วิชาการดอทคอม ptt logo

น้ำมันเมล็ดฟักทองสกัดเย็นช่วยป้องกันโรคต่อมลูกหมากหลายชนิด

ความผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับต่อมลูกหมาก (Prostate Gland) เป็นโรคที่พบมากในประชากรผู้ชายทั่วโลก
ผู้เขียน: alodia ชมแล้ว: 3,014 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 21 December 2010, 2:58 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 21 December 2010, 3:08 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - น้ำมันเมล็ดฟักทองสกัดเย็นช่วยป้องกันโรคต่อมลูกหมาก

ภาวะต่างๆที่เกิดขึ้นกับต่อมลูกหมาก (Prostate Gland) ในผู้ชาย ถ้าจะว่าไปแล้วจัดว่าเป็นโรคที่พบมากในประชากรทั่วโลก ต่อมลูกหมากคืออวัยวะอย่างหนึ่งคล้ายลูกวอลนัท ซึ่งพบเฉพาะในผู้ชายเท่านั้น โดยมีตำแหน่งอยู่ที่ฐานกระเพาะปัสสาวะ และล้อมรอบท่อปัสสาวะอยู่ โดยปกติต่อมลูกหมากจะทำหน้าที่ในการผลิตน้ำอสุจิ (seminal fluid) ซึ่งมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้ตัวอสุจิสามารถเคลื่อนไหวไปมา และสามารถเดินทางไปถึงจุดที่จะมีการปฏิสนธิกับไข่ในผู้หญิงได้ง่ายขึ้น

ดังนั้นจากตำแหน่งที่กล่าวมาแล้วว่าอยู่ล้อมรอบท่อปัสสาวะ ดังนั้นวันดีคืนดีหากต่อมลูกหมากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆเกิดขึ้นแล้วละก็ อาการโดยทั่วไปมักจะมีผลต่อการปัสสาวะ เนื่องจากขนาดของต่อมลูกหมากที่ใหญ่ขึ้น จะไปเบียดท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดภาวะปัสสาวะยาก ขัดและปวดหน่วงๆได้ ซึ่งปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก ถ้าจะว่าไปแล้ว ในชั่วชีวิตของผู้ชายคนหนึ่ง อาจจะมีความผิดปกติเกิดขึ้น กับเจ้าต่อมลูกหมากที่ว่าได้ อาทิ ภาวะต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis) ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย, มะเร็งต่อมลูกหมาก(Prostate cancer) และต่อมลูกหมากโต (Benign prostatic hypertrophy หรือ BPH) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของภาวะต่อมลูกหมากโต ซึ่งพบบ่อยเสียจนทางการแพทย์เชื่อว่าผู้ชายที่อายุเกิน 50 ปีทุกคนจะต้องมีต่อมลูกหมากโตขึ้น และมีประมาณ1 ใน 3 ที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตขึ้นเรื่อยๆจนมีอาการที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการถ่ายปัสสาวะ ได้แก่

- การปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน
- ถ่ายปัสสาวะแบบรู้สึกว่าถ่ายไม่สุด
- ต้องยืนรอถ่ายปัสสาวะอยู่นานกว่าที่น้ำปัสสาวะจะเริ่มถ่ายออกมา
- ยังมีน้ำปัสสาวะไหลเป็นหยดๆหลังจากถ่ายปัสสาวะเสร็จแล้ว

ซึ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนในระยะแรก และหากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา จะเกิดผลตามมาที่รุนแรงขึ้น คือ การเกิดปัสสาวะไม่ออกฉับพลัน รู้สึกปวดมาก และอาจเสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อตามมา และอาจลุกลามไปจนเกิดภาวะของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือบางรายถ้าต่อมลูกหมากขยายตัวมากๆ จนน้ำปัสสาวะไหลออกมาไม่ได้ สุดท้ายน้ำปัสสาวะก็จะไหลกลับไปยังไต จนทำให้เกิดภาวะปัสสาวะคั่งเรื้อรังและไตวายได้ในที่สุด ส่วนปัญหาอีกประการหนึ่งที่เกิดกับเจ้าต่อมลูกหมากได้ไม่แพ้กันก็คือ มะเร็งต่อมลูกหมาก โดยจัดเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้ชาย และมีอัตราการเสียชีวิตมากเป็นอันดับสองรองจากมะเร็งปอด โดยมะเร็งชนิดนี้มักจะเกิดในผู้ชายที่อายุ 65 ปีขึ้นไป โดยมีอัตราการเกิดมะเร็งสูงถึง 1 ใน 11 คน อาการในระยะต้นจะคล้ายกับภาวะต่อมลูกหมากโต ซึ่งจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายปัสสาวะ และอาจมีอาการปวดแสบปวดร้อนขณะถ่ายปัสสาวะร่วมด้วย และบางครั้งอาจพบเลือดปนมากับปัสสาวะ มีอาการปวดตื้อเรื้อรังที่หลัง อุ้งเชิงกราน และต้นขา หรือบางคนไม่มีอาการเกี่ยวกับระบบปัสสาวะ แต่อาจไปมีอาการในอวัยวะที่มะเร็งลุกลามออกไป เช่น ปวดกระดูก

ผลการศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับมะเร็งชนิดนี้ก็คือ อาหารที่อุดมไปด้วยไขมัน จะเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งชนิดนี้ ซึ่งในอดีต ชาวเอเชีย ไม่ค่อยจะเป็นโรคนี้กัน แต่สถานการณ์ในปัจจุบัน ที่ค่านิยมการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง ตามอย่างประเทศทางตะวันตก ได้เป็นที่นิยมมากขึ้น เช่นเดียวกับอุบัติการที่เกิดกับมะเร็งชนิดอื่นๆ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ดังนั้นคุณผู้ชายทั้งหลายจึงควรตระหนักถึงภัยที่อาจจะเกิดกับต่อมลูกหมากของคุณได้ โดยสถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติ (National Cancer Institute) ได้แนะนำให้ผู้ชายที่อายุเกิน 40 ปีขึ้นไปทุกคน จะต้องเข้ารับการตรวจต่อมลูกหมาก ปีละ 1 ครั้ง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถตรวจต่อมลูกหมากของคุณอย่างละเอียด มีตั้งแต่การคลำต่อมลูกหมากทางทวารหนัก เพื่อตรวจก้อนหรือขนาดของต่อมลูกหมาก หรือแม้แต่การตรวจทางห้องทดลองเพื่อหา Prostatic Specific Antigen (PSA) ก็จะสามารถค้นพบโรคได้รวดเร็ว ในระยะเริ่มต้น การรักษาแต่ระยะเริ่มต้นจะเป็นการป้องกันการลุกลามของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้การมีโภชนาการที่ดีก็จะช่วยยับยั้งการเกิดปัญหาต่างๆของต่อมลูกหมากได้ ซึ่งจากการศึกษาที่ชี้ว่า อาหารที่อุดมไปด้วยไขมันสูง จะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ โดยเฉพาะผักสีเขียว เช่น บร็อกโคลี ดอกกะหล่ำ แครอท มะเขือเทศ ผลไม้ ถั่วชนิดต่าง ๆ เมล็ดธัญพืช วีท ข้าวโอ้ต ข้าวกล้อง และงด ชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นั้นจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ นอกจากนี้การรับประทานน้ำมันเมล็ดฟักทอง
(Pumpkin Seed Oil) วันละ 1,000-2,000 mg.ก็เป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจากเมล็ดฟักทองจะให้ธาตุ สังกะสี (Zn) ในปริมาณสูง และกรดไขมันจำเป็นชนิดโอเมกา 6 (Essential Fatty Acid Omega-6) ซึ่งจะช่วยลดพยาธิสภาพที่เกิดกับต่อมลูกหมากได้ หรืออาจจะเลือกทานสังกะสี วันละ 50-100 mg. เนื่องจากมีรายงานว่า การขาดธาตุสังกะสี จะมีความสัมพันธ์กับภาวะต่อมลูกหมากโต การให้ธาตุสังกะสีเสริม อาจช่วยป้องกันและทำให้ต่อมลูกหมากมีขนาดเล็กลง รวมทั้งการใช้สารต้านอนุมูลอิสระชนิดต่างๆ (Antioxidant) เช่น Lycopene , Betacarotene, Coenzyme Q10 , Selenium และวิตามินชนิดต่างๆ ที่ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เป็นตัวการทำให้เกิดการพัฒนาของเซลล์จนกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด

น้ำมันเมล็ดฟักทองสกัดเย็น 100%
www.alodiathailand.com 
alodiathailand@gmail.com หรือ 02 6916232




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด