โครงงานวิทยาศาสตร์ ทำอย่างไรให้ได้ประโยชน์

เดี๋ยวนี้คุณครูชอบสั่งให้นักเรียนทำโครงงานวิทยาศาสตร์

 

            เพราะยุคปัจจุบันเป็นยุคที่ให้ความสำคัญกับความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และการคิดค้นสิ่งใหม่ การเรียนการสอนจึงต้องปรับตาม โดยเพิ่มกิจกรรมการทำโครงงานไว้ในหลักสูตร โดยหวังว่าจะช่วยให้ผู้เรียนได้มีประสบการณ์ในการค้นคว้าทดลองทางวิทยาศาสตร์

 

            แต่สำหรับหลายคนที่ไม่คุ้นเคยกับการค้นคว้าด้วยตัวเองมาก่อน การทำโครงงานวิทยาศาสตร์อาจเป็นภาระที่หนักอึ้ง และดูเหมือนจะมีปัญหามากมาย โครงงานคืออะไร จะเลือกหัวข้ออะไรดี จะใช้เทคนิคใด ฯลฯ คำถามเหล่านี่วนเวียนให้ได้พบเห็นอยู่เสมอ

1c585c1af9db3ecee387fa658c2df867_large

ภาพจาก http://www.kickstarter.com/projects/1569698176/1000-student-projects-to-the-edge-of-space

 

เมื่อเริ่มศึกษาว่าโครงงานวิทยาศาสตร์คืออะไร ก็จะพบคำตอบคล้ายๆ กัน เช่น

 

[จักรพันธุ์ ปัญจะสุวรรณ (2545 : 20)]

 

(research) เลย ซึ่งก็ไม่ผิดครับ

 

            โครงงานวิทยาศาสตร์ ก็คืองานวิจัยนั่นเอง แต่เป็นงานวิจัยในระดับนักเรียน

 

              

            อาจกล่าวได้ว่าโครงงานวิทยาศาสตร์ คือ แบบฝึกหัดเรื่องการค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ ด้วยตนเอง ให้นักเรียนได้ลองทำ

นี่คือวัตถุประสงค์ที่ทั้งผู้สอนและผู้ทำโครงงานควรจำให้ขึ้นใจ

 

การทำโครงงานนั้นอาจแบ่งเป็นขั้นตอนคร่าวๆ ได้ดังนี้

 

              

            อย่าถามจากคนอื่นแบบง่ายๆ ว่า "ทำโครงงานเรื่องอะไรดี" เพราะไม่มีใครรู้ว่าเราอยากทำอะไร หรือมีความรู้เรื่องอะไรบ้าง และถึงแม้จะได้หัวข้อโครงงานมาก็อาจเป็นเรื่องที่เราไม่สนใจ ทำให้โครงงานกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อแทน

 

            หากจะถามผู้รู้เรื่องโครงงาน ควรถามในลักษณะ "ขอคำแนะนำ" ซึ่งควรมีไอเดียของตัวเองมาก่อน 2-3 เรื่อง หรืออย่างน้อยก็ควรชัดเจนในตัวเองว่าสนใจด้านใด

 

              

การลงมือทำโครงงานวิทยาศาสตร์ที่เป็นงานวิจัยของนักเรียนก็เริ่มในลักษณะเดียวกัน

 

             โดยให้มองหาว่า คนอื่นเขาเคยศึกษาอะไรมาบ้าง คนอื่นเขากำลังศึกษาอะไรกัน และอะไรที่ยังไม่มีใครรู้ ยังไม่มีคนศึกษา เพื่อนำมากำหนดกรอบของเรื่องที่เราจะทำโครงงานวิทยาศาสตร์

research-studies_000

 

            โดยทั่วไปสิ่งที่คนอื่นเขารู้กันแล้ว มีคำตอบแล้ว จะไม่นำมาเป็นหัวข้อศึกษาอีกเว้นเสียแต่ว่า เราจะไม่เชื่อและต้องการตรวจสอบข้อมูลนั้น ซึ่งอาจจะไม่ใช่วัตถุประสงค์ของงานวิจัยในระดับนักเรียน ดังนั้นจึงควรมุ่งไปยังสิ่งที่ยังไม่มีคนศึกษา เรื่องที่ยังไม่มีคำตอบเป็นหลัก

            นอกจากนี้ให้ศึกษากระบวนการ และเทคนิคต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในโครงงานของเรา เช่น การเก็บตัวอย่าง การสกัดสาร การสุ่ม ฯลฯ ดูว่ากระบวนการอย่างนี้ต้องทำอย่างไรจึงจะน่าเชื่อถือ


            เมื่อได้ข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการศึกษาแล้ว ขั้นต่อมาคือนำข้อมูลที่รวบรวมได้ มาวางแผนว่าจะทำอะไรบ้าง
กำหนดสมมุติฐาน และ กำหนดวิธีพิสูจน์สมมุติฐาน

              

            ขณะทดลองควรทำด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ ควรจดบันทึกรายละเอียดทุกอย่างที่เกี่ยวกับการทดลอง _DSC0029

ภาพจาก http://www.dartmouthengineer.com/2006/10/engineering-revealed/


             จากนั้นสรุปผลการทดลอง ว่าจากการศึกษามาทั้งหมด เราทำไปเพื่ออะไร ทำอย่างไร และสุดท้าย ได้รู้คำตอบอะไรขึ้นมาบ้าง

ถ้าไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ มีปัจจัยใดที่ทำให้ไม่เป็น มีความผิดในขั้นตอนการทดลอง มีคำอธิบายอื่นใดที่ไม่ได้นึกถึงในตอนแรกหรือไม่

 

            อย่าปรับเปลี่ยนผลการทดลองเพียงเพื่อให้ตรงกับทฤษฎีหรือสมมุติฐานที่คาดไว้ ในค้นคว้าวิจัยนั้น ผลการทดลองที่ไม่เป็นไปตามความคาดหมายมีค่าพอๆ กับผลที่เป็นไปตามที่คาด อยู่ที่ว่าจะคิดวิเคราะห์ออกมาได้หรือไม่

 

            จะเห็นว่าแต่ละขั้นตอนมีสิ่งที่ผู้ทำโครงงานควรเรียนรู้และได้ฝึกฝน ช่วงต้นเป็นการฝึกให้มีแนวคิดริเริ่ม ให้สงสัยและรู้จักค้นคว้าหาข้อมูล ต่อมาเป็นการฝึกทักษะในการทดลองและกระบวนการทำงานแบบวิทยาศาสตร์ และตอนท้ายเป็นการฝึกให้คิดวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นเหตุเป็นผล สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ควรเก็บเกี่ยวจากการลงมือทำ

 

            เมื่อโครงงาน คือ แบบฝึกหัดเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการค้นคว้าหาข้อมูลและวิเคราะห์หาคำตอบด้วยตนเอง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ผู้ทำโครงงานได้ฝึก คิด วิเคราะห์ ข้อมูล และสังเคราะห์ข้อสรุปออกมา ไม่ใช่ผลการทดลองที่สวยหรูอลังการ การทำโครงงานจึงควรมุ่งเน้นไปที่กระบวนการระหว่างทาง ไม่ใช่ผลการทดลองที่เป็นปลายทาง  

tags :

บทความอื่นๆ

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour:  ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?