วิชาการดอทคอม ptt logo

แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์

ค่านิยมสังคมปัจจุบันส่งผมให้การศึกษาเป็นการแข่งขันเข้าศึกษาในระดับอุดมศึกษา ในมหาวิทยาลัยของรัฐ อันจะส่งผลให้มีสถาบันการศึกษาที่ได้รับการยกย่องในสังคม และการเข้าประกอบอาชีพที่มั่นคง เริ่มตั้งแต่การเริ่มแข่งขันเข้าศึกษาขั้นพื้นฐาน สำหรับจังหวัดนครสวรรค์ผู้
ผู้เขียน: Nasamone ชมแล้ว: 2,282 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 25 October 2010, 7:18 am ปรับปรุงล่าสุด: Mon 25 October 2010, 7:36 am
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - ณศมน 1

แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์ 
จังหวัดนครสวรรค์
*
                                                                                                                                   ณศมน  ลี้จินดา
**
                                                                                                                             ดร.พรเทพ  รู้แผน
***

                                                                       บทคัดย่อ 
            
การวิจัยครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมาย เพื่อศึกษาปัญหา และนำเสนอแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์ การดำเนินการวิจัย มี
2 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาปัญหาการบริหารงานวิชาการ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารโรงเรียน  ครูผู้สอน และครูอัตราจ้าง รวม  181  คน  ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามชนิดประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเที่ยงเท่ากับ 0.94 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) ขั้นตอนที่ 2 นำเสนอแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์  โดยการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหา
                   ผลการวิจัยพบว่า โรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์ มีปัญหาการบริหารงานวิชาการในภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง โดยมีปัญหามากที่สุด คือ ด้านการบริหารหลักสูตร รองลงมา คือ ด้านการบริหารการเรียนการสอนและการประเมินผลการเรียน
  แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์  มีดังนี้

                         1.  ด้านการบริหารหลักสูตร ได้แก่  การสำรวจแหล่งเรียนรู้ นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้  การจัดการอบรมผู้เกี่ยวข้อง การจัดทำคู่มือหลักสูตร และการจัดให้มีเครือข่ายผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วม  2.  ด้านการบริหารการเรียนการสอนและการประเมินผลการเรียน  ได้แก่  การจัดแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัยเพื่อสร้างแรงจูงใจ  การพัฒนาแบบทดสอบให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้  และกำกับดูแลการประเมินผลอย่างใกล้ชิด  3.  ด้านการบริหารการนิเทศภายในและการพัฒนาบุคลากร ได้แก่  การวางแผนการจัดสรรงบประมาณและการสนับสนุนบุคลากรทุกด้านอย่างเพียงพอ  4.  ด้านการบริหารโครงการทางวิชาการ  ได้แก่ การกำหนด วัตถุประสงค์ให้ชัดเจน  การจัดตั้งคณะทำงาน  การประเมินผลโครงการทั้งก่อนดำเนินการและหลังดำเนินการ  และการวิเคราะห์ผลกระทบของโครงการเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขต่อไป  5.  ด้านการบริหารระบบข้อมูลและสารสนเทศ  ได้แก่  การกำหนดนโยบายสารสนเทศไว้อย่างชัดเจน การจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศไว้อย่างเป็นระบบ  และการฝึกอบรมบุคลากรให้มีความรู้ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ   6.  ด้านการบริหารการวิจัยและพัฒนา  ได้แก่  การจัดทำแผนงานโครงการวิจัยประจำปี  การส่งเสริมให้ครูศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง  การบริการแหล่งค้นคว้า  การสนับสนุนงบประมาณ  การสนับสนุนการจัดทำสื่ออุปกรณ์การวิจัย  และการนำเสนอผลการวิจัย
คำสำคัญ
  บริหารงานวิชาการโรงเรียนสังกัดเทศบาล



Thesis Title The Guidelines for Academic Administration Development in Schools under the Nakhon Sawan Municipality
                                                                                                                                
Nasamon Lichinda
                                                                                                          Assoc.Prof. Dr. Pornthep Rupan

                                                                              Abstract
                   The purposes of this research were to study  the problems of  and to present the guidelines for academic administration development in schools under the Nakhon Sawan Municipality. The research had two phases. Phase 1 was to study the academic administration problems. The samples of this study included 2 supervisors, 13 school administrators, 160 teaching staffs and 6 teachers with a total 181 people.  The instrument used was a 5 – point rating scale questionnaire, with  reliability  at  0.94. The gathered data were analyzed through the results of percentage, mean and standard deviation. Phase 2 was to present the guidelines for academic administration development by interviewing 5 specialists. The data were analyzed through the results of content analysis.
 
The results revealed that:
                   1.  The problems for academic administration in schools under the Nakhon Sawan Municipality were generally at the intermediate level. But when considering each problem, it was found that curricular administration was the highest problem. Next was instruction and evaluation.
                    
 2.  The guidelines for academic administration development in schools under the Nakhon Sawan Municipality are as follows:  1.)  Curriculum administration. Searching the source of study, utilizing the intelligence of locality, training the related persons, drawing up curriculum  handbook, allowing parents network  to  participate  in.
  2.)  Instruction and evaluation.          Arranging the modern source of study to make the motivation for learning, developing the test form relevant to the learning standard, and looking after evaluation closely.  3.)  Internal supervision and personnel development.  Planning for budget allocation, supporting sufficient staffs in every field.  4.)  Academic project administration.  Planning for making the project, setting up the clear objectives, providing the working party, evaluating the project for both before and after operation, analyzing the consequence of project in order to adjust and improve later.  5.)  Data and information system administration.  Specifying the information policy clearly, gathering the data and information systematically, training staffs to have the knowledge about information technology system.  6.)  Educational research and development administration  Setting up the annual research project, promoting teachers to learn or study by themselves, servicing the sources of research, budgeting, promoting for making media and research instruments, presenting the research result.
               
Keywords
:  Academic administration in schools under the Nakornsawan Municipality.

 

























ความสำคัญและที่มาของปัญหา

           
  งานวิชาการเป็นงานสำคัญของการจัดการศึกษา สามารถพัฒนาความรู้  และคุณธรรมของบุคคล เพื่อให้เป็นพลเมืองดี มีคุณภาพ โรงเรียนเป็นหน่วยปฏิบัติในการจัดการศึกษาให้บรรลุจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ในหลักสูตร โดยมีครูเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องจัดการศึกษาของโรงเรียนให้ได้มาตรฐาน โดยพัฒนางานวิชาการ พัฒนาการจัดการเรียนการสอน และพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ในภาวะปัจจุบันมีการแข่งขันเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียง มีคุณภาพ ผู้ปกครองที่มีฐานะดีมีโอกาสสนับสนุนทางการศึกษาแก่บุตรหลานถึงขั้นอุดมศึกษา แต่ยังมีคนระดับล่างจำนวนมากในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ และใกล้เคียงเป็นผู้ด้อยโอกาสในการศึกษาระดับสูง  เด็กๆต้องช่วยพ่อแม่ทำงานมากกว่าที่จะได้รับการอบรมบ่มเพาะและสนับสนุนทางการศึกษา เด็กๆเหล่านี้ได้เข้ามาศึกษาในโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถม มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษาตามลำดับ เทศบาลนครนครสวรรค์จัดการศึกษา ตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา ถึงระดับมัธยมศึกษา มีโรงเรียนในสังกัด 8 แห่ง (เทศบาลนครนครสวรรค์.  2549) ผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน  (O-Net) ของโรงเรียนเทศบาลสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์ทั้ง 8 โรงเรียน  ปีการศึกษา 2551  มีคะแนนเฉลี่ยแต่ละกลุ่มสาระอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ไม่ถึงร้อยละ 50 (สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. 2552 ) ในฐานะที่ผู้วิจัยเป็นผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์  จึงต้องการศึกษาปัญหาการบริหารงาน และแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการ เพื่อเสนอผู้ที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์ให้ได้มาตรฐานต่อไป
จุดมุ่งหมายของการวิจัย
 
                1.  เพื่อศึกษาปัญหาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์
             2.  เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์
กรอบแนวคิดและแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
               
ผู้วิจัยได้ศึกษา บริบทในการจัดการศึกษาของเทศบาลนครนครสวรรค์ หลักการ แนวคิด ทฤษฏี และขอบข่ายการบริหารงานวิชาการ  ซึ่งนักวิชาการหลายท่านได้กล่าวถึงหลักการบริหารไว้ในด้านต่างๆไว้ โดยเฉพาะ ขอบข่ายงานวิชาการที่สำคัญไว้  6  ด้าน และนำมากำหนดเป็นกรอบแนวคิดของการวิจัยครั้งนี้ ดังแสดงในภาพที่ 1

 

 

 

 


                                                                                                    ภาพที่ 1  กรอบแนวคิดในการวิจัย

ระเบียบวิธีวิจัย
                  
การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบ่งเป็น  2  ขั้นตอน  ดังนี้

                   ขั้นตอนที่  1  ศึกษาปัญหาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์ โดยศึกษาเอกสาร หลักการ  ทฤษฎี  และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นำมากำหนดกรอบแนวคิด และจุดหมายของการวิจัย  กำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง  สร้างและพัฒนาเครื่องมือ เก็บข้อมูล นำมาวิเคราะห์โดยวิธีการทางสถิติ
                   ประชากร  ประกอบด้วย  ศึกษานิเทศก์  ผู้บริหารสถานศึกษา  ครูผู้สอน และครูอัตราจ้างโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์  จำนวน  327  คน
                   กลุ่มตัวอย่าง  ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ ประกอบด้วย ศึกษานิเทศก์
2 คน ผู้บริหารโรงเรียน
13 คน ครูผู้สอน160 คน ครูอัตราจ้าง 6
คน รวม 181 คน
                   ตัวแปรที่ศึกษา
ได้แก่ ปัญหาการบริหารงานวิชาการ 6  ด้าน ได้แก่ ด้านการบริหารหลักสูตร  ด้านการบริหารการเรียนการสอนและการประเมินผลการเรียน  ด้านการบริหารการนิเทศภายในและการพัฒนาบุคลากร  ด้านการบริหารโครงการทางวิชาการ  ด้านการบริหารระบบข้อมูลและสารสนเทศ  และด้านการบริหารการวิจัยและพัฒนา  
                   เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม จำนวน 1 ฉบับ แบ่งออกเป็น  2  ตอน 

                        ตอนที่  1  ข้อมูลสถานภาพผู้ตอบแบบสอบถาม 
                        ตอนที่  2  แบบสอบถาม จำนวน 42 ข้อ เป็นแบบประเมินค่า  5  ระดับ มีความเที่ยง 0.94

                                   ระดับปัญหามากที่สุด      ได้น้ำหนักคะแนนเป็น 
5
                                   ระดับปัญหามาก              ได้น้ำหนักคะแนนเป็น  4
                                   ระดับปัญหาปานกลาง    ได้น้ำหนักคะแนนเป็น  3
                                   ระดับปัญหาน้อย              ได้น้ำหนักคะแนนเป็น  2
                                   ระดับปัญหาน้อยที่สุด     ได้น้ำหนักคะแนนเป็น  1
                   การเก็บรวบรวมข้อมูล    ผู้วิจัยขอหนังสือจากบัณฑิตวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์  ถึงสำนักการศึกษาเทศบาลนครนครสวรรค์ ขอเก็บข้อมูลจากบุคลากรในโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์ โดยการตอบแบบสอบถาม จำนวน 181 ฉบับ ในระหว่างวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2553 ผู้วิจัยได้รับแบบสอบถามกลับคืนมา 161 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 88.95  นำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยวิธีทางสถิติ                  

                  
การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ ใช้ค่าเฉลี่ย (X̅)  และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)             
                   ตอนที่  2  นำเสนอแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์  โดยนำปัญหาขั้นตอนที่ 1 ใน 3 อันดับแรกมาสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 5
คน สังเคราะห์แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการ
                   ผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้เชี่ยวชาญ
5
คน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักการศึกษาเทศบาลนครนครสวรรค์
1 คน  ผู้บริหารโรงเรียนที่มีวุฒิทางการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี 2 คน ศึกษานิเทศก์ที่มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี 1 คน ครูปฏิบัติการสอนและมีคุณวุฒิทางการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาโท ปฏิบัติงานไม่ต่ำกว่า 5 ปี 1
คน
                   ตัวแปรที่ศึกษา คือ แนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์

                  
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  คือ แบบบันทึกการสัมภาษณ์ 
                   การเก็บข้อมูล  ผู้วิจัยขอสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาจำนวน  5 คน เมื่อวันที่  3-5 สิงหาคม  2553
                   การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหา
(Contents analysis)
สรุปผลการวิจัย
                  
ตอนที่
1 ปัญหาการบริหารงานวิชาการ มีดังนี้
                  
1.  ด้านการบริหารหลักสูตร โดยภาพรวมมีปัญหาระดับปานกลาง ข้อที่มีปัญหามากที่สุดคือ การให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น
                   2.  ด้านการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผลการเรียน โดยภาพรวมมีปัญหาระดับปานกลาง  ข้อที่มีปัญหามากที่สุดคือ การดำเนินการให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
                   3.
 ด้านการนิเทศภายในและการพัฒนาบุคลากร โดยภาพรวมมีปัญหาระดับมาก ข้อที่มีปัญหามากที่สุดคือ การประสานงานกับศึกษานิเทศก์ และหน่วยงานต่างๆในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้
                   4.  ด้านการบริหารโครงการทางวิชาการ โดยภาพรวมมีปัญหาระดับปานกลาง ข้อที่มีปัญหาที่สุดคือ การกำหนดนโยบาย เป้าหมาย วัตถุประสงค์ของแผนงานและโครงการร่วมกัน
                   5.  ด้านการบริหารระบบข้อมูลและสารสนเทศโดยภาพรวมมีปัญหาระดับปานกลาง  ข้อที่มีปัญหามากที่สุดคือ การดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลสารสนเทศอย่างเป็นระบบได้แก่ ข้อมูล การประเมินผล และสารสนเทศ โดยนำเครื่องมืออุปกรณ์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการประเมินผล
               6.  ด้านการบริหารการวิจัยและพัฒนา โดยภาพรวมมีปัญหาในระดับปานกลาง ข้อที่มีปัญหามากที่สุดคือ การจัดให้มีคู่มือ/
เอกสารเพื่อประกอบการจัดทำวิจัยให้แก่บุคลากรในโรงเรียน
               ตอนที่ 2  สรุปแนวทางการพัฒนาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครสวรรค์
                      1.  ด้านการบริหารหลักสูตร 1.)  สำรวจแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้านและวิถีชีวิตในชุมชน เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตร 2.)  จัดการประชุม อบรม สัมมนา ครูคณะกรรมการศึกษา  ผู้ปกครอง เชิญปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ทรงคุณวุฒิในชุมชนเข้ามาเป็นกรรมการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น พร้อมทั้งให้มีการวิจารณ์หลักสูตร 3.) เตรียมความพร้อมของครู จัดทำคู่มือเกี่ยวกับหลักสูตรสำหรับครูผู้สอน 4.)  จัดการนิเทศติดตามผลการนำหลักสูตรไปใช้อย่างต่อเนื่อง 5.) จัดนิทรรศการ ป้ายนิเทศแสดงโครงสร้างหลักสูตร จัดทำเอกสารเผยแพร่ 6.) จัดให้มีเครือข่ายผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา    
                      2.  ด้านการบริหารการเรียนการสอนและการประเมินผลการเรียน
1.)  การจัดแหล่งเรียนรู้และระบบสารสนเทศที่ทันสมัย ให้ผู้เรียนค้นคว้าด้วยตนเอง 2.)  จัดกิจกรรมเสริมการเรียนการสอนนอกสถานที่
3.) สร้างจิตสำนึกให้ครูมีความกระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้ 4.)  จัดการนิเทศภายในสม่ำเสมอ 5.)  สร้างตัวชี้วัดในการวัดผลให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และประเมินผลตามสภาพจริง 6.)  จัดการอบรมให้ครูมีความรู้เรื่องการประเมินผล

                      
3.  ด้านการบริหารการนิเทศภายในและการพัฒนาบุคลากร 1.) การประชุมประสานงานตามห้วงระยะเวลา 2.) จัดการวางแผนพัฒนาการศึกษา 3.) การประสานงานกับหน่วยเหนือ และหน่วยรอง 4.) การจัดการอบรมสัมมนาและนำความรู้มาเผยแพร่ในสถานศึกษา 5.) จัดสรรงบประมาณสนับสนุนให้ครูอบรมสัมมนา
6.) เผยแพร่ผลงาน


*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด