ชี้
ภาวะโลกร้อนส่งผลให้ทิศทางการออกแบบ บ้านมุ่งให้ความสำคัญเป็นมิตร
กับสิ่งแวดล้อม ยกมาตรฐานการ ก่อสร้างเหมือนมาเลย์ สิงคโปร์
ต้องนำวัสดุก่อสร้างมารีไซเคิล และออกแบบสิ่งปลูกสร้างรองรับแผ่นดินไหว
น้ำท่วม และเหตุ รุนแรงจากพายุ เตือนป้ายโฆษณา ขนาดใหญ่น่าห่วง
แนะให้ตรวจสอบความปลอดภัย นายทวีจิตร จันทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยถึง
ทิศทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยว่า
แนวโน้มการออกแบบบ้านในอนาคตจะให้ความสำคัญด้านการเป็นมิตรกับสิ่งแวด
ล้อมมากขึ้น และหลายประเทศได้บังคับเป็นข้อกฎหมาย ด้วยการกำหนด
เป็นมาตรฐานการก่อสร้าง สำหรับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์
ก็ได้กำหนดเป็นมาตรฐานขึ้นมาทั้งการนำวัสดุก่อสร้างจากการรื้ออาคารเก่ากลับ
มาใช้ใหม่ซึ่งในประเทศไทยเองก็เริ่มดำเนินการในรูปแบบดังกล่าวเช่นกัน
“การออกแบบอาคารและสิ่งปลูกสร้างในปัจจุบันส่วนใหญ่คำนึงถึงเรื่องสิ่ง
แวดล้อมควบคู่กับการให้ความสำคัญเรื่องผลกระทบต่างๆที่อาจเกิดจากภัย
ธรรมชาติ
ซึ่งภาพรวมในส่วนของกฎหมายและบทบังคับต่างๆสำหรับการออกแบบและก่อสร้างอาคาร
ในขณะนี้ค่อนข้างชัดเจนและมีแนวโน้มที่ดี
ทั้งเรื่องการรองรับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ระดับน้ำ
รวมถึงเหตุรุนแรงที่อาจเกิดจากวาตภัย เช่น การป้องกันสถานการณ์น้ำท่วม
ทุกอาคารต้องวางระบบการสูบน้ำอย่างมาตรฐาน
เพื่อเป็นการป้องกันปริมาณน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นได้ในระดับหนึ่ง”
สำหรับเรื่องแผ่นดินไหวได้มีการออกกฎหมายควบคุมและรองรับเกี่ยวกับเรื่อง
โครงสร้างอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องการรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว
รวมทั้งที่อยู่อาศัยและอาคารที่อยู่ตามแนวเคลื่อนตัวของเปลือกโลกที่มีความ
เสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวสูง เช่น
บริเวณภาคเหนือที่ติดกับชายแดนประเทศพม่า
ก็มีการออกมาตรการต่างๆมารองรับอย่างชัดจนและมีการประกาศเตือนภัยให้ประชาชน
ที่อาศัยในพื้นที่ไทราบหากเกิดเหตุการณ์ที่น่าเป็นห่วง
ในส่วนของเหตุวาตภัย ซึ่งที่ผ่านมา ในประเทศไทยอาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงและไม่ควรมองข้ามคือสิ่งก่อสร้างอย่างป้ายโฆษณาที่อาจ
ไม่ได้มาตรฐานความแข็งแรงซึ่งผู้ประกอบการก็มีความตื่นตัวในการตรวจสอบและ
ดูแลความปลอดภัย
นายทวีจิตร
ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยขณะนี้
ว่า ตอนนี้เราแก้ปัญหาด้วย 2 แนวทาง แนวทางที่ 1 คือ
พยายามสู้กับภัยธรรมชาติด้วยการพยายามป้องกันเหตุการณ์ไม่ให้รุกลามกระจายวง
กว้างไปยังพื้นที่ต่างๆ ซึ่งต้องใช้งบประมาณจนวนมากในการแก้ปัญหา
แนวทางที่ 2 พยายามอยู่ให้ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้วยการแนะวิธีปรับตัวรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ดำเนินชีวิตอยู่กับความเป็นจริง เช่น
น้ำท่วมบ้านชั้นล่างก็ย้ายไปอยู่ชั้นบน ใช้เรือในการเดินทาง
ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนทำได้และใช้งบประมาณไม่มาก
แต่การแก้ปัญหาในขณะนี้เป็นการแก้เป็นจุดๆไม่ได้มองการแก้ไขในระดับมหภาค
ต้องมองเป็นภาพใหญ่
ประเทศไทยจัดสรรงบประมาณในการบริหารจัดการน้ำน้อยมากเมื่อเทียบกับการบริหาร
จัดการด้านระบบไฟฟ้าและถนน
หัวใจสำคัญคือเราต้องเร่งฟื้นฟูและมองว่าจะทำอย่างไรให้การแก้ไขปัญหาเป็นไป
อย่างยั่งยืน
เหตุการณ์ดินถล่ม
ที่เกิดขึ้นในขณะนี้และนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
เป็นเหตุการณ์ที่หลายฝ่ายมองข้ามซึ่งจำเป็นต้องมีการเตรียมแผนการรับมือ
อย่างเร่งด่วนินายกสมาคมสถาปนิกฯกล่าว
ที่มา
littlefiine.com http://www.littlefiine.com/?p=1538