บทความแนะนำ

บทความบทความเศรษฐศาสตร์

หาทางรอดธุรกิจด้วยเทคนิคลดความอ้วน

หาทางรอดธุรกิจด้วยเทคนิคลดความอ้วน

วิกฤติเศรษฐกิจโลกช่วงนี้ท่านผู้อ่านหลายท่านมักจะได้ข่าวที่ออกจากรัฐบาลหรือสื่อต่างๆ ว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว และทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดี ถึงดีที่สุด แต่พอเรามาคลำเงินในกระเป๋าของเราจะพบว่าสถานการณ์ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ว่าไว้ ซึ่งสอดคล้องกับโพลสำนักต่างๆ ที่มาสำรวจความคิดเห็นของประชาชนก็พบว่าไม่ได้รู้สึกว่าเงินในกระเป๋าจะมากขึ้น แต่กลับรู้สึกว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว แถมตอนนี้มาเจอวิกฤติดูไบเข้าไปอีกชุด แม้ว่าเราจะไม่ได้รับผลกระทบทางตรงก็ตาม แต่วิกฤติดูไบก็มีผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศไทยในทางอ้อมผ่านคู่ค้าต่างๆ ของเรา เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ฯลฯ ตอนนี้ผู้อ่านหรือผู้ประกอบการหลายท่านอาจจะกำลังประสบปัญหาเรื่องรายได้ไม่พอค่าใช้จ่ายอันเนื่องมาจากเศรษฐกิจหดตัว แถมช่วงนี้ธนาคารก็มีวินัยในการปล่อยกู้ค่อนข้างมาก ทำให้สภาพคล่องของกิจการที่เจ้าของไม่ใช่ลูกเสี่ยหรือลูกเจ้าสัว อาจจะประสบปัญหาได้ โดยเรามักจะมองในทางการหารายได้เข้าบริษัท ซึ่งเป็นทางค่อนข้างตีบตันเนื่องจากต้องปากกัดเท้าถีบกันค่อนข้างมากในช่วงนี้ (ยิ่งเศรษฐกิจแย่มากเท่าไหร่ แหล่งรายได้ใหญ่ที่สุดของเอกชนก็คือภาครัฐ และเป็นช่องทางในการคอรัปชั่นมากขึ้น) แต่เราอาจจะลืมมองดูตัวเราเองว่ามีจุดไหนที่ต้องตัดลดหรือเสริมสร้างให้แข็งแกร่ง ซึ่งเปรียบเสมือนกับการออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น และลดไขมันส่วนเกินในร่างกาย เทคนิคการลดความอ้วนเรามาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่า ก่อนอื่นต้องอธิบายกันก่อนว่าหลักการลดความอ้วนและทำให้ร่างกายแข็งแรงตามสถานฟิตเนสทั้งหลายเค้ามีหลักการอย่างไร โดยหลักการที่ง่ายของการลดไขมันก็คือ คนที่จะลดน้ำหนักได้นั้นจะต้องมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง สังเกตุง่ายๆ ก็คือ คนที่มีน้ำหนักเท่ากันสองคน คนที่หนึ่งมีกล้ามเนื้อมากกว่าจากการออกกำลังกาย เช่น เล่นกล้ามท้อง ยกน้ำหนัก ฯลฯ (จับกล้ามเนื้อส่วนไหนก็แน่น) จะมีอัตราการเผาผลาญไขมันได้สูงกว่าอีกคนหนึ่งที่ไม่ออกกำลังกายและไม่มีกล้ามเนื้อ (จับเนื้อส่วนไหนก็เหลว) ซึ่งท่านที่เคยไปใช้บริการครูฝึกส่วนตัวที่ฟิตเนสเซ็นเตอร์ทั้งหลาย จะพบว่าหลักการลดน้ำหนักไม่มีอะไรซับซ้อน ก็คือ 1) เล่นกล้าม เช่น ซิตอัพกล้ามท้อง ยกน้ำหนักบริหารกล้ามเนื้อบริเวณอก แขน ขา และน่อง เมื่อเล่นเล่นแล้วก็จะเข้ากระบวนการที่เรียกว่า 2) Burn หรือเผาผลาญไขมัน ด้วยการไปวิ่งบนทางวิ่ง 30 – 40 นาที เพื่อเอาไขมันออก โดยคนที่มีกล้ามเนื้อมากๆ นั้น กล้ามเนื้อจะบีบให้ไขมันมาอยู่ส่วนนอกติดกับผิวหนัง ซึ่งจะเผาผลาญได้ง่ายกว่าและออกไปได้ง่ายกว่าคนที่ไม่มีกล้ามเนื้อที่ไขมันจะปนอยู่กับเนื้อ (เนื่องจากไขมันอยู่ชั้นนอกสุดของร่างกาย) นอกจากหลักการข้างต้นแล้ว คนที่จะลดความอ้วนต้องมีความอดทนที่จะลดอาหารที่สะสมความอ้วน เช่น แป้ง หรือไขมัน ซึ่งในการลดความอ้วนนั้นจะใช้เวลาไม่มาก แต่ต้องตัดใจและอดทนรอวันที่จะมาถึงเท่านั้น ซึ่งแรกๆ จะลดช้า เนื่องจากร่างกายต้องสร้างกล้ามเนื้อก่อน แต่พอกล้ามเนื้อมีมากขึ้นทีนี้เราจะเห็นผลทันตา กาารลดความอ้วนกับการทำธุรกิจจากข้างต้นจะเห็นได้ว่าหากเราสังเกตุหลักการลดความอ้วนกับการบริหารธุรกิจจะมีหลักการที่ใกล้เคียงกันอย่างมากนั่นก็คือธุรกิจที่จะแข็งแรงได้นั้น ผู้บริหารจะต้องลดความอ้วนของกิจการก่อนเป็นอย่างอื่น โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่เช่นนี้ การลดความอ้วนหรือไขมันเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง โดยทั่วไปเราจะเห็นได้ว่าไขมันในตัวธุรกิจนั้นมีไม่กี่รายการก็คือ บุคลากรที่ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ การแบกค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น การมีภาระทางการเงินในระยะยาว ซึ่งทำให้ร่างกายหรือบริษัทของเราไม่แข็งแรง จะไปไหนก็เทอะทะไปหมด ไม่เหมือนกับบางบริษัทที่หุ่นเข้าประเภทฟิตแอนด์เฟิร์ม จะทำอะไรก็ดูดีไปหมดทุกอย่าง คล่องตัว โดยมีกล้ามเนื้อที่สำคัญก็คือทรัพย์สินทางปัญญาหรือนวัตกรรมที่สร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ การลดไขมันด้วยการสร้างกล้ามเนื้อในทางธุรกิจแบบง่ายๆ ก็คือการหมั่นขันน๊อตพนักงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยผู้บริหารจะต้องกำหนดตัวชี้วัดหลายๆ ตัวมาใช้ในการวัดประสิทธิภาพของพนักงาน เช่น คุณภาพงานที่ยอมรับได้ การส่งมอบงานที่ตรงเวลาและงบประมาณ ฯลฯ และจะต้องขันน๊อตพนักงานที่ไม่ได้ประสิทธิภาพอยู่เสมอ หากพนักงานคนนั้นไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ก็ไม่มีทางเลือก คือต้องให้ออกสถานเดียว เนื่องจากมีทักษะและความสามารถที่ไม่ตรงกับความต้องการของบริษัท หลายคนอาจจะมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีมนุษยธรรม แต่จงระลึกเสมอว่าธุรกิจไม่ใช่องค์กรสาธารณกุศล หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ที่สามารถแบกรับไขมันในก้อนนี้ได้ หากพนักงานไม่เข้าใจหลักการ The Fitness is the survival แล้ว บริษัทหรือธุรกิจก็คงไม่สามารถอยู่ได้แน่นอน เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญกับไขมันก้อนนี้ก็คือ ไขมันก้อนนี้อาจจะวิวัฒนาการกลายเป็นมะเร็งร้ายของบริษัท เนื่องจาก หากมีคนหนึ่งไม่ทำงานหรือทำงานไม่ดี แต่ได้เงินเท่ากับคนที่ทำงานดี จะทำให้คนที่ทำงานดีขาดกำลังใจในการทำงาน เนื่องจากทำงานหรือไม่ทำงานก็ได้เงินเหมือนกันหรือเท่ากัน สร้างกล้ามเนื้อในทางธุรกิจหลักการต่อมา ท่านผู้บริหารอาจจะต้องสำรวจงบการเงินกันสักนิดว่ามีค่าใช้จ่ายใดที่สูงเกินปกติหรือไม่ เช่น ค่าเช่าสำนักงาน ค่าน้ำมันรถยนต์ ค่ารับรองลูกค้า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโอที ฯลฯ ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ถ้าไม่สำรวจกันดีๆ จะพบว่าไขมันก้อนนี้เป็นไขมันก้อนใหญ่อีกก้อนหนึ่ง ว่าที่แท้แล้วเรามีค่าใช้จ่ายที่บวมขึ้นมาโดยไม่จำเป็นกันมานานแล้ว แต่เราไม่เคยสนใจเนื่องจากในภาวะเศรษฐกิจขาขึ้นเราใช้เงินกันเป็นเบี้ยหรือลูกเสี่ย โดยค่าใช้จ่ายที่บวมแบบไม่จำเป็นมักจะเป็นค่าเช่าสำนักงานที่หลายบริษัทเน้นภาพลักษณ์ ประเภทกินไม่ได้แต่เท่ห์ไว้ก่อน แต่หารู้ไม่ว่ามันเป็นส่วนที่กัดกินสถานภาพการเงินของบริษัทแบบรวดเร็วมาก แต่อย่าลิืมไปดูค่าใช้จ่ายที่เบิกโดยพนักงานด้วย ลองบวกกันดีๆ จะพบว่าตัวเลขสูงจนน่าตกใจเหมือนกัน ผ่านการลดไขมันสองก้อนใหญ่ๆ แล้ว เราต้องสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงด้วยการลงทุนในทรัพย์สินทางปัญญากันสักหน่อย หลายบริษัทมักจะลดการลงทุนในการฝึกอบรมพนักงาน ซึ่งอาจจะถูกต้องถ้าลดการฝึกอบรมในส่วนที่เป็นความรู้รอบตัว หรืออบรมไปอย่างนั้น โดยที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับงานแต่อย่างใด หรือส่งพนักงานไปฟังสัมมนาฟรี ซึ่งมักจะไม่มีประโยชน์เนื่องจากเป็นการขายของทางอ้อมของผู้จัดสัมมนา แต่การลงทุนในบุคลากรทั้งการจัดระบบบริหารทรัพยากรมนุษย์ การสรรหาและคัดเลือกบุคลากร การประเมินผลงาน การให้ผลตอบแทน การฝึกอบรม ฯลฯ จะช่วยให้พนักงานในองค์กรมีขวัญกำลังใจที่ดีขึ้น เนื่องจากจะมีบุคลากรที่ไม่มีประสิทธิภาพซึ่งเปรียบเหมือนไขมันส่วนเกินเล็ดลอดเข้ามาน้อยมาก รวมไปถึงการมีระบบการประเมินผล และจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรมจะช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับพนักงานเป็นอย่างมาก โดยผู้ประกอบการและผู้บริหารอาจจะไม่เชื่อว่าต้นทุนของบริษัทจะลดลงอย่างมากในระยะยาว ในส่วนของทรัพย์สินทางปัญญานั้น ภาคธุรกิจคงจะต้องสร้างความแตกต่างด้วยทรัพย์สินทางปัญญา หรือนวัตกรรมใหม่ๆ กัน มิเช่นนั้นแล้วก็จะหนีไม่พ้นวงจรอุบาทว์เดิมๆ ก็คือ เอ็นเตอร์เทนลูกค้า วิ่งงาน จ่ายเงินใต้โต๊ะ พาไปเที่ยวต่างประเทศ ฯลฯ ซึ่งเนื่องจากไม่ช่วยทำให้ธุรกิจแข็งแรงแล้ว ยังจะทำให้ธุรกิจนับวันจะอ่อนแอลง เนื่องจากพนักงานจะมองว่าไม่ต้องขยันก็มีงาน เนื่องจากบริษัทขยันจ่ายเงินใต้โต๊ะ ยังไงก็ได้งานและส่งมอบงานได้อยู่แล้ว และมีผลทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดฮวบ เนื่องจากคนในชาติคิดว่าไม่ต้องเก่งหรือมีทรัพย์สินทางปัญญา แต่หา Connection ให้เก่งอย่างเดียวก็รอดได้แล้ว หากเรากลับมาใส่ใจในร่างกายของเราสักนิด เอาหลักการลดไขมันความอ้วนไปใช้ จะช่วยทำให้ธุรกิจของเรามีสภาพร่างกายที่แข็งแรงที่จะฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้ได้ มิฉะนั้นแล้ว อาจจะต้องเข็นร่างกายของเราเข้าห้อง ICU กันเป็นแน่แท้ ที่มา:หาทางรอดธุรกิจด้วยวิธีคิดลดความอ้วนในหรอยดอทคอม

บทความเศรษฐศาสตร์

3476 views December 08, 2009

อ่านทั้งหมด

ทฤษฎีความโกลาหล (Chaos Theory) กับความไร้ระเบียบของสถานการณ์บ้านเมือง

ทฤษฎีความโกลาหล (Chaos Theory) กับความไร้ระเบียบของสถานการณ์บ้านเมือง

ทฤษฎีความโกลาหล (Chaos Theory) การที่ปัจจัยทางการเมืองถือเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลและมีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เสถียรภาพทางการเมืองจึงมีความสำคัญเนื่องจากหากประเทศใดมีเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคงต่อเนื่องปราศจากสงคราม

บทความเศรษฐศาสตร์

12959 views November 29, 2009

อ่านทั้งหมด

มุมดีๆ ของการเป็นเศรษฐีเงินผ่อน

มุมดีๆ ของการเป็นเศรษฐีเงินผ่อน

มุมดีๆ ของการเป็นเศรษฐีเงินผ่อนมีท่านผู้อ่านหลายท่านมักจะเคยได้ยินผู้ใหญ่เตือนว่าถ้าไม่มีเงินซื้อของ ก็อย่าไปผ่อนในสิ่งที่ไม่จำเป็น เนื่องจากจะเป็นภาระของเรา ถ้าไม่มีเงินก็อย่าไปซื้อดีกว่า ข้อความข้างต้นเป็นข้อความที่ถูกต้อง

บทความเศรษฐศาสตร์

4830 views September 13, 2009

อ่านทั้งหมด

ไม่อยากโดนชักดาบ ต้องเรียกหลักประกัน

ไม่อยากโดนชักดาบ ต้องเรียกหลักประกัน

ไม่อยากโดนชักดาบ ต้องเรียกหลักประกันท่านผู้อ่านหลายท่านคงจะเคยโดนเพื่อนหรือคนใกล้ชิดชักดาบจากการยืมเงิน จนเสียอารมณ์และเข็ดขยาด ทั้งที่ก่อนจะยืมเงินก็พูดจาดิบดี และขอร้อง แถมสาบานว่าจะไม่เบี้ยวหนี้ และจะเป็นจะตายเสียให้ได้ถ้าไม่ได้เงินก้อนนั้น

บทความเศรษฐศาสตร์

1927 views August 30, 2009

อ่านทั้งหมด

จับผิด Hawthorne Effect

จับผิด Hawthorne Effect

จับผิด Hawthorne Effects หลายท่านอาจจะเคยได้ยินทฤษฎี Hawthorne Effects อันโด่งดังที่เป็นทฤษฎีด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์เกี่ยวกับปัจจัยความพึงพอใจในสภาพแวดล้อมมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน โดยสภาพแวดล้อมที่ดี

บทความเศรษฐศาสตร์

5780 views June 05, 2009

อ่านทั้งหมด

หน้าที่ของเงินและความหมายของปริมาณเงิน

หน้าที่ของเงินและความหมายของปริมาณเงิน

ตอนที่ 1 ทำไมต้องใช้เงินโดย Espresso ทำไมต้องใช้เงิน เรื่องของเรื่องก็คือ สมัยก่อนคนเราเวลาผลิตอะไรได้ เช่น นายเอ เลี้ยงไก่ ส่วนนายบี ปลูกข้าว นายซี ปลูกผัก ส่วนนายดี ทอผ้า ถ้าทั้ง 4 คนอยากกินทั้งไก่

บทความเศรษฐศาสตร์

79636 views June 02, 2009

อ่านทั้งหมด

สัญญาณความเชื่อมั่นจากประเทศจีน

สัญญาณความเชื่อมั่นจากประเทศจีน

สัญญาณความเชื่อมั่นจากประเทศจีน วันนี้ก็เขียนบทความส่งท้ายเดือนพฤษภาคม 2552 ครับ เมื่อวานผมได้อ่านบทความจากนิตยสาร The Economist เรื่อง “Red Flags” ซึ่งเป็นบทความเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระบบเศรษฐกิจจีน หากเราติดตามข่าวเศรษฐกิจจะพบว่าประมาณเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

บทความเศรษฐศาสตร์

1439 views May 31, 2009

อ่านทั้งหมด

ปัญหาปวดใจของ SME ไทย

ปัญหาปวดใจของ SME ไทยหลายท่านอาจจะเคยได้ยินสัจธรรมที่แสนจะคลาสสิก ก็คือมีสองสิ่งที่ยังไงคนเราก็หนีไม่พ้นก็คือ "ความตาย" และ "ภาษี" ซึ่งอย่างแรกเราเห็นพ้องว่าหนีไม่พ้นแน่นอนครับ แต่อย่างที่สองหลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมหนีไม่พ้น

บทความเศรษฐศาสตร์

1777 views May 30, 2009

อ่านทั้งหมด

เหตุแห่งปัญหามลพิษ : มุมมองของนักเศรษฐศาสตร์

เหตุแห่งปัญหามลพิษ : มุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ขอขอบคุณผู้เขียน :ภราดร ปรีดาศักดิ์http://www.onopen.com/ ปัญหามลพิษ (รวมทั้งการเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) อันเป็นผลมาจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ

บทความเศรษฐศาสตร์

2900 views April 28, 2009

อ่านทั้งหมด

เขาวงกตของนโยบายการเงิน

เขาวงกตของนโยบายการเงิน วันนี้ผมได้มีโอกาสอ่านนิตยสาร The Economist ฉบับล่าสุด เขียนเรื่องเกี่ยวกับ Monetary Policy Maze ซึ่งถ้าแปลเป็นไทยแบบง่ายๆ ก็คือ เขาวงกตของนโยบายการเงิน นั่นเองครับ ปัญหาเรื่องนโยบายการเงินนี่ได้เกิดขึ้นกับธนาคารชาติของหลายประเทศในขณะนี้ครับ

บทความเศรษฐศาสตร์

2039 views April 26, 2009

อ่านทั้งหมด

-->