<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/72" type="text/javascript"></script> |
|
วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ ตอนที่ ๒
วิวัฒนาการของดาวฤกษ์ ต่อจากตอนที่ ๑ เราจะมาศึกษาการกำเนิดของดาวฤกษ์บนท้องฟ้าว่ามีกลไกอย่างไร วิถีของดวงดาว การคำนวณอายุของดาวฤกษ์ต่างๆ ในจักรวาล ฯลฯ
post ครั้งแรก: Mon 22 January 2007, 12:11 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 22 January 2007, 2:45 pm
|
เมื่อแรกเกิดเป็นดาว (T-Tauri) ... ต่อ
เมื่อมวลสารจำนวนมากถูกโยนสาดออกไป มวลที่เหลือน้อยลง ก็ทำให้สนามแม่เหล็กมีกำลังอ่อนตัวลง แรงต้านของสนามแม่เหล็ก ที่คอยบีบมวลที่ถูกสาดให้เป็นลำแคบๆ จึงอ่อนตัวตามลงไปด้วย กระแสเจ็ทนี้ ก็จะค่อยๆบานออก จนในที่สุด ก็เป็นการแผ่รังสีรูปกรวยกว้างๆ และในท้ายที่สุด ก็แผ่รังสีออกมาจากทุกทิศทุกทาง มวลสารที่ยังหลงเหลืออยู่ใกล้ๆได้ ก็เป็นเฉพาะส่วนที่เย็นตัวจับกันเป็นก้อนแข็งแล้ว ซึ่งก็คือ ดาวเคราะห์บริวาร ที่กำลังจะเกิดมาในภายหลังนั่นเอง เมื่อกลุ่มเมฆเนบิวล่าที่กลายเป็นแผ่นแบนๆนี้ ค่อยๆเย็นตัวลง ก็มีกลุ่มก้อน ที่เริ่มจับตัวกันแน่นหนากว่าส่วนอื่น ซึ่งจะแข็งตัวลงเรื่อยๆ กระแสพายุอันรุนแรงมหาศาลจากดาวดวงใหม่ จะเดือดพล่าน เป่าพ่นมวลสารอันเป็นฝุ่นและก๊าซ ของ เนบิวล่าแม่ ออกไปทุกทิศทุกทาง ที่คงเหลืออยู่รอดอยู่ได้ ก็มีแต่พวกก้อนที่มีมวลมากๆ และที่แข็งตัวลงไปแล้วเท่านั้น ก้อนมวลสารเหล่านี้ ก็จะกลายเป็นดาวเคราะห์ใหญ่น้อย โคจรรอบๆดาวดวงใหม่ ดังเช่น ระบบสุริยจักรวาลของเรา
มวลสารจาก เนบิวล่าแม่ ที่ถูกโหมพัด โยนสาดออกไป ก็ไม่ได้หายไปไหน เพียงถูกกวาดออก จากส่วนใกล้ๆใจกลางรัศมี ของพายุแรกก่อตัวนี้เท่านั้น แรกๆที่ยังไม่ได้ถูกพัดไปไกลนักก็จะกลายเป็น กลุ่มเนบิวล่าสะท้อนแสง ที่มีแสงสีฟ้า ดังที่ได้กล่าวมาในตอนแรก อยู่รอบๆดวงดาว เราจึงบอกได้ว่า ดาวยังมีอายุเยาว์วัย หากมี เมฆสีฟ้าห้อมล้อมรอบอยู่ใกล้ๆ ดังเช่นกลุ่มดาวลูกไก่ใน ภาพที่ 24
เมื่อดาวที-ทอรีพัดสาดมวลสารจากเนบิวล่าแม่ออกไปเรื่อยๆ เนบิวล่าก็ถูกเป่าให้ไกลออกไปมากขึ้นๆ จนเราสามารถเห็นดวงดาวได้อย่างชัดเจน แต่มวลสารดั้งเดิมจาก เนบิวล่าแม่ นี้ ยังวนเวียนอยู่รอบนอกๆ ห่างจากดาวฤกษ์อยู่ ดังเช่น กลุ่มเมฆออร์ต (Oort Clouds) ซึ่งอยู่นอกวงโคจรของดาวพลูโตออกไปมากๆ ก็สันนิษฐานว่า มาจากเนบิวล่าแม่ของระบบสุริยะของเรา ที่ถูกกวาดพัดปัดเป่าออกไป โดยดวงอาทิตย์ในวัยทารก ดาวหางต่างๆก็สันนิษฐานว่ามีที่มาจากเมฆออร์ตนี้ โดยสันนิษฐานว่า ในเมฆออร์ตนั้น ประกอบด้วยเศษหินใหญ่น้อย ที่เกาะตัวด้วยน้ำแข็งและก๊าซแข็ง รวมทั้งฝุ่นธุลีและก๊าซจากเนบิวล่าแม่ของเรา โคจรเป็นวงกว้างมากๆ อยู่ห่างจากใจกลางระบบสุริยะ นานๆครั้ง ดาวหางบางดวงซึ่งถูกอิทธิพลบางอย่าง ทำให้วงโคจรกลายเป็นวงรีมากๆ นักวิทยาศาสตร์ จึงสนใจที่จะไปเก็บ ละอองดาวหาง มาศึกษา เช่น โครงการสตาร์ดัสต์ โดยเฉพาะจากดาวหางที่ไม่ได้เข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์บ่อยนัก เพราะมันยังมีส่วนประกอบของ เนบิวล่าแม่ ของเรา ตกค้างหลงเหลือ ไม่ได้กลายเปลี่ยนไปเป็นสารอื่น ด้วยแรงพลังจากดวงอาทิตย์ เพราะนักวิทยาศาสตร์ต้องการศึกษาดูว่า เนบิวล่า ประกอบด้วยอะไร ก่อนที่จะเกิดมาเป็นระบบสุริยะของเรา เพราะมันจะช่วยไขปัญหาได้ว่า เราเกิดมาจากอะไร เพราะมวลสารบนโลก และดาวเคราะห์ทั้งหลายนั้น ก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยความร้อน และการแผ่รังสีจากดวงอาทิตย์ มาตลอดนับเป็นเวลาพันๆล้านปี จนไม่มีอะไรจากของเดิมหลงเหลือทิ้งซากไว้ ให้เราได้ศึกษาส่วนประกอบในยุคแรกสุด ของระบบสุริยะของเราได้ ถ้าอยากลับสมองประลองปัญญา หาประสบการณ์ดูดาว เชิญได้ ที่นี่ ค่ะ |


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |