<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/68" type="text/javascript"></script> |
|
คุณ ทีฆ คุณวัฒน์
อดีตนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง ปัจจุบัน ผู้จัดการการตลาด ฝ่ายระบบควบคุม บริษัท ล็อกซเล่ย์จำกัด(มหาชน) เล่าประสบการณ์
post ครั้งแรก: Sun 9 December 2001, 11:52 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sun 9 December 2001, 11:52 pm
อยู่ในส่วน: เรียนต่อต่างประเทศ
|
" สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็น ไม่เท่า สิบมือคลำ ก็ไม่เท่ากับไปนอก " น้องคนหนึ่ง ที่นั่งอยู่ ใกล้ๆ เปรยๆ ขึ้นมา ก็ทำเอาคนฟัง อดหัวเราะไม่ได้ ก็คง ปฎิเสธไม่ได้ นะคะว่า การได้ฟังในเรื่องราวที่เราไม่เคยได้ไปสัมผัส ไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็นมาก่อน นั้นเป็นเรื่องที่ น่าสนใจ การเป็นผู้ฟังที่ดีก็ย่อมนำประโยชน์ มาสู่ตนเอง เป็นแน่แท้ ไม่อย่างนั้นคาถา เรียนดี คงจะไม่ใช่ ฟัง พูด ถาม เขียน หรือ สุ จิ ปุ ลิ ที่เราคุ้นๆกัน การศึกษาต่อ ต่างประเทศ นั้นนับว่าเป็นความฝันของหลายคนทีเดียว วาดฝันไปต่างๆ นานา ว่า น่าจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ มันก็ ไม่ผิดที่เราจะ คิดฝัน หากแต่ว่า ลองมาฟังแนวคิดและ มุมมอง ของ รุ่นพี่ ของเราคนท่านหนึ่ง ซึ่งเคยผ่านประสบการณ์ การเรียนในประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง |
ประวัติการศึกษาประถมศึกษา- มัธยมศึกษาตอนปลาย : โรงเรียนเซนต์คาเบรียล High School:Chapel Hill-Chauncy Hall School เมือง Waltham . Massachusetts, USA ปริญญาตรี - โท: คณะวิศวกรรมศาสตร์ เครื่องกล Syracuse University,New York USA ปัจจุบัน: ดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการการตลาด ฝ่ายระบบควบคุม บริษัท ล็อกซเล่ย์จำกัด(มหาชน) และเป็น อาจารย์พิเศษ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ วันที่นัดสัมภาษณ์กับ คุณทีฆ นั้น เรียก ได้ว่าเป็นการเดินทางข้ามภาค จริงๆ เพราะว่าเช้าวันนั้นต้องบินมา จากเหนือสุดแดนสยาม ยิ่งกว่านั้น ดวงก็ดีเหลือเกินที่เผอิญตั๋วที่มีอยู่ เป็นตั๋วแบบเปิด ทราบว่าเที่ยวบินทุก เที่ยวนั้นวันนั้นเต็มหมดแล้ว ทำให้ ต้องสแตนด์บายรอไว้ สุดแท้แต่ดวง ว่าจะได้ขึ้นเครื่องหรือไม่ ใจเต้นตุ๊บ ตั้บ เพราะว่า วันนี้ก็มีสองนัดสำคัญด้วยกัน คือหนึ่งนัดกับน้องๆเยาวชนอาสาฯ เพื่อที่จะไปพบกับอาจารย์ กษมา วรวรรณ ณ อยุธยาในตอนเย็น และ นัดสัมภาษณ์ คุณทีฆ ในตอนบ่าย ทั้งสองรายการนั้นเรียกได้ว่าพลาดไม่ได้จริงๆ ในที่สุด โชคก็เข้าข้าง ได้บินเที่ยวเที่ยงสี่สิบห้า นับว่างานนี้ หวุดหวิดจริงๆ ถึงแล้วก็ รีบเดินทางไปบริษัทล็อกซเล่ย์ ทันที และก็ได้บทสัมภาษณ์มาฝากค่ะ |
ถาม: พี่ทีฆ ทราบเรื่องการสอบทุน ได้อย่างไรคะ ตอบ : จากการอ่านหนังสือพิมพ์ ด้วย ความที่เป็นคนชอบอ่านหนังสือ (ที่เป็น ความรู้รอบตัว ไม่ใช่หนังสือเรียน นะครับ พี่เค้ากระซิบบอกมา) ทำให้ทราบข่าว คราว ว่ามีการประกาศรับสมัครนักเรียน ที่มีเกรดเฉลี่ย 3.50 เพื่อเข้าสอบ รับทุน เล่าเรียนหลวง เพราะว่าคุณสมบัติ ที่ทาง กพ. กำหนดมานั้น พี่ก็อยู่ในเกณฑ์ จึง ไปสอบ เมื่อเราได้พูดถึงโอกาสของนักเรียน ที่สอบได้ทุน ว่าระหว่างเด็กต่างจังหวัด และเด็กในกรุงเทพนั้น โอกาสของเด็ก ต่างจังหวัดจะน้อยกว่าหรือไม่ เพราะ ข้อมูลข่าวสารยังไปไม่ถึง พี่ทีฆ ได้แสดง ทัศนะว่า ในเรื่องของโอกาสนั้น ทุกคนมี โอกาสเท่าเทียมกันถ้าหากบุคคลนั้น รู้จัก ที่จะแสวงหาความรู้ ติดตามข่าวสาร รู้จัก ที่จะพัฒนาตนเอง ก็เชื่อว่า ในเรื่องนี้ ไม่น่า จะมีปัญหา ข่าวคราวความเคลื่อน ไหว ในการสอบนั้น ถ้าหากว่าน้องๆ ติดตาม อยู่ตลอดเวลา ก็เชื่อได้ว่า จะไม่ เสียโอกาสนั้นไป ถาม: ตอนที่พี่ทีฆสอบนั้นมีวิธีการเตรียม ตัว อย่างไรคะ ตอบ: การเตรียมตัว นั้นต้องบอกว่า เป็น การเตรียมสำหรับเอนทรานซ์ ไม่ได้มุ่งไป ที่การเตรียมตัวเพื่อสอบทุน การสอบทุน นั้นถือว่าเป็นผลพลอยได้ พี่คิดว่า ถ้าอยู่ ม.6 แล้วมุ่งที่จะมาสอบทุนนั้น การ เตรียมตัว ยังมีไม่มากโอกาสที่จะได้ มันน้อย เพราะในหนึ่งปี รับ 9 คน คนเก่ง ก็อาจพลาดได้ ในขณะที่เอนทรานซ์ นั้นรับจำนวนมาก ถ้าหากเราอยู่ในระดับ ต้นๆ ก็เชื่อว่าสอบเอ็นฯ ติดแน่ๆ พี่เอง สอบเอนทรานซ์ ก่อน จากนั้นก็สอบทุน ผลการสอบเอ็นฯ ออกมาก่อน จากนั้นจึง ประกาศผลทุน ตอนที่ผลทุนประกาศ ผลทุน พี่เข้าเรียนอยู่ในคณะวิศวะ จุฬา ได้หลายเดือนอยู่เหมือนกัน เมื่อผล ออกมา จึงตัดสินใจรับทุน เพราะว่า หนึ่ง ก็คงเหมือนกับอีกหลายๆคน คือ เป็น โอกาสได้ไปต่างประเทศ อยากเรียน อะไร ก็ได้เรียน เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ก็คิดว่า รับทุนดีกว่า ถาม: เนื่องจากว่าทุนเล่าเรียนหลวงนั้น เป็นทุนที่ค่อนข้างเปิด คือ ผู้ที่ได้รับทุน นั้นสามารถเลือกเรียนสาขาใดก็ได้ ที่ประเทศไหนก็ได้ ซึ่งตรงนี้เอง ที่ยาก ต่อการตัดสินใจ บางคนรักพี่เสียดายน้อง จึงอยากถามว่า พี่ทีฆ ตัดสินใจไปเรียน ที่ไหน สาขาอะไร และ เพราะอะไรคะ ตอบ: คือในการเลือกคณะ หรือประเทศ นั้น มันมีหลายกรณี คือ ส่วนใหญ่ คนจะ เลือกประเทศก่อน จากนั้นจึงเป็นคณะ แต่สำหรับตัวพี่เอง เลือกคณะก่อน โดย เลือกที่จะเรียนวิศวะ เพราะว่าเรียนมา ทางนี้อยู่แล้ว มีความสนใจอยู่ ระดับหนึ่ง จะตอบว่า เพราะค่านิยม ด้วย ก็ไม่ผิด เพราะว่าในยุคนั้น คนที่ เรียนดี ก็มักจะ เลือกเรียน แพทย์ วิศวะ จะว่าไปแล้ว มาจนถึงสมัยนี้ ค่านิยม นี้ ก็ยังไม่เปลี่ยน แปลง ทีนี้ พอ เลือกวิศวะ พี่ก็เห็นว่า ประเทศที่ควรไปเรียน ก็มี อังกฤษ เยอรมัน อเมริกา ทีนี้ หากจะ เลือกไป เยอรมัน มันก็ค่อนข้างเสี่ยง เพราะ พื้นฐานทางภาษาของเราไม่มีเลย ก็เลยตัดสินใจไปอเมริกาเพราะคิดว่า เป็นที่ยอมรับในเมืองไทยมากกว่า ถาม: แล้วเมื่อได้รับทุนแล้ว ไปเรียน ที่อเมริกาแล้ว ต้องไปเรียนอะไรอย่างไร คะ ถาม: คือนักเรียนไทยที่จะไปเรียนต่อที่ อเมริกานั้นก็ต้องไปซ้ำ High School หนึ่งปี จากนั้นก็สอบเข้ามหาวิทยาลัย ในช่วงที่ไปเรียน high school นั้น พี่เรียน ที่ Chapel Hill-Chauncy Hall School,Waltham . Massachusetts เป็นโรงเรียนเล็กๆครับ นักเรียนประมาณ สองร้อยคน ก็ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ สอบ TOEFL, SAT และสมัครเข้า มหาวิทยาลัย ถาม: แล้วตอนไปเรียนแรกๆ รู้สึกมีปัญหา ทางด้านภาษาและการเรียนบ้างมั้ยคะ ตอบ: ก็ต้องบอกนะครับว่าไปแรกๆ นั้น ฟัง ไม่รู้ เรื่องเลย ทักษะการฟังไม่ดีเอามากๆ แต่พอไปซักระยะหนึ่งจะเริ่มชิน และมีการ ปรับตัวได้ดีขึ้น อีกวิชาหนึ่งที่เห็นว่ามีปัญหา คือคอมพิวเตอร์ครับ เพราะสมัยพี่เรียน ใน เมืองไทยจะไม่มีการเรียนวิชานี้เลย ฟังก็ ไม่รู้เรื่อง เลยต้องเรียนตัวต่อตัว ก็เลยต้อง บอกอาจารย์ที่สอนว่า ผมจะเรียนไม่รอด เอานะครับ เพราะไม่เคยเรียนคอมพิวเตอร์ แต่อาจารย์กลับตอบว่า เค้าเชื่อว่าเราเรียน ได้ เพราะเค้าเคยสอนนักเรียนไทยมาก่อน เริ่มต้นก็แบบนี้ แต่พอทุกอย่างลงตัว ก็ จะ ตามเค้าทัน แล้วก็จริงครับ เพราะว่า นอกจาก เราจะตามทันแล้วจะนำหน้า เค้า ซะด้วยซ้ำ แล้วก็ได้เข้าเรียนที่ Syracuse University,New York ในคณะวิศวะ ถาม: พี่ทีฆเรียนที่ Syracuse อยู่กี่ปี คะ ตอบ: พี่เรียนทั้งตรี และ โท ที่นี่ เพราะไม่ ชอบที่จะต้องย้ายบ่อยๆ แต่อย่างหนึ่งที่ คิดไว้ตั้งแต่แรกเลยคือ ตั้งใจว่าจะจบให้เร็ว ที่สุด แล้วกลับบ้าน พี่เรียนปริญญาตรี ใช้เวลา 3 ปี ครึ่ง แต่เนื่องจากว่า ทุนเล่าเรียนหลวง ให้ทุนถึงระดับปริญญา ตรี เท่านั้น ซึ่งไม่ต้องชดใช้ จบมาขอให้ ทำงานในประเทศไทย สองปี จากนั้นก็ สามารถไปไหนต่อไหนได้ แต่ในระดับ ปริญญาโทนั้นพี่เลือกรับทุนรัฐบาล ซึ่งจริงๆ ก็ให้ถึงระดับปริญญาเอก แต่คิดว่า โท ก็น่า จะพอแล้ว ก็ใช้เวลาเรียนอีก หนึ่งปี ถ้ารับ ทุนรัฐบาล ก็ต้องชดใช้ ทุน เป็นเวลา สองเท่าของระยะเวลาที่เรียนครับ ทุน รัฐบาลนั้นเรายังไม่ต้องเลือกหน่วยงาน ที่จะทำงานด้วย กลับมาค่อยมาเลือก มา เจรจาว่าจะทำงานที่ไหน ( โอ้ โหห ขอ โหห ค่ะ ปกติ เค้าเรียน ตรี 4 ปี โท สอง ปี แต่ พี่ทีฆ ของเรา ใช้เวลา เรียน ทั้งหมด 4 ปี ครึ่ง เก่งจริงๆ ค่ะ) ถาม: แล้วเมื่อกลับมาแล้วพี่ทีฆ ทำงาน ที่ไหนคะในหน่วยงานของรัฐบาล ตอบ: ทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการ ส่งเสริมการลงทุน ( Board of Investment ,BOI ) ก็ทำงานอยู่ สี่ปี จากนั้น ก็ออกมาทำงานกับบริษัทเอกชน ถาม: : คิดว่าการไปเรียนต่อต่างประเทศนั้น จะทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของการปรับตัว เมื่อกลับมาทำงานมั้ยคะ ตอบ: : โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่มี การไปเรียน ต่างประเทศนั้นไม่ได้ทำให้คนมีปัญหา ในการปรับตัวเพราะเราไม่ได้อยู่นานขนาด นั้น หากปัญหาจะเกิดมันน่าจะเป็นปัญหา ส่วนบุคคลมากกว่า ( เมื่อพูดคุยกันในเรื่องที่ว่า เด็กที่ไปเรียน ต่างประเทศ กลับมาแล้วพูดภาษาไทยไม่ชัด พี่ทีฆ พูดแบบติดตลกว่า ปัญหาของตัวเอง น่าจะเป็นไปหลายปี แล้วทำไมพูดอังกฤษ ไม่ชัด ซะมากกว่า (อมยิ้มค่ะ)) ถาม: : คำถามนี้ ค่อนข้างจะซ้ำๆนะคะ ว่ามีทัศนะ คติอย่างไรกับการเรียนต่อ ต่างประเทศ ตอบ: : สำหรับการเรียนต่อต่างประเทศนั้น ไม่จำเป็น แต่ภาษาครับ คือสิ่งที่จำเป็น ต่อไป การทำงานเราต้องอาศัยบุคคลากรที่มีความ สามารถในสื่อสาร ติดต่อกับต่างประเทศ การไปเรียนในต่างประเทศ นี่ ก็ช่วยให้เรา ได้พัฒนาด้านภาษา การช่วยเหลือตนเอง บางครั้งการช่วยตัวเองนี่ ความจริงส่งลูก ไปเรียนต่างประเทศ หรือต่างจังหวัดก็อาจ จะทำให้ลูกรู้จักช่วยตนเองได้เหมือนกัน แต่ ว่า ในต่างประเทศ จะทำให้เราดิ้นรน ขวนขวาย มากกว่า ก็เป็นการฝึกคน นะครับ ว่าจะเป็นคนเก่งไม่เก่ง คนรับผิดชอบ หรือไม่ ก็ฝึกเราได้มากเหมือนกัน ถาม: : พี่ทีฆมีหลักในการเรียนอย่างไรคะ และ ทำกิจกรรมอะไรระหว่างเรียนบ้างมั้ยคะ ตอบ: : ความรับผิดชอบครับ เป็นสิ่งที่สำคัญ ที่สุด ต้องรู้จักแบ่งเวลา รู้ว่าควรให้ความ สำคัญกับสิ่งไหนก่อนหรือหลัง ไม่เฉพาะแต่ การเรียน การทำงานก็เช่นกันที่ต้องอาศัย ความรับผิดชอบ สำหรับการพักผ่อนนั้น เมื่อ สมัยเรียนก็จะพบปะสังสรรค์ในหมู่คนไทย เป็นประธานสมาคมนักเรียนไทย ที่ seracuse ซึ่งก็ฝึกให้เราเข้าสังคมได้มาก เพราะว่าเราจะรู้จักการ entertain คนอื่นๆ กล้าที่จะพูดมากขึ้น อีกอย่างหนึ่งที่จะเห็น ได้ชัดว่ามีการพัฒนาขึ้นก็คือ การเขียน ภาษาไทย ครับ เพราะสมัยก่อนเวลามี การบ้านให้เขียนเรียงความ คุณครูบอกต้อง ไม่ต่ำกว่ายี่สิบบรรทัดก็จะนับเลย หนึ่ง สอง สาม จนถึงยี่สิบ ขีดเส้นใต้ไว้รอเลย และ จะเขียนตัวหนังสือโตๆ คำที่ยาวๆ อย่าง พ่อขุนรามคำแหงมหาราช นี่จะชอบมาก เพราะจะได้เพิ่มเนื้อที่ในการเขียน แต่ พอ ไปอยู่ต่างประเทศ จดหมายเขียนกลับบ้าน ทุกสัปดาห์ครับ แอโรแกรม นี่เขียนแน่นเอี้ยด ไม่เหลือที่ว่างเลย จนที่บ้านต้องบอกว่า แบบ นี้น่าจะใช้ไม้บรรทัดขีด จะได้มีช่องว่าง (เห็นแบบนี้แล้ว นับถือค่ะ เขียนทุก สัปดาห์ เลย พี่ๆ น้อง ๆ ที่เรียนอยู่ต่างประเทศ เขียน จดหมายกลับบ้านแล้วรึยังคะ เห็นแล้วไม่น่า เชื่อเลยนะคะว่า จะเป็น family man ขนาดนี้ ) ถาม: : ระหว่างการทำงานกับภาครัฐ และ ภาคเอกชน พี่ทีฆ คิดว่ามีความแตกต่าง กันอย่างไรคะ ตอบ: : ไม่แตกต่างครับ การทำงานไม่ว่า จะใน หน่วยงานใด เราก็สามารถที่จะทำประโยชน์ ให้กับประเทศชาติได้เหมือนกัน บางครั้ง ภาคเอกชนก็ทำให้เราสามารถดำเนินงาน ต่างๆ ได้คล่องตัวกว่า พี่ทีฆ เองเป็นอาจารย์พิเศษสอนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และได้เล่าให้ฟัง ถึง วิธีการสอนของพี่ทีฆ ว่า จะไม่มีการเช็คชื่อ อยากเรียนก็เข้าเรียน ไม่อยากเรียนก็ไม่ต้อง มา แต่ขอให้มาสอบ การบ้าน ก็ไม่บังคับ ให้ส่งโดยให้เหตุผลแก่นักศึกษาว่า ถ้าบังคับ ส่ง พอถึงเวลาเรียนวิชาที่พี่ทีฆ สอนนักศึกษา ก็จะเอาการบ้านของวิชาก่อนหน้าขึ้นมานั่ง จด นั่งลอก ซึ่งมันไม่ได้ประโยชน์ พอถึงวิชา ต่อไปก็เอาวิชานี้ขึ้นไปทำอีก ฉะนั้นใครมี คำถามก็ให้เข้ามาถาม แต่ถ้าจะถามคำตอบ โดยที่ไม่ได้ทำมาก่อนนั้น ไม่ได้ ( โอ้ โห เหมือนเรียนที่มหาวิทยาลัยที่ตัวเองเรียนอยู่ เลยค่ะ แบบนี้สิ แน่จริง ถ้าจะพูดให้ดี ก็ต้อง บอกว่า อย่าให้ปลาแก่เขา แต่สอนให้เขาจับ ปลา นั่นล่ะค่ะ ขอแทรกๆ ) สำหรับเรื่องการ สอบนั้น พี่ทีฆ จะไม่สอบบ่อย สอบแค่สองครั้ง กลางภาค และ ปลายภาค โดยให้เหตุผลอีก ว่า มันต้องมีกลไก ที่จะลงโทษคนที่ไม่ขยัน คนที่อายุขนาดนี้ เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ก็ ควรมีความรับผิดชอบ กลไกลงโทษที่ว่า นี้ ก็คืออาจจะสอบไม่ผ่าน หรืออาจุได้แค่ c c- แต่ต้องไม่ใช่ด้วยการบังคับ ถ้าสามารถเรียน ได้ โดยที่ไม่เข้าฟังเลคเชอร์ สอบได้ดี ก็ถือว่า ดี ถือว่า เก่ง ก็ควรร่วมยินดีกับเขา จะไปบังคับให้เขามาเรียนไปถึงไหน ( พูดได้ ตรงใจจริงๆ ค่ะ น้องๆ ฟังแล้วอย่าเพิ่ง หนาว นะคะ นับเป็นอีกมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจ) เนื่องจากใช้เวลาในการคุยค่อนข้างนาน เพราะ คุยแล้วติดลมค่ะ พี่ทีฆ ของเราเป็น คนที่ อารมณ์ดีและคุยได้สนุกจริงๆ ก่อนจาก พี่ทีฆ ได้ฝากข้อคิดถึงน้องๆ ทุกๆคน ว่า ความรับผิดชอบ เป็นสิ่งที่สำคัญ การที่เราจะ ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะในด้านการเรียน การทำงาน ได้ เราก็ต้องรู้ว่าเรามีหน้าที่อะไร และทำหน้าที่ของเราเต็มความสามารถ ควรจะตั้งใจเรียน และ แบ่งเวลาให้ถูกต้อง ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด V-Guide ก็ขอขอบพระคุณ พี่ทีฆ มากนะคะ ที่ได้เปิดโอกาสให้สัมภาษณ์ในวันนี้ สำหรับน้องๆ ที่สนใจอยากรู้ อยากถามอะไร พี่ทีฆ ฝากไว้ได้ เว็บบอร์ด นะคะ หรือ ส่งอีเมล์ ไปหาได้ที่ thikha@loxley.co.th |


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |