วันนี้วันฮาโลวีนแล้ว น้องๆ หลายคนคงมีแผนที่จะแต่งหน้า แต่งตัวออกไปสนุกนอกบ้านกันแล้วใช่ไหมคะ ไหนๆ ก็จะออกไปลัลล้ากันแล้ว เรามา "เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากเทศกาลฮาโลวีน" กันดีกว่าค่ะ

          วันฮาโลวีน (Halloween’s Day) สังเกตุไหมคะว่ามีคำว่า Hallow ซ่อนอยู่ คำนี้เป็นคำกริยา แปลว่า “ทำให้ศักดิ์สิทธิ์” เอ แล้วมันเกี่ยวยังไงกับการแต่งตัวเป็นผีเที่ยวไปแกล้งหลอกชาวบ้านกันละเนี่ย

          จริงๆ แล้ว วันฮาโลวีน 31 ตุลาคม เป็นคืนแห่งการเฉลิมฉลอง (Celebrate เซล'ละเบรท) เสร็จสิ้นเทศกาลเก็บเกี่ยวและนับถอยหลัง (count down เค้านท์-ดาวน์) เข้าสู่วันปีใหม่ในวันที่ 1 พฤศจิกายนของชาวเซลท์ (Celt) ในประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) พวกเขามีความเชื่อว่า คืนนี้เป็นคืนที่มิติของคนตายและคนเป็นจะเชื่อมเข้าด้วยกัน ชาวบ้านจึงกลัวว่าคนที่ตายไปแล้วจะเข้ามาสิงสู่ในร่างของตน ดังนั้นพวกเขาจึงพากันปิดไฟในบ้านให้มืดมิด และแต่งกายตนเองให้เป็นผี (Ghost โกส-สะถึ) เพื่อหลอกผีว่าพวกเขาไม่ใช่คนเป็น 

          ในคืนฮาโลวีนนั้น ชาวตะวันตกโดยเฉพาะเด็กๆ จะพากันแต่งหน้า (wearing make up แวร์-ริ่ง-เมค-อัพ) แต่งตัว (Putting on Halloween costume พุททิ่ง-ออน-ฮาโลวีน-คอส-จิวม์) เป็นผี ปิศาจ (Devil เดวิล) แม่มด (witch วิทช์) หรือสัตว์ประหลาด (Monster มอน’สเตอร์) ที่คิดว่าน่ากลัวที่สุด และตระเวณเคาะประตูตามบ้านต่างๆ พร้อมตะโกนว่า “Trick or Treat ทริค ออร์ ทรี้ต” แปลง่ายๆ ว่า “จะให้หลอกหรือเลี้ยง” ซึ่งส่วนใหญ่ชาวบ้านมักจะยอมให้ขนมหวาน ลูกอมแต่โดยดี ไม่งั้นจะโดนก่อกวน หรือ trick จนกว่าจะยอมให้นั่นเอง

[*หากน้องๆ ไปทานข้าวกับเพื่อนแล้วใจดีอยากเลี้ยงอาหารเพื่อน ก็สามารถพูดว่า It’s my treat (อิสท์ มาย ทรี้ต) หรือ Let me treat you (เล็ท-มี-ทรี้ต-ยู) ก็ได้ค่ะ]

          สำหรับประเทศไทยบ้านเรา น้องๆ มักจะออกไปฉลองกันตามห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ผับ ใช่ไหมคะ และคงสังเกตุเห็นฟักทอง (pumpkin พัมคิ่น) ที่ถูกแกะสลักให้เป็นตะเกียง (lantern แลนเทิร์น) หน้าผี เจ้าฟักทองนี้มีชื่อเรียกว่า Jack o’ lantern (แจ็ค-โอ-แลนเทิร์น) ที่มาตามตำนานก็คือ ชายเจ้าเล่ห์มีชื่อว่า Jack ได้ทำอุบายหลอกล่อให้ซาตานติดกับ (trap แทร็บ) อยู่บนต้นไม้ไปไหนไม่ได้ ซาตานไม่มีทางเลือกจึงต้องยอมรับปากกับ Jack ว่าเมื่อเขาตายมันจะไม่นำวิญญาณ (spirit สปิริต) เขาลงนรก (Hell เฮลล์) เด็ดขาด เมื่อนาย Jack ตายไปจริงๆ แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนชั่ว จึงไม่ได้ไปสวรรค์ (heaven เฮฟเว่น) จะไปนรกก็ไม่ได้เพราะซาตานได้รับคำไว้แล้ว Jack จึงกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนระหว่างโลกมนุษย์กับนรก ซาตานสงสารจึงให้ไฟดวงหนึ่งแก่ Jack เพื่อนำทางเขาในคืนที่มืดมิด Jack นำไฟดวงนี้ใส่ไว้ในหัวผักกาด (cabbage แคบ'บิจ) ที่กลวง เพื่อให้ไฟอยู่ได้นานขึ้น อันเป็นที่มาของการแกะสลักฟักทองเป็นหน้าผีและเอาเทียนใส่ไว้ข้างใน ที่ฝรั่งไม่ใช้หัวผักกาดเพราะว่าฟักทองนั้นแกะสลักง่ายกว่าผักกาดและหาง่ายกว่านั่นเองค่ะ

          คืนนี้คงจะสยอง (Horror ฮอ'เรอะ) กันน่าดู น้องๆ อย่าแต่งหน้าเนียนจนสมจริง (very real เวรี-เรียล หรือ so real โซ-เรียล) มากนักนะคะ เดี๋ยวชาวบ้านจะแตกตื่น (stampede สแทม-พิด) จนได้วิ่งกันป่าราบแน่ๆ เลย


Kanokwan Homcha-aim
Bachelor's degree in Social Forestry & Master's degree in Natural Resource Management
Senior Corporate Social Responsibility (CSR) Coordinator
Absolute World Group

ที่มา:
http://www.halloweenhistory.org/
http://www.history.com/topics/halloween/history-of-halloween

ภาพ:
http://decktheholidays.blogspot.com/2011_10_28_archive.html
http://www.mirror.co.uk/lifestyle/family/halloween-trick-treat-beggars-trick-2658727
http://www.history.com/photos/halloween/photo6
http://clubzone.com/toronto/halloween-parties/