<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/78" type="text/javascript"></script> |
|
ฟ้าผ่า
ตำนาน ประวัติศาสตร์ความเข้าใจ ฟิสิกส์ของฟ้าผ่า
post ครั้งแรก: Mon 4 February 2002, 9:00 am ปรับปรุงล่าสุด: Mon 4 February 2002, 9:00 am
|
![]() ตั้งแต่โบราณกาลมาแล้ว มนุษย์ก็ได้รับรู้ปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ และพยายามทำความเข้าใจ หาคำอธิบายถึงที่มาของปรากฏการณ์เหล่านี้ ปรากฏการณ์ที่น่ากลัวที่สุดอย่างหนึ่งในธรรมชาติ ก็คงจะเป็น ฟ้าผ่า ด้วยพลังอันมหาศาล แม้จะทำลายมนุษย์ได้เพียงทีละคน แต่ความตรึงตาตรึงใจในความน่าสพรึงกลัว ก็ไม่แพ้ปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างอื่น มนุษย์เราจึงมีตำนานเทพที่เป็นเจ้าแห่งฟ้าผ่า หรือมีสายฟ้าเป็นอาวุธ ปรากฏมาแต่เมื่อเริ่มมีการบันทึกทางประวัติศาสตร์ หลักฐานเก่าแก่ที่สุด เป็นของชาว Akkadian (ประมาณ ๒๒๐๐ ปีก่อนคริสตศักราช) เป็นแผ่นตราเทพธิดา Zarpenik ในมือถือสายฟ้าเป็นอาวุธ ประทับทรงอสูรกริฟฟอน และสมัยต่อมา ชาวเอเชียกลางก็มีเทพที่ใช้สายฟ้าเป็นอาวุธต่อเนื่องมาไม่ขาด เทพแห่งดินฟ้าอากาศ Teshub ของชาวฮิตไตต์ ในสมัย ๙๐๐ ปีก่อน ค.ศ. ก็ถือสามง่ามสายฟ้าเป็นอาวุธ และต่อมา ชาวกรีกก็รับช่วงให้เทพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ซีอุส (ดังภาพบน) ถือสายฟ้าเป็นอาวุธเช่นกัน |
และในทางตะวันออก ชาวจีนก็มี เทพธิดาเถียนหมู่ เป็นเทพแห่งสายฟ้า พระนางถือกระจกสองบานใช้เป็นที่ส่งสายฟ้าลงมายังพื้นโลก โดยมี หลี่ซู เป็นเทพแห่งฟ้าร้องและมี หลี่กุง แบกกลองเป็นผู้ช่วย(ภาพ ค้อนของธอร์ ที่ทำเป็นจี้สายสร้อย ใช้ห้อยคอเป็นเครื่องรางของชาวไวกิ้ง) ในยุโรปภาคเหนือ พวก นอร์สแมน หรือชาวนอร์เวย์โบราณที่เรารู้จักกันว่า พวกไวกิ้ง ก็มีเทพสูงสุดคือ ธอร์ ซึ่งเป็นเทพแห่งสายฟ้า โดยมีความเชื่อว่า ธอร์ มีขวานวิเศษที่เมื่อตีกระทบทั่ง ก็จะเกิดสายฟ้าขึ้นมา เครื่องรางที่ขลังที่สุดของชาวนอร์คือ ค้อนของธอร์ ที่มักจะทำเป็นเครื่องรางห้อยคอกัน |
อริสโตเติล(๓๘๔-๓๒๒ ก่อน ค.ศ.)ปราชญ์คนสำคัญชาวกรีก เป็นผู้พยายามให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์กับปรากฏการณ์ธรรมชาติเป็นครั้งแรก ในศตวรรษที่ ๔ ก่อนคริสตวรรษ โดยเขียนหนังสือ Meteorologica ซึ่งเป็นหนังสือ ๔ ชุด ชุดแรกอธิบายเรื่องของดาวหาง ลม ฝน เมฆ แม่น้ำ ลำธาร น้ำค้าง ลูกเห็บ และอุตุนิยมวิทยา รวมทั้งทฤษฎีเรื่อง ดิน น้ำ ลม ไฟ ชุดที่สอง อธิบายเรื่องทะเล แผ่นดินไหว ฟ้าผ่า และฟ้าร้อง ชุดที่สาม เป็นเรื่องพายุเฮอริเคน วังวน และเรื่องแสง ส่วนเล่มสุดท้าย อธิบายถึงคุณสมบัติของสิ่งที่ร้อน หนาว แห้ง และเปียก คำว่าบรรยากาศ atmosphere ก็เป็นคำที่มาจากภาษากรีก โดยคำว่า atmos แปลว่า ไอน้ำ atmosphere จึงแปลว่า ดินแดนของไอน้ำ แต่วิธีการให้คำอธิบายของอริสโตเติล ก็ได้มาจากการคาดเดา การประเมินเอาเองทั้งสิ้น ไม่ได้อาศัยการทดลอง สำรวจ บันทึก ดังที่นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันกระทำกัน ความเข้าใจของอริสโตเติลส่วนใหญ่ จึงเป็นอัตตวิสัย ที่ได้ถูกนักวิทยาศาสตร์รุ่นต่อมาหักล้างไปมากแล้ว ![]() แต่ความเชื่อแบบอริสโตเติล ก็เป็นรากฐานสำคัญทางความคิดในยุโรปก่อนที่จะเกิดวิทยาศาสตร์ปัจจุบันขึ้นมา ในยุคกลางของยุโรป เชื่อกันว่า ฟ้าผ่า ฟ้าร้อง เกิดจากภูติผีชั่วร้าย ที่จะกำจัดได้ก็ด้วยเสียงระฆังโบสถ์ คราใดที่มีพายุฟ้าคะนอง พนักงานโบสถ์ก็จะไปดึงเชือกสั่นลั่นระฆังดังก้อง เพื่อไล่วิญญาณร้ายไม่ให้มากล้ำกรายชาวบ้านเมือง ระฆังโบสถ์มักจะสลักคำละตินว่า Fulgura Frango ซึ่งแปลว่า "ข้าจะทำให้สายฟ้าสลายตัว" (ภาพวาดรูประฆังโบสถ์ บรรทัดสุดท้าย เป็นคำว่า Fulgura Frango) แต่ความที่โบสถ์คริสต์ มักจะมีหลังคาทรงสูงกว่าบ้านเรือนทั่วไป และยังมีไม้กางเขนตั้งเด่นเป็นสง่าบนยอดสูงสุดเสียด้วย จึงกลับเป็นที่ดึงดูดให้โดนฟ้าผ่ายิ่งกว่าสถานก่อสร้างอื่นใด จึงมักจะเป็นแห่งแรกในเมืองที่โดนฟ้าผ่าเสียหาย อาชีพสั่นระฆังโบสถ์จึงมีความเสี่ยงตายสูงมาก เมื่อมีการจดบันทึกทำสถิติ ปรากฏว่า ระหว่างปี ค.ศ. ๑๗๕๓ ถึง ปี ๑๗๘๖ เป็นเวลา ๓๓ ปี ในประเทศฝรั่งเศส โบสต์คริสต์ถูกฟ้าผ่า ๓๘๖ โบสถ์ พนักงานลั่นระฆัง ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตไป ๑๐๓ คน ในปี ค.ศ. ๑๗๘๖ รัฐบาลฝรั่งเศสจึงสั่งให้เลิกธรรมเนียมปฏิบัติที่มีการลั่นระฆังในเวลาฟ้าคะนอง และในคริสตศตวรรษที่ ๑๘ ชาวยุโรปก็มักจะนำดินปืนไปไว้ในห้องเก็บของของวัด คงเพราะเป็นที่เดียวในเมืองที่มีห้องเก็บของนิรภัย แต่ก็ปรากฏว่า เมื่อโบสถ์ถูกฟ้าผ่า ดินปืนก็ยิ่งก่อความเสียหายร้ายแรงยิ่งขึ้นไปอีก ในปี ค.ศ. ๑๗๖๙ เกิดฟ้าผ่าที่โบสถ์วิหาร St. Nazaire ใน Brescia ประเทศอิตาลี ซึ่งชาวเมืองได้เก็บดินปืนไว้ในห้องนิรภัยของโบสถ์เป็นจำนวนหลายตัน เกิดระเบิดเพลิงไหม้ทั้งเมืองเสียหายไปถึงหนึ่งในหกของอาคารบ้านเรือน มีผู้เสียชีวิตถึงสามพันกว่าคน จนแม้มาถึงปี ค.ศ. ๑๘๕๖ ก็ยังมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นอีก เมื่อฟ้าผ่าโบสถ์ St. Jean ที่ Island of Rhodes มีผู้เสียชีวิตถึงสี่พันคน |
เบนจามิน แฟรงคลิน ได้ทำการทดลองไฟฟ้าอันเลื่องชื่อเมื่อปี ค.ศ. ๑๗๕๒ โดยชักว่าวที่ผูกกุญแจโลหะ เพื่อพิสูจน์ว่า ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ทางไฟฟ้า ซึ่งท่านได้ให้ข้อสรุปเกี่ยวกับปรากฏการณ์ฟ้าผ่าว่าเกิดจากกระแสไฟฟ้า แฟรงคลินได้ให้ความสนใจศึกษาเรื่องไฟฟ้า และฟ้าผ่า ที่สำคัญคือวิธีป้องกันความเสียหายของทรัพย์สินจากฟ้าผ่า ด้วยการตั้งสายล่อฟ้าบนหลังคา ที่คนเรียกกันติดปากว่า Franklin's Rod ก็เริ่มมีคนนำมาใช้กัน(การทดลองของ เบนจามิน แฟรงคลิน โดย Dave Joly แห่ง National Geographic Society) แฟรงคลินมีข้อจำกัดทางเทคโนโลยี หลายๆอย่างก็วัดไม่ได้ต้องใช้สมมติฐานเอา บางสมมติฐานก็ผิด เช่น แฟรงคลิน ไม่ได้เข้าใจถึงอันตรายที่แท้จริงของการทดลองของท่าน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาสายล่อฟ้า โชคดีที่ตัวท่านเองไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด จากการทดลองเสี่ยงตายหลายครั้ง ในขณะที่ นักวิทยาศาสตร์คนอื่นในยุโรปที่เอาวิธีไปใช้ในภายหลัง มิได้โชคดีเช่นนั้น ชาวรัสเซียชื่อ G.W. Richmann ได้เลียนแบบการทดลองห้องล่อฟ้าที่เรียกว่า sentry box ที่มีเสาโลหะสูงๆขึ้นไปล่อฟ้าผ่า เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ของปี ค.ศ. ๑๗๕๒ สายฟ้าฟาดอุปกรณ์ที่ไม่ได้ต่อสายลงดิน ในอพาร์ตเม้นต์ของเขาที่กรุงเซ้นต์ปีเต้อร์สเบิร์ก ยังผลให้ ริชมานสิ้นใจในทันที ทั้งๆที่มีตัวอย่างพิสูจน์ให้เห็นว่า อาคารที่ติดตั้งเสาล่อฟ้าของแฟรงคลิน รอดพ้นจากฟ้าผ่า ในขณะที่อาคารใกล้เคียง ที่แม้จะต่ำกว่า ก็ยังโดนฟ้าผ่า แต่คนก็ยังไม่ยอมรับกันมาก เพราะการติดตั้งสายล่อฟ้าดูเหมือนเป็นการลบหลู่พระเจ้า คนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าการติดตั้งสายล่อฟ้า เท่ากับเป็นการแสดงว่า ไม่เชื่อในความปรานีของพระผู้เป็นเจ้า ว่าจะทรงปกป้องผู้กระทำความดี และมีแต่จะลงโทษผู้ทำความชั่ว แต่โบสถ์แล้วโบสถ์เล่าต้องกลายเป็นเถ้าถ่านไป ระหว่างปี ค.ศ. ๑๓๘๘ ถึงปี ๑๗๖๒ โบสถ์ Campanile แห่ง San Marcos ในเมืองเวนิซ ถูกฟ้าผ่าและไฟไหม้ชนิดไม่เหลือซากถึงเก้าครั้ง ในปี ค.ศ. ๑๗๖๖ ก็ได้มีการติดตั้งสายล่อฟ้าของแฟรงคลิน และก็ไม่เกิดฟ้าผ่าโบสถ์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา |
ตามมาอ่าเนื่องจากมีคนแปะลิ้งค์ในพันทิพ
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6357272/X6357272.html#18
ให้ข้อมูลได้ละเอียดดีจ้ะ
แต่มีข้อมูลคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ตรงนี้
"ขณะที่สายฟ้าเดินทางลงมาใกล้จะถึงพื้นแล้วนั้น หากมีอาคารสิ่งก่อสร้าง หรือต้นไม้สูงๆ โปรตอนภายในสิ่งสูงๆเหล่านั้นบนพื้นดิน ก็จะกระโดดข้ามอากาศเป็นทาง เรียกว่า streamer"
ความจริง โปรตอนจะไม่วิ่งหรือกระโดดแต่อย่างใด
การวิ่ง(เคลื่อนที่) จะเป็นหน้าที่(คุณสมบัติ) ของอิเลคตรอนเท่านั้น
คือโปรตรอนมันอยู่ในนิวเคลียสของอตอม ถูกยึดไว้อย่างเหนียวแน่นวิ่งไปไหนไม่ได้
ดังนั้นที่เราเห็นสายฟ้า วิ่งจากพื้น คืออิเลคตรอนวิ่งไปหาจุดที่มีศักดิ์ไฟฟ้าเป็นบวก
เนื่องจากอากาศแตกตัวนำไฟฟ้า และกลายเป็นพลาสมา ตรงจุดที่ติดกับพื้นดิน(หรือยอดตึก)
แล้วเกิดต่อเนื่องเป็นแนวทางขึ้นไป
เผื่อคุณพวงร้อยจะนำไปปรับปรุงในบทความค่ะ
นอกจากความหนาแน่นแล้ว อัตราเร็วเสียงยังขึ้นกับสมบัติอื่นของตัวกลางอีกครับ
อย่างแก๊ส ต่างชนิดกัน เช่นไฮโดรเจน กับคาร์บอนไดอ็อกไซด์
อัตราเร็วเสียงใน H2 ก็เร็วกว่าใน CO2 มากทั้งที่ CO2 มีความหนาแน่นมากกว่า
สมบัติสำคัญก็คือความสามารถในการถ่ายโอนพลังงานผ่านการชนกันของโมเลกุล
โมเลกุล H2 นั้นเคลื่อนที่ได้เร็วมากกว่า CO2
หรือเมื่อเทียบระหว่างโลหะด้วยกัน Al ก็มีอัตราเร็วเสียงมากกว่า Pb
เนื่องจากสมบัติความยืดหยุ่นของตัวกลาง
พารามิเตอร์เพียงตัวเดียว บางทีก็ไม่สามารถอธิบายได้ทุกอย่างครับ
โปรตอนนั้น หากอยู่ในโลหะจะมีสมบัติอย่างที่คุณ sb*star
กล่าวในความคิดเห็นที่ 21
แต่
สำหรับในของเหลวและแก๊สนั้น มันสามารถเคลื่อนที่ได้ครับ
แต่อัตราเร็วมันจะน้อยกว่าอิเล็กตรอนมาก

<!-- /* Font Definitions */ @font-face {font-family:"Angsana New"; panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4; mso-font-charset:0; mso-generic-font-family:roman; mso-font-pitch:variable; mso-font-signature:16777219 0 0 0 65537 0;} /* Style Definitions */ p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal {mso-style-parent:""; margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:12.0pt; mso-bidi-font-size:14.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman"; mso-bidi-font-family:"Angsana New";} a:link, span.MsoHyperlink {color:blue; text-decoration:underline; text-underline:single;} a:visited, span.MsoHyperlinkFollowed {color:purple; text-decoration:underline; text-underline:single;} @page Section1 {size:612.0pt 792.0pt; margin:72.0pt 90.0pt 72.0pt 90.0pt; mso-header-margin:36.0pt; mso-footer-margin:36.0pt; mso-paper-source:0;} div.Section1 {page:Section1;} -->
ระบบป้องกันฟ้าผ่า ระบบสายดิน และระบบป้องกันไฟกระชาก ไฟตก / Lightning protection, Grounding system, Surge Protection
Lightning protection, Grounding system, Surge Protection for protect your sensitive electronic equipment in building. Installation and consultation please visit our website : www.panthaira.com Contact person : Mr. Jack Lorenz Tel. : 02-889 1657 Fax : 02-889 E-mail : jacklorenz@panthira.com, dao@panthira.com
ระบบป้องกันฟ้าผ่า ระบบสายดิน และระบบป้องกันไฟกระชาก ไฟตก
บริการติดตั้ง และเป็นที่ปรึกษา ระบบป้องกันฟ้าผ่า ระบบสายดิน และ ระบบป้องกันไฟกระชาก ไฟตก ตามอาคารสำนักงาน โรงงาน ถานศึกษา ทั้งบ้าน และ ที่พักอาศัย อพาร์ทเม็นท์ คอนโด อาคารสูง หรือสิ่งปลูกสร้างที่เสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าในหน้าฝน
ทุกวันนี้มีพายุเกิดขึ้นมากมาย ทำให้เกิด ฟ้าผ่า ไฟกระชาก ไฟตกได้ง่ายเช่นกัน โดยเฉพาะอาคาร ทีสำนักงานต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยเครื่องเครื่องคอมพิเตอร์ เครื่องใช้สำนักงานต่างๆ ที่มีโอกาสเกิดความเสียหายได้ง่ายเมื่อเกิดไฟฟ้าลัดวงจรอันเนื่องมาจาก ร้องฟ้าผ่า ดังนั้นระบบการป้องกันนี้จึงมีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินอันมีค่าของท่าน
Contact person : Mr. Jack Lorenz or Ms. Dao Thanyalak
Tel. : 02-889 1657 Fax : 02-8890304
Mobile : 081-814 4255
E-mail jacklorenz@panthira.com, dao@panthira.com
www.panthira.com

<!-- /* Font Definitions */ @font-face {font-family:"Angsana New"; panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4; mso-font-charset:0; mso-generic-font-family:roman; mso-font-pitch:variable; mso-font-signature:16777219 0 0 0 65537 0;} /* Style Definitions */ p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal {mso-style-parent:""; margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:12.0pt; mso-bidi-font-size:14.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman"; mso-bidi-font-family:"Angsana New";} a:link, span.MsoHyperlink {color:blue; text-decoration:underline; text-underline:single;} a:visited, span.MsoHyperlinkFollowed {color:purple; text-decoration:underline; text-underline:single;} @page Section1 {size:612.0pt 792.0pt; margin:72.0pt 90.0pt 72.0pt 90.0pt; mso-header-margin:36.0pt; mso-footer-margin:36.0pt; mso-paper-source:0;} div.Section1 {page:Section1;} -->
Post Subject : Access control, video Door phone, Lightning protection, Grounding system
Professional service for business and private intercom system
Access control, Automatic door lock, Keycard and fingerprint system
Audio & video Door phone
Covert camera, Video camera
Surge protection
Lightning protection, Grounding system
Please contact : Panthira CGS Co., Ltd.
Contact person : Mr. Jack Lorenz or Ms. Dao Thanyalak
Tel. : 02-889 1657
Mobile : 081-814 4255 Fax : 02-889 0304
E-mail jacklorenz@panthira.com, dao@panthira.com
www.panthira.com
หัวข้อประกาศ : ระบบควบคุมประตูเข้าออก ระบบป้องกันความปลอดภัย ระบบป้องกันฟ้าผ่า
บริการติดตั้ง ระบบอินเตอร์คอม ทั้งบ้าน ที่พักอาศัยและอาคารสำนักงาน
ระบบควบคุมประตูเข้าออก ระบบเปิดปิดประตูอัตโนมัติ ระบบคีย์การ์ด และ สแกนลายนิ้วมือ
มีทั้งระบบสนทนาโต้ตอบอย่างเดียว และ เห็นภาพผู้ที่มาติดต่อก่อนจะอนุญาตให้เข้าพบ
กล้องวงจรปิด และ วีดีโอกล้องวงจรปิด ระบบกันขโมย
ระบบป้องกันไฟกระโชก
ระบบป้องกันฟ้าผ่า
ระบบสายดิน
กรุณาติดต่อ : Panthira CGS Co., Ltd.
คุณ : ดาว ธัญลักษณ์
Tel. 02-889 1657 Fax : 02-889 0304
มือถือ: 081-814 4255
E-mail dao@panthira.com
www.panthira.com


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |