วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/54" type="text/javascript"></script>
ศึกษาต่อ ประเทศอังกฤษ
ระบบการศึกษา หลักสูตรการเรียนการสอน การเข้าเรียน
ผู้เขียน: wimma ชมแล้ว: 48,043 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sun 9 December 2001, 6:04 am ปรับปรุงล่าสุด: Sun 9 December 2001, 6:04 am

หน้าที่ 1 - ระบบการศึกษาทั่วไป
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่
ระบบการศึกษา แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา

ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา การศึกษาในระดับประถมศึกษาและมัธยม

ศึกษาของอังกฤษ มีทั้งโรงเรียน ของ รัฐบาล และโรงเรียนของเอกชน ซึ่งการ

ศึกษาของทั้ง 2 แบบ จะไม่เหมือนกัน แต่ในที่นี้จะ กล่าวถึงเฉพาะระบบการศึกษา

ที่เป็นของโรงเรียนเอกชน (Independent School) เนื่องจากระดับประถม

มัธยมศึกษา ในโรงเรียนรัฐบาลนั้นเป็นการศึกษาที่รัฐบาลให้ฟรี แก่คนอังกฤษ

นักเรียนต่างชาติจึงไม่มีสิทธิสมัครเข้าศึกษา

การศึกษาระดับประถมศึกษา (Primary Education) และมัธยมศึกษา

(Secondary Education)


การศึกษาภาคบังคับในสหราชอาณาจักรนั้น เริ่มตั้งแต่อายุ 5 ปี ถึง 16 ปี

โดยใช้อายุเป็นเกณฑ์หลัก เด็กจะเข้าศึกษาในโรงเรียนของรัฐบาลหรือเอกชนก็ได้

แต่โดยปกติแล้ว 95 % ของนักเรียนในโรงเรียนรัฐบาลแล้ว ส่วนที่เหลือ 5 % จะ

เข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนที่ผู้ปกครองเด็กเป็นคนจ่ายค่าเล่าเรียน


ระดับประถมศึกษา


การศึกษาในชั้นนี้จะเริ่มตั้งแต่อายุ 5 ปี ถึง 11 ปี ในอังกฤษ เวลล์ และ

ไอร์แลนด์เหนือ และ 5 ปี ถึง 12 ปี ในสก็อตแลนด์ และบางส่วนของอังกฤษ

การเรียนในระดับนี้จะเป็นการสอนวิชาทั่วไปโดยวิชาหลักคือ เลข วิทยาศาสตร์

และภาษาอังกฤษ ส่วนวิชาอื่น ๆ ก็มี วิชาภูมิศาสตร์ ดนตรี ศิลป พลศึกษา

ประวัติศาสตร์ โรงเรียนมีทั้งที่เป็นของรัฐบาลและเอกชนที่เรียกว่า Preparatory

Schools โรงเรียนส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนสหศึกษา นักเรียนจะเตรียมพร้อมเพื่อ

การศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาการสอนจะเน้นให้เด็กมีทักษะในการเขียนและ

ทักษะทางตัวเลข เพื่อพัฒนาเด็กให้มีความรู้ ความสามารถตามความเจริญเติบโต

ของวัยเด็ก แบ่งการศึกษา ช่วงนี้เป็น 2 ระดับ ตามอายุ ของเด็ก คือ


1. Pre -Preparatory School (ระดับเตรียมประถม) รับเด็กอายุ 5-7 ปี


2. Preparatory School (ระดับประถม) รับเด็กอายุ 8-13 ปี สำหรับระดับ

นี้ มุ่งให้ นักเรียนเตรียมตัวสอบเข้าในโรงเรียนมัธยมศึกษา ซึ่งต้องสอบ Common


Entrance Examination (CEE) การขึ้นชั้นโรงเรียนในแต่ละชั้นขึ้นตามอายุ

โรงเรียน ประเภทนี้ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนประจำ มีทั้งประเภทหญิง, ชาย และ

สหศึกษา


ระดับมัธยมศึกษา


การศึกษาระดับนี้เริ่มตั้งแต่อายุ 11 ปี ถึง 16 ปี หรือ 18 ปี มีโรงเรียน

ทั้งของรัฐบาลและเอกชน โดยโรงเรียนรัฐบาลสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ

คือ Comprehensive มีนักเรียนประมาณ 90 % ของโรงเรียนรัฐบาลเลือก

โรงเรียนลักษณะนี้โดยรับนักเรียนผู้มีความสามารถในหลายด้านและมีวิชาการให้

เลือกมากมาย Grammar School เป็นโรงเรียนที่เน้นหนักในด้านการศึกษามีการ

คัดเลือกเด็กนักเรียนที่มีความสามารถในด้านการเรียน Secondary Modern

Schoolsเป็นโรงเรียนที่มีการสอนแบบทั่วไป โดยโรงเรียนลักษณะนี้มีจำนวนน้อย

นักเรียนส่วนใหญ่ที่ผู้ปกครองมีฐานะดี รสนิยมสูงเข้าโรงเรียนเอกชนที่เรียกว่า

Public Schools เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเรียนมหาวิทยาลัย วิชาที่

เปิดสอนในระดับมัธยมจะเป็นวิชาสามัญทั่วไป เช่น เลข ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์

วิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา กีฬา ศิลป์ นักเรียนจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับ

การสอบ GCSE เมื่ออายุ 16 ปี และหลังจากสอบ GCSE แล้วนักเรียนที่มีความ

ต้องการจะศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัย ต้องศึกษาอีก 2 ปี เพื่อสอบ

GCE A-level ผลการสอบ GCE A-level นี้จะเป็นเกณฑ์ที่สถานศึกษาใช้ในการ

พิจารณารับนักเรียน เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี


ในระดับมัธยมศึกษา ทางกระทรวงศึกษาธิการและวิทยาศาสตร์ของอังกฤษกำหนด

ให้มีการสอบ วัดความรู้และ ความสามารถของเด็ก การสอบจะจัดโดยคณะ

กรรมการอิสระ ซึ่งมี 5 คณะ ผลการสอบดังกล่าวจะนำไปใช้ในการสมัครเข้าใน

ระดับอุดมศึกษาต่อไป การสอบนี้มี 2 ประเภท คือ


ในอังกฤษและเวลส์ การศึกษาระดับอาชีวะจะได้คุณวุฒิจาก Business and

Technician Education Council (BTEC) ส่วนในสก๊อตแลนด์ได้คุณวุฒจาก

Scottish Vocational Education Council (SCOTVEC) แบ่งเป็น 3

ระดับ ดังนี้


1. First Certificate / Diploma (FC / FD) เป็นการศึกษาในระดับที่

ต้องการจะ ช่วยเหลือผู้ที่จบการศึกษาจากโรงเรียน (อายุเกิน 16 ปี) โดยได้รับ

ประกาศนียบัตร GCSE เพียงไม่กี่วิชาหรือไม่ได้รับเลย ซึ่งต้องการจะหางานทำใน

สายวิชาชีพต่างๆ หลักสูตร การศึกษา 1 ปี เมื่อจบแล้วสามารถเรียนต่อในระดับ

สูงขึ้นได้อีก


2. National Certificate / Diploma (NC / ND) เป็นการศึกษาในสาย

วิชาชีพ ที่มีคุณวุฒิสูงขึ้นจาก FC / FD ใช้เวลาเรียน 2 ปี โดยรับผู้มีคุณวุฒิ
FC /

FD หรือประกาศนียบัตร GCSE อย่างน้อย 4 วิชา ผู้ที่จบระดับ NC / ND นี้นอก

จาก มีคุณวุฒวิชาชีพแล้วยังเทียบ ได้เท่ากับ GCE ?A? level ด้วย ซึ่งหากได้

คะแนนดีมาก สามารถสมัครเรียนระดับปริญญาตรีได้


3. Higher National Certificate / Diploma (HNC / HND) เป็นการ

ศึกษา ในระดับสูงสุดของระดับอาชีวศึกษา หลักสูตร 2 ปี ซึ่งถือว่าระดับนี้เป็นการ

ศึกษา ระดับอุดมศึกษา (Higher Education) ด้วย รับจากผู้ที่จบการศึกษา NC

/ ND หรือผู้มีคุณวุฒ GCSE 3 วิชา + GCE ?A? level 1 วิชา ผู้ที่จบหลักสูตรนี้

ถือได้ว่า มีวุฒิสูงกว่าอนุปริญญาของไทย แต่ต่ำกว่าปริญญาตรี 1 ขั้น นอกจากนี้หาก

ประสงค์ จะศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีก็สามารถทำได้โดยใช้เวลาศึกษาอีก 2 ปี

แต่ทั้งนี้ ผลการเรียนต้องดีเด่น


สถาบันอาชีวศึกษาของเอกชน ส่วนใหญ่ให้คุณวุฒิเพียงประกาศนียบัตร


สำหรับ สถานศึกษา เอกชนควรเลือกสถานศึกษาที่ได้รับรองวิทยฐานะจาก The

British Accredition Council for Further and Higher

Education (BAC) ซึ่งเป็นหลักประกันว่า มีมาตรฐาน การเรียน การสอน ที่

เชื่อถือได้ สถาบันอาชีวศึกษาของเอกชนได้แก่


Tutorial Collegeเป็นสถานศึกษาที่เรียนเน้นหนักเฉพาะวิชาที่จะสอบ


GCSE และ GCE A-Level ลักษณะของโรงเรียน เป็นทำนองเดียวกับ โรงเรียน

กวดวิชา ของไทย โดยสอนนักเรียนเป็นกลุ่มหรือรายบุคคล ห้องเรียน มีนักเรียน

น้อย นักเรียน จะมีโอกาสใกล้ชิดกับครูซักถามข้อสงสัย เป็นการส่วนตัว จากครู

และไม่ต้องเสียเวลา เรียนวิชาด้านอื่นที่ไม่ได้ใช้ในการสมัครเข้า มหาวิทยาลัย

โดยปกติใช้เวลาเรียน 2 ปี ก็สามารถสอบ GCSE หรือ GCE A-level ได้ นอก

จากนี้สถานศึกษา บางแห่งอาจ มีหลักสูตรภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ เลขานุการ


<b>วิทยาลัยเพื่อการศึกษาต่อเนื่อง (College of further Education)</b>

นักเรียนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป และต้องการศึกษาต่อเพื่อรับประกาศนียบัตร

วิชาชีพในสาขาต่าง ๆ เช่น บริหารธุรกิจ ช่างเทคนิค อุตสาหกรรมศิลป์ การ

ท่องเที่ยว การดรงแรม หรือการฝึกหัดครู สามารถเลือกศึกษาที่วิทยาลัยเหล่านี้

ได้ โดยวิทยาลัยเหล่านี้รวมถึง Technical Colleges of Further

Education, Tertiary College, Colleges of Technology


วิทยาลัยเหล่านี้มีหลักสูตรต่าง ๆ คือ First Certificate/Diploma

สำหรับช่างเทคนิคหรือพนักงานจัดการ หลักสูตร Higher National

Certificate/Diploma เหมาะสำหรับช่างเทคนิคชั้นสูง หัวหน้าและผู้บริหาร

โดยหลักสูตรเหล่านี้ใช้เวลา 1 ปี ถึง 3 ปี และวุฒิการศึกษาเหล่านี้ นักเรียนจะ

ได้รับจาก BTEC หรือสอบเมื่อเข้ารับ Certificate จาก City and

Council of London Institute จึงเป็นหน่วยงานแนวหน้าในด้านการทดสอบ

ด้านเทคนิค ให้วุฒิการศึกษาและบริการอื่น ๆ ในสหราชอาณาจักร และ 80

ประเทศ ระหว่างประเทศ The London Chamber of Commerce and

Industry Examinations Board The Royal Society of Arts และ

The Scottish Vocational Education Council นอกจากนี้นักเรียน

สามารถเลือกศึกษาในวิทยาลัย อาชีวศึกษาและเทคนิคเอกชนซึ่งวิทยาลัยนี้จะมี

มาตรฐานการศึกษาแตกต่างกันไป


ระดับอุดมศึกษา (Higher Education) ได้แก่การศึกษาในระดับ

มหาวิทยาลัย และ College of Higher Education


ปัจจุบันมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักมีประมาณ 96 แห่ง เป็นของรัฐบาลเกือบทั้ง

หมด ยกเว้น University of Buckingham ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเพียง

แห่งเดียว (Polytechnic ในสหราชอาณาจักร ขณะนี้ได้ยกฐานะเป็น

มหาวิทยาลัยทั้งหมดแล้ว ซึ่งรวมอยู่ใน 80 แห่ง ดังกล่าวแล้ว) สำหรับ College

of Higher Education) มีประมาณ 243 แห่ง


หลักสูตรการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแบ่งเป็น


<b>ระดับปริญญาตรี</b>


การศึกษาระดับนี้นักเรียนผู้ผ่านการศึกษาระดับ GCE A Level แล้วต้องการที่จะ

ศึกษาต่อระดับปริญญาตรี หรือสูงกว่า สำหรับระดับปริญญาตรี ผู้สมัครสามารถยื่นใบ

สมัครผ่านองค์กรกลาง หรือ UCAS (Universities Central Admission

System) นักเรียนสามารถเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยตามความต้องการ ใน

ปัจจุบันโพลีเทคนิคในสหราชอาณาจักรได้สถาปนาตนเองเป็นมหาวิทยาลัยแล้ว ซึ่ง

สามารถตรวจสอบรายละเอียดของงโพลีคลีนิคเหล่านี้ได้ที่ภาคผนวกของหนัวสือเล่ม

นี้ การสมัครสามารถทำได้ระหว่างวันที่ 1 กันยายนถึง 15 ธันวาคม สำหรับนัก

เรียน นักศึกษาปีการศึกษาถัดไป โดยการจะได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาหรือไม่

เป็นสิทธิของมหาวิทยาลัยนั้น สำหรับมหาวิทยาลัยเป็นผู้จัดสอบเอง ผู้สมัครต้องยื่น

ใบสมัครก่อนวันที่ 15 ตุลาคม สำหรับมหาวิทยาลัยบักกิ้งแฮม ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย

เอกชน นักเรียนสามารถสมัครโดยตรงได้ที่มหาวิทยาลัย นอกจากมหาวิทยาลัยแล้ว

นักเรียนเลือกศึกษาระดับ Diploma จาก College and Institutions of

Higher Education ซึ่งส่วนใหญ่วิทยาลัยเหล่านี้จะเน้นการสอนไปด้วย การ

ฝึกหัดครู ศิลป์ และสถาปัตยกรรม ซึ่งนักเรียนสามารถศึกษาต่อเพื่อรับปริญญาตรีใน

สาขานั้น จากมหาวิทยาลัยใกล้เคียงกับวิทยาลัย โดยหลักสูตรปริญญาตรีทั่วไป เช่น


บริหารธุรกิจ นิเทศศาสตร์ รัฐศาสตร์ ใช้เวลาในการเรียน 3 ปี หรือ 4 ปี แต่

หลักสูตรที่ใช้ความชำนาญเป็นพิเศษ เช่น สถาปัตยกรรม ทันตแพทย์ศาสตร์

สัตวแพทย์ศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ ใช้เวลาในการเรียน 5-6 ปี ซึ่งปริญญาตรีที่ได้

รับเรียกว่า Bachelor Degrees เช่น Bachelor of Arts, Bachelor of

Sciences (BSc.) เป็นต้น


ระดับสูงกว่าปริญญาตรี (Post Graduate Studies)


มีหลักสูตรต่าง ๆ เช่น Post Graduate Studies, Post Graduate

Diploma, Master Degrees , Mr. Ph.D. นักเรียนสามารถสมัครกับสถาน

ศึกษาที่ต้องการได้โดยตรง โดยการศึกษาในระดับนี้ สามารถแบ่งวิชาการการ

ศึกษาได้ 2 ชนิด


1. โดยการทำ Course work และการเขียน Dissertation หรือ Paper

โดยมีหลักสูตร Post Graduate Certificate และ Post Graduate

Diploma ใช้เวลาเรียนประมาณ 9-12 เดือน สำหรับหลักสูตรการปริญญาโทให้

เวลาเรียนประมาณ 12-24 เดือน ขึ้นอยู่กับวิชาที่ศึกษา สำหรับบางสาขาวิชานัก

เรียนอาจใช้เวลาเรียนเพียง 12 เดือน


2. โดยการทำ Research ภายใต้การควบคุมของอาจารย์ แนะแนว โดยการ

ทำ Research หรือวิจัย จะใช้เวลา 2-3 ปี สำหรับรับปริญญาโท และ

ปริญญาเอกโอกาสของนักเรียนไทยในการไปศึกษาต่อที่สหราชอาณาจักรไม่เป็นที่

ลำบากนัก นักเรียนสามารถเพิ่มพูนความรู้ภาษาอังกฤษได้จากโรงเรียนสอนภาษา

ทั้งของรัฐบาลและเอกชนก่อนการเข้าศึกษา นักเรียนไทยที่ต้องการศึกษาในสห

ราชอาณาจักรนั้นต้องเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนเท่านั้น ยกเว้นในกรณีที่มีสิทธิ์

พิเศษทางการฑูตหรือเป็น Resident ของที่นั่นโรงเรียนประถมศึกษาของ

เอกชนนั้นเรียกว่า Preparatory Schools หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Prep

Schools โรงเรียนประเภทนี้ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนไปกลับอยู่รวมกันด้วย

นักเรียนไทยที่มีอายุ 8-13 ปี จะไปเข้าศึกษาในโรงเรียนประเภทนี้ได้

ชั้นเรียนของโรงเรียนของโรงเรียนประเภทนี้จะมีขนาดเล็กไม่เกิน 15 คน จะ

สอนเพื่อเตรียมให้เด็กเข้าสอบCommon Entrance Examination (CEE)

นักเรียนที่เข้าศึกษาตั้งแต่อายุน้อยๆเช่น 8-9ปี จะสามารถปรับตัวได้ดีกว่า และจะมี

ความพร้อมในการเข้าสอบ CEE มากกว่านักเรียนที่ไปเข้าศึกษาเมื่ออายุ 11-12

ปี ค่าใช้จ่ายในการศึกษาระดับนี้ประมาณ 11,015 ปอนด์ต่อปี


นักเรียนไทยซึ่งสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาจากประเทศไทยและ

อายุประมาณ 12-13 ปี สามารถไปเข้าศึกษาของเอกชนที่เรียกว่า Public

Schools ได้ ถึงแม้ว่า Public Schools โดยทั่ว ๆ ไปจะพิจารณารับนักเรียน

จากผลสอบ CEE แต่ก็มีบางแห่งที่รับนักเรียนได้โดยวิธีการสัมภาษณ์หรือทดสอบ

อย่างอื่น การสอนใน Public Schools จะมุ่งเน้นหนักทางด้านวิชาการให้ได้

มาตรฐานสูง เพื่อเข้าสอบ GCSE และ GCE ?A? Level ต่อไป เพื่อเตรียม

นักเรียนให้เข้าศึกษาต่อไปในระดับมหาวิทยาลัยได้ ค่าใช้จ่ายในการศึกษาระดับนี้

ประมาณ 14,390 ปอนด์ต่อปี


ส่วนในระดับอาชีวะศึกษานั้น นักเรียนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป และ

ประสงค์ที่จะไปศึกษาวิชาชีพต่าง ๆ ในประเทศอังกฤษก็สามารถทำได้ ถ้ามีความรู้

ทางพื้นฐานภาษาอังกฤษอยู่ในเกณฑ์ดีพอ และสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่

6 จากประเทศไทยไปแล้วในบางหลักสูตรของสถานศึกษาบางแห่ง นักเรียนที่จบชั้น

มัธยมศึกษาปีที่ 3 ก็สามารถเข้าศึกษาได้ แต่หลักสูตรประเภทนี้มีไม่มากนัก นัก

เรียนที่จะศึกษาในระดับอาชีวะศึกษานี้สามารถเข้าศึกษาได้ทั้งในสถาบันของรัฐและ

เอกชน ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาก็แตกต่างกันไปตามแต่ประเภทของหลักสูตร มี

ตั้งแต่หลักสูตรระยะสั้น ๆ 3-6 เดือน จนถึงหลักสูตร 1-2 ปี เป็นต้น นักเรียนที่

เข้าศึกษาในระดับอาชีวะศึกษาในสถานศึกษาของรัฐบาลจนจบหลักสูตร BTEC

HND ( Higher National Diploma ) แล้ว หากมีผลการศึกษาดีและ

ต้องการจะศึกษาต่อไปจนกระทั้งถึงระดับปริญญาตรีก็สามารถทำได้โดยจะใช้เวลา

ศึกษาต่ออีกประมาฌ 2 ปี ในมหาวิทยาลัยสำหรับค่าใช้จ่ายในการศึกษานี้

ประมาณ 9,050 ปอนด์ต่อปี


การศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศอังกฤษนั้น โดยปกติแล้วนักเรียนไทยที่

สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และประสงค์ที่จะเข้าไปศึกษาในระดับปริญญา

ตรีในมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ จะต้องไปศึกษาเพื่อเตรียมตัวสอบ GCE A

Level ให้ได้ในวิชาต่าง ๆ ตามจำนวนที่ทางมหาวิทยาลัย หรือสถาบันทาง

โพลีเทคนิคกำหนดไว้ในการศึกษาเพื่อสอบ GCE A Level นั้น นักเรียนอาจไป

เข้าศึกษาที่เรียกว่า Tutorial College หรืออาจศึกษาใน College of Further Education

ก็ได้ โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี ในการศึกษาระดับ A Level นี้ จนมีคุณสมบัติครบ

ตามที่จะเข้าสมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีได้


นอกจากการศึกษาเพื่อสอบ GCE A Level ให้ได้ตามเงื่อนไขที่

ทางมหาวิทยาลัยหรือสถาบันโพลีเทคนิคกำหนดไว้แล้ว ปัจจุบันนี้สถานศึกษาหลาย

แห่งในประเทศอังกฤษ จัดหลักสูตรพิเศษที่เรียกว่า Access หรือ Bridging

Courses Foundation หรือ Preliminary Year Program สำหรับนักเรียน

ต่างชาติจากประเทศที่ระบบการศึกษาแตกต่างจากระบบการศึกษาของอังกฤษ ที่

ประสงค์จะเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีในประเทศอังกฤษ โดยหลักสูตรพิเศษนี้จะ

ใช้เวลา 1 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งในด้านภาษาอังกฤษและวิชาการ ให้แก่นัก

เรียนต่างชาติในการที่จะเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ซึ่งนักเรียนที่สำเร็จการศึกษา

ชั้นมัธยมปีที่ 6 จากประเทศไทยก็สามารถสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตร ดังกล่าว

ประเภทนี้ได้มหาวิทยาลัยหลาย ๆ แห่งก็จะรับนักเรียนให้เข้าศึกษาระดับปริญญาตรี

ต่อไปได้


ผู้ที่ประสงค์จะไปศึกษาระดับปริญญาตรีในประเทศอังกฤษ นอกจากจะ

สามารถสมัครเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาของอังกฤษแล้วก็อาจสมัครเข้าศึกษาใน

สถาบันเอกชนอีกประเภทหนึ่งซึ่งเป็นสาขาของสถาบันการศึกษาของสหรัฐอเมริกา

แต่มีที่ตั้งอยู่ในประเทศอังกฤษ ทำการสอนโดยใช้ระบบเดียวกับมหาวิทยาลัยใน

สหรัฐอเมริกา การสมัครเข้าเรียนก็ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับสถานศึกษาต่าง ๆ ของ

สหรัฐอเมริกา สถาบันประเภทนี้ในประเทศอังกฤษมีอยู่ 2-3 แห่ง ซึ่งได้รับการรับ

รองวิทยะฐานะเช่นเดียวกับสถาบันในสหรัฐอเมริกาทุกประการและมีอีกหลายแห่ง

ซึ่งยังไม่ได้รับการรับรอง ฉะนั้นหากนักเรียนสนใจที่จะเข้าศึกษาในสถาบันประเภท

นี้จะต้องตรวจสอบให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจสมัคร ส่วนผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริ

ญญ่ตรีในประเทศไทยและประสงค์ที่จะไปศึกษาต่อในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรีก็

สามารถกระทำได้หากนักเรียนมีผลการศึกษาระดับปริญญาตรีอยู่ในเกณฑ์ดีคือ GPA

3.0 ขึ้นไป ก็สามารถสมัครเข้าศึกษาในระดับปริญญาโทได้ทันที แต่ถ้าคะแนนเฉลี่ย

ไม่สูงนัก สถานศึกษาอาจรับให้เข้าศึกษาในระดับ Post Graduate

Certificateหรือ Diploma ก่อน ถ้าผลการศึกษาดีก็สามารถเข้าศึกษาต่อใน

ระดับปริญญาเอกโดยตรงได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการศึกษาในระดับปริญญาโท

ก่อน แต่ทั้งนี้สถานศึกษาอาจให้ทดสอบเรียนในระดับ M. Phil สักระยะหนึ่ง ถ้า

ผลการเรียนของนักเรียนเป็นที่พอใจของอาจรารย์ที่สามารถข้ามไปศึกษาชั้นปริญญา

เอกได้ ค่าใช้จ่ายในการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่าจะประมาณ 11,610

ปอนด์ ถึง 13,410 ปอนด์ ต่อปีแล้วแต่ว่านักเรียนจะศึกษาในสาขาวิชาสายสังคม

ศาสตร์หรือสายวิทยาศาสตร์ ทั้งหมดนี้คงจะพอทำให้ท่านผู้อ่านพิจารณาสรุปได้แล้ว

ว่าหากนักเรียนมีพื้นความรู้ทางภาษดี มีความตั้งใจจริงแน่วแน่ ในการศึกษาและมี

ทุนทรัพย์เพียงพอที่จะใช้จ่ายในการศึกษาการไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษก็ไม่น่า

จะยากอย่างที่คิด เพราะโอกาสในการศึกษาต่อเปิดกว้างให้ไปศึกษาได้ในทุกระดับ

การศึกษาทีเดียว



หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 8 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 9 ก.พ. 2549 (19:37)
เป็นข้อความที่น่าสนใจมากค่ะ ขอบคุณนะค่ะเพราะข้อมูลนี้จะเอาไปทำโครงงาน ^_^
fonlovepooh@hotmail.com (IP:61.19.82.2,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 29 ธ.ค. 2549 (16:04)
อยากทราบว่าTorbar school มีความเป็นมาอย่างไร
suwit (IP:124.157.147.156)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 15 ม.ค. 2550 (10:02)
ขอให้มีความสุข
Onpailin Chanarat 2006 (IP:61.19.27.149)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 10 ก.พ. 2550 (23:15)
สนใจเรียนภาษอังกฤษช่วงปิดเทอม ดูรายละเอียดได้ที่ www.ef.com หรือ สอบถามได้ที่ wenaruk@hotmail.com from p'kate
wenaruk@hotmail.com (IP:125.25.204.185)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 22 มี.ค. 2550 (18:36)
Free application and consultant to for the following Universities. Use the list below to see a profile of the University and a series of useful links to find out more.

Aston University www.aston.ac.uk/

Brittin College www.brittin.com

Brunel University www.brunel.ac.uk/

Lancaster University www.lancs.ac.uk/

Liverpool John Moores University www.ljmu.ac.uk/

Loughborough University www.lboro.ac.uk/

Manchester Metropolitan University www.mmu.ac.uk/

Middlesex University www.mdx.ac.uk/

Nottingham Trent University www.ntu.ac.uk/

Oxford Brookes University www.brookes.ac.uk/

Queen Mary University of London www.qmul.ac.uk/

Roehampton University www.roehampton.ac.uk/

Royal Holloway, University of London www.rhul.ac.uk/

University of Birmingham www.bham.ac.uk/

University of Bristol www.bris.ac.uk/

University of East Anglia www.uea.ac.uk/

University of Exeter www.exeter.ac.uk/

University of Edinburgh www.ed.ac.uk/

University of Glasgow www.gla.ac.uk/

University of Greenwich www.gre.ac.uk/

University of Huddersfield www.hud.ac.uk/

University of Kent www.kent.ac.uk/

University of Leeds www.leeds.ac.uk/

University of Leicester www.le.ac.uk/

University of Liverpool www.liv.ac.uk/

University of Manchester www.manchester.ac.uk/

University of Salford www.salford.ac.uk/

University of Southampton www.soton.ac.uk/

University of Westminster www.wmin.ac.uk/

and other UK universities. Call and book available Official IELTS test date at
02-664-9966.

EF Education First, The Emporium Tower 25th Floor, Sukhumvit road, Bangkok. Call us for our friendly service todat at 02-664-9966
Piglet_N เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 10 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 22 มิ.ย. 2550 (10:26)
หนูอยากไปเรียนบ้างอะค่ะแต่ก็ไม่รู้จะมีโอกาสหรือเปล่าเพราะไม่มีความรู้เกียวกับด้านภาษาอังกฤษเท่าไหร่และก็ไม่มีทุนในการศึกษาด้วย น่าสนใจมากๆๆๆค่ะ ถ้ามีโอกาสก็จะดีใจมากๆเลยค่ะ และถ้าได้ไปจริง ๆ จะเป็นมหาวิทยาลัยไหนก็ได้ค่ะจะตั้งใจให้ถึงที่สุดเลยค่ะ
pattamaporn pornsana เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 10 ก.ค. 2550 (07:18)
เออ อยากทราบรายระเอียดการขอ/สอบชิงทุนหน่ะค่ะ
thitapin เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 15 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 19 ต.ค. 2550 (09:09)
สอบโทเฟลให้ผ่านด้วยนะ http://toeflexam.blogspot.com
akompho เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 16 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


wimma
(Dr.Wim)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,216 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 6 ปี
แบ่งปันความรู้ 203 ครั้ง
ได้รับดาว 169 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.