เมื่อไม่นานมานี้วิชาการ.คอมได้มีโอกาสได้เข้าไปร่วมสัมผัสประสบการณ์กับน้อง ๆ ค่ายเยาวชนค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม “ค่ายเพาเวอร์กรีน” โดยในปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 12 อย่างต่อเนื่อง

เป็นปีที่ 3 ที่ค่ายเพาเวอร์กรีนยังคงให้ความสำคัญเลือกธีมกิจกรรมหลักโดยมุ่งเน้นไปที่เรื่อง ความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งแวดล้อม ในปีนี้ตั้งหัวข้อในการเรียนรู้ว่า “เศรษฐกิจ สังคม และความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างสมดุลอย่างไรให้ยั่งยืนในยุคไทยแลนด์ 4.0” โดยจัดขึ้นในช่วงปิดภาคเรียน ระหว่างวันที่ 6-13 ตุลาคม 2560

โดยความร่วมมือระหว่างคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิดที่ว่า “วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม - เรียนรู้สู่การปฏิบัติ”ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนเน้นให้เยาวชนรู้จักนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ เพื่อปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้แก่เยาวชน สร้างแกนนำและเครือข่ายเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

ในปีนี้มีเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกรวมจำนวน 70 คน จากการเขียนเรียงความ หรือส่งคลิปวีดีโอในหัวข้อข้างต้น ได้เข้าอบรมเพื่อเรียนรู้ความสำคัญและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทั้งภาคทฤษฎีจากอาจารย์และนักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และลงมือปฏิบัติในเวิร์คชอปหัวข้อต่าง ๆ

แต่ที่เป็นชื่นชอบสำหรับเยาวชนในค่ายนี้เลยคือ กิจกรรมทัศนศึกษานอกสถานที่ ณ จังหวัดชลบุรี และระยอง ซึ่งน้อง ๆ เยาวชนจะได้ลงมือศึกษาและปฏิบัติจริง เกี่ยวกับความสำคัญและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

กิจกรรมช่วงเช้าของวันแรกในการทัศนศึกษาครั้งนี้เริ่มต้นที่ทุ่งโปรงทอง ปากน้ำประแสร์ จ.ระยอง เพื่อศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพและศึกษาเส้นทางธรรมชาติของ ป่าชายเลนแสมภู่ รวมทั้งทำความรู้จักกับพันธุ์พืชและสัตว์จำเพาะ

ในช่วงบ่ายพาน้อง ๆ เยาวชนไปเรียนรู้การใช้ชีวิตของชุมชนกลุ่มประมงเรือเล็กปากคลองตากวนที่สะท้อนให้เห็นถึงความสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาชุมชนณ ชายทะเลอ่าวไทย บริเวณโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ซึ่งก็สร้างความประทับใจกับตัวน้อง ๆ เป็นอย่างมาก รวมทั้งชาวบ้านที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ต่างก็มาให้การต้อนรับ และให้ความรู้อย่างเต็มที่

พื้นที่กลุ่มประมงเรือเล็กปากคลองตากวน ตัวอย่างการอยู่ร่วมกันระหว่างการดำเนินธุรกิจ ชุมชน และความหลากหลายทางชีวภาพที่สมดุล และ กลุ่มเยาวชนขณะเข้าศึกษาความเป็นอยู่และการเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่

วันที่สองของการทัศนศึกษาพาน้องๆ เยาวชนไปที่ สถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียมไทยโชต (GISTDA) ณ จังหวัดชลบุรี เพื่อเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อค้นหาและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อนำไปวิเคราะห์และวางแผนการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในยุคไทยแลนด์ 4.0 ณ

บทสัมภาษณ์ประธานโครงการค่ายเพาเวอร์กรีน 12

นางอุดมลักษณ์ โอฬาร ผู้อำนวยการสายอาวุโส-องค์กรสัมพันธ์ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
และ รศ.ดร.รัตนวัฒน์ ไชยรัตน์ ประธานโครงการค่ายเพาเวอร์กรีน 12

นางอุดมลักษณ์ โอฬาร ผู้อำนวยการสายอาวุโส-องค์กรสัมพันธ์ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เป็นปีที่ 3 ที่เรายังคงมองไปที่เรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะเราเห็นว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ ก่อนหน้านี้ในปีที่ผ่านมาเราอ่านมุ้งเน้นไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่นน้ำ อากาศ ขยะ แต่สุดท้ายมันคือองค์รวม ทั้งหมดคือสิ่งแวดล้อมที่เรามองต่อยอด ว่าเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาทางสังคม เศรษฐกิจอย่างไรบ้าง มันเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันเราอย่างไรบ้าง มาถึงปัจจุบัน ประเทศชาติพัฒนาไปข้างหน้า มีเทคโนโลยีใหม่ มีชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไป เรื่องของความหลากหลายกับการพัฒนาที่เจริญไปข้างหน้า จะทำอย่างไรให้มันสมดุลสอดคล้องสัมพันธ์กันไป ไปด้วยกันได้ ไม่ใช่ว่าโด่งไปข้างเดียว อีกข้างแย่ไปเรื่อย ๆ ก็จะมาเกี่ยวข้องกับพวกอุตสาหกรรมต่าง ๆ ว่าอย่างเช่น โรงไฟฟ้า เวลาที่พัฒนาโรงไฟฟ้า บริหารจัดการโรงไฟฟ้า มีการคำนึงถึงเรื่องรอบ ๆ อย่างไร ไปด้วยกัน แลกันไปด้วยกันอย่างไร กับสิ่งแวดล้อม

การคัดเลือกจากการเขียนเรียงความของเยาวชนในปีนี้ เรามองดูว่า เค้าพูดอะไรถึงท้องถิ่นเค้าบ้าง มีการสื่อหรือเชื่อมโยงตามหัวข้อเรียงความกลับไปที่ชุมชนอย่างไร มีความจำเพาะเจาะจงอย่างไร

ด้าน รศ.ดร.รัตนวัฒน์ ไชยรัตน์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและกิจการนักศึกษา กล่าวว่า กิจกรรมไฮไลท์ของปีนี้ เราจะให้นักเรียนเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการได้ศึกษาภาพรวมของทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะความหลากหลายของชีวภาพบริเวณป่าชายเลนแล้วก็ชายฝั่งทะเลจากนั้นเราอยากให้เยาวชนเข้าใจว่าทรัพยากรมีประโยชน์ต่อชุมชนอย่างไร อย่างกิจกรรมที่เราไปดูที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดโดยเฉพาะโรงไฟฟ้าซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานจากถ่านหิน ก็จะเห็นความหลากหลายทางชีวภาพกับการจัดการสิ่งแวดล้อม ถ้าเราจัดการอย่างเหมาะสมก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนโดยที่ชุมชนรอบข้างก็ได้ประโยชน์จากการอยู่ร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม ชาวบ้าน จะเห็นได้จากการทำอาชีพเพาะเลี้ยงหอยแมลงภูบริเวณชายฝั่งใกล้กับนิคมอุตสาหกรรม อีกกิจกรรมที่เราได้เดินทางไปศึกษาเทคโนโลยีในการสำรวจและระบุแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพที่สถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียมไทยโชต และแหล่งการเรียนรู้ทางด้านอวกาศ Space Inspirium ก็จะเห็นภาพรวมการจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมโดยเกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงาน

บทสัมภาษณ์เยาวชนที่เข้าร่วมค่ายกิจกรรม

นางสาวนภัสสร ปิ่นแก้ว หรือ ซอ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล

ทราบข่าวการรับสมัครเข้าร่วมกิจกรรมจากที่ไหน

เห็นข่าวจากทางเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ค่ายเว็บหนึ่งค่ะ พอเห็นก็รีบสมัครและเขียนเรียงความเลย

ทำไมถึงตัดสินใจสมัครค่ายนี้เพราะน้องเองบ้านอยู่ไกลมาก

เพราะเป็นค่ายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่หนูสนใจอยู่แล้ว ดูหัวข้อข้อก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่เราอยากจะเรียนรู้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เพราะว่าเราอาจจะเอาประโยชน์จากการเข้าค่ายมาใช้ปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม หรือตัวเราคะ

รู้สึกยังไงบ้างที่ได้รับการคัดเลือก

ดีใจมากเพราะว่าเราตั้งใจเขียนเพื่อที่จะให้ได้อยู่แล้ว พอประกาศผลแล้วมีชื่อเราก็ดีใจ และตั้งใจที่จะมาให้ได้

เนื้อหาเรียงความนี้เขียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง

เราเขียนเกี่ยวกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าเป็นยังไง เศรษฐกิจของสามจังหวัดอาจจะดีขึ้นได้ ถ้ามีมีเหตุการณ์ต่าง ๆ อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมที่อาจเเปลี่ยนแปลงได้จากตัวเรา เราก็พร้อมที่จะเรียนรู้มัน

ได้อะไรจากค่ายนี้บ้าง

ได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ แล้วก็ได้ใช้ความรู้ ได้ประสบการณ์ชีวิตด้วยตัวเอง รู้จักเอาตัวรอดด้วยตัวเอง มาอยู่ที่ค่ายได้เพื่อนใหม่ ได้ความคิดใหม่ ๆ เพราะแต่ละคนมาจากต่างจังหวัด ก็ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ในค่ายนี้จะสอนเราหลายอย่าง การทำโครงงานก็จะได้ระดมความคิดกัน ทั้งอาจารย์และพี่สต๊าฟก็ดูแลดีมาก ๆ

หลังจากจบค่ายนี้คิดว่าจะต่อยอดอะไรได้บ้าง

จะต่อยอดโดยให้นำไปใช้กับการเรียนหนู อีกอย่าง หนูเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปก็จะถ่ายรูปธรรมชาติที่สวยงามแล้วก็ลงให้คนดูรูปภาพของหนู ในภาพนั้นก็จะสื่อและเขียนคำบรรยาย ให้คนดูสำนึกและตระหนักในธรรมชาติ ถ้าคุณไม่รักษาคุณก็จะไม่มีธรรมชาติที่สวยงามนี้ให้ลูกหลานคุณดูต่อไป

ประทับใจอะไรอีกบ้าง

เป็นครั้งแรกที่เห็นโรงไฟฟ้า ก็รู้สึกแปลกตาดี ที่แถวบ้านไม่มี มีชุมชนเล็ก ๆ อยู่แค่ชุมชนหนึ่งที่เขาอยู่ตรงนั้น

ทะเลที่นี่กับทะเลที่บ้านแตกต่างกันไหม

แตกต่างค่ะ ที่นี่ไม่มีชายหาดให้เล่น แต่ที่บ้านก็จะมีหาดสวยงามให้เดินเล่น 555

ฝากอะไรเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต้องเริ่มจากตัวเรา เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวที่เราควรปฏิบัติและควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมาก ๆ

ทั้งหมดนี้ก็เป็นบทสรุปที่ บ้านปู เชื่อว่า “การเรียนรู้” เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนา “คน” ซึ่งจะขับเคลื่อนชุมชนและสังคมให้พัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว โครงการซีเอสอาร์ของบ้านปู ในทุกประเทศ จึงมุ่งเน้นสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องให้กับเยาวชนและชุมชนในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง การดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน การฝึกฝนเพื่อพัฒนาศักยภาพและทักษะชีวิต หรือการค้นคว้า เรียนรู้ และค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเองหรือร่วมกับคนอื่น ๆ

ในนามของเว็บไซต์วิชาการ.คอม ที่โอกาสในการเรียนรู้ และร่วมปฏิบัติกิจกรรมของค่ายในครั้งนี้ ก็ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และหวังเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนจะหันมาตระหนักและให้ความสำคัญในการร่วมมือกันอนุรักษ์และปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากที่ตัวเราเองก่อน พบกันใหม่ปีหน้า