วิชาการดอทคอม ptt logo

บทคัดย่อ

การพัฒนาสมรรถนครูโดยการใช้โรงเรียนเป็นฐาน(School based training)ด้วยกระบวนการอบรมเชิงปฏิบัติการ ของโรงเรียนกลางคลองสอง(พร ดีเจริญ)ปีการศึกษา 2552 สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร
ผู้เขียน: yingteach ชมแล้ว: 1,594 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 27 September 2010, 10:14 am ปรับปรุงล่าสุด: Mon 27 September 2010, 10:22 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

 

ชื่อเรื่อง                  รายงานผลการวิจัยการพัฒนาสมรรถนะครูโดยการใช้โรงเรียนเป็นฐาน

                                (School based training)  ด้วยกระบวนการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ 

                                ของโรงเรียนกลางคลองสอง(พร  ดีเจริญ)  ปีการศึกษา  2552 

                                สำนักงานเขตคลองสามวา  กรุงเทพมหานคร

ผู้วิจัย                   นายเมธีธนัช  ปะเสระกัง 

              ผู้อำนวยการโรงเรียนกลางคลองสอง(พร  ดีเจริญ)

                              สำนักงานเขตคลองสามวา  กรุงเทพมหานคร

ปีการศึกษ          2552

                                   

รายงานผลการวิจัยการพัฒนาสมรรถนะครูโดยการใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School based training) ด้วยกระบวนการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ  ของโรงเรียนกลางคลองสอง(พร  ดีเจริญ) ปีการศึกษา  2552   ฉบับนี้  มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาผลการพัฒนาสมรรถนะครูโดยการใช้โรงเรียนเป็นฐาน(School based training) ด้วยกระบวนการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ และ มีวัตถุประสงค์เฉพาะ คือ     1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางสมรรถนะของครูผู้สอนโรงเรียนกลางคลองสอง (พร ดีเจริญ) ระหว่างก่อน และหลังการพัฒนาสมรรถนะครูโดยการใช้โรงเรียนเป็นฐาน(School based training)    ด้วยกระบวนการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ 2)  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนกลางคลองสอง  (พร ดีเจริญ) ระหว่างก่อน และหลังจากครูผู้สอนผ่านการพัฒนาสมรรถนะครูโดยการใช้โรงเรียนเป็นฐาน(School based training) ด้วยกระบวนการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ          มีสมมติฐาน คือ 1)ผลสัมฤทธิ์ทางสมรรถนะของครูผู้สอนโรงเรียนกลางของสอง(พร ดีเจริญ) หลังจากผ่านการพัฒนาสมรรถนะครูโดยการใช้โรงเรียนเป็นฐาน(School based training)  ด้วยกระบวนการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ สูงขึ้นกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05  2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนกลางของสอง (พร ดีเจริญ) หลังจากครูผู้สอนผ่านการพัฒนาสมรรถนะครูโดยการใช้โรงเรียนเป็นฐาน(School based training)  ด้วยกระบวนการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ  สูงขึ้นกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ.05  ประชากรกลุ่มเป้าหมายในการวิจัยในครั้งนี้  ได้แก่  ครูผู้สอนโรงเรียนกลางคลองสอง (พร  ดีเจริญ)จำนวน 21  คน และนักเรียนโรงเรียนกลางคลองสอง(พร  ดีเจริญ) จำนวน  466  คน   ปีการศึกษา  2552  ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling)  ตัวแปรที่ใช้สำหรับการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่  ตัวแปรต้น หรือ ตัวแปรอิสระ (Independent variable) คือ  การพัฒนาสมรรถนะครูโดยการใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School based training) ด้วยกระบวนการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ  ทั้ง 6 หลักสูตร ตัวแปรตาม (Dependent variable) คือ 1) ผลสัมฤทธิ์ทางสมรรถนะของครูผู้สอนโรงเรียนกลางของสอง (พร ดีเจริญ) หลังจากผ่านการพัฒนาสมรรถนะครูโดยการใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School based training)ด้วยกระบวนการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ  2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนกลางของสอง(พร ดีเจริญ)หลังจากครูผู้สอนผ่านการพัฒนาสมรรถนะครูโดยการใช้โรงเรียนเป็นฐาน(School based training)      ด้วยกระบวนการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ 

ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้  การวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์หลักจากแบบประเมินสมรรถนะครูทั้ง 2 ฉบับ คือ ฉบับก่อนการพัฒนาสมรรถนะครู และฉบับหลังการพัฒนาสมรรถนะครูโดยการใช้โรงเรียนเป็นฐาน(School based training)ด้วยกระบวนการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งประเมินโดยผู้บริหารประเมินครูผู้สอน , เพื่อนครูผู้สอนประเมินครูผู้สอน และครูผู้สอนประเมินตนเอง                โดยประเมินจากสมรรถนะประจำสายงาน(Functional Competency)ทั้ง 6 สมรรถนะของบุคลากรครู จากผลการวิเคราะห์พบว่า  สมรรถนะประจำสายงาน(Functional Competency) ในภาพรวมรายด้าน ระดับสมรรถนะหลังการพัฒนามีค่าเฉลี่ย (4.30) ซึ่งสูงกว่าก่อนการพัฒนาที่มีค่าเฉลี่ย (2.33) และผลการเปรียบเทียบระดับสมรรถนะก่อน และหลังการพัฒนาทั้ง 6 สมรรถนะ พบว่า 1. สมรรถนะด้านการบริหารหลักสูตร และการจัดการเรียนรู้  ระดับสมรรถนะหลังการพัฒนามีค่าเฉลี่ย(4.24)ซึ่งสูงกว่าก่อนการพัฒนาที่ มีค่าเฉลี่ย (2.22) , 2. สมรรถนะด้านการพัฒนาผู้เรียน ระดับสมรรถนะหลังการพัฒนา       มีค่าเฉลี่ย (4.33) ซึ่งสูงกว่าก่อนการพัฒนาที่มีค่าเฉลี่ย (2.25)  , 3. สมรรถนะด้านการบริหารจัดการชั้นเรียน ระดับสมรรถนะหลังการพัฒนามีค่าเฉลี่ย (4.42) ซึ่งสูงกว่าก่อนการพัฒนาที่มีค่าเฉลี่ย (2.38)  ,      4. สมรรถนะด้านการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน ระดับสมรรถนะหลังการพัฒนามีค่าเฉลี่ย (4.26)ซึ่งสูงกว่าก่อนการพัฒนาที่มีค่าเฉลี่ย(2.37)  , 5. สมรรถนะด้านภาวะผู้นำครู  ระดับสมรรถนะหลังการพัฒนามีค่าเฉลี่ย (4.27) ซึ่งสูงกว่าก่อนการพัฒนาที่มีค่าเฉลี่ย (2.33) และ         6. สมรรถนะด้านการสร้างความสัมพันธ์ และความร่วมมือกับชุมชน  เพื่อการจัดการเรียนรู้ ระดับสมรรถนะหลังการพัฒนามีค่าเฉลี่ย (4.28) ซึ่งสูงกว่าก่อนการพัฒนาที่มีค่าเฉลี่ย (2.41) จากผลการวิเคราะห์สมรรถประจำสายงานทั้ง 6 สมรรถนะพบว่าระดับสมรรถนะหลังการพัฒนาจะมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนการพัฒนาในทุกด้าน   การวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์เฉพาะ พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางสมรรถนะของครูผู้สอนโรงเรียนกลางคลองสอง (พร ดีเจริญ) หลังจากผ่านการพัฒนาสมรรถนะครูโดยการใช้โรงเรียนเป็นฐาน(School based training)  ด้วยกระบวนการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการสูงขึ้นกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 Sig. (2-tailed) 0.000 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนกลางของสอง (พร ดีเจริญ) หลังจากครูผู้สอนผ่านการพัฒนาสมรรถนะครูโดยการใช้โรงเรียนเป็นฐาน(School based training) ด้วยกระบวนการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ  สูงขึ้นกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 Sig. (2-tailed) 0.000 ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จึงสรุปได้ว่าผลการวิจัยในครั้งนี้ สำเร็จตรงตามวัตถุประสงค์หลัก และวัตถุประสงค์เฉพาะที่ผู้วิจัยกำหนดไว้

 




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด