 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/517" type="text/javascript"></script> |
|
วิทยาศาสตร์จอมปลอมของชีวิต (The Fake Science of Life)
ชีวิตคืออะไร เราเกิดมาทำไม .... พิเชษฐ ด๊อกเตอร์ฟิสิกส์หนุ่ม กับ นิพาดา นักชีววิทยา รางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ พบว่าชีวิต ไม่ได้มีแก่นสาร ไม่ได้มีสาระ ไม่ได้มีอะไร ไปมากกว่า ความรัก
ผู้เขียน: อ๊อฟ ชมแล้ว: 29,946 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 10 February 2006, 11:20 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 16 April 2008, 3:57 pm
|
หน้าที่ 1 - เงาดำที่ตัดกับแสงแดดยามเที่ยงของวันจันทร์อันวุ่นวาย
เรื่องราวทั้งหมด ที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ เป็นเรื่องแต่งขึ้นทั้งหมด แต่งเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใด ที่สามารถใช้อ้างอิงได้เลย ชื่อคนและสถานที่เป็นชื่อสมมติขึ้นทั้งสิ้น
- 0 -
วันนี้ ลมร้อนที่พัดโชยเอื่อยกลางแสงแดดยามเที่ยงวัน ไม่ได้ทำให้ไทยมุงนับร้อยต้องถอยแม้แต่ซักก้าว ต่างยอมยืนแออัดยัดเยียดอยู่ในพื้นที่เล็กๆ หน้าหน่วยวิจัยอันทรงเกียรติของประเทศไทย แหงนหน้าสู้แสงแดดในวันฟ้าใส ทุกคู่สายตาแหงนมองจับจ้องอยู่ที่เงาสีดำที่ตัดกับแสงแดดยามเที่ยง ของ
ดร.พิเชษฐ กิจธนา นักวิทยาศาสตร์หนุ่ม ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่ยืนสงบนิ่ง เหมือนครุ่นคิดไตร่ตรองเรื่องหนักหนา อยู่บนขอบระเบียงของดาดฟ้าของตึกที่สูงที่สุดใน Science Park
ชายหนุ่มยืนหลับตา กางแขนออกช้าๆ แสงแดดสะท้อนออกจากกำไลสีเงินวาวคู่โตที่มีสายโซ่ระยางที่อยู่บนมือทั้งสองข้าง พลันที่มือทั้งสองข้างค่อยๆยกสูงพ้นเงาของร่างกาย สิ่งที่ค่อยปรากฏชัดขึ้น ก็เห็นว่ากำไลทั้งคู่เป็น กุญแจมือ ที่ขาดออกจากกัน
ชายหนุ่มค่อยๆ สูดหายใจเข้าเต็มปอด จิตใจว่างเปล่า เหมือนไม่รับรู้เสียงอื้ออึงและสิ่งแวดล้อมอื่นใดรอบตัว มีแค่ตัวเองและจิตใจของตัวเอง ก่อนที่จะก้าวเท้าพ้นออกจากขอบระเบียง ปล่อยให้แรงโน้มถ่วงของโลกทำงานอย่างอิสระ ..........
- - -
.... นานแสนนาน มนุษย์เฝ้าค้นหา เพื่อจะตอบคำถามว่า ชีวิตคืออะไร เราคือใคร เราเกิดมาทำไม
แต่การค้นหา เริ่มจากคำจำกัดความ...จอมปลอม... ของคำว่า มีชีวิต
มนุษย์มีชีวิต กบมีชีวิต ลูกอ๊อดมีชีวิต หรือว่าก่อนจะมีเจ้าตัวน้อยเล็กๆบังเกิดขึ้น เรารู้ว่ามีสองสิ่งผสมกัน อสุจิของเพศชาย ไข่ของเพศหญิง แล้วสองสิ่งนี้เราจะเรียนว่ามีชีวิตมั้ย ถ้าถ้าเล็กลงไปอีก เช่น สาย DNA ที่ฝังอยู่ในทุกๆเซลล์ของเรา สาย DNA ที่พยายามตะเกียกตะกายแบ่งตัวของมันเองออกเป็นเท่าตัวอยู่ตลอดเวลา เรามองว่าสิ่งนั้นมีชีวิตหรือปล่าว แล้ว RNA ของไวรัสมีชีวิตมั้ย หรือมีสิ่งมีชีวิตที่เล็กกว่าจุลชีพที่บังเอิญเรายังไม่เคยเจอหรือปล่าว แล้วสิ่งมีชีวิตที่ไร้ร่างกายภายนอกมีมั้ย สิ่งมีชีวติรูปแบบอื่นๆที่เราจินตนาการไม่ถึงหล่ะมีอีกหรือปล่าว ...
คำถามแรกที่เราต้องถามคือ "แล้วชีวิตคืออะไรหล่ะ"
ลองก้มลงมองเชื้อราบนขนมปัง แล้วลองจินตนาการว่า สิ่งมีชีวิตเล็กๆบนแผ่นขนมปัง กำลังให้คำนิยามว่า ชีวิตคืออะไร !! นั่นหล่ะพวกเรา
เราเคยเห็น ได้กลิ่น ได้ยิน หรือสัมผัสได้ ถึงสิ่งมีชีวิตรูปแบบอื่นหรือปล่าว ? ช่างน่าสงสาร ! ประสาทรับรู้ของเรา รับรู้ได้แค่ไม่กี่อย่าง เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ไม่มีสิ่งมีชีวิต รูปแบบอื่นๆ ที่บังเอิญ มีอยู่ เพียงแต่ ประสาทรับรู้เราไม่เคยรับรู้ได้
เชื้อราบนแผ่นขนมปัง ไม่เคยได้ยินเสียงที่มนุษย์พูดกันเลยเพราะราไม่มีหู ไม่อาจรับรู้เรื่องของเสียง แม้มนุษย์จะมายืนบ่นชี้ด่าแผ่นคราบสีดำบนขนมปังของพวกเค้า เชื้อราจะบอกได้อย่างไรมีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มนุษย์ อยู่ในเมื่อเชื้อราไม่เคยได้ยินเสียงของมนุษย์ ไม่เคยเห็นมนุษย์ หรืออาจไม่เคยได้กลิ่นมนุษย์ แม้แต่ซักครั้งเดียว ตลอดชั่วอายุขัยของพวกมัน และรวมถึงเหล่าบรรพบุรุษของพวกมันด้วย แน่นอน! เชื้อราย่อมสรุปว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มนุษย์
มีอีกหลายสิ่งหลายอย่าง ที่มีอยู่จริง แต่มนุษย์ไม่มีประสาทที่จะสัมผัสสิ่งนั้น แม้แต่ "คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า" สิ่งที่มนุษย์ใช้เป็นมาตรฐาน ในการตรวจหา สิ่งมีชีวิตจากต่างดาว ที่จริงๆแล้วคลื่นชนิดนี้ พลังงานตามธรรมชาติชนิดนี้ มันมีมานานเป็นล้านๆๆๆปีมาแล้ว แต่มนุษย์เพิ่งที่จะรู้จักและรับรู้มันได้และบอกว่ามันเป็นตัวชี้วัดของอารยธรรมของความมีชีวิตจากดาวไกลโพ้น น่าสงสารเสียจริง แค่ร้อยกว่าปีที่แล้วเรายังไม่รู้จักมันเลย
ตอนที่คุณนั่งอ่าน นิยายไร้สาระเรื่องนี้อยู่ อาจจะมีคลื่นชนิดอื่น กลุ่มพลังงานที่เราไม่รู้จัก มีเสียงที่เราไม่ได้ยิน มีแสงที่เราไม่เคยมองเห็น กลิ่นที่เราไม่เคยสัมผัส ที่เรารู้ดีแก่ใจ ว่ามีอยู่ มีสัญญาณอื่นๆ พลังงานรูปแบบอื่น ที่สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ ใช้สื่อสารกัน เหมือนคนพูดกับหมาแต่เชื้อราไม่ได้ยิน ค้างคาวใช้เสียงอุลตร้าโซนิคนำทางตอนกลางคืนแต่คนไม่ได้ยิน ปลาโลมาพูดคุยกันเองใต้น้ำแต่คนไม่ได้ยิน
เจ้าราน้อยๆ เรียกขนมปัง แผ่นที่พวกมันอาศัยอยู่กิน ว่า "โลก" และมันกำลังตั้งคำถามตัวเองว่า ตัวมันเองคืออะไร คำว่า "สิ่งมีชีวิต" ในคำจำกัดความของ "รา" ก็หนีไม่พ้นคำว่า "รา" !!
เจ้าราน้อย มันอาจจะเรียก เงาสีดำๆจากปากของหมาที่กำลังอ้ารอคาบแผ่นขนมปัง ว่า "แกแล็กซี่" โดยไม่มีทางจินตนาการไปถึงว่า ยังมีสิ่งมีชีวิตอีกหลายล้านชนิดที่ใหญ่กว่าแกแล็กซี่ในความคิดของพวกมันอีกมากมาย
มนุษย์ ก็เป็นแค่ สิ่งมีชีวิต "ชนิดหนึ่ง" เราที่กำลังให้คำจำกัดความ ของคำว่า "สิ่งมีชีวิต" ทั้งปวง ความรู้เรื่องสิ่งรอบตัว และ ความรู้เรื่องความมีชีวิต ที่เรามีอยู่แค่หางอึ่ง มันคงน้อยเกินไป ที่จะให้คำจำกัดความ ของคำว่า "มีชีวิต" .....
- - -
แต่สำหรับ ดร.พิเชษฐ แล้ว คำว่า มีชีวิต อาจมีความหมายที่ลึกซึ้ง ยากเกินกว่าการเข้าใจ แต่สิ่งที่เค้าเข้าใจเป็นอย่างดีคือ คำว่า มนุษย์ เพราะมันหมายถึง สิ่งมีชีวิตที่น่าสงสารชนิดเดียวในโลกใบนี้ ที่รู้จักการปลิดชีวิตตัวเอง....
... พลันที่เท้าของชายหนุ่มก้าวพ้นขอบดาดฟ้าสีขาว เสียงกรีดร้องของเหล่าไทยมุง ก็หวีดร้อง กึกก้อง กลบทุกสรรพเสียงของวันจันทร์อันวุ่นวาย ...
ในเสี้ยววินาทีที่ร่างกายของชายหนุ่มลอยคว้างอยู่กลางท้องฟ้าโล่ง เป็นเสี้ยววินาทีที่เหมือนทุกอย่างจะหยุดการเคลื่อนไหว เหมือนไร้การเคลื่อนไหวของกาลเวลา แม้แต่เสียงอื้ออึงหวีดร้อง ที่ดังเพียงแค่เสี้ยววินาทีกลับหยุดเงียบสนิท กลับกลายเป็นเสียงของความเงียบจากความตลึงงันเข้ามาแทนที่ เป็นความเงียบสนิทที่น่าสะพรึงกลัว เป็นเสียงของความหยุดนิ่งที่ไม่มีแม้เสียงของลมหายใจ ราวกับว่าคนนับร้อย หยุดหายใจไปพร้อมกัน ...
แล้วสิ่งที่ทุกคนคิดว่าจะเกิด ... กลับไม่เป็นดั่งที่ทุกคนคิด ...
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 33 ความเห็น, หน้า่ | -
1-
2|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 14 เม.ย. 2549 (20:32) ขอบคุณมากๆครับ คุณครูไผ่
อ่านกระทู้ของคุณครูไผ่แล้ว ผมรู้สึกไม่ปกติแล้วครับ หน้าแดงๆตัวลอยๆครับ ผมแค่มือใหม่หัดเขียนครับ กรุณาชี้แนะสั่งสอนได้เต็มที่ครับ
ตอนนี้เริ่มคิดพล๊อตออกแล้วครับ (จริงๆ จะมีฆาตรกรรมปริศนาด้วย อาจจะไม่เหมาะกับหนังสือเรียนเท่าไหร่ครับ) จะค่อยๆทยอยใส่ไปเรื่อยๆครับ
อ๊อฟ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 737 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 245 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 15 เม.ย. 2549 (03:46) งานเขียนลักษณะนี้ มีอีกเรื่องที่จะแนะนำครับ
ชื่อ
รักวุ่นๆหุ้น@@นไลน์
isbn974-92857-3-5
เป็นหนังสือให้ความรู้เกี่ยวกับหุ้นและการลงทุนครับ
ภูมิ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 249 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 156 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 31 ธ.ค. 2549 (14:17) อ้ากกกก................อยากอ่านต่อ จะมีต่อมั้ยครับ อย่าจบยังงี้นะครับ สู้ๆๆๆ รีบมาต่อไวๆนะ
biotech (IP:203.113.76.8)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 2 ม.ค. 2550 (17:20) อ่านแล้วงงนิดหน่อยค่ะ แต่ก็น่าสนใจดี ขอเป็นกำลังใจให้แต่งต่อให้เสร็จไวไวนะคะ รอติดตามอยู่ค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 5 ม.ค. 2550 (22:43) อ่านสนุกทั้งเด็กแผนวิทย์แผนศิลป์เลยครับ ทำให้น้องๆผมสนใจชีววิทยาและวิทยาศาสตร์มากขึ้นด้วย หนุกครับๆ แต่งต่อนะครับ จะรอติดตามผลงาน ^^
attapon56 (IP:58.9.165.233)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 6 ม.ค. 2550 (00:41) มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริงหรือป่าวครับ
quantize (IP:125.24.40.76)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 6 ม.ค. 2550 (11:36) การ Replication DNA ของ Procaryotes และ Eucaryotes เหมือนกันและต่างกันอย่างไร
ยีนควบคุมลักษณะพันธุกรรมได้อย่างไร
วัน/s4745512@pn.psu.ac.th (IP:202.12.74.5)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 7 ม.ค. 2550 (14:44) การReplication DNA ของ Procaryotes และ Eucaryotes โดยทั่วไปมีหลักการเหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันบ้างในรายละเอียดเช่นพวก factor ที่ใช้และรูปแบบของการReplication
ยีนควบคุมลักษณะพันธุกรรมได้เพราะยีนเปรียบเสมือนcode หรือคำสั่งที่กำหนดให้แสดงลักษณะต่างๆออกมา แต่ยีนเดียวกันอาจแสดงออกต่างกันในสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกัน(หรือแม้กระทั่งในสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันแต่ต่างcell ต่างเนื้อเยื่อ หรือต่างอวัยวะ)
ซึ่งอะไรเป็นตัวกำหนดให้ยีนเดียวกันแสดงออกต่างกันนั้น ยังไม่มีใครทราบ
*********************
จขกท มาต่อไวๆนะคร้าบบบบบบบบ อยากรู้ว่าค้นพบอะไรครับ
biotech (IP:203.113.76.11)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 8 ม.ค. 2550 (16:12) ฮิ้วววววว !
อ่านแล้วอมยิ้มเลย
เรื่องนี้ต้องปูเสื่อรออ่านต่อ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 9 ม.ค. 2550 (20:18) จะติดตามอ่านเรื่อยๆนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 9 ม.ค. 2550 (22:37) เอ่อ แต่ สามเสนวิทยาลัย มันกางเกงสีกากีนี่หว่า =.=;;;; ถ้าไม่ใช่พี่พิมพ์ผิด ผมคงอ่านมั่วมั้ง เหอๆๆ ถ้าพี่พิมพ์ผิดจริง เด็กสามเสนขอโวยนะเนี่ย
attapon56 (IP:58.9.162.245)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 11 ม.ค. 2550 (14:11) สนุกดีครับ จะรออ่านตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะครับ....
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 11 ม.ค. 2550 (14:16) รีบๆ เขียนต่อเน้อ จะรออ่าน
สีดาลุยไฟ (IP:61.7.174.141)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 21 ม.ค. 2550 (20:17) ไม่มีความคิดที่จะอัพทุกวันบ้างหรอครับ -*- อยากอ่านต่ออ่ะ
(ถ้าพี่เจ้าของเรื่องนี้มาอ่านที่ comment อยากถามนิดนึงอ่าครับ เรื่องสนใจเรื่อง Quark เหมือนกาน อยากทราบว่า เมื่อเค้าทราบว่า Quark มีตัวตนแล้ว เค้าเอาความรู้ด้านนี้ไปทำอะไรต่อ หรือเอาไปพิสูจน์อะไรขึ้นมาได้บ้างหรอครับ เพราะผมอ่านหนังสือสำหรับเด็กหลายเล่มล๊ะ มันก็บอกว่าเล็กกว่า e- คือ Quark แต่ผมไม่รู้ว่าจะรู้ไปทำไมเนี่ย -*-)
attapon56 (IP:58.9.160.211)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 6 ก.พ. 2550 (16:08) สนุกดีค่ะ เขียนต่อเร็วๆๆน่ะค่ะเป็นกำลังใจให้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 10 พ.ค. 2550 (01:05) ย่ำเหมื่อนคนอื่นๆ
ผมรอตอนต่อไปอยู่เช่นกันครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 12 มิ.ย. 2550 (22:27) หนุกดีค่ะ...แม้จะงงนิดหน่อย
เนื้อเรื่องซับซ้อนนะ....แต่ว่ามันซับซ้อนกันจนลงตัวพอดี
ขอบคุณมากๆค่ะที่ไปเม้นให้
มาอัพอีกเร็วๆนะคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 23 ส.ค. 2550 (19:27) อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !
อยากอ่านนนนนนนนนนนนนนนนนนนต่ออออออออออออออออออออออ
เขียนได้ very very very Good