" มหาวิทยาลัยกรุงเทพ  มหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ "

                ประโยคนี้คงไม่ใช่เป็นเพียงเพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์  เมื่อเหล่านักศึกษาเฟรชชีปี 1 ได้เข้าร่วม "พิธีปฐมนิเทศ นักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี  ประจำปีการศึกษา 2557"  ในวันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2557 ณ ห้องประชุมปองทิพย์   มหาวิทยาลัยกรุงเทพ  วิทยาเขตรังสิต

20131024154026

                การปฐมนิเทศนักศึกษาทุนครั้งนี้  นำโดย  ดร.มัทนา  สานติวัตร  อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ  ซึ่งได้ให้โอวาทและคำแนะนำเรื่องการเรียนและข้อปฏิบัติในการเป็นนักศึกษาทุนของมหาวิทยาลัยแก่นักศึกษาที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา 

                ดร.มัทนา  สานติวัตร  ยังได้กล่าวด้วยว่า "ในปีการศึกษา 2557 นี้ จะเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาการเปิดเทอม  โดยเปิดเทอมในเดือนสิงหาคม  เพื่อให้พร้อมสู่การเปิดเวทีอาเซียน  โดยต่อจากนี้หากนักศึกษาต้องการเดินทางไปเพื่อศึกษาต่อ ณ สถาบันใดก็ไม่ต้องเสียเวลารอเพื่อเปิดภาคเรียนใหม่  เนื่องจากเวลาเปิดปิดภาคการศึกษาไม่เท่ากันอีกแล้ว  เนื่องจากหลักสูตรการศึกษาได้ปรับเปลี่ยนเวลาการเปิดเทอมเพื่อการพัฒนาสู่การเป็นสากล"

IMG_8238

                นอกจากนี้ท่านอธิการบดียังได้กล่าวให้ความเห็นเกี่ยวกับการศึกษาในยุคปัจจุบันว่า...."ปัจจุบันนี้คนยุคใหม่  ไม่ว่าจะในมหาวิทยาลัยกรุงเทพหรือภายนอกมหาวิทยาลัยทั่วไป  ที่เป็นคนหัวคิดทันสมัย ต้องการการเปลี่ยนแปลง  ต้องการที่จะสร้างอะไรด้วยตนเอง  และมีความคิดไปสู่สากล  มหาวิทยาลัยกรุงเทพเรียกคนกลุ่มนี้ว่า  โกลบอล เจน (Global-Gen) หรือ G-GEN  ซึ่งทางมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรการเรียนรู้เพือที่จะพัฒนาคนรุ่นใหม่ต่อจากนี้ ทั้งหลักสูตรเพื่อให้มีความคิด  ทัศนคติไปสู่สากล  รวมถึงการใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญสำหรับเด็กยุคปัจจุบัน"

                 ทั้งนี้ท่านยังได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า  "อยากให้คนรุ่นใหม่ที่จะจบการศึกษาไปจากนี้ มีความคิดได้เริ่มรู้จักว่า เรามีหลายอย่างทีสร้างด้วยตนเองได้  ให้เกิดความรู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของในสิ่งนั้น  เพราะความรู้สึกนี้จะทำให้เราเกิดความคิดสร้างสรรค์  มีใจที่กล้าที่จะคิด  ใจที่คิดอยากจะฝัน  อยากจะทำความฝันให้เป็นความจริง  ซึ่งทางมหาวิทยาลัยหวังว่าคนกลุ่มนี้จะเป็นคนที่เข้ามาอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยกรุงเทพและเป็นส่วนหนึ่งที่จะเติบโตด้วยความคิดที่สร้างสรรค์จากการเรียนรู้และปลูกฝังของมหาวิทยาลัย"

IMG_8287

                ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพยังมีการเปิดโอกาสทางการศึกษาด้วยการมอบทุนการศึกษาอยู่อย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี  โดยพิจารณาจากการมีผลการเรียนดีและมีผลงานและกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยเพื่อให้นักศึกษาสามารถพัฒนาตนเอง  เพิ่มศักยภาพและโอกาสในการศึกษาอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา  โดยในปี 2557 มีนักศึกษาที่เข้าร่วมรับทุน  ดังนี้ ทุนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ,  ทุนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ, ทุนประกายเพชร, ทุนอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้, ทุน BU Premier,  ทุน BU Creative,  ทุนนักศึกษาหุ่นยนต์, ทุนพัฒนานักกีฬาดีเด่น และทุนศิลปิน  

                เราลองมาฟังประสบการณ์และคำแนะนำดี ๆ จากตัวแทนเด็กทุนเหล่านี้กันค่ะ....

IMG_8234
ท็อป  ณภัทร โชคจินดาชัย

                ท็อป  ณภัทร  โชคจินดาชัย 
                นักแสดงในสังกัด GTH  ผลงานล่าสุดเรื่อง ซีรีย์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น  ปัจจุบันเรียนอยู่วิทยาลัยนานาชาติ  สาขา Communication Art  หนึ่งในผู้ที่ได้รับทุนศิลปินของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ  ได้เล่าถึงที่มีของการได้รับทุนนี้ว่า

                "ตอนแรกทางอาจารย์มาบอกว่ามหาวิทยาลัยมีทุนการศึกษานี้  เราก็รู้สึกว่า โอ๊ย ! ดีเลย  แต่เค้าก็บอกว่าต้องมาช่วยงานมหาวิทยาลัยนิดหน่อย  ซึ่งเราก็เต็มใจมาก ๆ อยู่แล้ว  เพราะว่าทางมหาวิทยาลัยจ่ายค่าเทอมให้เรามากมายขนาดนี้่  ซึ่งก่อนหน้านี้ ปี 1 เราก็เป็นคนที่จ่ายค่าเทอมเองมาโดยตลอด  เราก็จะได้มีเงินไปเลี้ยงหญิง เอ๊ย !! ไม่ใช่แล้วคับ  (ฮ่าๆๆ) มีเงินไปช่วยสนับสนุนด้านการศึกษาของเรามากขึ้น  ก็รู้สึกขอบคุณมหาวิทยาลัยมาก  แล้วก็รู้สึกว่าถ้าเราทำอะไรตอบแทนมหาวิทยาลัยได้เนี่ยเราก็จะทำให้มากที่สุด  เพราะจริง ๆ แล้วผมว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพก็ไม่ได้ต้องการการโปรโมทหรือประชาสัมพันธ์จากกลุ่มดาราศิลปินเท่าไหร่  เพราะว่าด้วยมหาวิทยาลัยก็มีชื่อเสียงในตัวมันเองอยู่แล้วน่ะครับ  ผมเลยคิดว่าทุนที่ได้รับนี้เป็นเหมือนน้ำใจเลยนะ  ที่มหาวิทยาลัยหยิบยื่นโอกาสดี ๆ ให้น้อง ๆ ที่มีอาชีพในวงการบันเทิง  ก็ขอบคุณมาก  ขอบคุณมากจริง ๆ ครับ"

เห็นหนุ่มท็อป  เป็นทั้งพิธีกร และนักแสดง  งานเยอะขนาดนี้ มีเทคนิคในการเรียนอย่างไรบ้างคะ?

                "จริง ๆ ท็อปรู้สึกว่าท็อปโชคดีที่มีเพื่อนดีด้วย  เค้าก็จะคอยเตือนเรา  ฮัลโหล ท็อป  พรุ่งนี้สอบนะ  เราก็เอ้ย ! พรุ่งนี้สอบหรอ  โอเค  เดี๋ยวเจอกัน  หรือว่า  ท็อป มีงานกลุ่ม เราก็ไปทำกันด้วยกัน  แล้วก็รับผิดชอบในหน้าที่ส่วนของเราอะไรแบบนี้ครับ  จริง ๆ ผมรู้สึกว่าทำยังไงก็ได้ไม่ให้เพื่อนรู้สึกว่าเราเอาเปรียบเพื่อนมากเกินไป  คือเพื่อนเราก็ช่วยเราขนาดนี้แล้ว ท็อปรู้สึกว่าท็อปได้เพื่อนดีมากกว่า  ตอนแรกที่เราเข้ามหาวิทยาลัยมันเป็นสังคมอีกแบบหนึ่งเลยนะครับ  เพื่อน ๆ มัธยมปลายก็กระจายไปตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ  และการที่เราเข้ามาเจอเพื่อนที่ดี  สำหรับท็อปมันคือความโชคดีมากครับ  คือเจอเพื่อนดีก็ดึงกันไปเรียน  ถ้าเจอเพื่อนแย่นี่ก็อาจฉุดให้พากันโดดเรียนได้"

คิดว่าเราได้รับการปลูกฝังด้านการศึกษาที่ดีอย่างไรบ้างคะ

                "ผมไม่ได้ยินคำกล่าวนี้มานานมากแล้วนะครับ  คือ  รากฐานของตึกคืออิฐ  รากฐานของชีวิตคือการศึกษา ผมเพิ่งเข้าใจคำนี้เลยครับ  แต่ก่อนผมเคยคิดว่า รากฐานของชีวิตมันต้องเป็นเงินสิ  คนเรามีเงิน โหย! ชีวิตก็ดี  แต่พอเราได้รับการศึกษาที่มากขึ้น  เรียนประถม  มัธยม  จนมามหาวิทยาลัย  เรารู้สึกว่าการศึกษามันต่อยอดไปถึงมนุษยธรรม  ไปถึงความคิดที่มีต่อสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ  อย่างเช่น  ถ้าเราเป็นคนที่ไม่มีการศึกษาเราจะคิดกับสิ่ง ๆ นี้ต่างไปจากคนที่มีการศึกษา  การศึกษามันเป็นรากฐานของอะไรที่ทำให้เราก้าวไปข้างหน้าตลอดครับ"

IMG_8277
หญิง  กัญญาพัชญ์ ธนันชัยกานต์

                หญิง  กัญญาพัชญ์   ธนันต์ชัยกานต์  
                ดารานักแสดง ช่อง 7  ผู้ได้รับทุนศิลปิน  ปัจจุบันเรียนคณะนิเทศศาสตร์  สาขาภาพยนตร์  ได้เล่าความรู้สึกของการมารับทุนศิลปินว่า

                “ด้วยความที่ตัวหญิงทำงานมาตั้งแต่อายุ 15  หญิงก็จะบอกแม่เลยว่า  เราอยากจะ support  ตัวเองตั้งแต่เด็ก  เงินที่เราหาได้เราก็จะมา support ตัวเองและน้องสาว  รวมถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในบ้าน  ซึ่งตั้งแต่หญิงได้รับทุนตรงนี้ก็ทำให้หญิงสามารถที่จะ support ตัวเองทางด้านการศึกษามากยิ่งขึ้น   โดยสิ่งสำคัญของการได้รับทุนนี้ของหญิงก็คือ  การแสดงความกตัญญูต่อมหาวิทยาลัย  ด้วยการประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยของเรา  รวมถึงชักชวนน้อง ๆ ที่ยังไม่มีความรู้ว่า ใครอยากไปเรียนด้านไหน ทีไหน  หรือให้แนะนำในสิ่งที่เรารู้  เช่นการเรียนด้านนิเทศศาสตร์ ม.กรุงเทพ ด้านที่หญิงเรียนนี้เป็นอย่างไร  ซึ่งตัวหญิงอยู่ในกลุ่มของ YGSC  ที่เป็นเครือข่ายเยาวชนต่อต้านยาเสพติดด้วย  เราก็จะได้มีโอกาสไปประชาสัมพันธ์หรือแนะแนวให้น้อง ๆ ตามโรงเรียนต่าง ๆ ได้ค่ะ"

อยากแนะนำอะไรแก่น้อง ๆ ที่สนใจเข้ามาศึกษาคณะนิเทศศาสตร์บ้างคะ ?

                "สำหรับน้อง ๆ ที่มีใจรักในสื่อ   หรือชอบเป็นนักนิเทศน์  ชอบการถ่ายรูป  ชอบการตัดต่อ  ชอบการถ่ายหนัง  เห็นว่าภาพยนตร์มันสร้างโลกได้  ก็อยากให้ลองเข้ามาศึกษาหรือสอบถามพี่ ๆ ในคณะก็ได้  หรือทางเว็บไซต์ของทางมหาวิทยาลัยก็ได้ก็จะมีบอกเหมือนกัน   อย่างเช่นในด้านของหญิงนะคะก็คือด้านคณะนิเทศน์ศาสตร์  ซึ่งตึกภาพยนตร์ของเราเนี่ยเป็นตึกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย  แหม! ไม่ค่อยอยากจะอวดเลยค่ะ ฮ่า ๆ  (หัวเราะ)  และเครื่องไม้เครื่องมือก็ครบครันมาก  อย่างพวกล้องอะไรต่าง ๆ เนี่ยค่ะ  คือข้อดีของมันมีเยอะมาก  เราจะได้ใช้ของจริงทั้งหมดทุกอย่าง  ไม่ว่าจะเป็นห้องตัดต่อ  มีสตูดิโอเป็นของตัวเอง  มีห้องถ่ายทำ  และก็มีกล้องที่ถ่ายทรานฟอร์เมอร์ ก็มีที่นี่ด้วย  ราคาเป็นหลักล้านเลย  น้อง ๆ ก็จะได้สัมผัสของจริง  และอีกอย่างก็คือในรั้วมหาวิทยาลัยที่นี่ไม่ได้สอนให้น้อง ๆออกไปทำงานข้างนอก  แต่จริง ๆ แล้วเราสอนให้ทำงานกันตั้งแต่ในนี้เลย  อย่างเช่น  เรื่องภาพยนตร์เรื่อง ผีเข้าผีออก  ก็อยากจะขอหยิบยกเรื่องนี้เป็นประเด็น  เพราะว่าอาจจะเห็นได้เด่นชัดที่สุด  คือพวกพี่ ๆ เป็นนักศึกษาธรรมดา  แต่พี่ ๆ ก็สามารถมีผลงานที่จะออกไปลงสู่สายตาของทุก ๆ คน ไปฉายในโรงภาพยนตร์ได้  ดังนั้นหากน้อง ๆ สนใจอยากจะมีผลงาน เป็นผู้กำกับ เป็นนักเขียนบท  หรือเป็นนักนิเทศน์  นักข่าว  หรือนักประชาสัมพันธ์  ก็อยากให้น้อง ๆ ลองมาศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยกรุงเทพที่นี่ดูค่ะ ”

 

IMG_8343-tile

               นอกจากทุนศิลปินซึ่งเป็นทุนสำหรับเหล่าดารานักแสดงในวงการบันเทิงแล้ว  เราลองมาฟังคำแนะนำและประสบการณ์ของตัวแทนเหล่านักศึกษาที่ได้รับทุนอื่น ๆ กันค่ะ  

 

 ทุน ฺBU Premier

BU Premier

               น้องน้ำหอม  นางสาวนารดา หงส์รัตนอุทัย   จากคณะนิเทศศาสตร์ (ซ้าย) และน้องส้ม นางสาวอุทัยวรรณ  โอบอ้อม (ขวา) จากคณะนิติศาสตร์  จากโรงเรียนสตรีภูเก็ต  และเป็นตัวแทนผู้ได้รับทุน BU Premier

1138531603 เข้ามารับทุน BU Premier ได้อย่างไรคะ?

                ส้ม-น้ำหอม : ทางโรงเรียนจะเป็นฝ่ายคัดเลือกนักเรียนในโรงเรียนค่ะ  ซึ่งโรงเรียนเราได้รับ ทุน BU Premier มา 1 ทุน  แล้วพอดีเราก็ได้ไปพูดคุยกะคุณครูว่าอยากจะเรียนคณะนิเทศศาสตร์ แล้วคุณครูก็เลยบอกว่าทางมหาวิทยาลัยกรุงเทพมีทุนนี้อยู่เราสนใจมั๊ย?  ถ้าสนใจก็ทางคุณครูเป็นคนคัดเลือก  ซึ่งโดยส่วนตัวเราเป็นคนทำกิจกรรมอยู่แล้ว  แล้วคุณครูก็เห็นหน้าเราบ่อย ๆ  ก็เลยรับประกันได้  ว่าเรามีความประพฤติดีอะไรทำนองนี้ค่ะ  เราก็เลยโอเคสนใจ  แล้วคุณครูก็เลยเป็นผู้ประสานทำเรื่องให้

1138531603 อะไรคือแรงจูงใจในการเรียนคณะนิเทศศาสตร์/นิติศาสตร์ ?

                ส้ม : โดยส่วนตัวแล้วอยากจะทำงานในสายตุลาการ  อยากเป็นอัยการหรือข้าราชการค่ะ   ถ้าถามถึงคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก็ถือว่าเป็นนิติศาสตร์ที่เป็นเอกชนอันดับหนึ่ง  คือจะมีรุ่นพี่ที่สอบเนติบัณฑิต  คือสอบเพื่อที่จะไปเป็นอัยการหรือผู้พิพากษา ที่สอบได้อันดับ 1 ก็จะสลับมหาวิทยาลัยกันอยู่คือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และก็มหาวิทยาลัยกรุงเทพที่นี่  ซึ่งก็ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแนวหน้าเลยทีเดียวค่ะ

                น้ำหอม : เป็นคนชอบทำกิจกรรมค่ะ  โดยเป็นประธานกรรมการนักเรียน และก็คอยทำกิจกรรมอยู่เรื่อย ๆ ก็เลยชอบการสื่อสารค่ะ  ซึ่งมหาวิทยาลัยกรุงเทพก็มีชื่อเสียงทางด้านนิเทศศาสตร์อยู่แล้ว  ตอนแรกก็อยากเรียนที่นี่มากค่ะ  แต่ก็เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนซึ่งค่าเทอมค่อนข้างสูงเหมือนกัน  พอได้มีโอกาสเข้ารับทุนก็รู้สึกดีใจเพราะเราก็อยากมาเรียนที่นี่อยู่แล้ว  แล้วก็รู้สึกชอบและรักที่นี่ไม่ใช่เพียงเพราะว่าเราได้รับทุนก็เลยต้องมาเรียนที่นี่  แต่รู้สึกว่าชอบและผูกพันธ์กับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไปแล้วค่ะ

1138531603 หลักเกณฑ์การเข้ารับทุนเป็นอย่างไร?

                ส้ม : ก็ต้องมีเกรดเฉลี่ยมากกว่า  2.75 ขึ้นไป  ที่จริงเกณฑ์เฉลี่ยก็ไม่ได้สูงมากค่ะ  แต่ก็ดูภาพรวมกิจกรรมด้วย  อย่างเช่น หนูเข้าคณะนิติศาสตร์ค่ะ ก็เคยเข้าร่วมแข่งขันตอบปัญหาวันระพี  หรือใครที่เคยเข้าประกวดงานต่าง ๆ หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยแต่ละคนที่จะสมัครทุนนี้ก็จะส่ง Profile ของตนเองเข้าไป  แล้วคุณครูก็จะเป็นผู้ทำการคัดเลือกอีกทีหนึ่งค่ะ

1138531603 ทุน BU Premier มีข้อจำกัดอะไรบ้างคะ?

                น้ำหอม : ทุนนี้เป็นทุนให้เปล่าค่ะ  ซึ่งต้องรักษาเกรดเฉลี่ย 2.75 ขึ้นไปในทุก ๆ เทอม   โดยหากเทอมไหนทำเกรดได้ไม่ถึง 2.75 จะถูกระงับสิทธิ์การได้รับทุน  แต่หากเทอมต่อมาทำเกรดถึงที่กำหนดก็สามารถรับทุนต่อไปได้  แต่มีข้อแม้ว่า ห้ามติด F ในทุก ๆ เทอม มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิ์การได้รับทุนไปเลยค่ะ

1138531603 มีข้อแนะนำสำหรับน้อง ๆ หรือผู้ที่สนใจรับทุนนี้อย่างไรบ้าง

                ส้ม-น้ำหอม : จริง ๆ แล้วทุนนี้เป็นทุนจังหวัดค่ะที่ทางมหาวิทยาลัยจะคัดเลือกแล้วส่งไปตามโรงเรียน  โดยทางมหาวิทยาลัยจะติดต่อกับทางโรงเรียน  หากน้อง ๆ คนไหนสนใจ  ก็สามารถติดต่ออาจารย์ที่โรงเรียนได้ค่ะ  โดยสาขาหรือคณะที่จะให้ทุน  ทางมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้กำหนดรายละเอียดต่าง ๆ มาให้  เช่น  คณะนี้รับกี่คน สาขานี้กี่คนค่ะ  โดยอาจจะคอยสอบถามคุณครูทางโรงเรียนบ่อย ๆ ค่ะ  ว่าตอนนี้มีทุนอะไรบ้าง  คุณครูโดยเฉพาะคุณครูแนะแนวก็จะคอยแนะนำและเป็นที่ปรึกษาแก่เราได้ค่ะ

 

ทุน  BU Creative

IMG_8358

                 น้องนิต้า  น.ส.มานิตา  ฟาร์เมอร์ เรียนคณะนิเทศศาสตร์  สาขา Communication Art  ตัวแทนนักศึกษาที่ได้รับทุน BU Cretive 

1138531603 เข้ารับทุน BU Creative ได้อย่างไร?

                นิต้า : ตอนแรกเห็นข่าวสารในเว็บไซต์ค่ะ  แล้วก็เห็นว่ามีทุน BU Creative ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพนี้อยู่  ก็เลยสนใจสมัครมา  พร้อมกับยื่นผลงาน Portfolio มา  แล้วก็เข้ามาสัมภาษณ์ค่ะ

1138531603 หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกนักเรียนเข้ารับทุนมีอะไรบ้างคะ?

                นิต้า : อย่างแรกก็เป็นเกรดเฉลี่ยค่ะ 2.50 ขึ้นไป  แล้วก็ต้องมีแฟ้มสะสมผลงาน หรือ Portfolio ยืนเข้าไป  สำหรับของนิต้าที่ส่งไปก็เป็นเรื่องออกแบบจัดการซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ 

1138531603 แฟ้มสะสมผลงาน หรือ Portfolio ที่ส่งเข้าไปต้องเป็นอย่างไร  หรือมีข้อจำกัดอะไรบ้าง

                 นิต้า : Portfolio ที่เราจะส่งเข้าไปนี้ก็ไม่ได้มีข้อกำหนดอะไรค่ะ  แต่ก็น่าจะเป็นแนวที่เราถนัดมากกว่า  อย่างผลงานของนิต้าที่ส่งไปก็คือ  การออกแบบขบวนพาเหรดได้ชนะเลิศระดับจังหวัดค่ะ  รวมถึงหากมีผลงานอื่น ๆ ก็สามารถส่งเข้าไปได้หมดเลย ไม่ว่าจะไปแข่งขันชนะเลิศหรือประกวด  หรือทำกิจกรรมอะไรมาก็ได้หมดเลยค่ะ

1138531603 ทำไมถึงสนใจเรียนคณะนิเทศศาสตร์?

                นิต้า : หนูคิดว่าหากจะเรียนด้านวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์หนูคงจะไม่รุ่งเพราะไม่ถนัดจริง ๆ   หนูคิดว่าหนูเหมาะกับด้านการแสดงออกอย่าง Creative อะไรแบบนี้มากกว่าค่ะ

1138531603 มีข้อแนะนำแก่น้อง ๆ ที่สนอยากใจอยากสมัครทุนนี้อย่างไรบ้างคะ?

                นิต้า : อยากให้ลองมาสมัครทุน BU Creative นี้กันดูนะคะ  อย่าเพิ่งคิดว่า โอ๊ย ! ไม่แน่ได้เลย หรือไม่มีโอกาสจะได้ค่ะ  อยากให้สมัครมาก่อน  อยากตัวหนูก็ลองมาสมัครดูค่ะ  เพราะถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้รับทุนและถือเป็นเกียรติทางการศึกษาของเราอย่างหนึ่งเลยนะคะ

 

ทุนประกายเพชร

IMG_8367

                น้องอุ๊บอิ๊บ นางสาวกรวี  แก้วมูล (ซ้าย)  จากโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย  พิษณุโลก เข้าศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาออกแบบนิเทศศิลป์  และน้องน้ำโตน นางสาวจารุพร  พรหมผลิน (ขวา) จากโรงเรียนจิตรลดา  ศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์  สาขาออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ

1138531603 มีโอกาสได้เข้ามารับทุนประกายเพชรนี้ได้อย่างไร

                อุ๊บอิ๊บ : สมัครเข้ามากับทางมหาวิทยาลัยเองค่ะ  โดยมีพี่ ๆ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพก็มีไปประชาสัมพันธ์ที่โรงเรียนของเรา  และคุณครูที่โรงเรียนก็ได้บอกค่ะว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพรับสมัครทุนประกายเพชรนี้อยู่  โดยคุณสมบัติของทุนนี้นะคะ  คือต้องมีเกรดเฉลี่ย 3.50 ขึ้นไป  และก้อส่งผลงานหรือ Portfolio ของเราเข้ามาก่อนค่ะว่าเรามีสิทธิ์สัมภาษณ์รึเปล่า

1138531603 หลักเกณฑ์ของการคัดเลือกทุนนี้เป็นอย่างไร

                น้ำโตน : ก่อนอื่นเลยก็อาจจะเป็นเกรดเฉลี่ยค่ะว่าถึงตามที่กำหนดหรือเปล่า  อย่างทุนประกายเพชรนี้คือเกรดเฉลี่ยต้อง 3.50 ขึ้นไป  และก็ดูว่าเราเหมาะสมหรือชอบกับคณะนี้จริง ๆ หรือเปล่า  แบบว่าเราใช่กับคณะนี้ของมหาวิทยาลัยนี้หรือเปล่าค่ะ

1138531603 สิ่งที่ได้รับจากทุนประกายเพชร

                อุ๊บอิ๊บ-น้ำโตน : ทุนประกายเพชรเป็นทุนให้เปล่าค่ะ  โดยเราต้องพยายามรักษาเกรดเฉลี่ยให้ได้ถึง 3.00 ขึ้นไป  ในแต่ละปีก็มีการรับสมัครทุนประกายเพชรจำนวนประมาณ 10 ทุนทั่วประเทศค่ะ  ซึ่งหนูว่าทุนนี้เป็นทุนที่ดีมาก ๆ เลยนะคะ  เพราะว่ามันไม่มีข้อผูกมัดอะไรเลย  เรียนก็ฟรี  และก็มีเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายรายเดือนด้วย  เดือนละ 6500 บาทค่ะ  เพียงแต่ว่าเราต้องพยายามตั้งใจเรียนและรักษาเกรดเฉลี่ยออกมาให้ดีค่ะ  ก็อยากให้น้อง ๆ ที่สนใจคณะหรืออยากที่จะเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยกรุงเทพมาสมัครทุนนี้กันเยอะ ๆ นะคะ  เพราะมันเป็นโอกาสทางการศึกษาที่ดีมากจริง ๆ ค่ะ

IMG_8322

                เห็นความมุ่งมั่นในการได้รับโอกาสที่จะเข้ามาศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยกรุงเทพของเหล่าน้อง ๆ ตัวแทนผู้ได้รับทุนทั้งหลายแล้ว  เชื่อว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพคงจะเป็นแหล่งสำคัญที่จะช่วยขัดเกลาและปลูกฝังนักศึกษาเหล่านี้ให้เติบโตเพียบพร้อมไปด้วยความรู้และความคิดสร้างสรรค์เพื่อเป็นกำลังสำคัญในอนาคตของชาติต่อไปค่ะ....