<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/54" type="text/javascript"></script> |
|
ศึกษาต่อ ประเทศอังกฤษ
ระบบการศึกษา หลักสูตรการเรียนการสอน การเข้าเรียน
post ครั้งแรก: Sun 9 December 2001, 6:04 am ปรับปรุงล่าสุด: Sun 9 December 2001, 6:04 am
อยู่ในส่วน: เรียนต่อต่างประเทศ
|
การศึกษาระดับประถมศึกษา (Primary Education) และมัธยมศึกษา
(Secondary Education)
การศึกษาภาคบังคับในสหราชอาณาจักรนั้น เริ่มตั้งแต่อายุ 5 ปี ถึง 16 ปี
โดยใช้อายุเป็นเกณฑ์หลัก เด็กจะเข้าศึกษาในโรงเรียนของรัฐบาลหรือเอกชนก็ได้
แต่โดยปกติแล้ว 95 % ของนักเรียนในโรงเรียนรัฐบาลแล้ว ส่วนที่เหลือ 5 % จะ
เข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนที่ผู้ปกครองเด็กเป็นคนจ่ายค่าเล่าเรียน
ระดับประถมศึกษา
การศึกษาในชั้นนี้จะเริ่มตั้งแต่อายุ 5 ปี ถึง 11 ปี ในอังกฤษ เวลล์ และ
ไอร์แลนด์เหนือ และ 5 ปี ถึง 12 ปี ในสก็อตแลนด์ และบางส่วนของอังกฤษ
การเรียนในระดับนี้จะเป็นการสอนวิชาทั่วไปโดยวิชาหลักคือ เลข วิทยาศาสตร์
และภาษาอังกฤษ ส่วนวิชาอื่น ๆ ก็มี วิชาภูมิศาสตร์ ดนตรี ศิลป พลศึกษา
ประวัติศาสตร์ โรงเรียนมีทั้งที่เป็นของรัฐบาลและเอกชนที่เรียกว่า Preparatory
Schools โรงเรียนส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนสหศึกษา นักเรียนจะเตรียมพร้อมเพื่อ
การศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาการสอนจะเน้นให้เด็กมีทักษะในการเขียนและ
ทักษะทางตัวเลข เพื่อพัฒนาเด็กให้มีความรู้ ความสามารถตามความเจริญเติบโต
ของวัยเด็ก แบ่งการศึกษา ช่วงนี้เป็น 2 ระดับ ตามอายุ ของเด็ก คือ
1. Pre -Preparatory School (ระดับเตรียมประถม) รับเด็กอายุ 5-7 ปี
2. Preparatory School (ระดับประถม) รับเด็กอายุ 8-13 ปี สำหรับระดับ
นี้ มุ่งให้ นักเรียนเตรียมตัวสอบเข้าในโรงเรียนมัธยมศึกษา ซึ่งต้องสอบ Common
Entrance Examination (CEE) การขึ้นชั้นโรงเรียนในแต่ละชั้นขึ้นตามอายุ
โรงเรียน ประเภทนี้ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนประจำ มีทั้งประเภทหญิง, ชาย และ
สหศึกษา
ระดับมัธยมศึกษา
การศึกษาระดับนี้เริ่มตั้งแต่อายุ 11 ปี ถึง 16 ปี หรือ 18 ปี มีโรงเรียน
ทั้งของรัฐบาลและเอกชน โดยโรงเรียนรัฐบาลสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ
คือ Comprehensive มีนักเรียนประมาณ 90 % ของโรงเรียนรัฐบาลเลือก
โรงเรียนลักษณะนี้โดยรับนักเรียนผู้มีความสามารถในหลายด้านและมีวิชาการให้
เลือกมากมาย Grammar School เป็นโรงเรียนที่เน้นหนักในด้านการศึกษามีการ
คัดเลือกเด็กนักเรียนที่มีความสามารถในด้านการเรียน Secondary Modern
Schoolsเป็นโรงเรียนที่มีการสอนแบบทั่วไป โดยโรงเรียนลักษณะนี้มีจำนวนน้อย
นักเรียนส่วนใหญ่ที่ผู้ปกครองมีฐานะดี รสนิยมสูงเข้าโรงเรียนเอกชนที่เรียกว่า
Public Schools เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเรียนมหาวิทยาลัย วิชาที่
เปิดสอนในระดับมัธยมจะเป็นวิชาสามัญทั่วไป เช่น เลข ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์
วิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา กีฬา ศิลป์ นักเรียนจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับ
การสอบ GCSE เมื่ออายุ 16 ปี และหลังจากสอบ GCSE แล้วนักเรียนที่มีความ
ต้องการจะศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัย ต้องศึกษาอีก 2 ปี เพื่อสอบ
GCE A-level ผลการสอบ GCE A-level นี้จะเป็นเกณฑ์ที่สถานศึกษาใช้ในการ
พิจารณารับนักเรียน เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี
ในระดับมัธยมศึกษา ทางกระทรวงศึกษาธิการและวิทยาศาสตร์ของอังกฤษกำหนด
ให้มีการสอบ วัดความรู้และ ความสามารถของเด็ก การสอบจะจัดโดยคณะ
กรรมการอิสระ ซึ่งมี 5 คณะ ผลการสอบดังกล่าวจะนำไปใช้ในการสมัครเข้าใน
ระดับอุดมศึกษาต่อไป การสอบนี้มี 2 ประเภท คือ
ในอังกฤษและเวลส์ การศึกษาระดับอาชีวะจะได้คุณวุฒิจาก Business and
Technician Education Council (BTEC) ส่วนในสก๊อตแลนด์ได้คุณวุฒจาก
Scottish Vocational Education Council (SCOTVEC) แบ่งเป็น 3
ระดับ ดังนี้
1. First Certificate / Diploma (FC / FD) เป็นการศึกษาในระดับที่
ต้องการจะ ช่วยเหลือผู้ที่จบการศึกษาจากโรงเรียน (อายุเกิน 16 ปี) โดยได้รับ
ประกาศนียบัตร GCSE เพียงไม่กี่วิชาหรือไม่ได้รับเลย ซึ่งต้องการจะหางานทำใน
สายวิชาชีพต่างๆ หลักสูตร การศึกษา 1 ปี เมื่อจบแล้วสามารถเรียนต่อในระดับ
สูงขึ้นได้อีก
2. National Certificate / Diploma (NC / ND) เป็นการศึกษาในสาย
วิชาชีพ ที่มีคุณวุฒิสูงขึ้นจาก FC / FD ใช้เวลาเรียน 2 ปี โดยรับผู้มีคุณวุฒิ
FC /
FD หรือประกาศนียบัตร GCSE อย่างน้อย 4 วิชา ผู้ที่จบระดับ NC / ND นี้นอก
จาก มีคุณวุฒวิชาชีพแล้วยังเทียบ ได้เท่ากับ GCE ?A? level ด้วย ซึ่งหากได้
คะแนนดีมาก สามารถสมัครเรียนระดับปริญญาตรีได้
3. Higher National Certificate / Diploma (HNC / HND) เป็นการ
ศึกษา ในระดับสูงสุดของระดับอาชีวศึกษา หลักสูตร 2 ปี ซึ่งถือว่าระดับนี้เป็นการ
ศึกษา ระดับอุดมศึกษา (Higher Education) ด้วย รับจากผู้ที่จบการศึกษา NC
/ ND หรือผู้มีคุณวุฒ GCSE 3 วิชา + GCE ?A? level 1 วิชา ผู้ที่จบหลักสูตรนี้
ถือได้ว่า มีวุฒิสูงกว่าอนุปริญญาของไทย แต่ต่ำกว่าปริญญาตรี 1 ขั้น นอกจากนี้หาก
ประสงค์ จะศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีก็สามารถทำได้โดยใช้เวลาศึกษาอีก 2 ปี
แต่ทั้งนี้ ผลการเรียนต้องดีเด่น
สถาบันอาชีวศึกษาของเอกชน ส่วนใหญ่ให้คุณวุฒิเพียงประกาศนียบัตร
สำหรับ สถานศึกษา เอกชนควรเลือกสถานศึกษาที่ได้รับรองวิทยฐานะจาก The
British Accredition Council for Further and Higher
Education (BAC) ซึ่งเป็นหลักประกันว่า มีมาตรฐาน การเรียน การสอน ที่
เชื่อถือได้ สถาบันอาชีวศึกษาของเอกชนได้แก่
Tutorial Collegeเป็นสถานศึกษาที่เรียนเน้นหนักเฉพาะวิชาที่จะสอบ
GCSE และ GCE A-Level ลักษณะของโรงเรียน เป็นทำนองเดียวกับ โรงเรียน
กวดวิชา ของไทย โดยสอนนักเรียนเป็นกลุ่มหรือรายบุคคล ห้องเรียน มีนักเรียน
น้อย นักเรียน จะมีโอกาสใกล้ชิดกับครูซักถามข้อสงสัย เป็นการส่วนตัว จากครู
และไม่ต้องเสียเวลา เรียนวิชาด้านอื่นที่ไม่ได้ใช้ในการสมัครเข้า มหาวิทยาลัย
โดยปกติใช้เวลาเรียน 2 ปี ก็สามารถสอบ GCSE หรือ GCE A-level ได้ นอก
จากนี้สถานศึกษา บางแห่งอาจ มีหลักสูตรภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ เลขานุการ
<b>วิทยาลัยเพื่อการศึกษาต่อเนื่อง (College of further Education)</b>
นักเรียนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป และต้องการศึกษาต่อเพื่อรับประกาศนียบัตร
วิชาชีพในสาขาต่าง ๆ เช่น บริหารธุรกิจ ช่างเทคนิค อุตสาหกรรมศิลป์ การ
ท่องเที่ยว การดรงแรม หรือการฝึกหัดครู สามารถเลือกศึกษาที่วิทยาลัยเหล่านี้
ได้ โดยวิทยาลัยเหล่านี้รวมถึง Technical Colleges of Further
Education, Tertiary College, Colleges of Technology
วิทยาลัยเหล่านี้มีหลักสูตรต่าง ๆ คือ First Certificate/Diploma
สำหรับช่างเทคนิคหรือพนักงานจัดการ หลักสูตร Higher National
Certificate/Diploma เหมาะสำหรับช่างเทคนิคชั้นสูง หัวหน้าและผู้บริหาร
โดยหลักสูตรเหล่านี้ใช้เวลา 1 ปี ถึง 3 ปี และวุฒิการศึกษาเหล่านี้ นักเรียนจะ
ได้รับจาก BTEC หรือสอบเมื่อเข้ารับ Certificate จาก City and
Council of London Institute จึงเป็นหน่วยงานแนวหน้าในด้านการทดสอบ
ด้านเทคนิค ให้วุฒิการศึกษาและบริการอื่น ๆ ในสหราชอาณาจักร และ 80
ประเทศ ระหว่างประเทศ The London Chamber of Commerce and
Industry Examinations Board The Royal Society of Arts และ
The Scottish Vocational Education Council นอกจากนี้นักเรียน
สามารถเลือกศึกษาในวิทยาลัย อาชีวศึกษาและเทคนิคเอกชนซึ่งวิทยาลัยนี้จะมี
มาตรฐานการศึกษาแตกต่างกันไป
ระดับอุดมศึกษา (Higher Education) ได้แก่การศึกษาในระดับ
มหาวิทยาลัย และ College of Higher Education
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักมีประมาณ 96 แห่ง เป็นของรัฐบาลเกือบทั้ง
หมด ยกเว้น University of Buckingham ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเพียง
แห่งเดียว (Polytechnic ในสหราชอาณาจักร ขณะนี้ได้ยกฐานะเป็น
มหาวิทยาลัยทั้งหมดแล้ว ซึ่งรวมอยู่ใน 80 แห่ง ดังกล่าวแล้ว) สำหรับ College
of Higher Education) มีประมาณ 243 แห่ง
หลักสูตรการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแบ่งเป็น
<b>ระดับปริญญาตรี</b>
การศึกษาระดับนี้นักเรียนผู้ผ่านการศึกษาระดับ GCE A Level แล้วต้องการที่จะ
ศึกษาต่อระดับปริญญาตรี หรือสูงกว่า สำหรับระดับปริญญาตรี ผู้สมัครสามารถยื่นใบ
สมัครผ่านองค์กรกลาง หรือ UCAS (Universities Central Admission
System) นักเรียนสามารถเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยตามความต้องการ ใน
ปัจจุบันโพลีเทคนิคในสหราชอาณาจักรได้สถาปนาตนเองเป็นมหาวิทยาลัยแล้ว ซึ่ง
สามารถตรวจสอบรายละเอียดของงโพลีคลีนิคเหล่านี้ได้ที่ภาคผนวกของหนัวสือเล่ม
นี้ การสมัครสามารถทำได้ระหว่างวันที่ 1 กันยายนถึง 15 ธันวาคม สำหรับนัก
เรียน นักศึกษาปีการศึกษาถัดไป โดยการจะได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาหรือไม่
เป็นสิทธิของมหาวิทยาลัยนั้น สำหรับมหาวิทยาลัยเป็นผู้จัดสอบเอง ผู้สมัครต้องยื่น
ใบสมัครก่อนวันที่ 15 ตุลาคม สำหรับมหาวิทยาลัยบักกิ้งแฮม ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย
เอกชน นักเรียนสามารถสมัครโดยตรงได้ที่มหาวิทยาลัย นอกจากมหาวิทยาลัยแล้ว
นักเรียนเลือกศึกษาระดับ Diploma จาก College and Institutions of
Higher Education ซึ่งส่วนใหญ่วิทยาลัยเหล่านี้จะเน้นการสอนไปด้วย การ
ฝึกหัดครู ศิลป์ และสถาปัตยกรรม ซึ่งนักเรียนสามารถศึกษาต่อเพื่อรับปริญญาตรีใน
สาขานั้น จากมหาวิทยาลัยใกล้เคียงกับวิทยาลัย โดยหลักสูตรปริญญาตรีทั่วไป เช่น
บริหารธุรกิจ นิเทศศาสตร์ รัฐศาสตร์ ใช้เวลาในการเรียน 3 ปี หรือ 4 ปี แต่
หลักสูตรที่ใช้ความชำนาญเป็นพิเศษ เช่น สถาปัตยกรรม ทันตแพทย์ศาสตร์
สัตวแพทย์ศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ ใช้เวลาในการเรียน 5-6 ปี ซึ่งปริญญาตรีที่ได้
รับเรียกว่า Bachelor Degrees เช่น Bachelor of Arts, Bachelor of
Sciences (BSc.) เป็นต้น
ระดับสูงกว่าปริญญาตรี (Post Graduate Studies)
มีหลักสูตรต่าง ๆ เช่น Post Graduate Studies, Post Graduate
Diploma, Master Degrees , Mr. Ph.D. นักเรียนสามารถสมัครกับสถาน
ศึกษาที่ต้องการได้โดยตรง โดยการศึกษาในระดับนี้ สามารถแบ่งวิชาการการ
ศึกษาได้ 2 ชนิด
1. โดยการทำ Course work และการเขียน Dissertation หรือ Paper
โดยมีหลักสูตร Post Graduate Certificate และ Post Graduate
Diploma ใช้เวลาเรียนประมาณ 9-12 เดือน สำหรับหลักสูตรการปริญญาโทให้
เวลาเรียนประมาณ 12-24 เดือน ขึ้นอยู่กับวิชาที่ศึกษา สำหรับบางสาขาวิชานัก
เรียนอาจใช้เวลาเรียนเพียง 12 เดือน
2. โดยการทำ Research ภายใต้การควบคุมของอาจารย์ แนะแนว โดยการ
ทำ Research หรือวิจัย จะใช้เวลา 2-3 ปี สำหรับรับปริญญาโท และ
ปริญญาเอกโอกาสของนักเรียนไทยในการไปศึกษาต่อที่สหราชอาณาจักรไม่เป็นที่
ลำบากนัก นักเรียนสามารถเพิ่มพูนความรู้ภาษาอังกฤษได้จากโรงเรียนสอนภาษา
ทั้งของรัฐบาลและเอกชนก่อนการเข้าศึกษา นักเรียนไทยที่ต้องการศึกษาในสห
ราชอาณาจักรนั้นต้องเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนเท่านั้น ยกเว้นในกรณีที่มีสิทธิ์
พิเศษทางการฑูตหรือเป็น Resident ของที่นั่นโรงเรียนประถมศึกษาของ
เอกชนนั้นเรียกว่า Preparatory Schools หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Prep
Schools โรงเรียนประเภทนี้ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนไปกลับอยู่รวมกันด้วย
นักเรียนไทยที่มีอายุ 8-13 ปี จะไปเข้าศึกษาในโรงเรียนประเภทนี้ได้
ชั้นเรียนของโรงเรียนของโรงเรียนประเภทนี้จะมีขนาดเล็กไม่เกิน 15 คน จะ
สอนเพื่อเตรียมให้เด็กเข้าสอบCommon Entrance Examination (CEE)
นักเรียนที่เข้าศึกษาตั้งแต่อายุน้อยๆเช่น 8-9ปี จะสามารถปรับตัวได้ดีกว่า และจะมี
ความพร้อมในการเข้าสอบ CEE มากกว่านักเรียนที่ไปเข้าศึกษาเมื่ออายุ 11-12
ปี ค่าใช้จ่ายในการศึกษาระดับนี้ประมาณ 11,015 ปอนด์ต่อปี
นักเรียนไทยซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาจากประเทศไทยและ
อายุประมาณ 12-13 ปี สามารถไปเข้าศึกษาของเอกชนที่เรียกว่า Public
Schools ได้ ถึงแม้ว่า Public Schools โดยทั่ว ๆ ไปจะพิจารณารับนักเรียน
จากผลสอบ CEE แต่ก็มีบางแห่งที่รับนักเรียนได้โดยวิธีการสัมภาษณ์หรือทดสอบ
อย่างอื่น การสอนใน Public Schools จะมุ่งเน้นหนักทางด้านวิชาการให้ได้
มาตรฐานสูง เพื่อเข้าสอบ GCSE และ GCE ?A? Level ต่อไป เพื่อเตรียม
นักเรียนให้เข้าศึกษาต่อไปในระดับมหาวิทยาลัยได้ ค่าใช้จ่ายในการศึกษาระดับนี้
ประมาณ 14,390 ปอนด์ต่อปี
ส่วนในระดับอาชีวะศึกษานั้น นักเรียนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป และ
ประสงค์ที่จะไปศึกษาวิชาชีพต่าง ๆ ในประเทศอังกฤษก็สามารถทำได้ ถ้ามีความรู้
ทางพื้นฐานภาษาอังกฤษอยู่ในเกณฑ์ดีพอ และสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่
6 จากประเทศไทยไปแล้วในบางหลักสูตรของสถานศึกษาบางแห่ง นักเรียนที่จบชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 3 ก็สามารถเข้าศึกษาได้ แต่หลักสูตรประเภทนี้มีไม่มากนัก นัก
เรียนที่จะศึกษาในระดับอาชีวะศึกษานี้สามารถเข้าศึกษาได้ทั้งในสถาบันของรัฐและ
เอกชน ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาก็แตกต่างกันไปตามแต่ประเภทของหลักสูตร มี
ตั้งแต่หลักสูตรระยะสั้น ๆ 3-6 เดือน จนถึงหลักสูตร 1-2 ปี เป็นต้น นักเรียนที่
เข้าศึกษาในระดับอาชีวะศึกษาในสถานศึกษาของรัฐบาลจนจบหลักสูตร BTEC
HND ( Higher National Diploma ) แล้ว หากมีผลการศึกษาดีและ
ต้องการจะศึกษาต่อไปจนกระทั้งถึงระดับปริญญาตรีก็สามารถทำได้โดยจะใช้เวลา
ศึกษาต่ออีกประมาฌ 2 ปี ในมหาวิทยาลัยสำหรับค่าใช้จ่ายในการศึกษานี้
ประมาณ 9,050 ปอนด์ต่อปี
การศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศอังกฤษนั้น โดยปกติแล้วนักเรียนไทยที่
สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และประสงค์ที่จะเข้าไปศึกษาในระดับปริญญา
ตรีในมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ จะต้องไปศึกษาเพื่อเตรียมตัวสอบ GCE A
Level ให้ได้ในวิชาต่าง ๆ ตามจำนวนที่ทางมหาวิทยาลัย หรือสถาบันทาง
โพลีเทคนิคกำหนดไว้ในการศึกษาเพื่อสอบ GCE A Level นั้น นักเรียนอาจไป
เข้าศึกษาที่เรียกว่า Tutorial College หรืออาจศึกษาใน College of Further Education
ก็ได้ โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี ในการศึกษาระดับ A Level นี้ จนมีคุณสมบัติครบ
ตามที่จะเข้าสมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีได้
นอกจากการศึกษาเพื่อสอบ GCE A Level ให้ได้ตามเงื่อนไขที่
ทางมหาวิทยาลัยหรือสถาบันโพลีเทคนิคกำหนดไว้แล้ว ปัจจุบันนี้สถานศึกษาหลาย
แห่งในประเทศอังกฤษ จัดหลักสูตรพิเศษที่เรียกว่า Access หรือ Bridging
Courses Foundation หรือ Preliminary Year Program สำหรับนักเรียน
ต่างชาติจากประเทศที่ระบบการศึกษาแตกต่างจากระบบการศึกษาของอังกฤษ ที่
ประสงค์จะเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีในประเทศอังกฤษ โดยหลักสูตรพิเศษนี้จะ
ใช้เวลา 1 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งในด้านภาษาอังกฤษและวิชาการ ให้แก่นัก
เรียนต่างชาติในการที่จะเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ซึ่งนักเรียนที่สำเร็จการศึกษา
ชั้นมัธยมปีที่ 6 จากประเทศไทยก็สามารถสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตร ดังกล่าว
ประเภทนี้ได้มหาวิทยาลัยหลาย ๆ แห่งก็จะรับนักเรียนให้เข้าศึกษาระดับปริญญาตรี
ต่อไปได้
ผู้ที่ประสงค์จะไปศึกษาระดับปริญญาตรีในประเทศอังกฤษ นอกจากจะ
สามารถสมัครเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาของอังกฤษแล้วก็อาจสมัครเข้าศึกษาใน
สถาบันเอกชนอีกประเภทหนึ่งซึ่งเป็นสาขาของสถาบันการศึกษาของสหรัฐอเมริกา
แต่มีที่ตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษ ทำการสอนโดยใช้ระบบเดียวกับมหาวิทยาลัยใน
สหรัฐอเมริกา การสมัครเข้าเรียนก็ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับสถานศึกษาต่าง ๆ ของ
สหรัฐอเมริกา สถาบันประเภทนี้ในประเทศอังกฤษมีอยู่ 2-3 แห่ง ซึ่งได้รับการรับ
รองวิทยะฐานะเช่นเดียวกับสถาบันในสหรัฐอเมริกาทุกประการและมีอีกหลายแห่ง
ซึ่งยังไม่ได้รับการรับรอง ฉะนั้นหากนักเรียนสนใจที่จะเข้าศึกษาในสถาบันประเภท
นี้จะต้องตรวจสอบให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจสมัคร ส่วนผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริ
ญญ่ตรีในประเทศไทยและประสงค์ที่จะไปศึกษาต่อในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรีก็
สามารถกระทำได้หากนักเรียนมีผลการศึกษาระดับปริญญาตรีอยู่ในเกณฑ์ดีคือ GPA
3.0 ขึ้นไป ก็สามารถสมัครเข้าศึกษาในระดับปริญญาโทได้ทันที แต่ถ้าคะแนนเฉลี่ย
ไม่สูงนัก สถานศึกษาอาจรับให้เข้าศึกษาในระดับ Post Graduate
Certificateหรือ Diploma ก่อน ถ้าผลการศึกษาดีก็สามารถเข้าศึกษาต่อใน
ระดับปริญญาเอกโดยตรงได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการศึกษาในระดับปริญญาโท
ก่อน แต่ทั้งนี้สถานศึกษาอาจให้ทดสอบเรียนในระดับ M. Phil สักระยะหนึ่ง ถ้า
ผลการเรียนของนักเรียนเป็นที่พอใจของอาจรารย์ที่สามารถข้ามไปศึกษาชั้นปริญญา
เอกได้ ค่าใช้จ่ายในการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าจะประมาณ 11,610
ปอนด์ ถึง 13,410 ปอนด์ ต่อปีแล้วแต่ว่านักเรียนจะศึกษาในสาขาวิชาสายสังคม
ศาสตร์หรือสายวิทยาศาสตร์ ทั้งหมดนี้คงจะพอทำให้ท่านผู้อ่านพิจารณาสรุปได้แล้ว
ว่าหากนักเรียนมีพื้นความรู้ทางภาษดี มีความตั้งใจจริงแน่วแน่ ในการศึกษาและมี
ทุนทรัพย์เพียงพอที่จะใช้จ่ายในการศึกษาการไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษก็ไม่น่า
จะยากอย่างที่คิด เพราะโอกาสในการศึกษาต่อเปิดกว้างให้ไปศึกษาได้ในทุกระดับ
การศึกษาทีเดียว


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |