สารบัญ
หน้าที่ 1 - เมื่อผมจากเชียงรายบ
เมื่อผมจากเชียงรายบ้านเกิด มาเรียนโรงเรียนมัธยมในเมืองหลวงตามคำชักชวนของแม่(ที่จริงเป็นชานเมืองย่านรังสิต) ผมทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้น กลัวที่จะต้องเผชิญโลกใหม่ ใหญ่กว่าเดิม ใหญ่กว่าโลกในหมู่บ้านเล็กๆที่คนในหมู่บ้านตั้งแต่หัวบ้าน ยันท้ายบ้าน รู้จักมักจี่กันหมด ตื่นเต้นที่จะได้เจอสภาพแวดล้อมในเมือง เหมือนที่เคยเห็นในทีวี
เมื่อผมจะจากบ้านมานั้นพ่อไม่ค่อยจะสู้อยากให้ลูกชายจากไปไกลหูไกลตานัก แต่เมื่อเห็นแล้วว่านั่นเป็นทางเจริญ ทางก้าวหน้าของลูก ก็ยอมปล่อยลูกมาในที่สุด ใช่แล้ว! พ่อกับแม่ผมแยกทางกันตั้งแต่ผมอยู่ปอสาม
แม่มาทำงานเป็นคนงานในโรงงานเล็กๆภายในซอยดินลูกรังฝุ่นคลุ้ง สถานที่ที่เป็นแหล่งชุมชนแออัด สิ่งปลูกสร้างที่นอกจากโรงงานแล้วก็คงมีแต่เพิงและห้องแถวไม้เก่าๆสภาพโย้เย้ มีน้ำครำโชยกลิ่นมาจากใต้พื้นกระดานห้องเช่าตลอดเวลา กลางคืนนอนในมุ้งต้องคอยระวังยุง สัตว์ตัวเล็กๆและตะขาบที่คอยไต่ลอดร่องผุๆของไม้กระดานขึ้นมาเสมอๆ
ที่นี่เราจะพบกลุ่มคนชั้นล่างอัดกันอยู่เป็นกระจุก ร้อยละเจ็ดแปดสิบของคนเหล่านี้มีความรู้ไม่ถึงมอสาม พวกเขาอยู่กันอย่างตามมีตามเกิด ต่อไปผมก็คงต้องใช้คำว่าพวกเรา แทน ที่นี่ไม่มีใครพูดจาใช้คำไพเราะๆหรือศัพท์แสงสูงๆ ไม่มีคำว่า คุณครับ.. ไม่มี ดิฉันคิดว่า.. , ทราบแล้วครับ , เชิญค่ะ , คุณแม่ขา.. ..รบกวนบอกผมด้วยนะครับ ไม่มี ประโยค ดาวพระศุกร์ ค่ำนี้ไปดินเนอร์กับผมนะครับ. ฯลฯ มีแต่ เออ!! รู้แล้วน่า , มึงอย่าดื้อ , ไอ้เจี๊ยบเอ๊ย..หยิบของให้กูทีเถอะ , ข้าว่าเอ็งอย่าเสือกเรื่องของมันเลย.. , หวยออกอะไรว่ะ แม่อีจิ๋ม! , ฮ่วย..! ฯลฯ
ที่นี่เป็นโลกที่ต่างจากในจอทีวีของผมอย่างสิ้นเชิง
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม