วิชาการ.คอม - ตำนานดาว ตอนที่ ๒ กลุ่มดาวนายพราน (กลุ่มดาวนายพราน (Orion Constellation)) (โอไรอัน (Orion) ตำนานดาวนายพราน) (แหล่งอ้างอิง) วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/70" type="text/javascript"></script>
ตำนานดาว ตอนที่ ๒ กลุ่มดาวนายพราน
เกี่ยวกับกลุ่มดาวนายพราน และตำนานของกลุ่มดาวนี้
ผู้เขียน: พวงร้อย ชมแล้ว: 38,883 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 22 January 2007, 2:39 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 22 January 2007, 2:40 pm

หน้าที่ 1 - กลุ่มดาวนายพราน (Orion Constellation)


ท้องฟ้าหน้าหนาวในเขตซีกโลกภาคเหนือ เราจะเห็น กลุ่มดาวนายพราน หรือ โอไรอัน ได้ถนัดตาที่สุด กลุ่มดาวนี้จึงมีประวัติความเป็นมาผูกพันกับมนุษย์ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ มีตำนานเล่าขานกันมาหลายยุคหลายสมัย หลายเรื่องราว
กลุ่มดาวนายพราน ภาพโดย Till Credner แห่ง Max-Planck-Institute for Aeronomy (MPAe)


จะหากลุ่มดาวนายพรานได้ไม่ยาก โดยสังเกตจากดาวสามดวงซึ่งเรียงกันเป็นเส้นตรง ที่เรียกว่า เข็มขัดนายพราน อันประกอบด้วย (จากซ้ายไปขวาในภาพ) Alnitak, Alnilam และ Mintaka ที่ชี้ไปยัง ซีเรียส (Sirius) ในกลุ่มดาวสุนัขใหญ่ (Canis Major) ซึ่งเป็นดาวที่มีความสุกสว่างมากที่สุดบนท้องฟ้า ดาวกลุ่มนี้ ยังมี Betelgeuse ที่หัวไหล่ข้างขวา Bellatrix ที่หัวไหล่ซ้าย เท้าซ้ายก็คือดาว Rigel และเท้าขวาคือดาว Saiph

ภาพกลุ่มดาวนายพราน โดย Naoyuki Kurita ดาบนายพรานคือดวงดาวที่เรียงตัวในแนวดิ่ง ใต้ดาวสามดวงในแนวเกือบจะเป็นแนวนอน ซึ่งคือ "เข็มขัดนายพราน" เนบิวล่านายพราน
(Orion Nebula)
คือส่วนที่เห็นเป็นปื้นดาวสีออกแดงๆที่ปลาย "มีดนายพราน" นั้นเอง ผังแสดงชื่อดาวในกลุ่มดาวนายพราน ภาพจาก ScienceNet

กลุ่มดาวนี้ประกอบด้วยดาวหลายดวงที่อยู่ใน กลุ่มดาวมีความสว่างมากที่สุดในท้องฟ้า
และในราววันที่ ๒๑ ตุลาคม ของทุกปี ก็จะมี ฝนดาวตก ที่ตกจากจุดใกล้ๆดาวกลุ่มนี้ กลุ่มดาวนายพราน ประกอบด้วยดาวจำนวนมากมาย แต่ที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุด ก็มี


Betelgeuse (อ่านว่า บีเติ้ลจุ๊ยส) อยู่ที่ไหล่ขวาของนายพราน ชื่อมาจากภาษาอาหรับโบราณอันแปลว่า รักแร้ บางแห่งก็ว่า เพี้ยนมาจาก Yad Al Jauza คือ มือของ Al Jauza ที่หมายถึง ผู้เป็นศูนย์รวม (คือพระผู้เป็นใหญ่เป็นศูนย์รวมแห่งจักรวาล - ชาวอาหรับโบราณเชื่อว่า Al Jauza เป็นเพศหญิง) ในภาษาอาหรับโบราณ แต่ความหมายที่ว่า รักแร้ของนายพราน ดูจะเป็นที่ยอมรับมากกว่า
Betelgeuse เป็นดาวยักษ์แดงใหญ่ (Red Supergiant) ที่มีความสุกสว่างเปลี่ยนแปลงได้จาก 0.4-1.3 mag (mag คือหน่วยวัดความสว่าง brightness ของดาว) มีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ของเรา ๓๐๐ ถึง ๔๐๐ เท่า เป็นดาวที่มีความสุกสว่างเป็นที่ ๑๒ แม้จะมีชื่อทางดาราศาสตร์ว่า Alpha Orionis หรือ ดาว A ในกลุ่มดาว ORION ซึ่งปกติแล้ว จะเป็นตำแหน่งที่สงวนไว้ สำหรับดาวที่มีความสว่างมากที่สุดในกลุ่มนั้น แต่เป็นเพราะในตอนแรก Betelgeuse ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นดาวปกติ แต่มาภายหลังจึงทราบว่า เป็นดาวที่มีการแปรเปลี่ยนของความสว่าง (variable star) แต่ชื่อตั้งไปแล้วก็เปลี่ยนไม่ได้


Rigel (รีเกล) เป็นดาวที่เรียกทางดาราศาสตร์ว่า Beta Orionis ทั้งๆที่มีความสว่างมากกว่า Betelgeuse คือมีความสว่างอันดับที่ ๗ ของดาวที่เราเห็นในท้องฟ้า ชื่อนี้มาจากภาษาอาหรับโบราณว่า Rijl Al-Jauza แปลว่า เท้าของพระเจ้า Al-Jauza


และกลุ่มดาวสามดวงในส่วนที่เป็นเข็มขัดนายพราน คือ Alnitak, Alnilam และ Mintaka อันมีความหมายในภาษาอาหรับรวมกันว่าเป็นสายเข็มขัดไข่มุกของ Al-Jauza Alnitak แปลว่า เอว Alnilam แปลว่าสายไข่มุก Mintaka แปลว่าเข็มขัด


กลุ่มดาวนายพรานเป็นที่น่าสนใจมากสำหรับนักดาราศาสตร์ปัจจุบัน เพราะยังมีส่วนที่เป็นที่ก่อตัวกำเนิดดาวใหม่ๆ อันเป็นสิ่งที่เรายังต้องการศึกษาอยู่มาก กลุ่มดาวนายพรานมีแห่งกำเนิดดาวที่ว่า ที่ได้รับการศึกษาค้นคว้ามากที่สุด คือ เนบิวล่านายพราน (Orion Nebula) และ เนบิวล่าหัวม้า (Horsehead Nebula)


เนบิวล่านายพราน หรือ Orion Nebula เป็นเนบิวล่าที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในพวกที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด แต่ก็อยู่ห่างจากโลก ๑๕๐๐ ปีแสง มีขนาดกว้าง หลายๆปีแสง หากมองด้วยตาเปล่า มันจะดูเหมือนปื้นสีแดงสว่างเรืองๆ ตรงตำแหน่งที่เป็นดาบของ "นายพราน" ใน กลุ่มดาวนายพราน หรือ โอไรอัน (Orion)

ภาพ เนบิวล่านายพราน (Orion Nebula) โดย Jason Ware


ดวงดาวทารกที่เพิ่งถือกำเนิดจาก เนบิวล่านายพราน นี้มีอยู่สี่ดวงที่อยู่ในใจกลางกลุ่มก๊าซและฝุ่น เรียกว่า Trapezium ดวงดาวที่ยังเยาว์วัย มีปฏิกิริยาที่เร่าร้อนรุนแรง ก่อให้เกิดพายุพลาสมาที่คล้ายกับ ลมสุริยะ แต่มีกำลังเหนือกว่ามากมายมหาศาล พัดเป่าก๊าซและฝุ่นรอบๆตัวออกไป จนเนื้อที่รอบๆดาวเหล่านี้ว่างเปล่า ให้เรามองเห็นดวงดาวสุกสว่างภายในได้


ภาพดาว Trepezium จาก กล้องฮับเบิล Hubble Space Telescope (HST)



เนบิวล่าหัวม้า เป็น เนบิวล่ามืด ที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุด อยู่ใต้ดาว Alnitak ในส่วนเข็มขัดนายพราน ในภาพแรก ดาวสองดวงที่ใหญ่ที่สุดด้านบน คือ Alnitak และ Alnilam ด้านใต้ของ Alnitak ที่เห็นเป็นขีดสีดำ อยู่ใกล้ๆกับดาวที่เป็นปื้นสีฟ้านั้น คือ เนบิวล่าหัวม้า ส่วนกลางด้านใต้ของภาพนี้ คือ เนบิวล่านายพรานที่กล่าวไว้ข้างต้น


ภาพทางขวามือจะเป็นภาพที่รู้จักกันดีของ เนบิวล่าหัวม้า

ซึ่งตามตำแหน่งที่เรามองจากโลก ขอบซ้ายของภาพจะเป็นทิศเหนือ

หัวม้าจะตะแคงหงาย แต่ในภาพเขาจะตั้งหัวขึ้นมา เพื่อให้เห็นหัวม้าได้ชัดๆ

จะเห็นดาวที่เพิ่งเกิดใหม่ IC2023 ส่องแสงให้สะท้อนออกจากเนบิวล่าเป็นสีฟ้า

อันเป็นลักษณะที่บอกได้ถึงวัยแรกเริ่มของดวงดาว ภาพโดย AAO/ROE





หน้าที่ 2 - โอไรอัน (Orion) ตำนานดาวนายพราน


กลุ่มดาวนายพราน (Orion Constellations) เป็นกลุ่มดาวที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ในซีกโลกภาคเหนือในฤดูหนาว เป็นกลุ่มดาวที่มนุษย์เราจับให้มาเข้ากลุ่มเดียวกัน มานานนับพันๆปีแล้ว จึงมีเรื่องเล่าขานผูกกันเป็นตำนานมากมาย มาตั้งแต่โบราณกาล แรกสุดนั้นถูกเรียกว่า Tammuz โดยชาว Chaldeans ชาวซีเรียนก็เรียกว่า อัลจับบาร์(Al Jabbar) ชาวอียิปต์โบราณเรียกว่า ซาฮู(Sahu) หรือดวงวิญญาณของ โอซีรีส(Osiris) เทพแห่งความตาย จนในที่สุด มาเป็นนายพรานโอไรอัน ตามชาวกรีก และโรมัน ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกกันมาจนทุกวันนี้



ตำนานที่เก่าแก่ที่สุดที่เราทราบก็มาจากตำนานเทพของชาวอียิปต์ ซึ่งยกย่องให้เทพ โอซีรีส (Osiris) เป็นจ้าวแห่งชีวิตหลังความตายทั้งมวล ในขณะที่ รา(Ra) หรือเทพอาทิตย์เป็นจ้าวแห่งสิ่งมีชีวิตทั้งปวง ในช่วงปลายของอาณาจักรอียิปต์โบราณ สังคมอียิปต์ให้ความสำคัญกับชีวิตหลังการตายเป็นอย่างมาก ความรู้เกี่ยวกับการรักษาศพมิให้เปื่อยเน่า คือการทำมัมมี่ นั้น ก็ได้พัฒนาไปจนสูงสุด ปิรามิด หรือที่จริงแล้วก็คือที่เก็บรักษามัมมี่เหล่านี้ เพื่อรอการฟื้นคืนมารวมตัวกับเทพโอซีรีส ก็ถูกสร้างขึ้นมาอย่างอลังการสองฟากฝั่งแม่น้ำไนล์ เทพโอซีรีสก็ได้รับการบูชายกย่อง ให้มีอำนาจเหนือสุด ในยุคปลายของอารยธรรมอียิปต์โบราณนี้เอง

ว่ากันว่า ภาพชาวอียิปต์โบราณ โดยเฉพาะภาพของฟาโรห์ ที่เราเห็นนุ่งผ้าชายเป็นสามเหลี่ยม และไหล่กว้าง เอวคอด นั้น เป็นการเลียนแบบรูปร่างของ กลุ่มดาวนายพรานนี้เอง

รูปชาวอีบิปต์โบราณ โดย Robert Bauval เทียบกับรูปทรงของ กลุ่มดาวนายพราน


ตามตำนานอียิปต์ โอซีรีส เป็นกษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรม เป็นที่รักใคร่ของพสกนิกรยิ่งนัก ทรงมีพระมเหสีนามว่า ไอสิส พระนางไอสิส เป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์กว่าใคร โอซีรีส ทรงมีพระอนุชามากมาย พระอนุชาองค์รองของพระองค์นั้น ริษยาอาฆาต ต้องการที่จะเป็นใหญ่ จึงออกอุบายให้ช่างทำโลงศพ ที่ประดับประดาอย่างสวยงามอลังการ โดยแอบวัดขนาดองค์ของ โอซีรีส ให้พอดีกันอย่างเหมาะเจาะ แล้วก็เชิญชวนเหล่าพระเชษฐาอนุชา มางานเลี้ยงเพื่อชมความงามของโลงนั้น แล้วบอกว่า เป็นโลงที่สร้างอย่างงดงามที่สุด แต่จะมอบให้องค์ใดที่มีส่วนสัดเหมาะเจาะกับขนาด ทุกองค์ก็ต้องลองเข้าไปนอนดู เมื่อถึงคราว โอซีรีส เข้าไปในโลง พระอนุชาก็ตอกฝาโลงปิดสนิทจน โอซีรีสสิ้นพระทัยในโลง พระนางไอสิส กลับจากการเดินทางมาทราบข่าวก็โศกาอาดูร พยายามไปตามพระศพของ โอซีรีส ปรากฏว่า พระอนุชาได้ตัดพระศพเป็นสิบสี่ท่อนโยนทิ้งไปคนละทิศ พระนางไอสิส ก็ไปตามเก็บมาหมด ขาดส่วนที่สำคัญหนึ่งชิ้นคือ อวัยวะชาย ซึ่งถูกโยนลงแม่น้ำไนล์และถูกปลากินไป พระนางจึงเอาไม้สน ซึ่งเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอียิปต์ (คงเนื่องจากหาได้ยากในทะเลทราย) มาเหลาติดต่อให้เป็นเทวลึงค์ แล้วห่อพระศพด้วยผ้าลินินพันไปรอบๆ พร้อมด้วยกรรมวิธีต่างๆ อันเป็นแบบแผนของการทำมัมมี่ในยุคหลัง เสร็จแล้ว นางก็เป่าลมหายใจวิเศษ(บา) นำวิญญาณกลับคืนสู่ร่างมัมมี่ โอซีรีส ก็ฟื้นคืนองค์ ลอยขึ้นสู่สรวงสวรรค์ไปปกครองผืนฟ้า เป็นเจ้ามนุษย์หลังจากความตายไป ว่ากันว่า ปิรามิดเมืองกีซ่า นั้น สร้างขึ้นเพื่อเลียนตำแหน่งของ เข็มขัดโอไรอัน แต่จะจริงเท็จอย่างไรคงต้องรอพิสูจน์กันอีก


ภาพวาดแสดงความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณ ตามข้อสันนิษญานของ Robert Bauval ภาพแรกเป็นตำแหน่งของปิรามิดบนฝั่งแม่น้ำไนล์ ซึ่งว่ากันว่า เป็นตัวแทนของทางช้างเผือก ภาพที่สอง แสดงให้เห็นถึงตำแหน่งของปิรามิดกลาง ที่ไม่ตรงเป็นเส้นเดียวกันกับปีรามิดสองข้างไม่ Bauval สันนิษฐานว่า ตำแหน่งของปิรามิด ตรงพอดีกับการเรียงตัวของดาวทั้งสามดวงของ "เข็มขัดนายพราน"

ส่วนทางด้านกรีกนั้น ก็มีตำนานต่างกันอย่างน้อยๆสองตำนานเกี่ยวกับดาวกลุ่มนี้ ตำนานหนึ่งกล่าวว่า โอไรอัน เป็นนายพรานหนุ่มรูปงาม บางตำนานว่าเป็นยักษ์ใหญ่ เป็นบุตรของจ้าวสมุทร โพไซดอน(Poseidon) และ เจ้าหญิงลุ่มน้ำอเมซอน ยูเรียล (Euryale) โอไรอัน เป็นพรานที่มีความสามารถที่สุดในหมู่มนุษย์ ตำนานทางหนึ่งกล่าวว่า ความสามารถนี้ทำให้เขามีความยะโสโอหังเป็นยิ่งนัก เที่ยวอวดอ้างศักดาว่าจะฆ่าสัตว์ใหญ่น้อยให้หมดจากโลก จนพระนางเจ้าแห่งธรณี กายยา (Gaia) ทรงพิโรธจนต้องสั่งให้แมงป่องมาฆ่า เพื่อรักษาชีวิตสัตว์ป่าในความคุ้มครอง โอไรอัน ถูกแมงป่องต่อยจนสิ้นใจ แต่เทพผู้รักษา โอฟีอุสคุส Ophiuchus มาปราบแมงป่องร้าย แล้วให้ยารักษาแก่ โอไรอัน เทพธิดา Artemis หรือ Diana ตามชื่อโรมัน ผู้หลงรัก โอไรอัน ได้ไปขอร้องเทพบิดร คือ ซุส (Zeus) ให้ชุบชีวิต โอไรอัน ให้เป็นอมตะ โดยให้ไปเกิดเป็นดาว ส่วนเจ้าแมงป่องก็ได้ไปเกิดเป็นดาวเหมือนกัน (คงจะเพราะมีความดีความชอบที่รับใช้เทพกายยา) แต่เพื่อความปลอดภัยของโอไรอัน ซุส จึงวาง กลุ่มดาวแมงป่อง (Scorpius) ให้อยู่คนละฟากฟ้ากับโอไรอัน และจะขึ้นและตกจากท้องฟ้าคนละเวลากัน เพื่อจะได้ไม่มาเจอกัน


อีกตำนานหนึ่งก็ว่าตรงกันเกี่ยวกับพ่อแม่ของ โอไรอัน แต่เขาต้องระหกระเหินไปเป็นพรานล่าสัตว์ให้เทพ Artemis(ไดแอนน่า) ผู้เป็นเทพแห่งการล่าสัตว์ และมีหน้าที่ชักรถนำดวงจันทร์ มาส่องแสงในเวลากลางคืนด้วย นางก็มาลุ่มหลง โอซีรีส ด้วยความที่เป็นหนุ่มรูปงาม และมีความสามารถในการล่าสัตว์เป็นอย่างยิ่ง จนละเลยหน้าที่ที่ต้องนำดวงจันทร์มาส่องโลกในยามค่ำคืน ชาวโลกจึงพากันเดือดร้อน เพราะไม่มีอะไรมาส่องแสงนำทางตอนกลางคืน เทพอะพอลโล พระเชษฐาของนาง ซึ่งมีหน้าที่ชักรถนำพระอาทิตย์ มาส่องสว่างบนฟ้าในเวลากลางวัน ก็ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง จนคิดจะกำจัด โอไรอัน เพื่อให้น้องสาวเลิกลุ่มหลงและกลับมาทำหน้าที่ของตัว


วันหนึ่ง อะพอลโล เห็น โอไรอัน กำลังลงเล่นน้ำทะเลอยู่แต่ไกล จนเห็นแค่หัวดำๆโผล่ขึ้นมาเท่านั้น อะพอลโล จึงไปท้าน้องนางว่า คงไม่ยิงธนูเก่งขนาดจะยิงกวาง ที่เห็นแต่หัวโผล่น้ำขึ้นมาอยู่ไกลๆ นั้นได้หรอก อาร์ทีมิส ก็ไม่ยอมให้พี่ชายมาดูหมิ่นได้ง่าย จึงไม่รีรอชักธนูยิงไปที่หัวดำๆนั้นในทันที เมื่อไปถึงจึงทราบว่า ได้ปลิดชีวิตชายอันเป็นที่รักไปเสียแล้ว ด้วยความเศร้าโศกหัวใจแทบสลาย ก็นำร่างของ โอไรอัน ขึ้นรถทรงที่ใช้ชักพระจันทร์ขึ้นฟ้า ไปฝากฝังไว้บนแผ่นฟ้าให้เกิดมาเป็นดาว ให้นางได้ชื่นชมตลอดไป


สำหรับผู้ที่อยู่ซีกโลกภาคเหนือ ก็จะเห็น กลุ่มดาวนายพราน นี้ได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ไปจนถึงเดือนมีนาคม และทางซีกโลกภาคใต้ก็จะเห็นในเวลาสลับกันไป

ตำแหน่งของกลุ่มดาวนายพรานบนท้องฟ้าหน้าหนาว จากทิศใต้ ภาพ โดย BBC World Service



คนโบราณให้จินตนาการว่า ภาพของโอไรอัน บนท้องฟ้านั้นกำลังสู้กับวัว หรือ กลุ่มดาววัว (Taurul อ่านว่า ทอรัส) และ โอไรอัน มีสุนัขสองตัวติดตามมา ตัวใหญ่คือ กลุ่มดาว Canis Major ส่วนตัวน้อยก็คือ Canis Minor และมีกระต่ายน้อย (Lepus) ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัวตาย อยู่ที่ใต้เท้าของ โอไรอัน นายพรานใหญ่



ภาพวาดของ โอไรอัน สู้กับ วัว ตามที่ปรากฏบนท้องฟ้า ภาพโดย Johann Bode, Uranographia. Berlin, 1801 ถ่ายภาพ โดย Linda Hall Library, Kansas City, Missouri จัดทำเป็นเว็บไซต์โดย Carlos Parada, Greek Mythology





หน้าที่ 3 - แหล่งอ้างอิง
เจ้าของงานเขียน แก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

แหล่งอ้างอิงทางดาราศาสตร์


SEDS Meesier Objects Images http://seds.lpl.arizona.edu/messier/data3.html


Anglo-Australian Observatory HTTP://WWW.AAO.GOV.AU/images.html


Bill Arnett's Homepage http://www.seds.org/billa/arnett.html


Constellation of the Month - Orion http://www.sciencenet.org.uk/astron/const/ConstList/orion.html


Orion By C. Kronberg http://www.seds.org/Maps/Stars_en/Fig/orion.html


(About Betelgeuse) HUBBLE SPACE TELESCOPE CAPTURES FIRST DIRECT IMAGE OF A STAR http://www.seds.org/Maps/Stars_en/beteigeuze_add.html





แหล่งอ้างอิงเกี่ยวกับเทพนิยายกรีก


1 Constellation of the Month - Orion
http://www.sciencenet.org.uk/astron/const/ConstList/orion.html


2 Greek Mythology: Carlos Parada maicar@swipnet.se
http://hsa.brown.edu/maicar/


3 The Mythology of the Constellations by Cathy Bell, Brown University
http://www.emufarm.org/~cmbell/myth/myth.html
In association with http://www.princeton.edu/~rhwebb/myth.html


4 Orion Mystery: The Piramids of Giza allignment
http://ds.dial.pipex.com/ritson/quest/orion/correl8.htm


5 Constellation Lore
http://www.csulb.edu/~gordon/constel.html











*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 11 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 27 ม.ค. 2549 (10:51)
เท่าที่อ่านมาประวัติ ของไอสิส ไม่ค่อยเหมือนกัน แต่คำสำคัญนั้นเหมือนกัน
ฟรองก์ซีน (IP:203.144.187.62,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 22 ก.พ. 2549 (10:53)
มีความร้มากเลยค่ะ

สมิหลา
moriruns-l-@hotmฟรส.แนท (IP:202.129.0.182,202.129.0.180,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 22 ก.พ. 2549 (10:56)
เข้าเร็วจัง รันจัง เห็นด้วยกับ สมิหลา เด้อ
seagame_S.B.N@hotmail.com (IP:202.129.0.182,202.129.0.180,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 22 ก.พ. 2549 (10:58)
ได้รับความรู้เยอะมากเลยคะ
w_pichamon@hotmail.com (IP:202.129.0.182,202.129.0.180,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 22 ก.พ. 2549 (10:59)
นี่ m เล่นม่ายด้ายมาเล่นนี่แทนหรอพวกเธอ น่าเกลียดสุด ๆ เค้าให้อ่านไม่ใช่ให้เล่น (เราก้อเปงปายด้วย)
seagame_S.B.N@hotmail.com (IP:202.129.0.182,202.129.0.180,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 22 ก.พ. 2549 (18:30)
ที่ๆนี้เปนที่ชุมนุมของราวป6/13เลยหรือเนี่ย
รัน (IP:58.147.88.49,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 22 ม.ค. 2550 (14:46)
สวยงามและดูอ้างว้าวมากคับ เหมือนกับตัวเราเป็นแค่เศษเสี้ยวของฝุ่นละอองในห้วงจักรวาล
maeada_wai เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 271 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 22 ม.ค. 2550 (15:40)
ดูแล้วตอนนี้เราเปียบเหมือนเชื้อโรคหรือแบททีเรียเลย ไม่มีความหมายในห่วงอวกาศที่ใหญ่โต
เด็กเวน (IP:124.120.39.60)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 11 ก.พ. 2550 (19:39)
*-*-*-*-*-*-*-*-**-**-*-*-*-*-*อิอิป.5/8โรงเรียน ช.ป.ว.
sir_ada@hotmail.com (IP:124.121.39.221)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 14 ก.พ. 2550 (19:15)
ก็ดีนะคะ
มุก (IP:125.24.31.109)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 7 มี.ค. 2550 (11:08)
เรื่องราวของดวงดาวเป็นสิ่งที่น่าติดตาม เราได้ดูประจำเพราะเรามีอุปกรณ์พร้อม ทั้งกล้องที่มีคุณภาพและสามารถถ่ายรูปดาวได้ด้วย
ปู่เกียรติ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พวงร้อย
(P Khamriang)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,711 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 8 ปี
แบ่งปันความรู้ 1,144 ครั้ง
ได้รับดาว 233 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

หางาน - สมัครงาน
งานคุณภาพจากบริษัทชั้นนำของไทย
www.JobTH.com

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   ทีมการตลาด
คุณอันนา : 086-4907585
คุณนัชชา : 086-4907600
คุณกนกแก้ว: 089-8613727
สำนักงาน :   02-5832802 ,0847619653
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.