
Columns : Real estate
By : LittleFiine สรุปและวิเคราะห์ 3 July 2010
สถานการณ์ อสังหาริมทรัพย์โดย
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์
(Chief Economist) ของสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งสหรัฐ (USNational
Association of REALTORS)
ให้ข้อมูลกับผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์
เมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่าผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐที่เป็นชาวต่างชาติมี
บทบาทสำคัญมากขึ้น
โดย
ประมาณร้อยละ 3 ของบ้านที่ขายได้ในปัจจุบันเป็นการซื้อโดยชาวต่างชาติ
และในบรรดาชาวต่างชาติที่เป็นผู้ซื้อบ้านในสหรัฐมากที่สุด
แบ่งตามสัดส่วนสูงที่สุด ได้แก่ แคนาดาร้อยละ 23 เม็กซิกัน ร้อยละ 10
อังกฤษร้อยละ 9 จีนร้อยละ 7 ฝรั่งเศสและเยอรมันรวมกันร้อยละ 7
อินเดียร้อยละ 5 รัสเซียร้อยละ 3
ทั้งนี้ชาว
ต่างชาติที่มาซื้อบ้านในสหรัฐส่วนใหญ่เป็นคนรวยมาจากประเทศของตน
ประมาณร้อยละ 55 ของชาวต่างชาติซื้อบ้านด้วยเงินสดล้วนๆ มีเพียงร้อยละ 45
เท่านั้นที่มีการขอสินเชื่อบ้าน
สำหรับมลรัฐที่มีชาวต่างชาติเข้าไปซื้อบ้านมากที่สุด คือ แคลิฟอร์เนีย
อริโซน่า และ ฟลอริด้า
โดยในแคลิฟอร์เนียจะมีสัดส่วนผู้ซื้อที่เป็นคนเอเชียสูงมาก
ใน
ขณะนี้ เริ่มมีสัญญาณที่แสดงว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังเริ่มขึ้นจากหลุม
แม้แต่บรรดามลรัฐที่มีตัวเลขเศรษฐกิจย่ำแย่ที่สุดขณะนี้ก็ยังเริ่มมีการจ้าง
งานใหม่เพิ่มขึ้น GDP
ในไตรมาสที่เหลือของปีนี้จะอยู่ในอัตราเพิ่มจากปีที่แล้วประมาณร้อยละ 3
และจะเติบโตในอัตราประมาณร้อยละ 2.5 ไปอีกประมาณ 2-3 ปีข้างหน้า
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในช่วงเดียวกันจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 2
ราคา
บ้านในมลรัฐแคลิฟอร์เนียเริ่มฟื้น
โดยราคากลางของบ้านได้ปรับเพิ่มขึ้นจากประมาณ 240,000 เหรียญ เป็นประมาณ
305,000 เหรียญในช่วงเวลาประมาณ 14 เดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์คนดังกล่าวให้ความเห็นว่า
การปรับเพิ่มขึ้นของราคาบ้านทั่วประเทศโดยภาพรวมจะไม่มากและจะค่อยเป็นค่อย
ไปในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า และภายใน 5
ปีข้างหน้าราคาบ้านโดยภาพรวม น่าจะปรับเพิ่มขึ้นเพียงประมาณร้อยละ 5-7
นับจากปัจจุบัน เพราะแม้ในขณะนี้ ก็ยังมีสินเชื่อบ้านประเภท Sub-Prime
ที่ค้างชำระเกิน 90 วัน อยู่มากกว่าหนึ่งในสี่ของสินเชื่อทั้งหมด
แต่ปัจจัยบวก คือ ราคาบ้านต่อรายได้ (Home Price to Income)
ปรับจากประมาณร้อยละ 12-14 เมื่อช่วงตลาดที่อยู่อาศัยร้อนแรง
เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 24 ในปัจจุบัน
หมายความว่าราคาบ้านได้ลดลงจนใช้เวลาน้อยลงเพียงประมาณ 4 ปี
ในการหารายได้ต่อปีให้ได้เท่ากับราคาบ้าน จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 8 ปี
อสังหาริม
ทรัพย์ในจีนชะลอความร้อนแรงในเดือนพฤษภาคม
โดยหลังจากรัฐบาลจีนออกมาตรการเข้มงวดขึ้นในเดือนเมษายนแล้ว
ราคาอสังหาริมทรัพย์ในเมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่ง กวางโจว เฉินเจิ้น
เริ่มชะลอการปรับขึ้น
สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานข้อมูลการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ซึ่งแสดง
ให้ เห็นว่า
เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นเดือนแรกในรอบประมาณหนึ่งปีครึ่งที่มียอดการซื้อ
ขายลดลง มีปริมาณลดลงจากเดือนเมษายนมากถึงประมาณร้อยละ 16
และมูลค่าลดลงประมาณร้อยละ 25
อย่างไรก็ตาม
การลงทุนและการก่อสร้างในภาคที่อยู่อาศัยยังคงเติบโตอยู่ต่อเนื่อง
เพราะแม้รัฐบาลจีนจะมุ่งเป้าไปที่การลดการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์
เป็นหลัก แต่ยังไม่กล้าแตะในส่วนของการก่อสร้าง
เนื่องจากการลงทุนในภาคการก่อสร้างเป็นตัวจักรสำคัญในการรักษาความเติบโตทาง
เศรษฐกิจ
เศรษฐกิจ ของกลุ่มประเทศ BRIC
(Brazil, Russia, India, China)
เป็นที่น่าจับตามองเพราะมีประชากรรวมกันประมาณ 2,700 ล้านคน
และประมาณว่าจะมีชนชั้นกลางเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 30 ล้านคน
ในจำนวนนี้ประมาณร้อยละ 1 หรือประมาณ 300,000
คนจะเป็นคนรวยใหม่ที่มั่งคั่งเพิ่มขึ้นมากในแต่ละปี
ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดบ้านในประเทศต่างๆ
ที่คนเหล่านี้เข้าถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนชนชั้นกลางในทุกประเทศ
รวมทั้งประเทศไทย นอกจากจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมแล้ว
ยังเป็นการเพิ่มอุปสงค์ที่สำคัญแก่ตลาดสินค้าต่างๆ รวมทั้งบ้าน
ชนชั้นกลางใหม่ในเมืองใหญ่ของประเทศยังมีรสนิยมในการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนไป
และปัจจัยการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินในเมืองใหญ่ต่างๆ
จะทำให้ที่บ้านแนวสูงมีเพิ่มมากขึ้นในหลายเมืองใหญ่ของประเทศที่มีการพัฒนา
ทางเศรษฐกิจรวดเร็ว
ข้อมูล
โครงการที่อยู่อาศัยแนวสูง หรือคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯและปริมณฑล
ที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ดำเนินการสำรวจเมื่อสิ้นปีที่แล้ว
และเผยแพร่ข้อมูลในการจัดสัมมนาครั้งล่าสุด
แสดงว่ามีโครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล
ที่อยู่ในระหว่างการขายโดยมีหน่วยเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 หน่วย อยู่ประมาณ
300 โครงการ มีจำนวนหน่วยในผังทั้งหมดในทุกสถานะของการก่อสร้าง
(ทั้งที่สร้างเสร็จ ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง หรือ ยังไม่เริ่มสร้าง)
รวมกันประมาณ 126,000 หน่วย
ในจำนวน
นี้ อยู่ในโซนหลักๆ ได้แก่ โซนพหลโยธิน-ลาดพร้าว-รัชดาภิเษก มีประมาณเกือบ
70 โครงการ มีจำนวนหน่วยในผังประมาณ 21,300 หน่วย
ก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 6,800 หน่วย อยู่ระหว่างการก่อสร้างประมาณ 9,900
หน่วย และยังไม่เริ่มสร้างประมาณ 4,600 หน่วย ขายได้แล้วประมาณ 17,000
หน่วย เป็นการขายใหม่ในปีที่แล้ว ประมาณ 8,700 หน่วย
โซน
สุขุมวิทตอนต้น-กลาง มีประมาณเกือบ 40 โครงการ
มีจำนวนหน่วยในผังรวมกันประมาณ 8,700 หน่วย ก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 900
หน่วย อยู่ระหว่างการก่อสร้างมากถึงประมาณ 5,400 หน่วย
และยังไม่เริ่มสร้างประมาณ 2,400 หน่วย ขายได้แล้วประมาณ 6,300 หน่วย
เป็นการขายใหม่ในปีที่แล้วประมาณ 2,400 หน่วย
โซน
สุขุมวิทตอนปลาย มีประมาณ 40 โครงการเช่นกัน
มีจำนวนหน่วยในผังรวมกันประมาณ13,400 หน่วยก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 5,450
หน่วย อยู่ระหว่างการก่อสร้างมากถึงประมาณ 6,450 หน่วย
และยังไม่เริ่มสร้างประมาณ 1,500 หน่วย ขายได้แล้วประมาณ 10,100 หน่วย
เป็นการขายใหม่ในปีที่แล้วประมาณ 2,500 หน่วย
โซน
เพลินจิต มี 9 โครงการ มีจำนวนหน่วยในผังรวมกันประมาณ 1,600 หน่วย
ก่อสร้างแล้วเสร็จ ประมาณ 1,000 หน่วย และอยู่ระหว่างการก่อสร้างประมาณ
600 หน่วย ขายได้แล้วประมาณ 1,400 หน่วย เป็นการขายใหม่ในปีที่แล้วประมาณ
200 หน่วย
โซน สาทร
สีลม มีประมาณเกือบ 16 โครงการ มีจำนวนหน่วยในผังรวมกันประมาณ 4,000
หน่วย ก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 2,200 หน่วย
และอยู่ระหว่างการก่อสร้างประมาณ 1,800 หน่วย ขายได้แล้ว ประมาณ 3,300
หน่วย เป็นการขายใหม่ในปีที่แล้วประมาณ 1,100 หน่วย
โซนพระ
ราม 3 มีประมาณเกือบ 10 โครงการ มีจำนวนหน่วยในผังรวมกันประมาณ 3,100
หน่วย ก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 1,900 หน่วย
และอยู่ระหว่างการก่อสร้างประมาณ 1,200 หน่วย ขายได้แล้ว ประมาณ 2,700
หน่วย เป็นการขายใหม่ในปีที่แล้วประมาณ 1,500 หน่วย
โซน
ธนบุรี ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา มี 13 โครงการ มีจำนวนหน่วยในผังรวมกันประมาณ
3,700 หน่วย ก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 1,800 หน่วย
อยู่ระหว่างการก่อสร้างประมาณ 1,800 หน่วยเช่นกัน
และยังไม่เริ่มสร้างเพียงประมาณ 100 หน่วย ขายได้แล้วประมาณ 2,600 หน่วย
เป็นการขายใหม่ในปีที่แล้วประมาณ 1,400 หน่วย
คอนโดมิเนียม
ที่เหลืออยู่ในโซนอื่นๆ นอกจาก 7 โซนหลักที่กล่าวมาแล้ว ร้อยละ 92
ของคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่อยู่ในกรุงเทพฯ
เขตหรืออำเภอที่มีหน่วยคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในปีนี้มาก ได้แก่
เขตจตุจักร เขตหลักสี่ เขตดินแดง เขตคลองเตย เขตห้วยขวาง เขตพระโขนง
เขตบางกะปิ เขตบางคอแหลม เขตพญาไท และเขตวัฒนา
By : ©LittleFiine Tag: www.reic.or.th www.clickthaihome.com
ฝ่าย
ประชา สัมพันธ์และบริการข้อมูลศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ชั้น 18 อาคาร 2 เลขที่ 63 ถ.พระราม 9ห้วยขวาง
กรุงเทพฯ 10310
Source: http://www.littlefiine.com/?p=66