
หมดมาตรการอสังหาฯ ลดภาษีธุรกิจเฉพาะพ่นพิษ-รายได้ไตรมาส 3 รายใหญ่อ่วมกำไรหายกว่า 30%
นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา นายกสมาคม อสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า
ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ไตรมาส 3 ผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่
มียอดขายและกำไรที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ
ด้วยการลดภาษีธุรกิจเฉพาะ จาก 3.3% เหลือ 0.11% สิ้นสุดในเดือนมี.ค.
และการลดค่าธรรมเนียมการโอน และค่าจดจำนอง จาก 2% เหลือ 0.01%
สิ้นสุดในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการมีค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ
เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้
การเร่งโอนที่อยู่อาศัยให้ผู้บริโภคจำนวนมากในช่วงก่อนหมดมาตรการทั้ง 2 รอบ
จึงเหมือนเป็นการดึงความต้องการซื้อจากไตรมาส 3 ไปอยู่ไตรมาส 2
จนทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวชะลอตัว ประกอบกับไตรมาส 3
เป็นช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองมีความรุนแรง
ทำให้บรรยากาศการซื้อขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งนี้
จากการสำรวจผลประกอบการของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์
พบว่า ไม่ว่าจะเป็นรายกลาง หรือรายใหญ่ล้วนมียอดขายและกำไรที่ลดลงสูงกว่า
30% เช่น กลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮาส์ มียอดขายลดลงกว่า 1,800 ล้านบาท
โดยลดลงจาก 5,023.44 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา เหลือ 1,899.96
ล้านบาท และมีกำไรสุทธิลดลงมากถึง 31.59% เช่นเดียวกับกลุ่มเอเชี่ยน
พร็อพเพอร์ตี้ที่รายได้รวมลดลงจาก 2,868 ล้านบาท เหลือ 1,396 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงสูงถึง 78.5%
ด้านกลุ่มศุภาลัย ในไตรมาส 3 มีรายได้จากการขายลดลง 55%
ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงมากถึง 73% ส่วนลลิล พร็อพเพอร์ตี้
มีรายได้จากการขายลดลง 15.48% และกำไรสุทธิลดลงสูงถึง 41.7%
ขณะที่กลุ่มอารียา พร็อพเพอร์ตี้ มีกำไรสุทธิลดลงมากถึง 55.96%
แม้ว่าจะมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น 8.72%
แต่เพราะมีภาษีธุรกิจเฉพาะสูงขึ้นกำไรสุทธิจึงลดลงมาก
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า
ช่วงไตรมาส 3 มีหลายปัจจัยที่กระทบต่อตลาดอสังหาฯ คาดว่าในไตรมาส 4
จะปรับตัวดีขึ้น เพราะปกติแล้ว 3
เดือนสุดท้ายของปีจะเป็นฤดูกาลซื้อขายที่อยู่อาศัย
ด้วยเพราะผู้บริโภคมีความเชื่อว่าจะได้รับโบนัสและมีรายได้เพิ่มขึ้นในปี
หน้า รวมถึง การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ให้เริ่มใช้มาตรการคุมสินเชื่อคอนโดฯ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2554 เป็นต้นไป
จะทำให้มีการเร่งซื้อขายคอนโดฯ พร้อมอยู่ในช่วงโค้งท้ายนี้มากขึ้น
เพื่อรับสิทธิ์ กู้ 100% เช่นเดิม
นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า แม้ว่าไตรมาส 3
ปีนี้ยอดขายและกำไรส่วนใหญ่ของผู้ประกอบการจะลดลง
แต่เชื่อว่าภาพรวมตลาดอสังหาฯ ทั้งปีนี้จะยังคงเติบโตไม่น้อยกว่า 10%
และจะเป็นปีที่มียอดการโอนกรรมสิทธิ์สูงสุดในรอบ 10 ปีหลังจากวิกฤติปี 2540
โดยคาดว่าทั้งปีจะมีการโอนกรรมสิทธิ์รวมทั้งหมดอยู่ที่ 1.7 แสนหน่วย
เติบโตกว่า 41% แบ่งเป็นการโอนบ้านเก่าประมาณ 49% และบ้านใหม่ประมาณ 51%
ซึ่ง 9 เดือนแรกของปีนี้มียอดการโอนกรรมสิทธิ์แล้ว 1.36 แสนหน่วย
ที่มา http://www.littlefiine.com/?p=1933

