สุนัขเป็นเพื่อนกับมนุษย์เรามายาวนานเป็นพัน ๆ ปี แต่รู้หรือไม่พวกมันไม่ได้เหมือนเดิมอย่างที่เราเห็นในวันนี้ หลายคนทราบว่าแต่ละสายพันธุ์ของสุนัขมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปแล้วในศตวรรษที่ผ่านมา แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่ทราบ บทความนี้จะพาไปดูว่าในแต่ละสายพันธ์ของสุนัขมีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด

การระบุลักษณะเฉพาะของสัตว์ เช่น ขนาด สีของขน และลักษณะ จะช่วยในเรื่องของการจับคู่ ซึ่งเราสามารถสร้างสายพันธุ์ที่แตกต่างกันได้อย่างน้อย 167 สายพันธุ์ หรือกลุ่มของสุนัขที่มีลักษณะทางกายภาพและนิสัยใจคอที่เป็นเอกลักษณ์ (สปีชีร์เดียวกัน)

บล็อก Science of Dogs ทำการเปรียบเทียบในหลายสายพันธุ์ของสุนัขที่ได้รับความนิยมจากหนังสือ Dogs of All Nations (1915) ของ Walter Esplin Mason ซึ่งจะแสดงให้พวกคุณเห็นถึงลักษณะที่เปลี่ยนไปของสุนัขในวันนี้

นี่คือบางส่วนของสุนัขที่นำมาแสดงให้เห็น ไปดูกันเลย!

Bull terrier

บูล เทอร์เรีย เป็นสายพันธุ์สุนัขที่รู้จักครั้งแรกในปี 1885 โดย American Kennel Club (AKC) ในปี 1915 มันเป็นสุนัขที่มีสุขภาพดี รูปร่างดี มีสัดส่วนของหัวที่สันทัด และมีลำตัวที่บาง Dogs of All Nations ยกให้มันเป็นตัวแทนแห่งความคล่องตัว สง่างามงดงาม และความุ่งมั่น และยังเป็นตัวแทนแห่งนักสู้ของสังเวียนคมเขี้ยวอีกด้วย แต่ในปัจจุบันนี้ บูล เทอร์เรียเป็นสายพันธ์ที่มีรูปร่างของศีรษะอย่างกับฟุตบอลและหนา รูปร่างม่อต้อ ซึ่งห่างไกลความผอมเพรียวและความเป็นสุนัขดูดีในปี 1915 โดยสิ้นเชิง

AKC ระบุว่า ใบหน้าของสุนัขควรมีโครงสร้างเป็นรูปไข่ และได้รับการเติมเต็มพื้นผิวให้สมบูรณ์ใก้ความรู้สึกเช่นรูปร่างของไข่ ตามการรายงานของ Science of Dogs สุนัขพันธ์ุนี้ยังมีการพัฒนาฟันที่แข็งแรง และนิสัยการไล่งับหางของมันด้วย

English bulldog

สุนัขไม่สายพันธ์ที่มีรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงไปจากการผสมพันธุ์เช่น อิงลิช บูลล์ด็อก ในอังกฤษ สุนัขถูกนำมาใช้ในการต้อนสัตว์ และถูกนำมาใช้เป็นเพื่อหลอกล่อกับวัวกระทิง ซึ่งภายหลังถูกสั่งห้ามด้วยกฎหมายในปี 1835 และต่อมาในปี 1915 บลูล์ด๊อกก็ยังคงมางส่วนของลักษณะเฉพาะที่เราเห็นมาถึงทุกวันนี้คือ มีแก้มห้อยๆ กับทีท่าหมอบๆ

แต่ทุกวันนี้ ผู้ปรับปรุงสายพันธุ์ได้ปรับปรุงสายพันธุ์ให้มีริ้วรอยบนใบหน้าให้เด่นชัดและหนามากขึ้น รวมทั้งมีรูปร่างที่อ้วนเตี้ยมากขึ้นด้วย

German shepherd

เยอรมันเชฟเฟิร์ด เป็นสัญลักษณ์ของความจงรักภักดีและมิตรภาพสำหรับตำรวจโหดๆ AKC ยอมรับสายพันธุ์นี้ในปี 1908 และในปี 1915 Dogs of All Nations ได้อธิบายไว้ว่า มันเป็นสุนัขขนาดกลาง มีน้ำหนักเพียงแค่ 55 ปอนด์ (24 กิโลกรัม) มีหน้าอกที่สูงสง่า หลังตรง และสะโพกที่แข็งแรง แต่ในทุกวันนี้ สุนัขพันธุ์เยอรมันเชฟเฟิร์ดเป็นสุนัขที่มีรูปร่างขนาดใหญ่ (75-95 ปอนด์หรือราว 34-43 กิโลกรัม) และมีส่วนหลังที่ลาดลง AKC อธิบายว่าตัวอย่างที่เหมาะสมจะต้องแข็งแรง ปราดเปรียว มีกล้ามเนื้อที่ดี ตื่นตัว และสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม พวกมันมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาสุขภาพเช่น hip dysplasia หรือโรคข้อสะโพกวิการ ซึ่ง เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติในการเจริญพัฒนาของกระดูกข้อสะโพก ทำให้กระดูกส่วนขาไปจนถึงเบ้าสะโพกมีรูปร่างไม่เหมาะสม และมีอาการกระเพาะพลิก ซึ่งกระเพาะอาหารของสุนัขจะขยายขนาดใหญ่ บิดตัว และอากาศภายในกระเพาะไม่สามารถระบายได้ ซึ่งบางครั้งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

Airedale terrier

แม้ว่าคุณจะไม่สามารถบอกสายพันธ์ของสุนัขได้จากภาพนี้ Dogs of All Nations อธิบายได้จากสีขนของส่วนหัว และใบหูที่มีสีแทน เช่นเดียวกับส่วนของขาขึ้นไปยังข้อศอกและต้นขา สีของมันคล้ายกับสุนัขที่ใส่เสื้อโค้ทอยู่ดูผอมบางแต่แข็งแรง ไม่ดูมอมแมม

ทุกวันนี้สีของขนที่ปรากฏไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่ขนของมันดูยาวและมอมแมมมากขึ้นกว่าในปี 1915 สุนัขพันธุ์แอร์เดล เทอร์เรีย เป็นสุนัขมีขนาดใหญ่ที่สุดในสุนัขพันธ์เอร์เรียทั้งหมด พวกมันไม่อยู่นิ่ง ขี้เล่น และเป็นมิตร

Shetland sheepdog

เชดแลนด์ชิพด๊อก ยังไม่ได้รับการยอมรับจาก AKC จนกระทั่งในปี 1911 เพียง 4 ปี ก่อนที่หนังสือภาพนี้จะถูกตีพิมพ์ ในเวลานั้น หนังสือรายงานว่า มันมีน้ำหนักเพียง 7-10 ปอนด์ (3-4 กิโลกรัม) และมีขนที่ยาวพอประมาณ แต่ในวันนี้ สุนัขสายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ที่ใหญ่กว่าเดิม มีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 20 ปอนด์ (9 กิโลกรัม) แม้ว่ามันจะว่องไว แต่ขนของมันก็ยาวจนบังหูบังตามากกว่าในปี 1915 ซึ่ง AKC รายงานว่า พวกมันมีความกระตือรือร้นสูง ฉลาด และสัญชาตญาณดี

อ้างอิง:
www.sciencealert.com/here-s-what-popular-dog-breeds-looked-like-before-and-after-100-years-of-breeding
https://dogbehaviorscience.wordpress.com/2012/09/29/100-years-of-breed-improvement/