20111202135357

 

ฉันคือคนรุ่นใหม่ที่ใสสะอาด คือคนฉลาดที่ใฝ่เรียนรู้

ลมหายใจ   เฮ้!!!

ลมหายใจ   เฮ้!!!

เสียงของพลังเยาวชนรุ่นใหม่ที่รวมตัวจากทั่วประเทศไทย ด้วยหัวใจที่มีสำนึกต่อความซื่อสัตย์สุจริตอย่างหนักแน่นและพร้อมเพรียงกัน ในกิจกรรมค่ายเยาวชน "ลมหายใจไร้มลทิน" ครั้งที่ 3 ปลุกจิตสำนึก ซื่อสัตย์สุจริต ให้เยาวชนไทย ระหว่างวันที่ 9-11 พฤษภาคม 2557 ของโครงการ "ลมหายใจไร้มลทิน" ครั้งที่ 8 จัดขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนเปลี่ยนสังคมไทยให้ใสสะอาด สร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชนเห็นความสำคัญของความซื่อสัตย์สุจริต และภัยร้ายของการทุจริตคอรัปชั่น 

เยาวชนไทยจำนวน 70 คน ที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายครั้งนี้ได้รับการคัดเลือกจากเยาวชนที่เคยเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆของโครงการ "ลมหายใจไร้มลทิน" ตั้งแต่ปีแรกจนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นการตอกย้ำว่าเยาวชนได้เลือกมาถูกทางแล้ว และคัดเลือกจากสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพ และพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) และอีกส่วนหนึ่งจากสมาชิกสภาเด็ก และเยาวชนแห่งประเทศไทย ซึ่งทางค่ายเปิดโอกาสให้รุ่นพี่ รุ่นน้องของโครงการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างเครือข่ายพลังเยาวชนรักความซื่อสัตย์สุจริตให้เหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น

 

IMG_7659_resize

 

กิจกรรมค่ายนี้น้องๆเยาวชนอายุ 13-20 ปี จะได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การทำกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ walk rally เน้นความรู้คู่ความสนุกสนาน รวมถึงสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (workshop) ตามที่สท. ได้ร่วมมือกับดร.ภญ.พัชราภรณ์ ปัญญาวุฒิไกร วิทยากรผู้เชี่ยวชาญทางด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน สร้างสรรค์กิจกรรมขึ้นมาเพื่อเยาวชนไทย

คุณชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการโครงการลมหายใจไร้มลทินกล่าวถึงที่มาของโครงการนี้ว่า "ในฐานะของเอกชนจากบริษัทสื่อสากล จำกัด ผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์ หรือ Motor Expo นั้นเห็นว่าทางบริษัทเป็นส่วนหนึ่งในการปล่อยมลพิษออกสู่สังคม รวมทั้งเห็นว่าในปัจจุบันเยาวชนเห็นการทุจริตคอรัปชั่นเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ในสังคมไทย เพราะรัฐบาลไหนก็โกงทั้งนั้น ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 50% จากผลสำรวจทั้งหมด เมื่อดูผลสำรวจจากโพลต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่อันตรายมาก และพบว่าการคอรัปชั่นในประเทศไทยนั้นสูงเป็นอันดับ 2 ของเอเชียอีกด้วย (ผลสำรวจในปี 2552) ดังนั้นการจัดโครงการนี้ถือว่าเป็นการคืนผลประโยชน์กลับคืนสู่สังคม (Social enterprise) ได้เป็นอย่างดี"

 

IMG_7693_resize-1

คุณชไมพร ปภัสร์พงษ์

 

[ซึ่งปัจจุบันจากการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจำปี พ.ศ. 2556 พบว่า ประเทศไทยได้ 35 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อันดับไทยหล่นจาก 88 ในปีที่แล้วมาอยู่อันดับที่ 102 จากการจัดอันดับทั้งหมด 177 ประเทศทั่วโลก ส่วนในกลุ่มประเทศอาเซียน มีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่ได้คะแนนเกินครึ่ง ได้แก่ สิงคโปร์ (86 คะแนน) บรูไน (60 คะแนน) และมาเลเซีย (50 คะแนน) ส่วนประเทศอื่นๆรวมทั้งประเทศไทยยังคงมีคะแนนต่ำกว่าครึ่ง และเป็นที่น่าสังเกตว่า ประเทศลาวและประเทศพม่า แม้จะมีคะแนนค่อนข้างต่ำ แต่ก็ดีขึ้นกว่าปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด]

ดัชนีวัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน-ปี-2556-ของประเทศในภูมิภาคอาเซียน

"จึงเห็นถึงความสำคัญในการปลุกจิตสำนึก การปลูกฝังให้มีความซื่อสัตย์สุจริตที่สามารถส่งผลให้ประเทศไม่เจริญก้าวหน้า เสื่อมถอย จากความสำคัญนี้ได้จัดกิจกรรมในโครงการลมหายใจไร้มลทินขึ้นมาโดยมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย หลักๆก็คือการประกวด โดยจะมีการปรับและประเมินกิจกรรมเหล่านี้ทุกปี เพื่อให้ได้กิจกรรมที่ส่งผลต่อสังคมสูงสุด โดยปัจจุบันมีการประกวดในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตทั้งสิ้น 4 ประเภทคือ การเรียงความ การร้องเพลงลมหายใจไร้มลทิน  การวาดภาพ  และโครงงานกิจกรรมเสริมสร้างค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตต่อสังคม 

 

1689010_739743322711100_91207246_n lam-hai-jai-art-final-07

 

เรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตเป็นเรื่องที่ยากและเห็นผลช้ามาก แต่ก็ยังจะดำเนินโครงการนี้ไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในขณะนี้มีเยาวชนเฉพาะในโครงการการประกวดเป็นหลักหมื่นคนแล้ว ในส่วนของค่ายกิจกรรมนั้น ดร.ภญ.พัชราภรณ์ ปัญญาวุฒิไกร ได้เล็งเห็นว่าแค่การประกวดนั้นไม่เพียงพอต่อการปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็ก แต่การทำค่ายกิจกรรมให้เยาวชนมามีมิติสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดจิตสำนึกอย่างจริงจังและซึมซับได้อย่างดี ซึ่งเชื่อว่าเยาวชนกลุ่มที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้เป็นเยาวชนที่มีคุณภาพ สามารถไปเผยแพร่ให้คนรอบข้างได้ด้วยตัวเอง

การจัดค่ายกิจกรรมนี้ขึ้นเป็นการสะท้อนเรื่องที่เรามีความซื่อสัตย์น้อยลง คิดว่าการทุจริตคอรัปชั่นเป็นอะไรที่คนก็ทำกัน เรื่องเหล่านี้ถ้าไม่ได้รับการแก้ไข จะยิ่งทำให้ประเทศชาติแย่ลงกว่านี้ จึงฝากความหวังให้กับเยาวชนรุ่นใหม่นี้ในอนาคตอีก 10-20 ปี อย่างน้อยให้พวกเขามีคุณธรรมความซื่อสัตย์เป็นลมหายใจของพวกเขาที่จะขาดไม่ได้ ซึ่งเขาจะทำโดยธรรมชาติ แล้วสังคมจะน่าอยู่ขึ้นเอง

นอกจากกิจกรรมการประกวดแล้ว ยังมีการจัด road show ทั้งโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร  โรงเรียนในเครือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และมีการขยายไปยังโรงเรียนในต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

 

 1-tile

ภาพจาก Road show

 

โครงการนี้มุ่งหวังสิ่งที่สำคัญที่สุดคือปลูกจิตสำนึกของความซื่อสัตย์สุจริตให้กับเยาวชน และยังหวังไปถึงคุณธรรมที่เกี่ยวข้องกับความซื่อสัตย์ เช่น ความซื่อตรง จิตสาธารณะ การรักษามลพิษอีกด้วย

จากการติดตามเยาวชนที่เคยผ่านกิจกรรมค่ายลมหายใจไร้มลทินพบว่า เด็กมีการขยายผล สร้างเครือข่ายเองผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเฟสบุก มีการตั้งค่ายชมรมเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ แต่ขยายมากน้อยแค่ไหนก็ไม่อาจทราบได้ แต่ก็ถือว่าได้ผลเป็นที่พอใจเพราะเยาวชนได้มีการเอาไปเผยแพร่แล้ว ซึ่งหวังว่าจะเป็นวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่องกันไป ในการจัดค่ายกิจกรรมนั้นคัดเลือกมาเพียง 70 คน เพราะต้องการคนน้อย แต่เน้นคุณภาพ โดยมุ่งไปที่เยาวชนในระดับมัธยมศึกษาเป็นหลัก เพื่อให้ง่ายต่อการสื่อสารเพราะเมื่อต่างระดับกันการสื่อสารก็เปลี่ยนไป"

น้องเตย ด.ญ. ณัฐชาพรรณ พลอยสิงห์โต นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากโรงเรียนสายน้ำผึ้งวิทยา เยาวชนผู้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายเยาวชนลมหายใจไร้มลทินเป็นครั้งแรก ได้รับการคัดเลือกให้มาค่ายจากการชนะการประกวดร้องเพลงลมหายใจไร้มลทิน เล่าให้ฟังว่า"รู้สึกดีใจและมีความสุขมากที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ จะนำความรู้ที่ได้ไปเล่าให้กับคุณพ่อ คุณแม่ และเพื่อนๆฟัง  เพราะคิดว่าถ้าคนทั้งประเทศไม่มีความซื่อสัตย์ก็จะทำให้ประเทศไม่สงบสุข ฝากถึงผู้ใหญ่ที่เห็นการทุจริตในบ้างเมืองเป็นเรื่องปกติว่าถ้าคนเราทุจริต อนาคตประเทศไทยก็ไม่สงบสุข และเป็นผลไม่ดีต่อเด็กๆที่จะเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้าด้วย"

 

IMG_7703_resize-1

ด.ญ. ณัฐชาพรรณ พลอยสิงห์โต (น้องเตย) 

 

น้องโอ๋ นางสาวโยษิตา เฉิน ลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 สายศิลป์-คำนวณนิเทศน์ จากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) เยาวชนสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมค่ายเยาวชนลมหายใจไร้มลทินครั้ง 2 ครั้งนี้กลับมาอีกครั้งโดยมีบทบาทเป็นพี่เลี้ยงค่าย น้องโอ๋กล่าวว่า"จากครั้งแรกที่มีโอกาสได้มาร่วมค่ายเยาวชนนั้นเมื่อกลับไปจึงได้นำเอาเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตไปเผยแพร่ในทุกๆที่ที่มีโอกาส เช่น มีโอกาสได้ไปสอนเด็กๆที่โรงพยาบาลรามาธิบดีที่ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ค่ายชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือมีกิจกรรมในโรงเรียนต่างๆที่สามารถเอาไปสอนต่อให้กับน้องๆ

 

IMG_7707_resize-1

นางสาวโยษิตา เฉิน (น้องโอ๋) 

รวมทั้งยังได้มีโอกาสเป็นคณะกรรมการเยาวชนประสานงานพรรคการเมืองของ NDI (National Democratic Institutute) ซึ่งจะมีร่างข้อเสนอเชิงนโยบายบ้าง สำหรับน้องโอ๋คิดว่าสิ่งที่ได้จากค่ายเยาวชนนี้เป็นความรู้ที่สามารถเอาไปต่อยอดเมื่อถึงในเวทีที่เราต้องพูด เพราะคิดว่าทุกครั้งที่เรามีโอกาสพูด ไมค์มาถึงเราแล้ว หรือเรามีโอกาสได้สอน ก็สามารถนำเรื่องเหล่านี้ไปถ่ายทอดให้กับน้องๆ เพื่อนๆได้ เราผ่านจุดที่เป็นผู้รับมาแล้วเราต้องเป็นผู้ให้ด้วย ถึงแม้ว่าน้องโอ๋นั้นจะทำกิจกรรมไุปพร้อมกับการเรียน แต่ก็ไม่ทำให้เสียการเรียนแต่อย่างใดเพราะล่าสุดได้เกรดเฉลี่ยถึง 3.85 เลยทีเดียว น้องโอ๋รู้สึกว่าตนเองนั้นเป็นผู้โชคดีที่ได้โอกาสมาทำตรงนี้ จึงอยากใช้โอกาสที่ได้ให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองครอบครัว และสังคมให้มากที่สุด เพราะความซื่อสัตย์สุจริตนั้นรวมอยู่ในทุกๆเรื่องเลย โดยต้องเริ่มจากการซื่อสัตย์กับตนเองก่อน แล้วค่อยมาซื่อสัตย์กับครอบครัว และไปสู่สังคมของเรา ถ้าแต่ละคนซื่อสัตย์สังคมก็ไม่วุ่นวาย

เพราะความซื่อสัตย์ไม่ใช่แค่คุณธรรม แต่หมายถึงการทำงานในทุกๆวันของเรา คำว่าไม่ซื่อสัตย์ ทุจริต คอรัปชั่นเป็นอันตรายต่อสังคม ถึงจะทุจริต โกงกินนิดหน่อย ก็เป็นอันตรายต่อส่วนรวมเพราะได้ประโยชน์กับคนส่วนน้อย ซึ่งค่านิยมสมัยนี้มักเห็นเป็นเรื่องเล็ก ถ้าทำงานเก่งโกงกินนิดๆหน่อยๆก็ไม่เป็นไร แต่จริงๆแล้วเป็นเพราะถ้าต่างคนต่างโกงคุณภาพสังคมก็จะแย่ลง นอกจากนี้น้องโอ๋ยังบอกว่าแม้แต่องค์กรเครือข่ายที่เคยเข้าร่วมอย่าง Move World Together ซึ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อมก็จะมีการปลูกฝังเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตแทรกซึมเข้ามาเช่นกัน สุดท้ายน้องโอ๋กล่าวว่า อยากให้ทุกคนไม่ต้องไปมองภาพกว้างว่าเราจะแก้ปัญหานักการเมืองหรือคนนู้นคนนี้ทุจริตอย่างไร แต่อยากให้มองย้อนดูที่ตัวเองว่าวันนี้เราซื่อสัตย์กับตัวเรา คนรอบข้างและการทำงานของเราหรือยัง ถ้าทุกคนซื่อสัตย์ สังคมก็จะพัฒนาได้ดีกว่านี้ คืออย่างเพิ่งไปโทษใคร ให้แต่ละคนมีคุณธรรมกันก่อน คือ คุณ-นะ-ทำ ก่อน เราก็จะทำด้วย ทุกคนต้องทำจึงจะประสบผลสำเร็จ"   

ฟังแล้วน่าชื่นใจไหมคะ สำหรับโครงการและเยาวชนที่จะมีส่วนช่วยปลูกฝังจิตสำนึก ความซื่อสัตย์สุจริต ให้แก่สังคมไทยต่อไปในอนาคต

 

 

IMG_7640_resize-tile          

ภาพกิจกรรมจากค่ายเยาวชนลมหายใจไร้มลทิน

 

นอกเหนือจากโครงการลมหายใจไร้มลทินที่ช่วยปลูกฝังให้เยาวชนมีจิตสำนึก มีคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตแล้วนั้น ในปี 2556 ที่ผ่านมายังมีโครงการที่กรุงเทพมหานคร ร่วมกับบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด มหาชน ได้ร่วมมือกันผลิตหนังภาพยนตร์สั้น ตามโครงการกรุงเทพเมืองสีขาว "หลักสูตรโตไปไม่โกง" โดยสร้างเป็นภาพยนตร์ ทั้ง 15 เรื่อง ที่ครอบคลุมคุณธรรม 5 ประการ คือ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ จิตสาธารณะ อยู่อย่างพอเพียง และความเป็นธรรมในสังคมอีกด้วย

 

ตัวอย่างภาพยนตร์สั้น ตามโครงการ กรุงเทพเมืองสีขาว "หลักสูตรโตไปไม่โกง"

 

โครงการลมหายใจไร้มลทินนี้ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัทสื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน "มหกรรมยานยนต์ หรือ Motor Expo ร่วมกับ สท. รวมถึงสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เพื่อให้เยาวชนได้มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความซื่อสัตย์สุจริตในทุกภาคส่วนของสังคมไทย อันจะเป็นพลังผลักดันให้เกิดการพัฒนาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน รวมทั้งฟื้นคืนเกียรติภูมิของประเทศเพื่อเป็นมรดกแก่ลูกหลานไทยสืบไป

 

13609003561opp-logo168355_101036629975007_4675768_n

 

 

 

 

อ้างอิงเพิ่มเติม ณ วันที่ 12/5/2557 จาก

http://thaipublica.org/2013/12/corruption-perceptions-index-2013/