จากข่าวการจ่ายค่าเสียหายของบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน 72 ล้านดอลลาฯ ให้กับครอบครัวของ Jackie Fox สาวชาวอลาบามาวัย 62 ปีที่เสียชีวิตเมื่อเดือนตุลาคม 2015 ในกรณีการเรียกร้องถึงแป้งโรยตัวที่เป็นสาเหตุทำให้เธอเป็นมะเร็งรังไข่

กรณีการฟ้องร้องดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเรียกร้องชุดใหญ่ในทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันบกพร่องต่อการออกคำเตือนต่อผู้บริโภคถึงความเชื่อมโยงระหว่างผลิตภัณฑ์ที่มีสารทัลค์ (talc) กับการเกิดมะเร็ง

Photo credit: Napat/Shutterstock

Talcum powder คืออะไร?

Talcum powder หรือแป้งทัลคัม คือแป้งที่มีองค์ประกอบหลักเป็นสารทัลค์ ซึ่งเป็นสารแร่ที่เป็นองค์ประกอบของแมกนีเซียม ซิลิคอน และออกซิเจน โดยในรูปของผงละเอียดนั้นมันสามารถที่จะดูดซับความชื้นได้ดีและช่วยทำให้ผิวลื่น จึงมีการนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอาง เช่น แป้งสำหรับเด็ก แป้งฝุ่นสำหรับผู้ใหญ่ที่ใช้กับร่างกายและใบหน้า เพื่อลดการอับชื้น ป้องกันการเกิดผดผื่น รวมทั้งใช้เพื่อความสวยงาม

ในธรรมชาติ สารทัลค์จะมีแร่ใยหิน (asbestos) เป็นองค์ประกอบ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดหรือโรคทางระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ ได้เมื่อสูดดม ซึ่งผลิตภัณฑ์แป้งโรยตัวทั้งหมดที่ใช้ในครัวเรือนในสหรัฐฯ จะไม่มีการใช้สารทัลค์ที่มีส่วนประกอบของ asbestos แล้วตั้งแต่ปี 1973 

จากกรณีดังกล่าว ความกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของสารทัลค์และโรคมะเร็งนั้น ได้มุ่งเน้นไปที่คนทำงานเหมืองแร่ทัลค์ ซึ่งผลระยะยาวที่เขาจะได้รับนั้นคือความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็งปอดจากการสูดดมสารเข้าไป และความเสี่ยงสูงในการเป็นมะเร็งรังไข่ของผู้หญิงที่อาจเกิดขึ้นจากแป้งโรยตัวที่นำไปใช้บริเวณอวัยวะเพศ

แป้งทัลคัมทำให้เกิดมะเร็งจริงหรือ?

Photo credit: ALAMY

เมื่อพูดถึงความเชื่อมโยงของทั้งแป้งที่มีส่วนผสมของสารทัลค์ที่มี asbestos เป็นองค์ประกอบ หรือสารทัลค์ที่ไม่มี asbestos เป็นองค์ประกอบ กับการเกิดโรคมะเร็งนั้น สิ่งสำคัญก็คือการแยกระหว่างแป้งทั้งสองแบบ สารทัลค์ที่มี asbestos เป็นองค์ประกอบ เป็นที่ทราบโดยทั่วไปอยู่แล้วว่าเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดมะเร็งปอดได้จากการสูดดม ซึ่งประเภทดังกล่าวจะไม่มีการนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันนี้ แต่ความเชื่อมโยงของโรคเกี่ยวกับสารทัลค์ที่ไม่มี asbestos เป็นองค์ประกอบนั้นยังมีหลักฐานสนับสนุนที่น้อยมาก

นักวิจัยจึงมีการศึกษาทั้งในห้องปฏิบัติการและในคน เพื่อพยายามจะทำความเข้าใจว่าสารหรือการสัมผัสที่ก่อให้เกิดมะเร็ง โดยผลการศึกษาในห้องปฏิบัติการ (ทำการศึกษาในสัตว์ทดลอง: rats, mice และ hamsters) ถึงสารทัลค์ที่ไม่มี asbestos นั้นให้ผลที่ไม่ชัดเจน ซึ่งแสดงให้เห็นทั้งผลของการก่อตัวของเนื้องอก และไม่พบผลใดๆ ที่มีนัยสำคัญ และสำหรับการศึกษาในคนก็มีทั้งผลการศึกษาที่แสดงให้เห็นผลเชื่อมโยง และต่อต้านผลเชื่อมโยง ดังต่อไปนี้

    การศึกษาที่เผยแพร่ในปี 1997 พบผู้หญิงที่มีการใช้แป้งฝุ่นหรือผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นบริเวณอวัยวะเพศร้อยละ 50-90 มีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งรังไข่ แต่การศึกษานี้ได้ผลการทดลองจากทั้งก่อนและหลังการควบคุมการใช้ asbestos ในปี 1970

    การวิเคราะห์แบบ meta-analysis ในปี 2003 ทั้ง 16 การศึกษา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 11,933 คน พบว่า การใช้แป้งทัลค์มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่สูงขึ้นของการเป็นมะเร็งรังไข่ แต่ไม่พบสาเหตุที่เชื่อมโยงและความเชื่อมโยงระหว่างปริมาณที่สูงขึ้นกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

     การศึกษาในปี 2000 ของผู้หญิง 78,630 คน พบหลักฐานสนับสนุนการเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างการใช้แป้งทัลค์กับความเสี่ยงของมะเร็งรังไข่ อย่างไรก็ตามการใช้แป้งทัลค์บริเวณอวัยวะเพศอาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดเนื้องอกของรังไข่ได้

    การศึกษาในปี 2010 ที่ทำการศึกษาผู้หญิง 66,028 คน พบว่า การใช้แป้งทัลค์บริเวณอวัยวะเพศเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (endometrial cancer) โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน (postmenopausal)

    การศึกษาในปี 2014 ทำการติดตามผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนจำนวน 61,576 คน นานกว่า 12 ปีพบว่า การใช้แป้งทัลค์บริเวณอวัยวะเพศไม่ปรากฏความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งรังไข่

ด้วยผลการศึกษาที่ขัดแย้งและการขาดความสัมพันกันของสาเหตุระหว่างแป้งทัลค์และโรคมะเร็งนี้ อาจบอกเราได้ว่า แป้งทัลค์อาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ได้ หากใช้แป้งในบริเวณอวัยวะเพศ บนผ้าอนามัย หรือแผ่นอนามัย ด้วยผงอนุภาคที่มีขนาดเล็ก และบริเวณอวัยวะเพศที่มีช่องทางให้อนุภาคดังกล่าวสามารถเคลื่อนที่ไปยังมดลูก ปีกมดลูก และเข้าไปอยู่ที่รังไข่ได้ อย่างไรก็ตามการระบุอย่างแน่ชัดถึงความเสี่ยงที่สูงขึ้นของการเป็นมะเร็งรังไข่ในผู้หญิงนั้นก็ยังคงต้องมีการทำการศึกษาต่อไป

ทั้งนี้องค์กร the International Agency for Research on Cancer (IARC) ซึ่งเป็นหน่วยงานย่อยหนึ่งขององค์กรอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุสาเหตุของการเกิดมะเร็ง ได้ดังต่อไปนี้

    • IARC ได้จัดให้สารทัลค์ที่มีส่วนประกอบของ asbestos เป็น “สารก่อมะเร็งในมนุษย์”

    • ด้วยข้อมูลการศึกษาในมนุษย์ที่มีไม่เพียงพอ และข้อจำกัดของการศึกษาในสัตว์ทดลอง IARC จัดให้สารทัลค์ที่ไม่มีส่วนผสมของ asbestos เป็นสารที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์หากสูดดม

    • ด้วยหลักฐานที่มีอยู่จำกัดจากการศึกษาในมนุษย์ สำหรับการเชื่อมโยงถึงการเกิดมะเร็งรังไข่นั้น IARC จัดให้การนำผลิตภัณฑ์ที่มีสารทัลค์ไปใช้ในบริเวณอวัยวะเพศ อาจมีความเป็นไปได้ที่จะก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์

ดังนั้นบริษัทผู้ผลิตควรมีการแจ้งเตือนให้ผู้บริโภคทราบถึงสารเคมีในผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้ชัดเจนด้วย  

ซึ่งสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการจัดหมวดหมู่ของ IARC สามารถหาอ่านได้ที่ www.cancer.org/ssLINK/known-and-probable-human-carcinogens

อ้างอิง:

www.cancer.org/cancer/cancercauses/othercarcinogens/athome/talcum-powder-and-cancer
www.sciencealert.com/johnson-johnson-to-pay-72-million-in-case-linking-baby-powder-to-ovarian-cancer
www.cancer.org/cancer/cancercauses/othercarcinogens/intheworkplace/asbestos
www.mineralszone.com/minerals/talc.html