้า 12 มก./กก./วัน กับหนูที่อ้วน มีไขมันสะสมอยู่มาก เป็นระยะเวลา 7 วัน จะไปเพิ่มระดับของ UCP-1 ให้เพิ่มมากขึ้น 4.6 เท่า และทำให้ไขมันสีขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเบจ

       ในการทดลองนี้นักวิจัยได้แสดงให้เห็นว่า ในไขมันสีขาวนั้นประกอบไปด้วย cGMP-dependent protein kinaseI (PKGI) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการส่งสัญญาณเมื่อมีการใช้ยาไวอากร้า การเพิ่มขึ้นของ PKGI นี้ก็จะทำให้เซลล์ไขมันสีขาวที่มีอยู่เดิมถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสีน้ำตาล ถึงแม้ว่าจะมีไขมันสีน้ำตาลในหนูเพิ่มขึ้น แต่นักวิจัยก็ไม่ได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักของหนูในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ทำให้ไม่ทราบว่าเมื่อไขมันสีขาวถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสีน้ำตาลแล้ว จะสามารถช่วยให้หนูลดน้ำหนักได้หรือไม่ อีกทั้งการทดลองที่ใช้ระวะเวลาอันสั้นนี้มุ่งความสนใจไปที่การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ไขมันเท่านั้น ดังนั้น คำแนะนำที่ว่าเมื่อใช้ยาไวอากร้าเป็นระยะเวลานานไขมันสีขาวจะถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมันสีน้ำตาลมากขึ้น และช่วยให้น้ำหนักลดลงนั้น จึงยังคงเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ยังไม่น่าจะใช่ตัวเลือกที่ดีซะทีเดียวสำหรับการนำมาใช้เพื่อลดน้ำหนัก

       งานวิจัยใหม่นี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก และมีความสำคัญในแง่ของการนำไปพัฒนาเป็นยาเพื่อใช้ในรักษาผู้ป่วยโรคอ้วน ซึ่งการรักษาด้วยไวอากร้านี้อย่างน้อยก็ยังเป็นวิธีที่ง่ายกว่าการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของไขมันสีขาวให้เป็นไขมันสีน้ำตาลด้วยการไปอยู่ในที่อากาศหนาวจัดเป็นระยะเวลานาน

       การนำไปใช้ในอนาคต ถ้าเกิดว่ายาไวอากร้ามีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันและเปลี่ยนจากไขมันสีขาวไปเป็นไขมันสีน้ำตาลได้จริง เชื่อว่าในอนาคตคงจะมีการใช้ยาไวอากร้าเพื่อการลดน้ำหนักเป็นแน่ หรืออาจะใช้ยานี้เสิร์ฟพร้อมอาหารฟาสท์ฟู้ด น้ำอัดลม ขนม ลูกอมต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเก็บสะสมมันมากขึ้น และให้ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนลดลง และเนื่องจากไขมันสีน้ำตาลจะสร้างความร้อนในร่างกาย ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจใช้ยานี้เพื่อคลายความหนาว เพิ่มความอบอุ่นในร่างกายในแถบที่มีอุณหภูมิหนาวจัดก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนหรืองานวิจัยใดออกมายืนยันว่าไขมันสีน้ำตาลนี้จะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าไขมันสีขาว และไขมันสีน้ำตาลนี้มีความจะเป็นต่อร่างกายหรือไม่ หรือจะก่อให้เกิดการเสพติดหรือไม่อีกด้วย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.popsci.com/science/article/2013-01/study-viagra-helps-mice-burn-fat และ http://www.scilogs.com/next_regeneration/using-viagra-to-burn-fat/ และ http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Der(M.S.)/Kaewlada_Y.pdf

tags :

บทความอื่นๆ

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour:  ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?