หลายคนอาจจะสงสัย ว่ามีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์จริงหรือ ? นอกจากนี้ยิ่งน่าสงสัยไปอีก เมื่อมีบทความรายงานว่า ควรจะมีจุลินทรีย์ในบ้านบ้าง ทำไมต้องเป็นเช่นนั้น ?

เกิดอะไรขึ้นเมื่อสถาปนิกที่สร้างบ้านให้เราบอกว่า “ควรมีจุลินทรีย์ในบ้านบ้าง”

        ปกติแล้วสถาปนิกที่ออกแบบบ้านมักจะคำนึงการออกแบบบ้านให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ หรือการออกแบบที่สวยงามแต่ในบทความที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Trends in Microbiology กลับตรงกันข้าม นักสถาปนิกเสนอหัวข้อการออกแบบบ้านที่มีการประเมินประโยชน์ของการมีสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นในบ้าน โดยพวกเขาเสนอว่า “แทนที่จะกำจัดจุลินทรีย์ทั้งหมดออกจากบ้าน เราควรจะเลือกจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เข้ามาในบ้านได้” 

        หลายคนอาจจะสงสัยว่าจุลินทรีย์มันมีที่มีประโยชน์จริงหรือ ? เป็นเรื่องปกติที่คนส่วนใหญ่จะเชื่อว่าจุลินทรีย์ทุกตัวมีโทษและมีอันตรายต่อร่างกาย หนึ่งในผู้เขียนเสนอว่าจุลินทรีย์บางชนิดไม่ได้ส่งผลต่อสุขภาพ มิหนำซ้ำยังมีประโยชน์อีกด้วย โดยมีงานวิจัยหนึ่งรายงานว่า เด็ก ๆ ที่เติบโตในฟาร์ม (หรือเด็กที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด) จะได้รับประโยชน์จากจุลินทรีย์เหล่านี้โดยจะไม่มีอาการของโรคภูมิแพ้ เช่น เด็ก ๆ จากครอบครัวบาวาเรี่ยนที่มีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีฟาร์ม ใช้ม้าในการเดินทาง และดื่มนมที่ไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์ พบว่ามีอัตราการป่วยเป็นโรคหอบหืด (asthma) น้อยกว่าครึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับเด็กที่มาจากครอบครัวที่อาศัยอยู่ในเมือง (5.2% และ 19.1%) โดยคาดว่าจุลินทรีย์บางตัวในร่างกายส่งสัญญาณไปยังเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด T cell เพื่อที่จะเป็น T regulatory cell ช่วยป้องกันการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ไม่จำเป็น คำถามต่อมาคือเราจะรู้ได้อย่างไรว่าจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์คือชนิดไหนและแบบไหน ? 

        เราจึงควรทำความรู้จักจุลินทรีย์เหล่านี้ก่อน โดยเรียกจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในร่างกายว่า “ไมโครไบโอต้า” มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ พบว่าไมโครไบโอต้าในลำไส้มีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งมักจะเข้าใจว่าระบบภูมิคุ้มกันควบคุมจุลินทรีย์เหล่านี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วระบบภูมิคุ้มกันต่างหากที่ถูกควบคุมโดยจุลินทรีย์ ยกตัวอย่างเช่น จุลินทรีย์ในร่างกายเราที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับโรคทางภูมิคุ้มกัน เช่น เบาหวาน ข้อรูมาตอยด์ กล้ามเนื้อเสื่อม ปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ปวดกล้ามเนื้อ หรือมะเร็งบางชนิด เป็นต้น จุลินทรีย์เหล่านี้อาจเป็นได้ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส รา หรือจุลชีพอื่น ๆ ต่างสายพันธุ์กัน ซึ่งล้วนมีผลต่อระบบการทำงานของร่างกายตามแหล่งที่อาศัยอยู่ บางชนิดมีส่วนช่วยป้องกันจุลินทรีย์ก่อโรคอื่น ๆ ที่เข้ามารุกราน ช่วยในการย่อยอาหาร ระบบเผาผลาญ และระบบขับถ่าย บางชนิดช่วยสร้างสารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตในร่างกาย เสริมสร้างและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ แต่บางครั้งก็อาจจะก่อโรคให้แก่ร่างกายได้เช่นเดียวกัน หากมีจำนวนมากเกินไปหรือน้อยลงไปจากสภาวะปกติ 

        ไมโครไบโอต้าที่อาศัยในร่างกายนั้นเริ่มต้นโดยการส่งผ่านจากแม่มาสู่ทารก นอกจากนี้คำกล่าวที่ว่าน้ำนมแม่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุด เหตุผลหนึ่งนอกเหนือจากน้ำนมแม่ประกอบไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในทารก และน้ำนมแม่มีโมเลกุลน้ำตาลสายสั้น ที่เรียกว่า พรีไบโอติก (prebiotics) ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์แก่ร่างกายหรือโพรไบโอติก (probiotics) จากการศึกษาพบว่าทารกที่คลอดด้วยวิธีธรรมชาติและได้รับนมแม่อย่างต่อเนื่องจะมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีกว่าทารกที่คลอดด้วยวิธีการผ่าตัด

        คำถามที่สำคัญที่สุดคือเราจะออกแบบบ้านอย่างไรให้สามารถคัดเลือกจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ได้ ? เพื่อที่จะให้ได้ตามความต้องการนี้ มีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องคำนึงถึง เรารู้กันอยู่แล้วว่าอากาศในบ้านมีคุณภาพน้อยกว่าอากาศข้างนอกบ้าน ดังนั้นการสร้างบ้านที่มีการระบายอากาศก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญ แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงสถานที่ที่จะสร้างบ้าน เช่น ถ้าอยู่ในเมืองการสร้างบ้านที่มีช่องระบายอากาศมาก ๆ ย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้อง นอกจากนี้พบว่าเราสามารถเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ในบ้านโดยการเลี้ยงสัตว์ไว้ในบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขหรือแมว ซึ่งการมีสัตว์เลี้ยงช่วยเพิ่มชนิดของแบคทีเรียหรือเชื้อรา การเพิ่มความชื้นในบ้าน เพิ่มระบบการระบายอากาศของบ้าน หรือแม้กระทั่งวัสดุที่ใช้สร้างบ้าน เช่น ไม้ เซรามิก ยิปซัม ควรจะเอื้อต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ไม่นานมานี้นักวิจัยได้ทดลองโดยให้หนูสัมผัสกับฝุ่นที่มาจากบ้านที่เลี้ยงสุนัขในบ้านตลอดเวลา พบว่าระบบภูมิคุ้มกันของหนูเพิ่มมากขึ้น

        จากที่กล่าวมาจะเห็นว่าไมโครไบโอต้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อร่างกาย ดังนั้นการรักษาสมดุลของไมโครไบโอต้าในร่างกาย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง และลดความความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เราสามารถทำได้โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สะอาด ปราศจากสารพิษ หรือการรับประทานอาหารที่มีโพรไบโอติกและพรีไบโอติก ลดการใช้ยาปฏิชีวนะ หรือเพิ่มโอกาสในการสัมผัสจุลินทรีย์ เช่น การเลี้ยงสัตว์ในบ้าน การสร้างบ้านที่มีการระบายอากาศ หรือการเลือกวัสดุในการสร้างบ้านที่เอื้อต่อการเติบโตของจุลินทรีย์ อย่างไรก็ตามแนวคิดนี้ยังคงต้องมีการพัฒนาถึงวิธีการจัดการ หรือการศึกษาควบคุมชนิดและปริมาณของจุลินทรีย์ต่อไป

อ้างอิง :

1. Peccia and Kwan. Buildings, Beneficial Microbes, and Health. Trends in Microbiology, 2016 DOI: http://dx.doi.org/10.1016/j.tim.2016.04.007.

2. Gritz, EC and Bhandari, V. 2015. The Human Neonatal Gut Microbiome: A Brief Review. Front Pediatr. 3: 17.

3. http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/

4. http://www.nature.com/nature/focus/humanmicrobiota/