 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/632" type="text/javascript"></script> |
|
|
อาณาจักร "มู" คืนชีพ
post ครั้งแรก: Thu 1 January 1970, 7:00 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 1 January 1970, 7:00 am
|
หน้าที่ 1 - ตอนที่ 1 กำเนิดอาณา
ตอนที่ 1 กำเนิดอาณาจักร "มู" ยุคใหม่
คุณชอบฟังเรื่องราวในอดีตมั้ย ? ...ไม่ใช่เรื่องของคนรุ่นคุณปู่คุณย่าในสมัยเมื่อพวกท่านยังเป็นเด็ก ย้อนหลังไปสักเมื่อ 70 หรือ 80 ปีก่อน
แต่ผมหมายถึง...
เรื่องราวในอดีตของโลก เมื่อสักหนึ่งหมื่น...หรือ...สองหมื่นปีมาแล้วต่างหาก...
คูณรู้สึกว่า...มันนานมากเลยใช่มั้ยครับ ? แต่คุณจะเชื่อหรือเปล่า หากผมกำลังจะบอกคุณว่า...
เหตุการณ์ที่มันเคยเกิดขึ้นกับโลกมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่ถึงกับพลิกผืนทวีปได้ เคยทำลายล้างชีวิตผู้คนมากมาย นับได้เป็นล้าน ๆ คนในคราวเดียว...
ทุก ๆ หมื่นหรือสองหมื่นปีมันจะกลับมาครั้งหนึ่ง
มันจะหวนกลับมา ช้า ๆ แต่หนักแน่น วันแรกที่มันหวนมา มันอาจจะคร่าชีวิตผู้คนไปสัก ห้าหรือหกร้อยคน...
นั่นน่ะคุณนับว่ามากแล้วหรือ? ยังหรอก...
เพราะพอมันหวนกลับมาครั้งที่สองหรือสาม มันจะเริ่มทวีขึ้นเป็นหลักพัน หลักหมื่น...คุณก็เคยเห็นมันมาแล้วนี่
"ซึนามิ"
แต่วันที่อาณาจักร "มู" ถูกถล่มจนจมหายลงไปใต้ท้องนทีนั้น...
พลังงานที่ทำลายล้างมัน มีค่ามากมาย... มากกว่า "ซึนามิ" เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม หลายเท่าตัวนัก
ทวีปใหญ่ขนาดเท่า ๆ กับผืนทวีปยูเรเซีย (หมายถึงยุโรปและเอเชียรวมกัน)ในปัจจุบัน ถูกพลังงานมหาศาล ยกมันขึ้น บิดมันเป็นเกลียว และปล่อยให้มันทิ้งตัวตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง
ก่อนที่มันจะจมหายลึกลงไปใต้ท้องมหาสมุทร...
เหตุการณ์ในวันนั้น...มันมีจุดเริ่มต้น และเป็นจุดเริ่มต้นเดียวกับวันนี้
"เฮ้ย...เฮ้ย น้ำ น้ำ" เสียงชายหนุ่มร่างสันทัด อายุประมาณ 35 ปี ผมขาวเกินอายุ แต่งกายด้วยเสื้อกาวน์สีขาวเก่า ๆ ซึ่งสมมติเอาเองว่าเป็นชุดคลุมของนักวิทยาศาสตร์ ร้องขึ้นด้วยท่าทางตกใจ
ก่อนจะรีบคว้าเอาขันน้ำเย็น ที่วางเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว สาดโครมลงไปบนหลอดทดลองบรรจุของเหลว ซึ่งตั้งไฟไว้จนเดือดพล่าน
"ฮู้ย...เกือบไป...เกือบไม่ทัน" หนุ่มใหญ่ที่อุตส่าห์ตั้งฉายาตัวเองว่า "ทายาทไอน์สไตน์" ยกมือขึ้นมาตบอกตัวเองดังป้าบใหญ่ ในขณะที่ปลายสายยางอีกด้านหนึ่ง น้ำจากถังเขียวใบย่อมก็ถูกดูดกลับเข้าไปในหลอดทดลอง ซึ่งขณะนี้ร้าวแล้ว จากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิจากร้อนเป็นเย็นอย่างฉับพลันเมื่อครู่
เสียงดัง โพละ ! เมื่อหลอดทดลองแตกออกจากกันเป็นเสี่ยง ๆ เนื่องจากแรงดันของของเหลวที่ร้อนจัดภายในหลอด เจอเข้ากับความเย็นของน้ำอุณหภูมิปกติในถังเขียว
"นี่...นี่ เป็นไง นี่ละคร้าบ แรงดึงดูดระหว่างประจุ...เดี๋ยวต่อไป ข้าก็จะกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ ระบือก้องไปทั่วโลกแล้วละเว้ย..."
"ข้านี่แหละ คือผู้ค้นพบวิธีสร้างแรงดึงดูดระหว่างประจุ ให้เกิดขึ้นในน้ำ..." ทายาทไอน์สไตน์ยังคงพล่ามพลางชี้หน้าอกของตนต่อไป โดยหารู้ไม่ถึงภยันตรายร้ายแรงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต อันเป็นผลมาจากการค้นพบของตน
อีกซีกด้านหนึ่งของโลก...
กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชั้นแนวหน้าจากทั่วโลก กำลังตื่นเต้นกับผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาจากกล้องบันทึกภาพจากดาวเทียมจันทรา ซึ่งสามารถบันทึกข้อมูลจากดาวคู่-หลุมดำไว้ได้อย่างละเอียด
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทำให้นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนั้น ได้ข้อสรุปที่น่าตื่นเต้นว่า...
"การปั่นป่วนของเส้นแรงแม่เหล็ก" เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้มวลสารจากดาวคู่ ไหลวนอย่างลดพลังงานของตนเองลงไปเรื่อย ๆ รอบ ๆ หลุมดำ
และในที่สุด มวลสารเหล่านั้น ก็จะอ่อนแรงจนกระทั่งหลุดจากวงโคจร และหายเข้าไปภายในหลุมดำจนหมด
...แต่หากไม่มีเส้นแรงแม่เหล็กเข้ามาช่วยด้วยแล้วละก็ มวลสารเหล่านั้น ก็จะยังหมุนวนรอบหลุมดำไปอีกนานเท่านาน โดยไม่มีวันที่จะผลุบหายเข้าไปในหลุมดำง่าย ๆ
ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก กำลังตื่นเต้นกับภูมิความรู้ที่ตนเพิ่งทราบเกี่ยวกับเส้นแรงแม่เหล็ก...
"ทายาทไอน์สไตน์" ก็กำลังลูบ ๆ คลำ ๆ แท่งแม่เหล็กที่เป็นอุปกรณ์สำคัญในการทดลองของตนอย่างทะนุถนอม
เขากำลังคิดต่อว่า "เอ๊...หากเราเพิ่มกำลังของแม่เหล็กให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ นี่ ผลการทดลองมันจะเป็นยังไงหนอ..."
"มันคงจะดูดกันแรงขึ้น..." เขาคิด "ถ้าประจุที่มีขั้วต่างกันมาชนกันมันน่าจะเกิดประกายไฟนะ..."
"เอ้อ...ใช่สิ ลองใช้การสร้างประจุไฟฟ้าสถิตย์เข้ามาช่วยด้วยจะดีมั้ย?.." ทายาทไอน์สไตน์เริ่มครุ่นคิดต่อเนื่องกันไปอย่างยากที่จะหยุดได้
เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่เขาเพิ่งได้รับผลการทดลองใหม่ ๆ แปลก ๆ ความคิดของเขาจะเริ่มฟุ้งซ่านและกระจายออกไป
to be continued
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม