คุณรู้จักสิ่งที่อยู่ในภาพด้านล่างนี้หรือไม่? 

1379417213-1012765-o

               มองดูอาจคล้ายกับผลไม้อย่าง องุ่นเขียว ใช่มั๊ยล่ะคะ?  แต่จริง ๆ แล้ว มันคือ "สาหร่ายทะเล" นั่นเองค่ะ

               สาหร่ายทะเล  เป็นพืชชั้นต่ำชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในทะเล   และเป็นอาหารที่นิยมบริโภคในต่างประเทศมาเป็นเวลานานแล้ว  ประเทศที่นิยมบริโภคสาหร่ายทะเลได้แก่  จีน  ญี่ปุ่น  เกาหลี  และฟิลิปปินส์   โดยสาหร่ายที่เราเห็นกันอยู่ในภาพนี้  มีชื่อว่า  สาหร่ายพวงองุ่น  ชื่อวิทยาศาสตร์ของมันคือ  Caulerpa lentillifera J. Agardh   เป็นสาหร่ายทะเลสีเขียวที่มีใบ (รามูลัส) เป็นเม็ด ทรงกลม ใส สีเขียว  มีแขนงตั้งตรงลักษณะคล้ายพวงองุ่นแตกออกมาจากส่วนที่เลื้อยไปตามพื้นผิว   ส่วนปลายของแขนงย่อยเป็นทรงกลม  ซึ่งแตกปกคลุมหนาแน่นเกือบตลอดความยาวแขนง   มีรอยคอดชัดเจนระหว่างปลายแขนงย่อยที่เป็นทรงกลมกับส่วนก้านสั้น

 

Sea-grapes-2

               ด้วยความที่หน้าตามันมีลักษณะเป็นพวง  เม็ดกลมเป็นช่อ  คล้ายเหมือนกับองุ่น หรือไข่ปลาคาเวียร์สีเขียว  มันจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  "Sea grapes" หรือ "Green caviar"  ส่วนชาวญี่ปุ่นจะเรียกสาหร่ายชนิดนี้ว่า "Umi budo" ซึ่งแปลว่า องุ่นแห่งท้องทะเลค่ะ

dsc00119-003

               นอกจากนี้ยังมีสาหร่ายอีกชนิดหนึ่ง  ซึ่งมีลักษณะที่ใกล้เคียงกับสาหร่ายพวงองุ่นชนิดนี้มาก  นั่นก็คือ  สาหร่ายช่อพริกไทย  ซึ่งจัดอยู่ในตระกูลที่ใกล้เคียงกับสาหร่ายพวงองุ่น  แต่มีน้ำหนักเบากว่า  เนื่องจากมีลักษณะของเม็ดที่เล็กกว่า  คล้ายกับเม็ดพริกไทย จึงถูกเรียกว่า "สาหร่ายช่อพริกไทย" นั่นเอง

Image
สาหร่ายช่อพริกไทย

               สาหร่ายพวงองุ่นจัดเป็นหนึ่งในสาหร่ายที่รับประทานได้  และยังมีรสชาติดีอีกด้วย  โดยเราอาจพบสาหร่ายชนิดนี้เจริญอยู่บนโขดหิน ก้อนกรวด และพื้นทราย ในเขตน้ำขึ้นน้ำลงไปจนถึงเขตน้ำลงต่ำสุดบริเวณชายฝั่งที่มีคลื่นไม่รุนแรง  โดยอาจอยู่รวมตัวกันเป็นกระจุกหรือปะปนกับสาหร่ายชนิดอื่นตามซอกหินหรือปะการัง  ปัจจุบันสามารถพบสาหร่ายพวงองุ่นได้ในเขตประเทศอินโดนีเซีย  ฟิลิปปินส์  ไทย  เวียดนาม และญี่ปุ่น  นอกจากนี้ยังแพร่กระจายไปในเขตร้อนอย่าง  เคนยา  มาดากัสการ์  โมแซมบิก  แทนซาเนียและปาปัวนิวกินี

4811515036_890b247113

               สาหร่ายพวงองุ่นจัดเป็นอาหารสุขภาพที่มีราคาค่อนข้างสูง  ดังนั้นหลายประเทศจึงนิยมเลี้ยงสาหร่ายทะเลเพื่อส่งออก  ซึ่งปัจจุบันกรมการประมงในประเทศไทยสามารถเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น  ได้ด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นได้อย่างสะอาดและมีสีสันสวยงาม ทั้งยังถือเป็นสาหร่ายที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจซึ่งได้มีการขยายในระบบบ่อเลี้ยง 

               โดยในประเทศฟิลิปปินส์  มีการเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นทั้งในระบบบ่อดินและบ่อน้ำธรรมชาติ  ส่วนในประเทศไทย  กรมการประมงริเริ่มการเลี้ยงสาหร่ายชนิดนี้ในปี พ.ศ. 2536  โดยปลูกในบ่อพักน้ำชีวภาพ  แต่ปัจจุบันได้พัฒนาการเพาะเลี้ยงเพื่อขยายผลในเชิงพาณิชย์  โดยสามารถเพาะเลี้ยงได้ 3 รูปแบบ  ทั้งในระบบบ่อการเลี้ยงในบ่อพักน้ำธรรมชาติ  เลี้ยงในบ่อดินหรือบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ  เช่น บ่อเลี้ยงกุ้ง  หรือบ่อเลี้ยงปลา  และระบบการเลี้ยงในบ่อคอนกรีต

fasdfasdfasdfasdfasdfasdfasdfasdf

               ทั้งนี้สาหร่ายพวงองุ่น  ถือเป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น เพราะมีความเชื่อกันว่า  หากรับประทานสาหร่ายชนิดนี้  จะทำให้หายป่วยเร็วขึ้น เนื่องจากสาหร่ายพวงองุ่นเป็นสาหร่ายที่มีคุณค่าทางอาหารสูง  คือมีปริมาณของแร่ธาตุหลากหลายชนิด   ได้แก่  ไอโอดีนซึ่งช่วยป้องกันและรักษาโรคคอพอก  แมกนีเซียมช่วยบำรุงกล้ามเนื้อและระบบประสาท   โปแทสเซียมช่วยควบคุมการทำงานของเซลล์และสมดุลของน้ำในร่างกาย    รวมทั้งพบวิตามินบี  ซี  อี  และกรดอะมิโนจำเป็นหลากหลายชนิด  ที่ไม่พบในพืชบก  โดยพบว่ามีกรดอะมิโนจำเป็นอยู่เกือบ 40% ของกรดอะมิโนรวม  ซึ่งใกล้เคียงกับในไข่และโปรตีนถั่วเหลือง  ทั้งยังมีแคลอรี่ต่ำ  จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวาน  หัวใจ  และความดันโลหิต  

               ด้วยคุณสมบัติเช่นนี้ จึงทำให้สาหร่ายพวงองุ่น ได้รับการเรียกขานว่า  "longevity seaweeds"

1959509_694628560602367_225401047_n               

               ด้วยหน้าตาที่น่าประทานของสาหร่ายพวงองุ่นและคุณประโยชน์มากมายของมันเช่นนี้แล้ว  ทำให้สาหร่ายพวงองุ่นกลายเป็นอาหารสุขภาพน้องใหม่ที่กำลังได้รับความนิยม  ดังนั้นอย่าลืมลองหาซื้อสาหร่ายพวงองุ่นมารับประทานเพื่อสุขภาพที่ดีของเรากันบ้างนะคะ

 

 

 


อ้างอิง
- http://www.fisheries.go.th/
- http://research.rdi.ku.ac.th/world/cache/13/NidsarapornPUGAll.pdf
- http://www.manager.co.th/travel/viewnews.aspx?NewsID=9560000036189