yawn1

               หาววววววววววว......./////

               การหาว  เป็นปฏิกิริยาการแสดงออกอย่างหนึ่งของร่างกาย  ซึ่งไมได้เกิดขึ้นเมื่อร่างกายรู้สึกง่วง  หรืออ่อนเพลียเท่านั้น  แต่ยังเกิดเมื่อร่างกายรู้สึกเบื่อหน่าย  หรือมีความเครียดสูงอีกด้วย ……

20120830221956

               การหาว  เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเอง  ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้  เกิดจากการที่ร่างกายของเรามีก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์อยู่ในกระแสเลือดสูงจนเกินไป  ทำให้ร่างกายไม่สามารถขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาทางลมหายใจได้ทัน  ร่างกายจึงต้องมีการปรับตัวโดยสูดลมหายใจเข้าให้ลึกขึ้น  เพื่อที่ให้อวัยวะที่ช่วยในการแลกเปลี่ยนก๊าซอย่างปอด  ได้ขยายตัวมากขึ้นและสูดเอาก๊าซออกซิเจนเข้าไปได้มากกว่าปกติ  ในขณะเดียวกันก็หายใจออกโดยขับลมออกนานกว่าเดิม  เพื่อให้ร่างกายได้กำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย

               ดังนั้นการหาว  จึงไม่ได้เป็นปฏิกิริยาที่ร่างกายแสดงออกเพื่อเตรียมพร้อมจะนอนหลับหรือต้องการพักผ่อนแต่เป็นปฏิกิริยาที่แสดงออกว่าร่างกายพร้อมที่จะตื่นตัว...

1-c-490x282

               ที่สำคัญนอกเหนือไปจากนี้คือ  “การหาว” ยังเปรียบเสมือนกับโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่สามารถถ่ายทอดไปยังผู้อื่นได้  โดยเป็นพฤติกรรมติดต่อที่คนมักทำตาม ๆ กัน  เช่น  เมื่อเห็นผู้อื่นหาว  ก็รู้สึกอยากหาวตามไปด้วย  น่าแปลกที่มีพฤติกรรมการหาวนี้สามารถแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้  ไม่เว้นแม้กระทั่งในสัตว์อย่างลิงชิมแปนซี  หรือสุนัข  ก็มีพฤติกรรมการหาวติดต่อแบบนี้เช่นกัน

               นักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายเหตุผลของพฤติกรรมการหาวติดต่อกันนี้ว่า  เกิดจากระดับความสามารถในการเข้าใจแบบหยั่งรู้ถึงความรู้สึกและอารมณ์ของผู้อื่น  หรือที่เรียกว่า Empathy   ส่งผลทำให้เกิดการแสดงออกร่วมกันกับผู้อื่น  ซึ่งผู้ที่มีระดับของ Empathy สูงจะมีโอกาสหาวตามเมื่อเห็นผู้อื่นหาวมากกว่าผู้ที่มีระดับ Empathy ต่ำ

Cause-yawns

               นอกจากนี้แล้ว  พฤติกรรมการหาวติดต่อกันนี้ยังเกิดในกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดหรือเป็นที่รู้จักกันดีมากกว่ากลุ่มที่ไม่มีความสัมพันธ์กันเลย  เช่น   ครอบครัว  ญาติ  หรือเพื่อนฝูง   โดยมีผลวิจัยหนึ่งได้เก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่ 109 คนจากทั่วโลก แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเรียกว่าคนเริ่มหาว  และอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มที่หาวตามหลัง

               ผลวิจัยพบว่า พบว่าราว 65% ของญาติพี่น้องและ 50% ของเพื่อนสนิทของคนที่เริ่มหาวก่อนนั้น  ตอบสนองตามหลังคือหาวตามในอีกไม่ถึง 1 นาที ในขณะที่คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักผู้ที่เริ่มหาวก่อนส่วนใหญ่จะหาวตามหลังในอีก 2-3 นาทีต่อมา

yawn

               นอกจากนี้ยังได้มีการศึกษาพฤติกรรมการหาวติดต่อกันในกลุ่มเด็กออทิสติก  โดยเปรียบเทียบกับกลุ่มเด็กธรรมดา  โดยดร.อาสึชิ เซนจุ จากวิทยาลัยเบิร์กเบ็กได้ศึกษาร่วมกับนักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่น   ซึ่งพบว่า  พฤติกรรมการหาวติดต่อกันนี้จะไม่พบในกลุ่มเด็กออทิสติก   แสดงว่าความผิดปกติของพัฒนาการทางสมองอาจส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมอาการหาวตามคนอื่น  หรือทำให้เด็กไม่สามารถมีความผูกพันทางอารมณ์กับผู้อื่นได้

               และไม่เพียงแค่นั้น  ยังมีนักวิจัยที่ได้ศึกษาเรื่องการหาวตามมนุษย์ในกลุ่มสัตว์  โดยพบว่าสัตว์อย่าง ลิงชิมแปนซีและสุนัข จะมีพฤติกรรมหาวตามมนุษย์  ซึ่งลิงชิมแปนซีจะตอบสนองต่อการหาวเมื่อมีอายุได้อย่างน้อย 5 ปี  ส่วนในมนุษย์ที่เป็นเด็กเล็กจะเริ่มหาวตามเมื่ออายุราว 4 ปี  ซึ่งแสดงถึงการเริ่มพัฒนาความสามารถในการหยั่งรู้และเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่นนั่นเอง…..

2579802062008035611-horz

               การหาวเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกาย  ยกเว้นว่าจะมีปริมาณของการหาวมากผิดปกติ  เช่น  หาวเกิน 30 ครั้งต่อวัน  ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจร่างกาย  เนื่องจากอาจมีความผิดเกี่ยวกับระบบการนอนหลับหรือระบบหายใจ  และเพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกายเรา  ควรดูแลสุขภาพด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ  และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ  หลีกเลี่ยงความเครียดและอยู่การอยู่ในสถานที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก  ก็อาจทำให้อาการหาวลดลงบ้างก็เป็นได้นะคะ....

 

 

 

 

อ้างอิง
-  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
-  http://nstda.or.th/blog/?p=3736
-  http://www.voathai.com