<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/66" type="text/javascript"></script> |
|
นักลงทุน
บทความ โดย คุณ ช.ชัยโย เกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และชีวิตที่เหนือความคาดหมาย
post ครั้งแรก: Sun 9 December 2001, 10:59 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 9 December 2001, 10:59 pm
|
ยกที่หนึ่ง เจ๊กฮุย มาชวนพี่ชายร่วมสายเลือดของผมคุยอยู่เนืองๆในตอนใกล้จะเก็บร้านค้าส่วนใหญ่แกจะมานั่งนับเงิน ที่ได้ จากตลาดหุ้น ให้ผมและพี่ชายพัง จนพวกเราน้ำลายไหล ฟังๆ แล้วเล่นหุ้นมันง่ายจัง มีแต่ได้กับได้ แถมยังได้เยอะ ซะด้วย ดีกว่าพวกเราเอาเงิน ไปลงทุนฝากกับแบงค์แบบชนิดที่ว่าฟ้ากับเหว กว่าจะได้ดอกเบี้ยเจ็ดเปอร์เซนต์ จาก บัญชีออมทรัพย์ สู้เราเอาเงินมาลงทุนในตลาดหุ้นดีกว่า นี่คือแง่คิดของผม คนหนุ่มไฟแรง มีดีกรี ปวช เป็นที่ตั้ง ได้เรียนรู้เรื่องตลาดทุนมาบ้างพอเป็นกระสาย แต่พี่ชายของผมไม่ค่อยสนใจ ใฝ่เล่นเหมือนผม ผมละลายความ อยากเล่นหุ้น ได้สำเร็จในวันหนึ่ง จากการชักชวนของเพื่อนของเพื่อนท่านหนึ่งที่ทำงานเป็น มาร์เก็ตติ้งในบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์สิโณทัย เครดิตอกริโก ภายหลังเปลี่ยนชื่อมาเป็น SITCA ซึ่งปัจจุบัน บริษัทนี้ ขาไม่แข็งเท่าผม ต้องมีอันเป็นไปล้มหายตายจากไปก่อนผมไปเกิดใหม่อยู่ในรายชื่อ 42 ไฟแนนซ์ที่ถูกปิด วงเงินเริ่มต้นที่ผมเริ่มเล่นอยู่ที่สองแสนบาท หุ้นตัวแรกในชีวิต ที่ผมเข้าซื้อขาย หรือ จะเรียกทับศัพท์ นักลงทุนทั้งหลาย ว่า เข้าไป trade คือ AST หลักทรัพย์เอเชียจำได้ติดหูติดตาคือ ขาดทุนกับหุ้นตัวนี้ 10% เป็นการประเดิมที่เจ็บปวด แต่......ยกแรกนี้ผมไม่ได้แพ้ครับ เพราะหลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ ท่านซัดดัม บุกคูเวต วันนั้นผมจำได้อย่างแม่นยำ พอได้ข่าวจากสื่อมวลชนว่า อีรัคบุกคูเวต ผมยอมขายทุกราคาที่มีการเสนอซื้อ ความเสียหายคือ 10% แต่หลังจากนั้น หุ้นตัวนี้และทุกตัวในตลาด ตกติดต่อกันเป็นเวลาเนิ่นนาน แทบจะไม่มีโอกาส ได้เห็น ราคาที่ผมได้ขายไปเลยครับ แต่อาซ้อข้างร้านผม แกคงเล่นเยอะหรือประสาทช้ากว่าผม แก cut ไม่เป็นไม่ยอมขาดทุนเหมือนผม ทำให้ จำนวนยอดขาดทุนเทียบเป็นเปอร์เซนต์แล้ว มากมายเหลือเกิน เท่าที่จำได้ แกถือหุ้นตัวนี้จนหมดสงครามอ่าวต่อเนื่อง มาถึงคดีเสี่ยสอง แกถึงได้หลุดจากพันธนาการในหุ้นตัวนี้ "บทเรียนบทแรกที่อยากจะให้รับรู้กันถ้วนทั่ว และถือเป็นกลยุทธแบบพื้นฐานที่ค่อนข้างจะทำยาก นั่นคือ Cut Loss หรือภาษาไทย เรียกว่า ตัดขาดทุน หรือ หยุดการขาดทุน" ในการเล่นหุ้น ก็คือการเก็งกำไร สมองต้องไวในการประมวลเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่นในกรณีนี้ สงครามอ่าว ฟังดูก็รู้ว่า จะมีผลกระทบต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่มีผลต่อเศรษฐกิจทั้งมวล หากที่นั่นไม่สงบมันต้องยังผลต่อเนื่อง ไปยังราคาน้ำมันแน่นอน ไม่รวมทั้งภัยพิบัติจากสงครามที่จะเยิ่นเย้ออีกด้วยและสุดท้ายก็จะส่งผลต่อตลาดทุนทั่วโลก ราคาหุ้นไม่ว่า จะราคาไหนย่อมทนสภาวะเสื่อม ของเศรษฐกิจที่กำลังลงเหว ไม่ได้หรอกครับไม่ว่านักวิเคราะห์จะเชียร์อย่างไรก็ไม่มีทางที่มันจะยืนอยู่ หรือวิ่งขึ้นต่อไปได้ สรุปแล้วการลงทุน ครั้งแรกในชีวิต ก็ต้องขาดทุนตามภาวะตลาดแต่สัณชาติญาณของมนุษย์ที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ และแน่นอนที่สุดไม่ได้ทำให้ผม และพี่ชาย หยุดการลงทุนในตลาดได้ครับทุกวันนี้ผมมองโลกในแง่ดีตรงที่ว่า หากพวกเรา ประสบ ความสำเร็จในยกแรก พวกเราคงต้อง นำเงินทั้งหมดมาละเลงในตลาดทุนจนสิ้นเนื้อประดาตัวก็เป็นไปได้ ซึ่งก็เป็นไปตามที่ผมมอง จำเสี่ยคนหนึ่งที่เอาปืนจ่อคอตัวเอง ไปโวยวายที่ตลาดหลักทรัพย์เมื่อหลายปีก่อนได้ไหมครับ เพื่อนร่วมนักลงทุนท่านนี้ หมดตัวเป็นหนี้โบรค เพราะแกหลงทางครับ เหตุผลที่แกหลงทาง เพราะแกได้เงินจากตลาดง่ายๆ ร่วม 30 ล้านบาทไทย แล้วแกก็ถาโถมทั้งต้นทั้งกำไรมาเล่นซ้ำร้ายยังยืมเงินโบรคมาเล่นอีกเพราะความโลภ สุดท้าย กำไรกับทุนที่ลงไป กลายเป็นใบแจ้งหนี้ ที่สำคัญไม่ใช่หนี้สาธารณะด้วยสิครับ แกก็เลยเครียดจัด แทนที่จะ โทษตัวเอง กลับไปโทษผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ จำไว้อีกบทเรียนนะครับอย่าไปโทษใครเมื่อความเสียหายเกิดขึ้น กับท่าน อย่าไปโทษนายก อย่าไปโทษ ชวลิต อย่าไปโทษมาร์เก็ตติ้ง จงโทษความโลภที่เกาะกุมหัวใจ สลัดมันทิ้งให้ได้ นะครับความโลภ เพราะมันจะบดบังความเป็นจริงทุกอย่าง ทำให้การตัดสินใจผิดพลาดอย่างมหันต์ วิธีที่จะสลัดความโลภที่ผมใช้และใช้ได้สำเร็จในระดับหนึ่งก็คือ การทำบุญ ส่วนท่านอื่นจะหาวิธีสลัดความโลภยังไงก็คงต้องไป ศึกษาเรื่องนี้ให้กระจ่างแจ้งนะครับมันเป็นเคล็ดลับอีกเคล็ดลับหนึ่งที่จะทำให้ท่านต่อสู้กับตลาดทุนที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว และรุนแรงแห่งนี้ได้ หมดยกที่หนึ่ง.... หวังว่าท่านผู้อ่านคงได้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ |


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |