ประเมินโครงการการสร้างนิสัยรักการอ่าน โรงเรียนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี สำนักงานเขตสะพานสูง | วิชาการ.คอม


ประเมินโครงการการสร้างนิสัยรักการอ่าน โรงเรียนสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี สำนักงานเขตสะพานสูง

สารบัญ

ประเเมินโครงการการสร้างนิสัยรักการอ่าน

ชื่อเรื่อง          ประเมินโครงการการสร้างนิสัยรักการอ่าน

ผู้ประเมิน            ยารีน  เทพรินทร์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนสมโภชกรุงอนุสรณ์ (200ปี)     สำนักงานเขตสะพานสูง   กรุงเทพมหานคร

ปีการศึกษา   2553

 

วัตถุประสงค์ในการประเมินโครงการการสร้างนิสัยรักการอ่าน

โรงเรียนสมโภชน์ กรุงอนุสรณ์ (200ปี) สำนักงานเขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร

               

 

ประชากรเป้าหมายในการประเมิน คือ ผู้บริหารโรงเรียน ครู กรรมการสถานศึกษา จำนวน 56 คน ผู้ปกครองนักเรียนป.4 –ป.6 จำนวน 219 คน และนักเรียนชั้น ป.4 – ป.6  ของโรงเรียนสมโภชกรุงอนุสรณ์ (200ปี) รวม 219 คน เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินเป็นแบบสอบถาม ที่ผู้เมินสร้างขึ้นซึ่งเป็นความสอดคล้องด้านบริบท  ความพร้อมของปัจจัย ระดับปฏิบัติของกระบวนการ และความสำเร็จด้านผลผลิต โดยวิเคราะห์หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

               

 

ผลการประเมินโครงการการสร้างนิสัยรักการอ่าน  ของโรงเรียนสมโภชกรุงอนุสรณ์ (200ปี) พบว่า 1) ด้านบริบทมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของกรุงเทพมหานคร และแผนพัฒนาการศึกษา แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา ของโรงเรียน  กิจกรรมส่งผลต่อการพัฒนาการอ่านทุกกลุ่มสาระตามโครงการสร้างนิสัยรักการอ่าน 2) ด้านปัจจัยโรงเรียนมีหนังสือสนับสนุนเพียงพอในห้องสมุด และมีแหล่งเรียนรู้ที่กระตุ้นให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน 3) ด้านกระบวนการ มีระดับการปฏิบัติในการสร้างนิสัยภายนอกห้องเรียน นักเรียนยืมหนังสือจากห้องสมุดไปอ่าน

ที่บ้านและนำหนังสือที่อ่านแล้วมาอ่านซ้ำ 4) ด้านผลผลิตพบว่า พฤติกรรมในการอ่านหนังสือนักเรียนชอบอ่านหนังสือนิทานและหนังสือการ์ตูน และในด้านผลผลิตของความสำเร็จพบว่านักเรียนมีการอ่านหนังสือได้คล่องขึ้น และสามารถนำไปบูรณาการการสร้างนิสัยรักการอ่านกับทุกกลุ่มสาระ มีพฤติกรรมชอบอ่านหนังสือนิทรรศการและหนังสือการ์ตูนเป็นส่วนใหญ่

หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา