|
GRE
vTeam (59,606 views) first post: Sun 9 December 2001 last update: Sun 9 December 2001
Graduate Record Examination
|
หน้าที่ 1 - GRE คืออะไร
GRE
GRE (Graduate Record Examination) และเป็นข้อสอบวัดเชาวน์ปัญญาทั่วไป ที่ต้องสอบสำหรับผู้ต้องการเรียนต่อในระดับสูงกว่าปริญญาตรี ในประเทศสหรัฐอเมริกา ยกเว้น Business School ที่ต้องสอบ GMAT และ Law School ที่ต้องสอบ การสอบนั้นประกอบไปด้วย multiple-choice สามส่วนด้วยกัน , Quantitative, Analytical,Verbal และ อีกส่วนหนึ่งที่สอบแยกต่างหากคือ การเขียน essay ที่เรียกว่า Writing Assessment. ในประเทศไทย ปัจจุบันได้เปลี่ยนรูปแบบการสอบ มาเป็นแบบ Computer Adaptive Test(CAT) ซึ่งสามารถสมัครสอบได้ กว่า 20 วัน ในแต่ละเดือน และรู้ผลสอบได้อย่างรวดเร็ว
การสอบ GRE มีอยู่ 2 รูปแบบ คือ การสอบทั่วไป(General Test ) และการสอบเฉพาะวิชาสาขา (Subject Test) ในวิชาต่างๆ 16 สาขา การสอบทั่วไป(General Test ) เป็นการสอบ เพื่อวัดทักษะของผู้สอบที่มีอยู่ โดยวัดออกมา ในรูปของคะแนนของความสามารถทางภาษา คำนวณ และความสามรถ ในเชิงวิเคราะห์ การสอบใช้เวลา 3 ชั่วโมง 30 นาที
ลักษณะข้อสอบ
Quantitative Section (คำถามคณิตศาสตร์)
28 คำถาม
45 นาที
Verbal Section (Sentence Completion, Antonym, Reading Comprehension)
30 คำถาม
30 นาที
Analytical Reasoning (Logic Games and Logical Reasoning)
60 นาที
35 คำถาม
Essay Questions (Writing Assessment):
GRE เพิ่งนำการสอบแบบ Writing Assessment เมื่อเดือนตุลาคม 1999 การสอบนี้จะสอบต่างวันจากการสอบอื่นๆ ในแต่ละคณะจะต้องการข้อเขียนที่แตกต่างกันไป จึงต้องเลือกว่า จะสอบเพื่อนำไปใช้เรียนต่อ ในสาขาวิชาใด เพื่อจะได้ ทำข้อสอบให้ตรงกับความต้องการของสาขาวิชานั้นๆ ในการสอบแบบนี้จะมี อยู่สองคำถาม ให้ทำ โดย บทความแรกจะเป็นการให้เราออกความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ซึ่งใช้เวลาสี่สิบห้านาที ส่วนที่สองนั้น จะให้เราวิเคราะห์ ความเป็นเหตุและผลในข้อเขียนที่อ่าน เป็นเวลา สามสิบนาที
การสอบเฉพาะสาขาวิชา ( Subject Test )
เป็นการสอบ เกี่ยวกับวิชาหลัก ในสาขาที่นักศึกษาต้องการเข้าศึกษา ซึ่งจะมีทั้งหมด 16 วิชา ผู้สอบ ต้องตรวจสอบจากเอกสารของสถาบัน ว่าต้องการผลคะแนนการสอบ Subject Test หรือไม่ ถ้าไม่ได้ระบุไว้ จะหมายถึงการสอบเฉพาะ General Test รายงานผลการสอบ
GRE จะเป็นการรายงานผลคะแนนสำหรับ 3 ครั้งล่าสุด มหาวิทยาลัยบางแห่ง อาจจะพิจารณาเฉพาะผลคะแนนครั้งที่ดีที่สุด แต่บางแห่ง อาจจะพิจารณาคะแนนเฉลี่ยของ ทั้ง 3 ครั้ง ในคณะที่มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจจะพิจารณาจากพัฒนาการของนักศึกษา จากผลที่ได้แต่ละครั้ง การลบ GRE จะไม่มีคะแนนติดลบเหมือน GMAT
มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ จะพิจารณาคะแนนในส่วนของ Verbal และ Quantitative ผลสอบ GRE สามารถใช้ได้ 3-5 ปี ขึ้นอยู่กับ ข้อกำหนดของแต่ละสถาบัน อัตราค่าสมัครสอบ ปัจจุบันเท่ากับ US$ 120 ผู้สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก www.gre.org
GRE เป็นการทดสอบเพื่อที่จะวัด ทักษะ 4 ด้านด้วยกันคือ
1. ความอดทนและความตั้งใจจดจ่อ เพราะการทำข้อสอบใช้เวลาทั้งหมด สามชั่วโมง ฉะนั้นอาจทำให้เกิด ความเมื่อยล้าทั้งทางกายและใจ ฉะนั้นผู้เข้าสอบ ควรเตรียมตัวให้พร้อม
2. ความสามารถในการอ่านจับใจความ คณิตศาสตร์ ความสามารถในการหาข้อสรุปทั้งด้วยวิธีอุปมาน นั่นคือ หาข้อสรุปจากข้อมูลทั่วไปที่มีให้ และ วิธีอนุมาน นั่นคือ หาข้อสรุปด้วยการคาดคะเน จากสิ่งที่เรารู้อยู่แล้ว ในการสอบนี้จะไม่ได้รับให้นำเครื่องคิดเลขเข้าห้องสอบจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะฝึกซ้อมทักษะในการคำนวณให้รวดเร็วและแม่นยำ
3. ทักษะในการสอบ วัดความสามารถในการคาดคะเน ใช้เวลาในการตัดสินใจไม่มากไม่น้อยจนเกินไปและ สามารถตัดสินใจภายใต้ความกดดัน
4. ความสามารถในการแก้ปัญหา
หน้าที่ 2 - การคิดคะแนน
การคิดคะแนน GRE และ Graduate Schools
ผู้เข้าสอบจะได้รับผลคะแนน สำหรับ GRE CAT อยู่ 3 ประเภท คือ
- Quantitative คะแนนจะอยู่ระหว่าง 200ถึง 800 ในส่วนนี้จะเป็นคำถามคณิตศาสตร์
- Verbal คะแนนจะอยู่ระหว่าง 200 ถึง 800 จะเป็นการอ่านจับใจความ คำตรงข้าม และ การเติมคำในช่องว่าง
- Analytical คะแนนจะอยู่ระหว่าง 200 ถึง 800จะเป็นคำถามพวกโลจิกเกม และ การให้เหตุผลโต้แย้ง
นอกเหนือจากนี้ ในส่วนของ Writing Assessment จะมีการประเมินผลอยู่ในระดับ 0 ถึง 6 คะแนนส่วนนี้ไม่ค่อยมีความสำคัญมากนักเมื่อเทียบกับสามส่วนแรก และมีมหาวิทยาลัยบางแห่ง เท่านั้น ที่ต้องการผล Writing Assessment ผลสอบนี้จะมีการให้เกรดโดยการคิดแบบเปอร์เซ็นต์ไทล์ ยกตัวอย่างเช่น คะแนน รวม 630 ตรงกับเปอร์เซ็นต์ไทล์ ที่ 90 หมายความว่า มีผู้เข้าสอบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ที่ได้คะแนนต่ำกว่าหรือเท่ากับ 630
ตัวอย่างของเปอร์เซ็นต์ไทล์ ในช่วงคะแนน 200-800
border=0>
| 99th percentile |
720
|
| 90th percentile |
630
|
| 75th percentile |
570
|
| 50th percentile |
500
|
หน้าที่ 3 - ใช้ GRE ทำอะไรได้บ้าง
ใช้ GRE ทำอะไรได้บ้าง
ความสำคัญของ คะแนน GRE จะเป็นตัวชี้ว่าเราสามารถสมัครเข้าสาขาอะไรได้บ้าง และมหาวิทยาลัยไหนได้ เพราะแต่ละที่แต่ละแห่งกำหนดคะแนน ไว้แตกต่างกัน โดยจะกำหนดคะแนน
ต่ำสุดที่ควรจะได้เอาไว้ โดยเฉพาะโปรแกรมที่มีการแข่งขันสูง ก็จะตั้งคะแนน GRE ไว้ค่อนข้างสูง ทั่วไปแล้ว Grad School ต้องการคะแนนที่อยู่ในช่วง 600 ถึง 2400 ซึ่งเป็นคะแนนรวมของ ทั้งสามส่วน แต่บางแห่ง ก็ต้องการเพียงสองส่วนเท่านั้น ซึ่งคะแนนรวม ก็จะอยู่ในช่วง สี่ร้อย ถึง หนึ่งพันหกร้อย สำหรับ Technical grad program จะต้องการคะแนนในส่วน Quanitative ค่อนข้างสูง ส่วนด้าน จิตวิทยานั้น จะเน้นไปในด้าน Anaytical ดังตัวอย่างในตาราง ข้างล่าง
|
color=#ffffff>Graduate Program |
color=#ffffff>Quant |
color=#000000> Analytical |
color=#ffffff>Verbal |
| Stanford U. Engineering |
769 |
703 |
color=#ffffff> . |
| Iowa State Engineering |
765 |
670 |
color=#ffffff> . |
| Columbia U. Education |
628 |
color=#ffffff>. |
564 |
| Lehigh U. Eduation |
560 |
color=#ffffff>. |
526 |
นักศึกษาต่างชาติ
สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ไม่ได้เรียนระดับปริญญาตรีใน สหรัฐอเมริกา และ สมัครเข้าเรียนต่อในระดับสูงขึ้นใน อเมริกา ควรจะให้ความ สำคัญ กับคะแนน GRE ค่อนข้างมาก เพราะว่า การตัดสินว่าจะได้เข้าเรียนหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับส่วนนี้ค่อนข้างมาก และอาจจะมีการเรียกดูผล ในส่วน Verbal ถ้าหากไม่ได้ใช้ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาพูด
หน้าที่ 4 - GRE CAT แบบใหม่
GRE CAT แบบใหม่ ทำงานอย่างไร
ปัจจุบัน GRE เปลี่ยนมาสอบโดยใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการทำแบบทดสอบเพียงแบบเดียว การทำงานวิธีนี้คือ แทนที่จะมีคำถามที่ยาก ง่าย คละกันในข้อสอบฉบับเดียว ว่าควรยากง่ายในระดับต่างๆ ดังที่กำหนดมานี้ ก็เปลี่ยนเป็นให้ คอมพิวเตอร์ เลือกคำถามต่อไปให้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าผู้สอบ ทำข้อสอบได้ดีขนาดไหน คำถามแรกจะเป็นมีความยากระดับ กลาง โดย คำถามจะมี ระดับความยากง่ายประมาณห้าร้อย ซึ่ง เป็นระดับที่อยู่ระหว่าง สองร้อย ถึง แปดร้อย ถ้าหากว่า สามารถทำได้ คอมพิวเตอร์จะเลือกคำถามที่สอง ที่ยากกว่าเดิม เล็กน้อย แต่ถ้าหาก ทำข้อแรกผิด คำถามที่สอง จะง่ายขึ้น ผลสอบนี้จะเป็นการปรับระดับให้ตรงกับผู้สอบนั่นเอง

ภาพที่ 1 : กราฟ แสดงผลในการสอบเมื่อเราทำการทดสอบ กราฟค่อยๆ สูงขึ้นเมื่อทำสามข้อแรกถูกต้อง (สีน้ำเงิน) และ กราฟดิ่งลง เมื่อ ทำข้อสอบผิด(สีแดง) เมื่อทำข้อสอบไปเรื่อยๆ กราฟก็จะมีขึ้นๆ ลงๆ ถ้าทำถูกกราฟก็พุ่งขึ้น ทำผิดก็ดิ่งลง
คำถามยากให้คะแนนมากกว่า
ผลจาก CAT นั้น คำถามที่ยากจะได้คะแนนมากว่า คำถามง่าย ถ้าหากเราตอบคำถาม ง่ายยี่สิบข้อ ครึ่งหนึ่งทำผิด อีกครึ่งทำถูก ในขณะที่อีกคนหนึ่ง ทำข้อสอบ ยี่สิบข้อเหมือนกัน แต่เป็นคำถามยาก และทำได้ครึ่ง ทำผิดครึ่ง นักเรียนคนนี้จะได้คะแนนมากกว่า คนที่ทำข้อง่าย ฉะนั้น ควรทำข้อยากๆ ให้ได้ถูก มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ เพราะนั่นหมายถึงเราจะได้คะแนนมาก
เริ่มต้นดีมากหรือแย่มาก
CAT ให้ความสำคัญค่อนข้างมากสำหรับคำถามก่อนหน้า คอมพิวเตอร์จะต้องคำนวณหาคะแนนโดยประมาณสำหรับ ข้อแรกๆ ที่คุณทำ คำถามหลังจากนั้นจะเป็น การปรับระดับคะแนน เพียงเล็กน้อย เพราะฉะนั้น ควรตั้งใจทำข้อสอบข้อแรกๆ มากกว่า ตอนหลังๆ

ภาพที่ 2 : ทำข้อสอบช่วงแรกถูก สีน้ำเงิน แสดงผลของนักเรียนคนหนึ่งที่ทำคำถามแปดข้อแรกถูก หลังจากนั้นทำผิดหมด ส่วน สีแดง นักเรียนคนที่สอง ทำข้อสอบ แปดข้อแรก ผิด และ ทำข้อหลังๆถูก นักเรียนคนแรกจะได้คะแนนมากกว่า ถึงแม้ว่าตอบคำถามถูกน้อยกว่า
ทักษะที่สำคัญในการทำ ข้อสอบ GRE ก็คือ ความพยายามที่จะทำคำถามข้อแรกๆ และคำถามยาก ให้ถูกต้อง
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและแหล่งข้อมูลทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า | 1 |