เราคงได้ยินคำสำนวนเปรียบเทียบ ว่า “กิ้งก่าได้ทอง” เวลากล่าวถึงคนที่เคยยากลำบาก หรือไม่เคยมีอะไรมาก่อน พอประสบความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ หรือได้รับคำสรรเสริญเยินยอ ก็วางตนเหมือนอยู่เหนือผู้อื่น ยกตนข่มท่าน ลืมฐานะเดิมของตน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ได้ให้ความหมายของสำนวน “กิ้งก่าได้ทอง” ว่า คนที่ได้ลาภยศแล้วทะนงตนลืมฐานะเดิม

หลายคนอาจสงสัยว่ากิ้งก่าที่เป็นสัตว์ทั่วไป ธรรมชาติของมันแล้ว เมื่อได้ทองแล้วน่าจะเอาไปใช้สอยไม่ได้ หรือไม่รู้จักคุณค่าของมันเหมือนกับสำนวน “ไก่ได้พลอย”หรือ “วานรได้แก้ว” ซึ่งแปลว่าได้ของดีมีคุณค่า แต่ไม่รู้จักวิธีใช้สอย มากกว่าได้ความสำเร็จแล้วทะนงตน ซึ่งวันนี้เราจะมาอธิบายเกี่ยวกับสุภาษิตสำนวนไทยดังกล่าวให้ชัดเจนขึ้น

เรื่องราวของกิ้งก่าได้ทองนั้น ไม่ได้กล่าวถึงกิ้งก่าโดยทั่วไปในธรรมชาติ แต่ได้กล่าวถึงกิ้งก่าแสนรู้ตัวหนึ่ง ซึ่งปรากฏในนิทานเรื่องมโหสถชาดก เป็นเรื่องราวครั้งที่พระพุทธเจ้าเสวยพระชาติเป็น “มโหสถ” บัณฑิตเจ้าปัญญา รับราชการในพระเจ้าวิเทหราช ผู้เป็นราชาแห่งเมืองมิถิลา

เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งพระเจ้าวิเทหราชเสด็จประพาสอุทยานกับมโหสถ มีกิ้งก่าตัวหนึ่งเห็นทั้งคู่เดินมาด้วยกัน ก็ไต่ลงจากเสา มาทำท่าหมอบกราบอยู่เบื้องหน้าพระราชา เมื่อพระราชาเห็นดังนั้นจึงตรัสถามมโหสถว่ากิ้งก่าทำอะไร มโหสถจึงตอบไปว่ากิ้งก่าตัวนี้มาถวายบังคม จะถวายตัวแก่พระราชา

พระเจ้าวิเทหราชเห็นว่ากิ้งก่าตัวนั้นเป็นกิ้งก่าแสนรู้ จึงตรัสว่าควรจะให้สิ่งตอบแทนกับมัน มโหสถจึงแนะนำให้พระราชาพระราชทานเนื้อให้มันกิน พระราชาจึงรับสั่งให้ราชบุรุษผู้เฝ้าอุทยาน ซื้อเนื้อมูลค่าครึ่งมาสก (หนึ่งมาสก มีค่าเท่ากับทองซึ่งน้ำหนักเท่าข้าวเปลือกสี่เมล็ด) มาให้มันกินทุกวัน

เจ้ากิ้งก่ามีเนื้อกินทุกวันก็ทำความเคารพพระราชาและราชบุรุษเสมอ ทว่าในวันหนึ่งเป็นวันอุโบสถ ไม่มีการฆ่าสัตว์ ราชบุรุษจึงไม่อาจหาเนื้อให้มันกินได้ จึงนำเหรียญทองราคาครึ่งมาสกที่พระราชาพระราชทานเป็นค่าเนื้อนั้นผูกไว้ที่คอมันแทน ตั้งแต่นั้นเป็นตนมา เจ้ากิ้งก่าก็คิดว่าตนเองมีทรัพย์คือเหรียญทองเหมือนพระราชาแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องทำความเคารพพระราชาหรือใครอีก จึงขึ้นไปชูคออยู่บนซุ้มประตูอุทยาน

วันหนึ่งพระราชามาประพาสสวนกับมโหสถอีกครั้ง พบเจ้ากิ้งก่าชูคออยู่บนซุ้มประตูอุทยาน ไม่ลงมาหมอบถวายบังคมเช่นเคย จึงไต่ถามราชบุรุษผู้เฝ้าสวน ได้ความว่าเมื่อเจ้ากิ้งก่าได้เหรียญทองไปแล้วก็ไม่ยอมทำความเคารพใครอีก จึงจะประหารเจ้ากิ่งก่า แต่มโหสถทัดทานไว้ พระราชาจึงลงโทษด้วยการเลิกพระราชทานเนื้อให้มันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

จากเรื่องราวดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเจ้ากิ้งก่านั้น เมื่อได้เหรียญทองจึงเกิดความทะนง ไม่ทำความเคารพผู้มีพระคุณเหมือนที่เคยเป็นมา ทำให้มันถูกลงโทษในท้ายที่สุด ดังนั้นเมื่อเราได้มีทรัพย์สมบัติ มีชื่อเสียง มีคนยกย่องสรรเสริญ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนแล้ว ก็ไม่ควรยกตัวเหนือผู้มีพระคุณหรือผู้อื่นเหมือนกับเจ้ากิ้งก่าในนิทานชาดกเรื่องนี้

อ้างอิง : 

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙

ที่มาภาพ :

http://region4.prd.go.th/ewt_news.php?nid=30277