เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยได้ยินชื่อของ Search Engine อันดับหนึ่งของประเทศจีน นั่นก็คือไป่ตู้ (Baidu, 百度) และอาจจะเคยได้ใช้บริการกันมาบ้างแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้ไป่ตู้มากกว่า 600 ล้านคนทั่วโลกครับ ซึ่งแน่นอนว่าตลาดที่ใหญ่ที่สุดของไป่ตู้อยู่ในประเทศจีนนั่นเอง ซึ่ง Search Engine จีนอย่างไป่ตู้ ก็มีโมเดลธุรกิจเหมือนกับกูเกิ้ล (Google) แทบจะ 100% คือ จะมีรูปแบบรายได้มาจากค่าโฆษณาที่ปรากฎหากมีการใส่คีย์เวิร์ดลงไปในช่องค้นหา แถมหากมองเว็บไซต์ไป่ตู้ระยะ 100 เมตร อาจจะนึกว่าเป็นเว็บกูเกิ้ลก็ได้ครับ ปัจจุบันไป่ตู้ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ของสหรัฐอเมริกา

หน้าเว็บไซต์ของไป่ตู้ จะออกแบบคล้ายกูเกิ้ลที่มีลักษณะของความเรียบง่าย

หากใครมีโอกาสได้สัมผัสวิวัฒนาการของการใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศจีนจะพบว่า เมื่อยุคบุกเบิกการใช้งานอินเทอร์เน็ตหลังปี 2000 ผู้ใช้งานในประเทศจีนส่วนมากใช้เครื่องมือค้นหาที่ชื่อว่ากูเกิ้ล กันอย่างแพร่หลาย และมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 แต่ภายหลังจากปี 2009 สถานการณ์ได้เริ่มกลับตาละปัด โดยเว็บ Search Engine อันดับหนึ่งของจีนกลับกลายเป็นไป่ตู้แทน เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นได้ เราจะมาไล่เรียงกันครับ

ก่อนอื่นจะรู้จักไป่ตู้เราคงต้องทำความรู้จักพระเอกของเรื่องก่อน นั่นก็คือ คุณโรบิน หลี่ (หลี่เหยียนหง 李彦宏) ผู้ก่อตั้งไป่ตู้ ปัจจุบันโรบิน ได้รับการจัดอันดับเป็นบุคคลที่รวยอันดับเจ็ดของจีน โดยมีทรัพย์สินถึง 9.6 พันล้านดอลล่าห์สหรัฐ หรือประมาณ 330,000 ล้านบาท ด้วยวัยเพียง 47 ปี
โรบิน หลี่ ผู้ก่อตั้ง และ CEO ของไปตู้

อันที่จริงแล้วชีวิตของ โรบิน นับได้ว่าเป็นคนที่เรียนหนังสือเก่ง และมีพื้นฐานการศึกษาที่ดีที่สุดคนหนึ่ง เมื่อเทียบกับมหาเศรษฐีอื่นๆ ของจีน โดยเฉพาะ แจ๊ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา โดยโรบิน เป็นชาวมณฑลส่านซี เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1968 คุณพ่อและคุณแม่ทำงานเป็นคนงานในโรงงาน โรบิน เรียนหนังสือเก่งมาก โดยสอบเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ในสาขา Information Management และจากนั้นไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและเอก ในสาขา Computer Science ที่ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวยอร์ค ณ เมืองบัฟฟาโล่ (State University of New York at Buffalo) แต่โรบินได้ตัดสินใจเรียนแค่ปริญญาโท ไม่ศึกษาต่อปริญญาเอก เนื่องจากต้องการตามล่าหาฝันนั่นเอง โดยเข้าทำงานครั้งแรกที่บริษัท Dow Jones ในตำแหน่ง Information Service ซึ่งต้องทำโปรแกรมให้พนักงานของบริษัทหรือผู้เกี่ยวข้องค้นหาข้อมูลได้อย่างง่ายๆ และรวดเร็ว นี่คือจุดเปลี่ยนของชีวิต ที่ทำให้โรบิน ต้องทำอัลกอริทึ่มที่ค้นหาได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว จนท้ายสุดโรบิน ก็ได้คิดค้นอัลกอริทึ่ม ทำหรับการค้นหาที่ชื่อว่า Rankdex และได้จดสิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกา ซึ่งภายหลังก็คือพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่ใช้กับไป่ตู้จนมาถึงทุกวันนี้

จากนั้นไม่นาน โรบิน ก็ย้ายไปทำงานที่ Infoseek และได้คิดค้นวิธีการค้นหารูปภาพ ได้อย่างแม่นยำอีกครั้ง จนถึงปี 2000 โรบิน ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต ด้วยการก่อตั้งบริษัท Search Engine สัญชาติจีนที่ชื่อว่าไป่ตู้ ขึ้นมาครับ

คำว่า ไป่ตู้ นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ไป่ตู้ มาจากบรรทัดสุดท้ายของบทกวีในเรื่องโต๊ะสีหยกในเทศกาลโคมไฟ (ชิงอวี้อั้นหยวนซี 青玉案·元夕) ที่แต่งขึ้นในสมัยราชวงศ์ถึง หรือเมื่อกว่า 800 ปีที่แล้ว ซึ่งกล่าวถึงประเพณีโบราณที่สุภาพสตรีจีนมักจะไปไหนมาไหนโดยอิสระไม่ได้ ซึ่งสาวๆ จะได้ออกจากบ้านสักทีก็คือมีเทศกาลสำคัญ เช่น เทศกาลโคมไฟนั่นเอง การออกมาแต่ละครั้งก็จะมีโอกาสได้พบกับคนรักที่ดีไม่ดี ปีนึงได้ฝากคำสัญญาว่าปีหน้าจะกลับมาหาอีก ในบรรทัดสุดท้ายของบทกวีได้มีคำว่าไป่ตู้ ซึ่งบรรยายถึงการค้นหานางในฝัน ที่ต้องผ่านอุปสรรคนับร้อยกว่าจะได้เจอกัน ซึ่งโรบิน เลยเอาคำนี้มาเทียบกับการค้นหาความหมายของคำสักอย่างที่ยากเย็นเหลือเกิน 

วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ ได้เวลานอนแล้ว มาพบกันใหม่ในตอนต่อไปว่าโรบินจะทำอะไรต่อจากนี้

เขียนโดย: ดร. วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์