<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/46" type="text/javascript"></script> |
|
ระบบการศึกษา ประเทศญี่ปุ่น
ระบบการศึกษา หลักสูตรการเรียนการสอน การเข้าเรียน
post ครั้งแรก: Sun 9 December 2001, 4:28 am ปรับปรุงล่าสุด: Sun 9 December 2001, 4:28 am
|
โดยที่การเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาเกือบทุกแห่งในประเทศญี่ปุ่น ใช่ภาษาญี่ปุ่น
นักเรียนต่างชาติ ที่ประสงค์ จะศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และสถาบันอาชีวศึกษา
ของประเทศญี่ปุ่น ต้องศึกษาภาษาญี่ปุ่น ให้ความเชี่ยวชาญทั้งด้านการฟัง การพูด
การอ่านและการเขียน จึงควรไปศึกษาภาษาญี่ปุ่น ในประเทศญี่ปุ่น ก่อนเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา
จากการสำรวจของกรมวัฒนธรรม ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2539 ปรากฏว่ามีสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น
ในประเทศ ญี่ปุ่นอยู่ 1,658 แห่ง เป็นสถาบันสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่มีความประสงค์จะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย
สถาบันสำหรับ ผู้ฝึกงานทางเทคนิค ชาวต่างชาติ สถาบันสำหรับบุตรหลานของชาวต่างชาติ
และสำหรับชาวต่างชาติ ทั่วไปที่พำนักในญี่ปุ่น
ในจำนวนสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นสำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยนั้น
มีหลักสูตรที่ มหาวิทยาลัย เอกชนจัดขึ้น 39 แห่ง และสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นที่ได้รับการรับรองจากสมาคม
ส่งเสริมการศึกษา ภาษาญี่ปุ่น 256 แห่ง
การจัดหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นสำหรับนักศึกษาต่างชาติในมหาวิทยาลัยเอกชนของญี่ปุ่นนั้น
เป็น หลักสูตรปกติที่ กำหนดไว้ในกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในระบบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย
เป็นหลักสูตรสำหรับ นักศึกษาต่างชาติ ที่ต้องการ ศึกษาภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น หรือวิชาพื้นฐานสำหรับเตรียมสอบคัดเลือกเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี
นักศึกษาในหลักสูตรนี้มีความ ได้เปรียบในเรื่องที่พักอาศัย งานพิเศษ ตลอดจน สวัสดิการต่างๆ
เช่น ความช่วยเหลือในเรื่องการรักษาพยาบาล แต่สถาบันในระดับนี้มีน้อยจำนวนนักศึกษาที่ได้รับได้จึงจำกัด
หลักเกณฑ์ในการเลือกสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น
การเลือกสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นนอกเหนือจากที่มหาวิทยาลัยจัดไว้นั้นมีหลักเกณฑ์ดังนี้
- สถาบันนั้นต้องได้รับการรับรองจากสมาคมส่งเสริมการศึกษาภาษาญี่ปุ่น
(Association for the promotion of Japanese Language Education)
- เนื้อหาของหลักสูตร เป็นหลักสูตรที่เหมาะกับจุดมุ่งหมายของนักศึกษา
- การแบ่งระดับชั้นเรียน มีการจัดสอบเพื่อแบ่งชั้นเรียนตามพื้นความรู้ภาษาญี่ปุ่นของนักศึกษา
เพื่อจะได้เรียนบทเรียนที่เหมาะสมกับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นของแต่ละคน
- วิชาพื้นฐาน สถาบันเปิดสอนวิชาพื้นฐานสำหรับการสอบคัดเลือก (ภาษาอังกฤษ
คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี สังคมศาสตร์ เป็นต้น) ไปพร้อมกับหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นด้วย
- หอพักของสถาบัน สถาบันนั้นมีหอพักเอง หรือหากไม่มีที่พักของสถาบันโดยเฉพาะ
ทางสถาบันควร มีนโยบายช่วยเหลือติดต่อหาที่พักอื่นๆ ให้นักศึกษา
- การแนะแนวเกี่ยวกับการศึกษาต่อและความเป็นอยู่ ควรมีบริการในการให้คำแนะนำ
ทั้งด้าน การศึกษาและความเป็นอยู่
- จำนวนผู้สอบผ่านวัดระดับภาษาญี่ปุ่นและการสอบวิชาสามัญทั่วไปสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
โดยได้คะแนนมากกว่า 200 คะแนนขึ้นไป
- จำนวนอาจารย์ผู้สอน เหมาะกับจำนวนนักเรียน
- ค่าเล่าเรียน ไม่เกินงบประมาณที่ตั้งไว้
การสมัครไปเรียนภาษาญี่ปุ่น
การเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่น จะใช้เวลาศึกษาดังนี้
- ผู้สมัครเข้าศึกษาในเดือนเมษายน จะใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปี
- ผู้สมัครเข้าศึกษาในเดือนตุลาคม จะใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปี
ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
- สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าเป็นอย่างต่ำ โดยมีเวลาศึกษาในชั้นประถมและ
ชั้นมัธยมศึกษา รวมกันไม่น้อยกว่า 12 ปี
- เป็นผู้มีฐานะการเงินเพียงพอที่จะศึกษาเล่าเรียนในประเทศญี่ปุ่นจนสำเร็จการศึกษา
เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัคร
การสมัครเรียนภาษาญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่นนั้น สถาบันสอนภาษาจะพิจารณารับนักศึกษาจากเอกสาร
โดยเอกสารดังกล่าวที่ต้องส่งไปมีดังนี้
- ใบสมัครของโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น ที่กรอกข้อความสมบูรณ์ครบถ้วนแล้ว
- หลักฐานการศึกษาที่แสดงว่าสำเร็จการศึกษาเทียบได้ไม่ต่ำกว่า grade 12 โดยกรมวิชา
การ กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รับรอง (นักเรียนต้องนำหลักฐานการสำเร็จการศึกษาชั้น
มัธยมศึกษา ตอนปลาย ได้แก่ รบ.1 (ภาษาไทย) 1 ชุด และ transcript (ภาษาอังกฤษ)
1 ชุด พร้อมสำเนา และสำเนา หนังสือเดินทาง 1 ฉบับไปยื่นที่สำนักงานทดสอบกรมวิชาการเพื่อขอหนังสือรับรอง
นักเรียนที่สำเร็จการศึกษา ปวช. จากโรงเรียนของราชมงคล ไปยื่นขอที่สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
(เทเวศร์) หากเป็นวุฒ ปวช. จากสถาบันเอกชนที่ใช้หลักสูตรของราชมงคล ไปยื่นขอที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
เอกชน ส่วนผู้ที่ชอบเทียบ ม.6 ของ กศน. ต้องขอที่ กศน. ที่เป็นต้นสังกัด
- รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว ประมาณ 6 รูป
- ค่าสมัครและค่ามัดจำที่พักประมาณ 150,000 เยน (ค่าสมัคร 10,000 30,000
เยน ค่ามัดจำที่พักประมาณ 120,000 เยน)
- หนังสือรับรองของผู้ค้ำประกัน (ควรเป็นบิดาหรือมารดา หากเป็นบุคคลอื่นจะต้องชี้แจงความสัมพันธ์
และเหตุผลที่ยินยอมให้เป็นผู้ค้ำประกันให้ชัดเจนด้วย)
- หนังสือรับรองฐานะทางการเงินจากธนาคารพาณิชย์ว่ามีเงินฝากไม่ต่ำกว่างบประมาณค่าใช้จ่ายใน
1 ปีแรก โดยต้องระบุจำนวนเงินให้ชัดเจน หรือเอกสารแสดงรายได้หรือรับรองการเสียภาษี
ซึ่งแสดงถึงจำนวนเงินรวมทั้งหมด โดยต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ต่อปีไม่น้อยกว่า
3,000,000 เยน
- ใบรับรองแพทย์
วิธีสมัคร
จัดส่งหลักฐานเอกสารต่างๆ ดังกล่าว ไปยังโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นที่ประสงค์จะเข้าศึกษา
เมื่อโรงเรียนสอนภาษา แห่งนั้นพิจารณาแล้วเห็นสมควรรับนักเรียนเข้าศึกษาได้ ก็จะออกหนังสือ
ตอบรับให้ แล้วจัดส่งเรื่องต่อไปยัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในท้องถิ่นที่โรงเรียนนั้นตั้งอยู่
เพื่อขอหนังสือ รับรองสถานภาพการอยู่อาศัย เมื่อสำนักงานดังกล่าวอนุมัติสถานภาพการอยู่อาศัยของนักเรียนแล้ว
ก็จะจัดส่งเอกสารรับรองไป ให้โรงเรียน สอนภาษา เพื่อส่งให้นักเรียนนำไปขอประทับตราวีซ่าที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นในประเทศไทยต่อไป
ระยะเวลาในการสมัคร
โดยที่การสมัครมีขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น จึงควรสมัครล่วงหน้า โดย
ผู้ที่ต้องการศึกษาในเดือนเมษายน ควรสมัครช่วงเดือนตุลาคม เดือนธันวาคม
ผู้ที่ต้องการไปศึกษาในเดือนตุลาคม ควรสมัครช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน และ
เมื่อรวมเวลาที่ใช้ใน การส่งจดหมายไปขอใบสมัคร การเตรียมเอกสารของนักเรียนและผู้ค้ำประกัน
ที่ต้องใช้ในการสมัครแล้ว ควรเริ่มเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนไปศึกษาอย่างน้อย 6 8
เดือน


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |