เซลฟี่กันมั้ย? Selfiecity การศึกษาภาพเซลฟี่จากหกเมืองดังทั่วโลก (มีกรุงเทพฯ ด้วยนะ)

การถ่ายภาพตนเองด้วยกล้องถ่ายภาพหรือกล้องหน้าของโทรศัพท์มือถือที่เรียกกันจนชินปากในปัจจุบันว่าการถ่ายภาพ "เซลฟี่ (selfie)" นั้น เป็นกิจกรรมฮอตฮิตระดับโลกทุกวันนี้ ที่ทำกันตั้งแต่ดาราฮอลลีวู้ด หรือผู้นำระดับโลก อย่างเช่น ท่านประธานาธิบดีโอบาม่า มาจนถึงเด็กๆ ในโรงเรียน เรียกว่าได้ไปเยือนที่ไหนหรือพบเจอใครก็จะต้องมีการถ่ายภาพเซลฟี่ไว้เป็นที่ระลึกนั่นเอง

Photo from: www.engadget.com/2014/04/03/samsung-uses-obama-selfie-as-ad

เมื่อมันเป็นกระแสนิยมขนาดนี้ รวมถึงข้อมูลรูปเซลฟี่มากมายที่เข้าถึงได้สะดวกจากบริการออนไลน์ต่างๆ เช่น อินสตาแกรม (Instagram) ทำให้มีคนเริ่มทำการศึกษารูปถ่ายเซลฟี่เหล่านี้ และการศึกษาที่ผมจะเล่าให้ฟังวันนี้ก็น่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ

บางส่วนของรูปภาพเซลฟี่ในกรุงเทพฯ ที่ทีมงานรวบรวมมา/Photo from: selfiecity.net

Selfiecity (อ่านว่า เซลฟี่ซิตี้) ซึ่งเป็นคำประสมระหว่าง selfie และ city นั้น เป็นการศึกษาเพื่อวิเคราะห์รูปแบบการถ่ายภาพเซลฟี่ใน 6 มหานครของโลก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย (เย้) กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี กรุงมอสโคว ประเทศรัสเซีย มหานครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองเซาท์เปาโล ประเทศบราซิล และลอนดอน ประเทศอังกฤษ ครับ การศึกษานี้ต้องการที่จะวิเคราะห์ว่าในหกเมืองที่แตกต่างกันนี้ จะมีรูปแบบการถ่ายภาพเซลฟี่ที่ต่างกันอย่างไรบ้าง เช่น การโพสท่า สีหน้า (ยิ้มหรือไม่ยิ้ม) ใส่แว่นหรือไม่ ชอบอ้าปากเวลาถ่ายรูปหรือไม่ เป็นต้น

ภาพหลังผ่านการประมวลผลเบื้องต้น เผื่อตัดให้เหลือเฉพาะส่วนใบหน้า/Photo from:selfiecity.net

การศึกษานี้เริ่มจากการคัดเลือกภาพถ่ายจำนวน 120,000 ภาพ (โดยแบ่งเป็น 20,000 - 30,000 ภาพต่อเมือง) จากภาพถ่ายที่รวบรวมมาทั้งหมด 656,000 ภาพจากถ่ายในอินสตาแกรมที่ถูกถ่ายในเมืองนั้นๆ จากนั้นภาพเหล่านั้นจะถูกส่งไปทำการคัดกรองให้เหลือเฉพาะเพียงภาพเซลฟี่ ซึ่งการวิเคราะห์นี้ต้องอาศัยมนุษย์ในการตัดสินใจ ดังนั้นทีมศึกษาจึงได้เลือกใช้บริการของ Amazon Mechanical Turk ที่เป็นบริการ crowdsourcing เพื่อทำการคัดกรองนี้ จากนั้นก็ใช้บริการเดิมเพื่อวิเคราะห์ว่า บุคคลในภาพมีอายุเท่าไหร่ และเป็นเพศใด สุดท้ายภาพเหล่านั้นจะถูกวิเคราะห์อีกรอบหนึ่งโดยซอฟท์แวร์ เพื่อหารายละเอียดอื่นๆ เช่น ใส่แว่นหรือไม่ ลืมตาหรือหลับตา อ้าปากหรือปิดปาก ฯ

ภาพแสดงขั้นตอนการศึกษาวิเคราะห์/Photo from:selfiecity.net/london

ซึ่งผลเบื้องต้นได้ออกมาว่า คนจากทั้งหกเมืองดังกล่าว ไม่ได้ถ่ายเซลฟี่กันมากอย่างเราคิด โดยอัตราส่วนภาพเซลฟี่ เป็นเพียง 4% ของภาพถ่ายทั้งหมดเท่านั้นเอง ซึ่งที่เหลือเป็นภาพสัตว์เลี้ยง อาหาร รถยนต์ บ้าน และอื่นๆ อีกมากมาย และในทุกๆ เมืองจะมีภาพของผู้หญิงเป็นสัดส่วนที่สูงกว่า โดยเฉพาะที่กรุงมอสโคว เป็นภาพผู้หญิงไปกว่า 80% เลยทีเดียว

Photo credit: selfiecity.net/london

สำหรับในกรุงเทพฯ ของเรานั้น ภาพเซลฟี่จะเป็นภาพของผู้หญิงไปเกินครึ่ง ที่ 55.2% และผู้ถ่ายมีอายุเฉลี่ยประมาณ 20 ปี แต่สำหรับภาพผู้ชาย จะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 22 ปี และกลุ่มคนในช่วงระหว่าง 15-30 ปี เป็นประชากรส่วนใหญ่ของทั้งหมด และเมื่อเทียบกับเมืองในประเทศอื่นๆ กรุงเทพฯ ของเราดูจะมีอายุเฉลี่ยน้อยที่สุดเลยทีเดียว

Photo credit: selfiecity.net และ selfiecity.net/london

ถ้าเป็นในด้านอารมณ์ที่สื่อผ่านหน้าตา ก็พบว่า เมืองกรุงเทพฯ แห่งสยามเมืองยิ้มของเรานั้นมีอัตราส่วนของภาพที่ถ่ายแล้วมีรอยยิ้มอยู่สูงมากๆ โดยน่าจะเป็นอันดับหนึ่ง พอๆ กับเมืองเซาท์เปาโล ของบราซิลเลยทีเดียว รองลงมาคือนิวยอร์ค เบอร์ลิน และมอสโคว (แสดงว่าคนรัสเซียไม่ค่อยยิ้มกันหรือ?)

Photo credit: selfiecity.net

เอียงหัวเวลาถ่ายเซลฟี่กันไหมครับ? ผลการศึกษาพบว่า โดยเฉลี่ยจะเอียงหัวกันนิดหน่อย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพศหญิงที่เอียงมากกว่าเพศชาย โดยเมืองเซาท์เปาโลได้แชมป์ในเรื่องนี้ไป ด้วยการเอียงมากถึง 16.9 องศา เลยทีเดียว

Photo credit: selfiecity.net

หากเพื่อนๆ สนใจ อยากดูรายละเอียดข้อมูลเชิงลึกเป็นส่วนๆ ไป ทั้งในด้านการเก็บข้อมูล ขั้นตอนการศึกษา และทฤษฎีที่รองรับการศึกษาวิจัยนี้ ก็สามารถลองเข้าไปที่เว็บไซต์ http://selfiecity.net หรือหากอยากลองเล่นตัว Interactive presentation ที่คัดกรองและแสดงข้อมูลได้ตามที่เราเลือก ก็สามารถทำได้ในเมนู Selfiexploratory เลยครับ


อ.ชัยยงค์ รักขิตเวชสกุล

อ้างอิง:

http://selfiecity.net/
http://selfiecity.net/london/