วิชาการดอทคอม ptt logo

พลิกฟ้าฝ่ามิติ ( มนุษย์ต่างดาวผาแต้ม ภาค 2 )The sun is not the sun

ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ เป็นเพียงดาวเสมือน ใครคือผู้สร้างโลก ?? การพิสูจน์ธรรมชาติ ของฅนค้นผี จึงเริ่มขึ้น..!.! ข้อค้นพบที่ท้าทาย นาซ่า..และ นักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก !! เกินขีดจำกัดที่มนุษย์ จะยอมรับได้.. ว่า นี่คือ ความจริง !!
ผู้เขียน: ยรรยง สินธุ์งาม ชมแล้ว: 663,371 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 18 February 2011, 5:18 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 7 April 2014, 4:59 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
สารบัญ
1-20 | 21-40 | 41-60 | 61-71


หน้าที่ 16 - เปิดโปง ดวงตะวัน !! ศูนย์กลางระบบสุริยะ หรือ จะเป็น เพียง ดาวเสมือน !! 2 Sun is not sun 2

เล่าโดย ยรรยง สินธุ์งาม
 

 เปิดโปง ดวงตะวัน !! ศูนย์กลางระบบสุริยะ หรือ จะเป็น เพียง

ดาวเสมือน !! 2   Sun is not sun  2


        ในหน้า ที่ผ่านมา อาจทำให้หลายท่าน กังขา และ อาจจะสับสน ระหว่าง การเล่าความเท็จ ประกอบภาพถ่าย ของผม  หรือ  เป็น ความจริง ที่อำพรางมนุษย์โลก มาจนถึงทุกวันนี้ และเพิ่ง มาได้ยิน มนุษย์บ้าๆ ที่กล้าไปส่องฟ้า ท้าแสงตะวัน จนเป็นเหตุ ให้เกิดความสงสัยว่า ความรู้ !! ที่เราได้รับมา อาจจะไม่ตรงกับความจริง !! ซะแล้ว 

ผมก็ขอยกคำกล่าว ที่ผมชอบนำมากล่าว ที่ว่า " บางครั้ง ตำนาน ก็เป็นเรื่อง จริง !! "

ในทางวิทยาศาสตร์ แม้เพียง 1 ตัวอย่าง ก็เกินพอ ที่จะบอกว่า มีปรากฎการณ์นั้น เฉกเช่น ปรากฎการณ์สึนามิ  !! 
คลื่นยักษ์ ในตำนาน  เกิดเพียงครั้งเดียว ในรอบหลายร้อยปี ก็เกินพอแล้ว  ... 

สำหรับ ดวงอาทิตย์  ผมก็ยังไม่ปักใจเชื่อ  จึงเฝ้าสังเกต เรื่อยมา 

มาดูภาพถ่าย ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2554 เวลาประมาณ 10 โมงครึ่ง ที่อุบลราชธานี

 1

 2

 3

 4
ภาพ 1 - 4 จะเห็นว่า ท้องฟ้า ถูกปกคลุมไปด้วยก้อนเมฆ แต่ ก้อนเมฆ ไม่ปกคลุม ดวงอาทิตย์
ถ้าเมฆ หนา ฟ้าต้อง มืดครึ้ม เพราะเมฆ ต้องบังแสง 
แต่ ฉากนี้ ผู้ขับยานสุริยะ คงต้องการให้บันทึกภาพได้ ในลักษณะเช่นนี้ ผมใช้หน้ากากกรองแสง ช่างเชื่อม มาเป็นฟิลเตอร์ กรองแสง ในครั้งนี้

ขอนำภาพ เมื่อ 17 มีนาคม 2554  เวลา 15.30 น.โดยประมาณ ที่ อุบลราชธานี  ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติ หากท้องฟ้ามีเมฆ ดวงอาทิตย์ ต้องถูกบดบัง หรือ ดวงอาทิตย์ ต้องอยู่หลังม่านเมฆ เท่านั้น
 1

 2

 3

 4

4 ภาพ ของวันที่ 17 มีนาคม  นำมาให้ดู เพื่อเปรียบเทียบกับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 

เห็นมั๊ยครับ ธรรมชาติ ไม่เป็นปกติวิสัย !!

ลองดูแผนภาพประกอบ ที่ผมเขียนไว้ เมื่อ 31 ธันวาคม 2553  จะเห็นภาพตามคำอธิบายชัดขึ้น
....ดวงอาทิตย์ต้องอยู่หลังเมฆ เท่านั้น  หากดวงอาทิตย์ ลอยอยู่นอกบรรยากาศโลก....!!
  

      ก็ไม่ทราบว่า ผู้ควบคุมยานสุริยะ เผลอ ไป ด้วยไม่คิดว่า จะมีมนุษย์คนไหน กล้าไปสังเกต ดวงอาทิตย์  จึงได้เกิดเหตุการณ์ ดังภาพที่บันทึกได้  หรือ อีกประการหนึ่ง เป็นเหตุการณ์ปกติเช่นนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร หากแต่ ไม่มีใครสังเกตเห็น...  

ภาพชุดนี้ บันทึกเมื่อ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 9 โมงครึ่ง  ที่ อำเภอพิบูลมังสาหาร  อุบลราชธานี
 1

 2

 3

 4

 5
วันนี้มีเมฆมาก ดวงอาทิตย์ ก็แหวกว่าย ผ่านไปท่ามกลางหมู่เมฆ  โดยที่เมฆ ไม่ได้บดบังดวงอาทิตย์เลย  

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวบ่งชี้ ที่บอกว่า ดวงอาทิตย์ ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศโลก  หาใช่ ดาวยักษ์ สีแดง ที่เป็นศูนย์กลางของระบบ อย่างที่ได้รับรู้กันมา ....

          ...มันอะไรกันนี่ !!...  
  
มาดูภาพในเวลาเย็น ของวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554  เวลา 18.06 น. 2 ภาพนี้ ที่ อำเภอเมือง  จังหวัดอุบลราชธานี แสดงให้เห็นว่า มีเมฆ อยู่หลังดวงอาทิตย์ อย่างชัดเจน !!

 1

 2
หากดวงอาทิตย์ อยู่นอกบรรยากาศโลก ต้องอยู่หลังก้อนเมฆ ครับ !!


เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2554 เวลา 17.57 - 17.59 น. 4 ภาพ จาก อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี จะตอกย้ำข้อมูล  ว่า ดวงอาทิตย์ ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศโลก จริง
 
 1

 2

 3

 4

จาก 4 ภาพ ของวันที่ 2 มีนาคม เราจะเห็น ดวงตะวันอยู่กลางก้อนเมฆ แล้วค่อยๆ ทะลุเมฆลงมา  ....ชัด ชัด


หลายท่านอาจจะรู้สึกอึดอัด กับสิ่งที่ผมเล่าขาน  ไม่ว่าเรื่อง กล้องถ่ายวิญญาณ ภาพวิญญาณ ภาพพญานาค จารึกผาแต้ม ภาพมนุษย์ต่างดาว ภาพยานแม่UFOขนาดยักษ์ล่องหน ภาพเทพเจ้าไอยคุปต์ ...  
และ มาวันนี้ ดวงอาทิตย์ ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศโลก !!   


...นี่ !! เป็นเพียง การเริ่มต้น เท่านั้น  ครับ ยังมีอีก !! ...

ภาพดวงอาทิตย์ ที่ เวียงจันทร์ ประเทศ สปป.ลาว เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2554 เวลา 18.03 น. 
ภาพนี้ จะแสดงให้เห็นว่า ดวงอาทิตย์อยู่ในก้อนเมฆ อย่างปฏิเสธไม่ได้ 

เดินทางข้ามประเทศด้วยอยากรู้ว่า ดวงอาทิตย์ที่ต่างประเทศ มันจะใช่ดวงเดียวกันหรือ เปล่า ทุนไม่มาก ก็ขอไปแค่ใกล้ๆก่อน เกือบจะผิดหวัง ฝนตกตลอดทั้งวัน ฟ้าปิดสนิท มาโชคดีในช่วงเย็น หรือ ไม่ก็ ผู้ควบคุมยานสุริยะ  เห็นใจ
จึงเปิดช่องให้บันทึกภาพ และ ก็แปลก ที่ท้องฟ้าเปิดช่อง เฉพาะบริเวณ ที่มีดวงอาทิตย์ ...
สำหรับผม บอกได้เลยว่า ....ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ !!   

และได้ภาพที่เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ ที่ยากจะโต้เถียง...

ด้วยความหนาของปุยเมฆ ที่โค้งแนบผิว ทำให้เห็นผิวความโค้งของดวงอาทิตย์  .....


ภาพดวงอาทิตย์ บันทึกภาพที่ ประเทศลาว นครหลวงเวียงจันทร์ 30 มีนาคม 2554 18.03 น.

สองภาพข้างล่าง จะขยายให้ประจักษ์ต่อสายตาของทุกท่าน..!!



ลูกศรสีเขียวชี้ ส่วนที่เริ่มผิวโค้ง ของดวงอาทิตย์  เส้นสีขาวแสดงขอบเขตของปุยเมฆ
(ขอขอบคุณ โรงแรมอินแปง เวียงจันทร์ สปป.ลาว ที่อำนวยความสะดวกเรื่องที่พัก และ เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมยานสุริยะ ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล) 


  นี่เป็นข้อมูล นักวิทยาศาสตร์พื้นเมือง อย่างผม !!  ซึ่งแตกต่างและขัดแย้ง กับข้อมูล ของ   นาซ่า หรือ นักวิทยาศาสตร์ จากทั่วโลก !! ....

      ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากผิวโลก ไม่เกิน 15 กิโลเมตร ในชั้นบรรยากาศโทรโพสเฟียร์  !!

 นี่เป็นข้อสรุปของผม และ ต่อไปมันจะเป็น ข้อสรุปของจักรวาล...เรา 

 
  ....และนี่คือ สาเหตุของโลกร้อน ที่แท้จริง  ครับกะผม


        คุณลองสังเกต ตามที่ผมเล่า  แม้ ดวงจันทร์ เอง ก็เป็นเช่นเดียวกัน 


สำหรับสิ่งที่ผมพบ มันบ่งชี้ว่า  ไม่มีดวงจันทร์  !!  ดวงจริงๆ   

แล้ว ดวงอาทิตย์  ดวงจันทร์  ที่เห็นอยู่ นี่ล่ะ !!  มันคืออะไร  
สำหรับผม  ฅนค้นผี..มีคำตอบเสมอ...

ไม่เช่นนั้น ไม่กล้า นำมาเล่า !!  ติดตามกันต่อไป ครับ  


แล้วอย่าลืม ถ่ายภาพมาร่วมพิสูจน์ ความจริง  นะครับ 

ยังมีต่อ...

ขอขอบคุณ โรงแรมอินแปง เวียงจันทร์ สปป.ลาว ที่อำนวยความสะดวกเรื่องที่พัก
เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมยานสุริยะ ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล ทุกข้อมูล  วิชาการ.คอม  ผู้อ่านทุกท่าน  และ ทุกความคิดเห็น  ครับ

 
เล่า ไปตามที่เห็น โดย

ยรรยง สินธุ์งาม  ฅนค้นผี  yanyong007@gmail.com




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด

จำนวน 45 ความเห็น, หน้า | 1 | 2 | 3 |
ความเห็น 26 20 พ.ค. 2554 (11:09)
น่าเสียดาย นะครับ หากคุณ azygous ได้ภาพดังกล่าวมา จะเป็นอีกหนึ่งข้อมูล ที่จะทำให้การค้นคว้า ข้อความรู้ทางธรรมชาติ เกิดความตรงไปตรงมา คงต้องฝากความหวังไว้กับ คุณazygous นะครับ ผู้ที่บินบ่อย
กราบฝากรวมไปถึง ท่านผู้อ่านทุกท่านนะครับ หากได้ภาพ จากบนฟ้า ส่งมาร่วมแชร์ความรู้ กันบ้างนะครับ

มีความเห็นสอดคล้อง เช่นกันครับ ในเรื่อง การขาดความละเอียด ของจิตใจ จึงทำให้มองข้าม ภูมิปัญญาที่สูงส่ง ซึ่งอยู่รอบตัวเรา ผมเคยคิดเล่นๆ หากเราเปิดมิติการเชื่อมต่อ กับผู้อยู่ต่างมิติได้ อย่างตรงไปตรงมา ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ต่างๆ คงไม่เกิดขึ้น ไม่ว่า น้ำท่วม ฝนแล้ง แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม ซึนามิ พายุ ภูเขาไฟระเบิด และ อะไรต่อมิอะไร ที่เรามองว่า เกิดจากธรรมชาติ ...

แต่ มนุษย์ มักมีจิตใจ ที่ครอบงำ ด้วย ความโลภ โกรธ หลง และ ความอยาก ที่เกินระดับ ในการที่จะคบหาสมาคมด้วย มิติดังกล่าว จึงต้องปิดตัวและออกห่าง เราไปเรื่อยๆ อย่างที่ นักวิทยาศาสตร์ มองเห็น ดวงอาทิตย์ อยู่ห่าง 93 ล้านไมล์ แต่ตามข้อมูลที่นำเสนอมา เขากลับอยู่ ใกล้ๆเรานี่เอง

มีตัวอย่าง ในประวัติศาสตร์ สมัย สามก๊ก มีผู้ที่ติดต่อกับผู้อยู่ต่างมิติได้ และ สามารถใช้ประโยชน์จากการสื่อสารนั้น ได้อย่างอัศจรรย์ ท่านผู้นั้น คือ จูกัดเหลียง หรือ ขงเบ้ง ผู้สามารถเรียก ลม เรียก ฝน จนทำให้ได้ชัยต่อกองทัพฝ่ายตรงข้าม ได้หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งก็น่าจะเกิดจาก ท่านขงเบ้ง มีความสามารถทางจิต ที่ละเอียด จนถึงขั้น สื่อสาร กับใครบางคน ที่อยู่ต่างมิติได้..... ที่กล่าวมา ก็เป็นเพียง การโยงภาพ ในอดีต นะครับ เพื่อให้เกิดแง่คิด หรือมุมมอง ในส่วนอื่นๆ ....

ขอบคุณ คุณazygous เป็นอย่างสูง อีกครั้ง ขอรับ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 84 ดวง

ความเห็น 27 2 มิ.ย. 2554 (21:08)
ขอเริ่มติดตามผลงานของท่านแล้วล่ะ และขอเป็นกำลังใจสำหรับการค้นคว้าในการค้นผีนำมาเสนอให้ผู้สงสัยหลายๆ ท่านทราบ การที่จะได้ภาพชาวทิพย์แต่ละภาพนั้นอาจจะยากอยู่ แต่ชาวทิพย์เขาไม่อยากให้ชาวโลกพบเห็นลักษณะกายหยาบมากนัก เพราะความสงสัยของผู้คนที่มองด้วยตาเนื้อธรรมดาก็ยากที่จะเห็น เหมือนกับเราที่ไม่อยากพูดคุยกับคนที่ชอบโต้แย้งแบบไม่มีเหตุมีผลยืนกระต่ายขาเดียวนั้นแหละ แต่ผมก๊ยืนยันเชื่อในเรื่องที่ท่านค้นผีอยู่และไม่สงสัยเอาเสียด้วยเพราะว่ามันมีอยู่จริง บางทีท่านที่มองเห็นด้วยตาในอาจบอกว่าชาวทิพย์หรือวิญญาณในโลกเรานี้มันมีอยู่ทุกหนทุกแห่งบ้างก็ว่าเดินสวนกันไปมากับมนุษย์คนเรานี้แหละ แต่คนส่วนมากมองไม่เห็น บางท่านฟังแล้วก็หาว่าผู้พูดบ้าไปแล้ว เท่าที่สัมผัสและรู้สึก ผมเข้าใจว่าชาวทิพย์หรือกายทิพย์หรือภาษาชาวบ้านเรียกรวมกันว่า "ผี" ก็อยู่รอบๆ ตัวเราไปไปมามาครับ บางพวกก็อยู่ช่วยเหลือคุ้มครองเกี่ยวพันกันและยังแยกกันไม่ออกและอยู่คู่โลกมานานแล้ว...ขอบคุณสำหรับบทความดีๆและขอให้นำเสนอเรื่องที่ลึกลับใกล้ๆ ตัว ต่อไปนะครับ..............เลยแวะมาคุยครับ จะส่งภาพชาวทิพย์ป่าภูพานมาเพิ่มเติมครับ
nakajuk
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 28 3 มิ.ย. 2554 (09:44)
ขอบคุณครับคุณนาคะจักร ที่ส่งภาพข้อมูล ดวงวิญญาณ ที่ป่าภูพาน มาให้วิเคราะห์ หรือ ที่ท่านเรียกว่า ชาวทิพย์

ซึ่งผมได้วิเคราะห์ในเบื้องต้นแล้ว พบว่า ดวงทิพย์ ทั้งหลายที่คุณบันทึกได้ มีทั้ง มนุษย์ต่างดาว และ ผู้ที่อยู่ มิติวิญญาณ โดยแท้ แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ คุณบันทึกได้ ซึ่งจะแตกต่างจาก ภาพที่ผมเคยเห็น ก็คือ

ภาพที่คุณบันทึกได้ เหมือนอยู่ในที่ๆ ซึ่งถูกกักขัง ด้วย กระจกใส หรืออะไรซักอย่าง ซึ่งอาจจะเป็น กำแพงมิติ อีกลักษณะหนึ่ง ซึ่งผมคงต้องรอรวบรวมข้อมูล อีกซักระยะ เพื่อนำไปสู่การอธิบายความ ในประเด็นที่ผมได้เกริ่นนำ

และขอขอบคุณ คุณโอม ที่ส่งข้อมูล ถ้ำเพียงตา จากหนองคาย ซึ่งในจุดที่ คุณโอมไปผจญภัยมานั้น ทำให้ผมได้รับข้อมูล ของ ชาวดิน ซึ่งเป็น มนุษย์ต่างดาว ซึ่งอาศัย อยู่ในดิน และจะมีรูปร่าง เหมือนกับข้อมูล ชาวฝรั่งที่บันทึก และนำเสนอไว้ คือ ลักษณะ ตาโต ผิวสีน้ำตาล เอาไว้ผมวิเคราะห์เสร็จ จะนำเสนอให้ท่านได้รับชม

ขอบคุณทุกความคิดเห็น และอย่าเชื่อในสิ่งที่ผมนำเสนอ จงมาร่วมพิสูจน์ ด้วยตัวท่านเอง

ขอกราบเรียนทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ เรื่องการ ให้เหตุผลเกี่ยวกับหลักทางวิชาการต่างๆ ผมจะหลีกเลี่ยงนะครับ ลงมือหาความจริง เป็นสิ่งที่ต้องทำ และจำเป็นยิ่ง ด้วยข้อจำกัดของเวลา ภาระกิจ และ ไม่รู้ว่า เวลาแห่งชีวิต จะหยุดลงเมื่อไหร่ จึงขอเลือกที่จะ ลงมือทำ มากกว่า การแสดงเหตุผล ทางวาทะ นะตรับ

ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณทุกข้อมูล ทั้งผู้อยู่ต่างมิติ และ สื่อกลาง ที่น่าเคารพ คือ วิชาการ.คอม ครับ


ขอบคุณอีกครั้ง ครับผม
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 84 ดวง

ความเห็น 29 3 มิ.ย. 2554 (14:16)
ขอบรรยายภาพเพิ่มเติมที่ส่งไปให้ท่านพิจารณาก่อนหน้านี้ สถานที่ถ่ายภาพเป็นหน้าถ้ำยางแดง (รอบถ้ำจะมีต้นยางแดงอยู่จำนวนมากจึงเรียกชื่อตามอาณาเขตนั้น) อยู่ห่างจากถนนสายกาฬสินธุ์-สกลนคร เขตรอยต่อสูงสุดบน ภูพานต้องเดินอีกหลายกิโล ในถ้ำมีน้ำไหลออกมาตลอดปี ผมเคยส่องไฟฉายเข้าไปในปล่องถ้ำซึ่งหลอดไฟขาดทันทีแต่ไม่ได้สังเกตุขาดแบบไหน อาจมีพลังงานบางอย่างที่อยู่ในถ้ำที่ทำให้หลอดไฟขาดซึ่งผมก็สัมผัสตั้งแต่ย่างเข้าไปในเขตนั้นแล้ว ต่อมาได้สนทนากับหลวงพี่ที่พักอยู่ถ้ำบอกว่าเขตนี้ เป็นเมืองของชาวทิพย์นาคราช เคยมาปรากฏให้เห็นจะจะมาแล้ว เป็นงูสีดำที่ไม่เคยที่ใดในโลก ก็ไม่อยากจะเล่าเรื่องเหนือการพิสูจน์อื่นมากนักนะครับ จะพยายามหาภาพที่คนไม่อยากจะเชื่อส่งให้ท่านอีกครั้งหนึง วันนี้มีภาพมาให้วิเคราะห์สถานที่เดิมและนำเสนออีกครั้งครับ ขอย้ำว่าภาพที่ส่งมานี้เป็นเวลากลางวัน แจ้งๆ ครับผม วิเคราะห์แล้วนำเสนอต่อไปด้วยครับผม...
nakajuk
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 30 6 มิ.ย. 2554 (22:16) คุณ Siani_3D ช่วยแจ้งลบความเห็นนี้แล้ว ขอบคุณค่ะ
.....คุณยรรยง เรื่องหลอดไฟฉายขาด ผมคิดว่าผมคิดว่าผมจะเจอประสบการณ์แบบนี้คนเดียว ในความเห็นที่ ๑๙ ..แต่เพื่อนสมาชิกในความเห็นที่ ๒๙ ก็มีประสบการณ์เดียวกับผม ผมยังเชื่อว่าพลังงานบางอย่างทำให้เป็นเช่นนั้น....ช่วงนี้พักผ่อนมากขึ้นหรือยังครับ..

azygous
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 31 8 มิ.ย. 2554 (10:16)
ครั้งหนึ่ง ราวๆปี 35 ที่ไปถ้ำพญานาค ริมน้ำโขง ผมส่องไฟฉายลงไป ในช่องทางลง ที่น่าจะเป็นเส้นทางที่เหมาะ สำหรับรูปร่าง ลักษณะเลื้อยคลาน หลอดไฟขาด ทันที ผมก็ยิ้มนิดๆ เพราะเตรียมหลอดไฟสำรอง มาด้วย คงได้ใช้คราวนี้แหละ ก็จัดแจงเปลี่ยน หลอดใหม่ และ เปิดไฟฉายส่อง อีกครั้ง ... ก็ ขาด อีก ก็เปลี่ยนอีก ...หลอดที่ สาม ... เปิดปุ๊บ สว่างจ้า ... เอาล่ะ ใช้ได้ซะที พอส่องลงไปถ้ำ ... อ้าว ขาดอีก แล้ว ก็นึกในใจ ว่า คงจะเป็นการเสื่อมสภาพของหลอดไฟ จากการผลิต....

จนได้ฟังเรื่องเล่า จากประสบการณ์ คุณอาซีกุส ซึ่งถึงขนาด แตกละเอียด และ มาได้ยินอีก จากคุณนาคะจักร ....ก็แสดงว่า มีพลังบางอย่าง ทำให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว แน่นอน ครับ

และ จากจุดนี้ จะนำไปสู่ การประดิษฐ์อุปกรณ์ ตรวจวัดพลังดังกล่าว อย่างง่ายๆ ก็คือ หัวเทียนไฟฉาย วัดค่าพลังงาน จากต่างมิติ .....

ขอบคุณอีกครั้ง ครับ ทุกๆท่าน
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 84 ดวง

ความเห็น 32 17 มิ.ย. 2554 (22:20)
...วันนี้เพื่อนที่ทำงานเขาเอาคลิบเด็กนักเรียนถูกผีเข้าที่โรงเรียนแถวภาคใต้..มาให้ดู เป็นช่วงที่ทางโรงเรียนทำพิธีไหว้ครู..แล้วเด็กก็มีอาการผีเข้าหลายคน พูดจาในทำนองว่าทำพิธีไม่ถูกต้องมี่การอัญเชิญชุมนุมเทวดา..ในลักษณะนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร หรือกำแพงมิติถูกทำลายลงในบางช่วงทำให้ดวงจิต ต่างๆเข้ามาได้ แต่มีข้อน่าสังเกตว่าผีที่มาเข้าทำไมพูดภาษาใต้ หรือว่าเป็นผีก็แบ่งแยกพูดภาษาตามภูมิภาค..ขอความเห็นในเรื่องนี้ครับ...
...............ขอบคุณมากและเป็นกำลังใจในการค้นคว้าครับ
azygous
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 33 20 มิ.ย. 2554 (10:43)
สวัสดีครับ คุณazygous และท่านผู้อ่านที่ให้ความสนใจทุกท่าน

ในความคิดเห็นส่วนตัว นะครับ กับเรื่องที่ คุณazygous สอบถาม มิติวิญญาณ กับ มิติโลก สามารถสื่อสารกันได้ เมื่อมีการจัดเตรียม พูดคุย หรือ ใช้วิธีการใดๆ ที่เหมาะสม ตามข้อตกลงเบื้องต้น ก็จะสามารถสื่อสารกันได้ ในกรณี มีการอัญเชิญ ผู้ที่ได้รับสารเชิญ ก็จะมาตามที่เชิญ ซึ่ง อาจจะเป็นการมอบหมายให้ บริวารมาแทน หรือ ให้ผู้ที่มีลำดับรองกว่า หรือ เสมอกัน มาแทน หรือ เทพผู้ใหญ่ จะลงมาเอง ก็เป็นไปได้ ทุกกรณี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ความสำคัญ ของเหตุการณ์ และ ขึ้นอยู่กับว่า ใครเป็นผู้เชิญ รวมทั้ง ขึ้นกับความสัมพันธ์ อันดี ระหว่าง มนุษย์ ผู้นั้น กลุ่มนั้น กับ มิติวิญญาณ

ผมกำลังจะบอกท่านว่า การสัมผัสวิญญาณ ในพิธีกรรมต่างๆ ไม่ใช่ความบังเอิญ หากแต่มีการวางแผนล่วงหน้า แล้ว ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จากมิติวิญญาณ เพราะนั่น จะเป็นการสื่อสาร กับ มิติมนุษย์โลก โดยที่มิติวิญญาณ ได้เล็งเห็นผลแล้ว ว่า การสื่อสารดังกล่าว จะมีผลอย่างไร และ ต้องการสื่อไปถึงใครบ้าง

เปรียบเหมือน เราโยนก้อนหินลงไปในสระน้ำ ที่กว้างใหญ่ คลื่นน้ำ ก็จะขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึง ฝั่ง เรื่องที่มิติวิญญาณ ต้องการสื่อสาร ก็มีความหมายในทำนองนี้ เพราะ เขารู้ว่า ทุกวันนี้ มนุษย์โลก เชื่อในสื่อ ยิ่งได้ ภาพถ่าย ภาพวีดีโอ นำไปออกทีวี ในรายการข่าว ที่คนชื่นชอบ มีพิธีกร แม่เหล็ก ซึ่งดูดความสนใจของผู้ชมได้เป็นจำนวนมาก ยิ่งส่งผลให้ การสื่อสารครั้งนั้นแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และมีความสำคัญมากขึ้น

นอกจากนี้ อีกหนึ่งช่องทางที่กำลังครอบโลก ก็คือ การสื่อสารทาง world wide web ซึ่งสามารถเข้ารับชม ได้ไม่จำกัด เวลา สถานที่

การคิดและวางแผน ไม่ได้มีเฉพาะใน มิติทางโลก เท่านั้น ในมิติวิญญาณ ก็ใช้การวางแผน เช่นเดียวกัน ครับ

ฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในพิธีไหว้ครู หากเป็นการสัมผัสทางวิญญาณ โดยแท้จริง ก็คงไปดูว่า เจตนาของการสื่อสารครั้งนั้น เขาต้องการอะไร ?

สิ่งที่ผมรับรู้ จากการบอกเล่า ของคุณ azygous ก็คือ

1...เขาต้องการความถูกต้อง ของระบบ พิธีการ ในการสื่อสาร เพื่อเชื่อมมิติในครั้งนี้ ซึ่งทำให้รับรู้ได้ว่า ดวงจิตเทพประธาน ที่มาร่วมงานครั้งนี้ เป็นผู้ชอบความมีระเบียบ มีระบบ ....ถ้าให้ เดา นะ ครับ ...ท่านต้องมีความเกี่ยวข้อง กับสถานศึกษาแห่งนั้น มาก่อน ....อาจเคย เป็นผู้สร้าง เป็นครู เป็นคณะกรรมการ หรือ อะไรทำนองนี้

2...เขาต้องการให้ คนรุ่นปัจจุบัน เกิดความตระหนัก ในเรื่องของ ขนบประเพณี การให้ความเคารพ การให้เกียรติผู้อื่น แม้ว่า สายตา ของเราจะมองไม่เห็น ...แต่การ กล่าวอัญเชิญ ...เป็นเจตนา ที่เกิดแต่ ผู้เชิญ ...เมื่อจะทำ ก็ต้องหาข้อมูล ในเรื่องดังกล่าว ให้มาก ...โดยเฉพาะ ในพิธีไหว้ครู ซึ่ง...เป็นพิธีที่สำคัญ

3...เขาเหล่านั้นต้องการ สร้างความตระหนัก ในเรื่องที่ว่า มิติวิญญาณ มีอยู่จริง และ สามารถกระทำ และ ส่งผลต่อมนุษย์โลก ได้อย่างง่ายดาย หาก มนุษย์ ไม่มีพลังจิต ที่เกิดจาก การกระทำอันเป็นกุศล อยู่เนืองๆ คอยเป็นเกราะคุ้มกัน

ส่วนเรื่อง ภาษาที่ใช้ ....ก็อย่างที่กล่าวมา ...มิติวิญญาณ ได้วางแผนไว้แล้ว ว่า จะสื่อสาร กับใคร ด้วยวิธีการอย่างไร พวกเขาจึงได้เลือก วิธีการ และ ภาษา ดังกล่าวในการสื่อสาร .....ซึ่ง ก็จะไปสอดคล้องกับ ข้อที่ 1 ทำให้เกิดทิศทางในการเดาได้ว่า กลุ่มดวงจิต ที่มาร่วมงาน เป็นใคร มาจากไหน

ในเรื่องของกำแพงมิติ ไม่ได้ถูกทำลายลงแต่อย่างใดครับ แต่เป็น เจตนา ของดวงจิต จากมิติวิญญาณ ที่ต้องการสื่อสาร กับ มนุษย์โลก กลุ่มนั้น (คือผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันแห่งนั้น ทั้ง ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้บริหาร ชุมชน ศิษย์เก่า รวมไปถึง ผู้ที่ให้ความสนใจ) โดยตรง

ครับผม พอจะคลายความสงสัยลงได้บ้างนะครับ อาจจะไม่ถูกต้อง ร้อยเปอร์เซนต์ หากมีอะไรที่คลาดเคลื่อน เกินกว่าจะยอมรับได้ มิติทางวิญญาณ เขาจะมาสัมผัสกับผมเอง แล้ว ผมจะ นำมากล่าว แก้ไข ให้ทุกท่านได้รับทราบ โดยพลัน ครับ

ขอบพระคุณมากครับ ที่ให้เกียรติสนทนา สอบถาม ในเรื่องดังกล่าว


....ฅน ค้น ผี....
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 84 ดวง

ความเห็น 34 21 มิ.ย. 2554 (08:08)
..ต้องขอขอบคุณมากในการให้คำอธิบายในเรื่องดังกล่าว.. คุณยรรยง เป็นไปได้มั๊ยครับว่าแท้จริงแล้วเมื่อกายหยาบของเราแตกดับแล้ววิญญาณ ของเราก็ออกไปสู่มิติอีกมิติหนึ่ง ซึ่งอาจซ้อนอยู่กับโลกของเรา และในมิตินั้นเรายังสามารถรับรู้การกระทำต่างๆได้หรือไม่
..ผมมีเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง ที่ทำงานผมมีการสับเปลี่ยนที่ทำงานคือมีการสลับพื้นที่เพื่อรวมรวมหน่วยงานที่แยกกันเพื่อนรวมเป็นที่เดียวกัน ก็มีการวางระบบกั้นห้องใหม่ช่างที่ทำงานเขาก็ทำงานช่วงกลางคืนแล้วก็นอนที่ตึก ก็ได้คุยกันเขาก็ถามว่าที่นี่มีเด็กหนุ่มผมยาวๆตายใช่มั๊ย เขาก็อธิบายว่าตอนกลางคืนตอนที่เขานอนหลับเขาจะเห็นเด็กหนุ่มคนนี้เดินไปเดินมา แล้วเขาก็บอกว่ายังมีอีกคนเป็นผู้สูงอายุ ซึ่งเขาบอกว่าคนนี้เป็นเจ้าที่ ผมก็ถามว่าแล้วรู้ได้อย่างไร เขาบอกว่าดูจากการใส่เสื้อผ้า...พูดถึงเด็กหนุ่มคนนี้คือช่างแอร์ลงไปล้างแอร์แล้วถูกไฟฟ้าดูดตาย ร่วม ๕ ปี มาแล้ว ทำไมเขาจึงยังวนเวียนอยู่ที่นี่..ทำไมเขาจึงไม่ไปสู่มิติที่เขาควรอยู่..
....ทีนี้พอสำนักของผมที่สลับตึกกันพอมาที่ตึกใหม่ที่จริงก็เป็นของอีกสำนักที่สลับตึกกัน จัดของลากโต๊ะพอจัดเข้าห้องเรียบร้อยช่างที่มาเดินระบบไฟและสายแลนซึ่งคนละคนกับคนที่ฝันเห็น รายนี้ลักษณะเหมือนมีองค์ ก็มาดูดวงอะไรทำนองนี้ ซึ่งเรื่องบางอย่างที่ไม่มีใครรู้เขาก็รู้เกี่ยวกับตัวบุคคลที่เขาดู และเขาก็บอกว่าในห้องนี้มีวิญญาณผู้หญิงสองคนผมฟังก็เฉยๆ แล้ววันหนึ่งผมเอากระเป๋าเครื่องกีฬามาเก็บพอเปิดห้องเปิดไปหางตาผมเห็นผู้หญิงสองคนแว๊บนึงซึ่งไม่ใช่งานสะท้อนของกระจก ปกติที่ห้องเดิมผมนั่งทำงานมืดๆค่ำๆผมไม่เคยขนลุกเหมือนห้องนี้..โดยปกติผมเป็นคนที่ไม่กลัวเรื่องพวกนี้........หรือว่าพลังงานของเขาแรงมากขนาดข้ามมิติมา ในทำนองเครื่องส่งแรงเลยข้ามช่องความถี่.....เลยมาเล่าให้ฟังครับ
azygous
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 35 22 มิ.ย. 2554 (00:10)
ต่อข้อคำถามที่ คุณ azygous กล่าวถึง เรื่องมิติทับซ้อน มีความเป็นไปได้สูง ครับ เพราะผมย้อนไปดูจากการบันทึกภาพ ของยานล่องหน บ้าง การดูเส้นกำแพงมิติ จากภาพถ่าย ซึ่งมีหลายลักษณะมาก (แต่ผมยังไม่ได้นำมากล่าวไว้ ในงานเขียน) น่าจะเป็นเพราะการมาจากแหล่งที่แตกต่างกัน

ถ้าหากจะดู จากกฎแห่งกรรม ตามหลักศาสนา ก็จะเห็นความเชื่อมโยงของภพชาติ หรือ มิติต่างๆ ซึ่งมีความคาบเกี่ยวกัน เช่น ในยามที่ พระพุทธเจ้า เทศนา จะปรากฏ ดวงจิตจากสวรรค์บ้าง จากพรหมโลกบ้าง มาฟังพระธรรมเทศนา นั่นในสมัยพุทธกาล

หากในยุคปัจจุบัน ที่เป็นรูปธรรม ก็อย่างในงานค้นคว้า พลิกฟ้าฝ่ามิติ ในหัวข้อ มนุษย์ต่างดาวร่วมงานเผาสรีระ หลวงตามหาบัว ภาพถ่ายที่บันทึกโดย คุณอาทิตย์ บ่งบอกได้อย่างชัดเจน ว่า มีความหลากหลายของ ดวงจิต ที่มาร่วมงาน ทั้งดวงจิตที่อยู่ในร่างกายหยาบ อย่างมนุษย์โลก ดวงจิต อยู่ในกายละเอียด อย่างมนุษย์ต่างดาว และดวงจิตของเทพสวรรค์ หรือ ดวงจิตพรหมจากพรหมโลก ต่างมาร่วมในงาน ของ หลวงตา มหาบัว ซึ่งอยู่บนดาวโลก

ฉะนั้นเรื่องการรับรู้ ร่วมกัน ย่อมรับรู้ได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ว่า จะสามารถทำอะไร ได้แค่ไหน ก็คงแล้วแต่พลังงานของดวงจิต เหล่านั้น ครับ

ส่วน กรณี มนุษย์ผู้ที่ตายก่อนหมดอายุขัย หรือ ที่เรียกว่า ตายโหง นั้น จะต้องอยู่ในร่างละเอียดหรือร่างทิพย์ จนกว่าจะหมดอายุขัย จะเป็นร่างละเอียดหรือร่างทิพย์ ก็ขึ้นอยู่กับระดับพลังงาน หรือ เรามักจะเรียกว่า พลังบุญ ของผู้นั้น สำหรับผม จะเรียกว่า ระดับสภาวะธรรมของจิต หากผู้นั้นมีจิตหยาบ ก็จะติดอยู่ในภพมนุษย์โลกนาน

หากจิตละเอียด มีปัญญา รู้จักละวาง จากกิเลส ตาย จากกายหยาบปุ๊บ ! เขาก็ไปสู่มิติที่ละเอียดกว่าได้ ในทันที โดยไม่ต้องรอให้หมดอายุขัย และอายุขัยของโลกวิญญาณ จะยาวนานกว่าชาวโลกปกติ ซะด้วย

จากที่เคยสนทนา กับ กุมารเทพ องค์หนึ่ง ท่านบอกว่า วิญญาณในมิติที่ใกล้ชิดกับ มนุษย์โลก อย่างเช่น ผี ที่เราๆ ท่านๆ เห็นกันนี่แหละ ... 1 วัน ในโลกวิญญาณ จะเท่ากับ 10 ปี บนโลกมนุษย์....

ส่วน สองสาว ที่คุณสัมผัสได้นั้น

....หากปรากฏให้เห็นด้วย ...หางตา... หมายถึง การมาทักทาย เพียงอยากบอกให้รู้ ว่า มีพวกเธอ อยู่ตรงนั้น
....เมื่อปรากฏให้เห็นซึ่งๆ หน้า ...แสดงว่า เคยรู้จักกันมาก่อน เมื่อหนหลัง
....หากเข้าฝัน ต้องดูเนื้อหา ในความฝัน ว่า ...เขาสื่อสาร ถึงเรื่องอะไร และ
....หากสัมผัส ในยามที่จิตเข้าสู่ภะวังค์ (เคลิ้มๆ)....แสดงว่า กำลังต้องการอะไรซักอย่าง
....หากสัมผัสใน นิมิต ขณะทำสมาธิ ....เขาเหล่านั้น ต้องมีพลังงาน ระดับเทพ และ ต้องการจะบอก หรือ แนะนำ หรือ ทดสอบ อะไรแก่เรา....
....หากปรากฏในกระจกเงา ....แสดงว่า เขาเหล่านั้น ต้องการแสดงตน ในลักษณะของมนุษย์โลก และต้องการหยอกล้อ กับเรา ....
....หากเข้าสิงชั่วคราว (การอำ) แสดงว่า เขาต้องการอย่างสื่อสารเรื่องราว อย่างแรงกล้า ผู้ที่ถูกอำ จะรับรู้เรื่องดังกล่าว ได้เอง ....

มีข้อแนะนำ ที่ใช้ได้ทุกสถานการณ์ คือ เมื่อก้าวเข้าสำนักงาน หรือ ห้องทำงาน ให้กล่าวคำ ทักทาย สวัสดีเบาๆ พร้อมกับ พูดคุยเสมือนเราคุยกับเพื่อน คนหนึ่ง ......ทำบ่อยครั้ง ไปเรื่อยๆ ..... แล้วสัมพันธภาพ ก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ คะรับ อย่าไปไล่ อย่าไปท้าทาย

ฅน ค้น ผี
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 84 ดวง

ความเห็น 36 23 มิ.ย. 2554 (22:09)
ต้องขอขอบคุณ คุณยรรยง เป็นอย่างมากที่อธิบายเรื่องราวโดยละเอียดและใช้คำอธิบายที่เข้าใจง่าย...เด็กนักเรียนที่เรียนวิชาที่คุณยรรยง สอน มิได้เกรด ๔ กันทุกคนหรือนี่...เกี่ยวกับเรื่องมองเห็นทางหางตา ผมเคยศึกษาเรื่องนี้เลยทำให้รู้ว่าหางตาของคนเราเป็นส่วนที่ไวที่สุดในการรับคลื่น การมาปรากฏตัวของพลังงานต่างมิติก็จะมาให้เห็นแว๊บๆทางหางตานี่แหละ จึงไม่ปปลกเลยที่เวล่เราเห็นพวกวิญญาณก็จะเห็นตามหางตา...แล้วเมื่อตอนเกิดจันทรคราส ที่อุบลราชธานี ท้องฟ้าเปิดหรือเปล่าครับ มีภาพอะไรเกี่ยวกับดวงจันทร์อีกมั๊ยครับ ที่ กทม ฟ้าปิด ฝนกระหน่ำอย่าว่าแต่ดวงจันทร์เลยครับ ตึกห่างกันไม่ถึง ๑๐๐ เมตร มองยังไม่เห็นเลย....เป็นกำลังใจและชื่นชมครับ..
azygous
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 37 27 มิ.ย. 2554 (10:42)
คุณ ยรรยง ครับ ผมยังคงไม่มีกรอบแนวความคิด และยังติดตามผลงานของคุณอย่างใกล้ชิดตลอดมา ส่งกำลังใจให้คุณอยู่เสมอ แม้ผมจะไม่ทราบอุปสรรคทั้งหมดของคุณ ความยากแทบไม่มีง่ายของแต่ละขั้นตอน คุณต้องฝ่าฟันไปข้างหน้า เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของคุณที่ได้ตั้งใจไว้ ที่ทำให้ผมชอบใจและติดตามผลงานของคุณมากๆ ก็คือ ความมุ่งมั่นและความมีน้ำใจของคุณ และขอขอบคุณความเห็นของทุกๆความเห็นที่เป็นแรงใจและแลกเปลี่ยนความรู้ด้วยกัน ท้ายนี้ขอตั้งจิตอธิษฐานและภาวนาให้งานของคุณสำเร็จได้ดังใจหมายทุกสิ่งทุกอย่างทุกประการครับ ผมก็ยังคงติดตามและไม่มีกรอบเหมือนเดิมครับ
prakitt
ร่วมแบ่งปัน5 ครั้ง - ดาว 0 ดวง

ความเห็น 38 27 มิ.ย. 2554 (21:08)
กราบขอบพระคุณ คุณprakitt เป็นอย่างสูง และรวมถึง ท่านผู้อ่านทุกท่าน ที่เข้ามาเป็นกำลังใจ สอบถาม พูดคุย แม้จะแตกต่างในทางแนวคิด แต่ก็หาได้ปฏิเสธการค้นคว้าที่ผมกำลังทำอยู่ ซึ่งความใจกว้างของทุกๆท่าน ล้วนเป็นแรงผลักดัน ให้เพิ่มความระมัดระวัง ในการสังเกต การนำเสนอ การแลกเปลี่ยนทัศนะต่างๆ มากยิ่งขึ้น

ในการลงข้อสรุปใดๆ ที่มีในงานวิจัยชิ้นนี้ อย่าถือว่าเป็น ข้อสรุปที่แท้จริง หากแต่ขอให้คิดเพียงว่า นี่เป็นปฐมบท ของการค้นหาความจริง อีกมิติหนึ่ง ในจักรวาลของเรา ซึ่งทุกท่าน ต้องสามารถ พิสูจน์ เรื่องราวต่างๆ ได้ไม่แตกต่างจาก ที่ผมนำเสนอ เอาไว้ ซึ่งข้อความจริงต่างๆ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ตามกฏแห่ง อนิจจัง ครับ

ขอให้พรวิเศษใดๆ ที่คุณ prakitt ระลึกถึง พึงกลับไปสนองให้ ท่านและครอบครัว เจริญยิ่งๆ ขึ้นไป
เฉกเช่นเดียวกัน ครับผม

เมื่อถึงเวลาอันควร ผู้อยู่ต่างมิติ จะเปิดเผย ตัวตน และไขความจริง ให้ปรากฏแก่มนุษย์โลก อย่างแน่นอนครับ
....แต่สำหรับปัจจุบัน เมื่อความจริงยังถูกปกคลุม อยู่ ...ก็ฟังเรื่องเล่า หลุดโลก จาก ฅนค้นผี ไปก่อนนะ ขอรับ


ด้วยความเคารพ ครับ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 84 ดวง

ความเห็น 39 22 ก.ค. 2554 (22:29)
ยังติดตามผลงานของคุณยรรยงอยู่ตลอดและเป็นกำลังใจในการค้นคว้าศึกษาต่อ....เกี่ยวกับมิติของวิญญาณผลเคยคิดและศึกษาว่าเมื่อคนเราตายดวงจิตต้องออกจากร่างแล้วดวงจิตเหล่านี้ไปที่แห่งใด เป็นไปได้มั๊ยว่าที่มิติที่เราอยู่มีช่องทางหรือประตูสำหรับส่งดวงจิตเหล่านี้ไปยังดาวดวงอื่นอันเป็นที่สิงสถิตย์ของเหล่าวิญญาณโดยแบ่งแยกตามผลบุญกรรมที่ทำมา...และดวงจิตเหล่านี้เมื่อมีการพัฒนายกระดับดวงจิตให้สูงขึ้นก็สามารถเดินทางผ่านมิติเวลาไปยังจักรวาลหรือดวงดาวอื่นได้ดังที่คุณยรรยงสามารถบันทึกภาพเหล่านั้นได้....ในโลกเราผมเชื่อว่าเคยมีความเจริญทางวัตถุมามากกว่าที่เราเคยเป็นอยู่และเชื่อว่าในปัจจุบันเรากำลังเดินตามรอยความเจริญที่เคนมีมาก่อนในอดีต แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่อาจนำบทเรียนจากอดีตมาปรับปรุงได้ก็คือคนเหล่านั้นเขายกระดับจิตใจให้สูงจากยุคเราได้อย่างไรกัน...ในปัจจุบันคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเราอยู่กันอย่างเห็นแก่ตัวแก่งแย่งชิงดีกันทั้งๆที่ไม่รู้ว่าทำไปทำไม บางครั้งก็เพียงเพื่อตอบสนองกิเลสอันเป็นความต้องการพื้นฐานที่อยู่ในก้นบึ้งจิตใจของเราเอง...ในปัจจุบันผมเชื่อว่าคนเราอาจลืมไปแล้วว่าเราเคยอยู่กันโดยไม่แบ่งแยก มีความเอื้ออาทรกัน แล้วความรู้สึกเหล่านี้ได้หายไปจากเราได้อย่างไร...หรือว่าเรารุ่งเรืองเพียงวัตถุแต่จิตใจเราต่ำลง...
azygous
ร่วมแบ่งปัน12 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 40 23 ก.ค. 2554 (14:33)
กราบขอบพระคุณเช่นเคยครับผม คุณazygous รวมไปถึงทุกๆท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม

แนวคิดของคุณ azygous ที่ว่า

1. " มิติที่เราอยู่มีช่องทางหรือประตูสำหรับส่งดวงจิตเหล่านี้ไปยังดาวดวงอื่นอันเป็นที่สิงสถิตย์ของเหล่าวิญญาณโดยแบ่งแยกตามผลบุญกรรมที่ทำมา..."

2."และดวงจิตเหล่านี้เมื่อมีการพัฒนายกระดับดวงจิตให้สูงขึ้นก็สามารถเดินทางผ่านมิติเวลาไปยังจักรวาลหรือดวงดาวอื่นได้ "

3"..ในโลกเราผมเชื่อว่าเคยมีความเจริญทางวัตถุมามากกว่าที่เราเคยเป็นอยู่และเชื่อว่าในปัจจุบันเรากำลังเดินตามรอยความเจริญที่เคนมีมาก่อนในอดีต แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่อาจนำบทเรียนจากอดีตมาปรับปรุงได้ก็คือคนเหล่านั้นเขายกระดับจิตใจให้สูงจากยุคเราได้อย่างไรกัน."

ผมขอบันทึกไว้ ณ ตรงนี้ ว่า เป็นสมมติฐาน ที่น่าสนใจมาก และ ต้องรอการพิสูจน์ ซึ่งโดยส่วนตัวผมมีความโน้มเอียงว่า เป็นไปได้สูง ครับ เอาเป็นว่า เมื่อไหร่ที่ผมมีข้อมูล และสามารถเกี่ยวโยง มาถึงส่วนใด ส่วนหนึ่ง ของสมมติฐานดังกล่าว ผมขอนำไปกล่าวอ้าง และเอ่ยถึงแหล่งที่มาของเจ้าของสมมติฐาน ด้วยนะครับ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 84 ดวง

ความเห็น 41 24 ก.ค. 2554 (02:39)
นับแต่การเปิดปรากฏตัวของคุณ Teacher 9 ด้วยข้อมูลที่ อียิปต์ ในครั้งนั้น และมีอีกหลายๆ เรื่องที่ท่านผู้นี้สื่อสารกับผม การถ่ายทอดประสบการณ์ที่ยากจะไปเล่าให้ใครฟังได้ และหลายๆครั้งที่ ข้อมูลมีความสอดคล้องกัน ต้องขอกราบขอบพระคุณ Teacher 9 และผู้เกี่ยวข้องทั้งมวล ที่ร่วมช่วยส่งเสริม ให้การค้นคว้า ในมิติที่ละเอียด เกินกว่า ระดับการสัมผัส ในสภาวะปกติ ของสัตว์โลก จะสัมผัสได้ ทำให้เราได้เห็นสรรพสัตว์ ในจักรวาล หรือ ภพอื่นๆ ทั้งที่เรายังอยู่ในมิติหยาบๆ แม้จะมีเพียงน้อยนิด ที่จะเอามาบอกเล่าให้คนอื่นฟังได้ สำหรับผมแล้ว สิ่งเหล่านั้น มันเป็นแสงสว่าง ของความสำเร็จ ที่ชี้นำ และเป็นกำลังใจ ให้อยากค้นคว้า อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ขอบคุณ ทุกความคิดเห็น ทุกสายตาที่เข้ามาแวะเยี่ยมชม หัวเราะเยาะบ้าง เป็นกำลังใจบ้าง ตำหนิบ้าง ให้ข้อเสนอแนะบ้าง หรือ เป็นส่วนหนึ่งของการเสาะหาความจริง ผมถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูง และขอให้บุญกุศลใดๆ จากการที่เราได้ มาพบปะกันในครั้งนี้ ส่งผลให้ทุกๆท่าน มีความสุข ความเจริญ ทุกชาติภพ จนกว่า จะบรรลุ ละกิเลสได้สิ้น หลุดจากพลังดูดของวัฏฏสงสาร โดยทั่วกัน เทอญ ...

สำหรับผม ขออุทิศชีวิต ในชาตินี้ เพื่อศึกษาและบอกเล่า สิ่งเหล่านี้ ไร้กรอบแนวคิด ไร้สังกัดทฤษฎี มีเพียงกล้องถ่ายวิญญาณ พาหนะม้าสีหมอก เสื้อคลุมกับหมวกบังแดด โน๊ตบุ๊ค+แอร์การ์ดไว้สื่อสาร อาศัยพลังงานจากขนมปัง ข้าวจี่ และน้ำเปล่า....ตามวิถีของ.... ฅนค้นผี .....
เพียงชาตินี้...สำหรับ จักรวาลโลก .....

ตายเมื่อไหร่....จะไปจักรวาลอื่น ..... ไม่มีอะไรติดค้างกัน อีก....

ผู้อยู่ต่างมิติ ที่รอคอยมานานแสนนาน บัดนี้ถึงเวลาแล้ว ...ข้อมูลใดๆที่ท่านมี จงใช้โอกาสที่ผมยังมีลมหายใจ ส่งผ่านมาให้ถึงผม ท่านก็จะได้เผยแพร่ ความรู้ เป็นวิทยาทาน สู่สากลกาแลกซี่ ตราบนานเท่านาน

ขอกราบคารวะ ไว้ ณ ที่แห่งนี้
ฅนค้นผี
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 84 ดวง

ความเห็น 42 24 ก.ค. 2554 (17:20)
สวัสดีครับคุณยรรยง ผมยังติดตามเรื่องราวเล้นลับของคุณยรรยงอยู่นะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ ถ้าผมเจอภาพแปลกๆจะส่งให้คุณยรรยงนำไปวิเคราะห์แน่นอน แต่ช่วงนี้ผมปกติมากเลยรู้สึกว่าเหมือนเซ้นจะหายไป = ="
mahphoo
ร่วมแบ่งปัน6 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็น 43 25 ก.ค. 2554 (20:37)
ผมสงสัยอยู่เรื่องหนึ่งครับ
ปรารกฎการณ์ที่คนไทยแรกว่า พญาณาคเล่นน้ำ หรือ พายุงวงช้าง
ทำไมต้องเกิด บนพื้นน้ำ ....

ถ้าลองคิดดูดี น้ำนั้นประกอบได้ ออกซิเจน และ ไฮโดรเจน
ซึ่งมนุษย์สามารถแยก ออกซิเจน ออกจากน้ำได้ มันก็จะกลายเป็นพลังงาน

ผมคิดอยุ่เสมอๆว่า ปรากฏการณ์ นี้แท้จริง ยานเป็นยานอวกาศ กำลังเติมเชื้อเพลิงก็เป็นได้
เหมือนหนังเรื่อง Little LA. หรือ world invasion ที่มนุษย์ต่างดาวยึดเมือง เพราะน้ำเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีนั้นเอง
Siani_3D
ร่วมแบ่งปัน3 ครั้ง - ดาว 48 ดวง

ความเห็น 44 28 ก.ค. 2554 (23:15)
พลังสัมผัส ของคุณ mahphoo ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ เมื่อเรามีภาระทางสังคม ทางโลกมนุษย์มาก พลังชีวิตของเราก็ถูกนำมาใช้ เพื่อการดำรงชีวิตบนโลกมนุษย์ พลังในส่วนนั้นจึงถูกพักไว้ก่อน เมื่อไหร่ที่มีพลังงานมากพอ ก็ทำงานได้ดังเดิม .... ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ครับ

ที่คุณ Siani กล่าวมาก็เป็นสมมติฐาน ที่เป็นไปได้... ในความเห็น จากการศึกษา นะครับ มนุษย์ต่างมิติ ที่มาปรากฏใน จักรวาลของเรา ไม่น่าจะใช้พลังงาน ในโครงสร้างที่หยาบๆ น่าจะมีการใช้พลังงาน อะไรซักอย่างในระดับที่ละเอียดกว่า ที่มนุษย์โลกค้นพบ

เพราะการปรากฏแต่ละครั้ง จะไม่ได้เกิดจากเครื่องยนต์ที่สันดาป เพราะ มักจะไม่ทิ้งควัน ไม่มีกลิ่น แต่มีบางปรากฏการณ์ ที่ทำให้เห็นเป็นเมฆหมอก และกลุ่มควัน แต่พิจารณาดูแล้ว น่าจะเป็นการแสดงให้ ชาวโลกได้รู้ ว่ามีพวกเขา เหล่านี้ อยู่จริง เพราะหลังจากที่ เขาแสดงเสร็จ ก็จากไปแบบไร้ร่องลอย ทุกครั้ง เหลือไว้เพียง ภาพถ่าย จากกล้องชนิดต่างๆ ที่ ชาวโลกมนุษย์บันทึกได้ และนำไปตีพิมพ์ เผยแพร่ ส่งข่าว กันต่อไป

จะมีใครเสียใจมั๊ย ....หากว่า ...ค้นพบความจริงในวันหนึ่งว่า ....ไม่เคยมีมนุษย์ จากดาวดวงอื่น มาเยือน ดาวโลก เลย....

ทั้งๆที่ มีกาแลคซี่ นับล้านๆ และ แม้แต่ในทางศาสนา ก็มีการระบุว่า มีมนุษย์ โลกอื่น อยู่จริง ......

...แล้ว จานบินที่ปรากฏ ....ซาก ยาน ซาก มนุษย์จากนอกโลกล่ะ .....มาจากไหน ??

.....ถ้าสิ่งที่ เราเรียกว่า มนุษย์ต่างดาว ...มาจาก ต่างมิติ ...ต่างภพ ....ล่ะ ?? ......

ถ้านั่น คือ เผ่าพันธุ์ หนึ่ง ของ สวรรค์ ล่ะ ?? ....แดนหิมพานต์ ... ก็เป็นหนึ่ง ในสวรรค์ ชั้นที่ 1 จาตุมหาราชิกา ....พญานาค ....ก็อยู่ในชั้นนี้ ......

ผีเปรต อยู่ มิตินรก ....ยังมาเพ่นพล่านให้เราเห็นได้

ภพเดรฉาน นี่ เราใกล้ชิดกันเลย ชนิดที่ว่า จับเขามาเป็นอาหาร ได้เลย เช่น สัตว์ต่างๆ หรือ จับมาเลี้ยง ไว้ดูเล่น จับมาทดลองสารพัด ....

ผีปอบ วิญญาณเฮี้ยน หากเป็นอสุรกาย ก็อยู่ มิตินรก ซึ่งก็เข้าสิง มนุษย์โลกได้ เข้ายึดร่างมนุษย์ไว้เป็น ทาส ก็ได้ ....

แล้ว มิติสวรรค์ ล่ะ ตามตำนาน ก็จะเห็นว่า เทวดาจาก สวรรค์ชั้นที่ 2 ดาวดึงส์ จะมาช่วยมนุษย์ผู้มีคุณธรรม ยามตกทุกข์ได้ยาก เสมอ บันทึกเอาไว้ ตั้งแต่ครั้ง อดีตชาติของพุทธองค์ จนถึงพุทธกาล .... แล้วทำไม ปัจจุบัน จะมีเหตุการณ์ดังกล่าวอีกไม่ได้ ....

บางครั้ง มิติสวรรค์ ก็อาศัยร่างมนุษย์ ในการทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ การทรงเจ้า การดลใจ ....ซึ่ง ในสวรรค์นั้น มีหลากหลายเผ่าพันธุ์ ....ระบุไว้ว่า เทพในสวรรค์ ชั้นที่ 6 มีทั้ง เทวบุตร และ เทวบุตรมาร ..... ซึ่งเมื่อครั้งอดีตกาล พระยามาร ผู้นำฝ่ายเทวบุตรมาร ในสวรรค์ชั้นนี้ ได้ยกพล มายังโลก เพื่อท้ารบกับ พระพุทธเจ้า ..!!

จาก สวรรค์ชั้น 6 มีความละเอียดของพลังงานสูง เกือบถึงชั้นพรหม กลับพากองทัพ เข้ามายังมิติที่ หยาบกว่า ได้โดยง่ายดาย .....

ดูๆไปแล้ว กำแพงมิติ อาจจะเหมือน ตาข่าย สำหรับ กรอง ระดับขนาดของ ดวงจิต มีตาถี่ ตาห่าง
มนุษย์โลก จิตหยาบ ก็ผ่านได้แต่ ตะแกรงตาห่าง ....หากจะผ่านตะแกรงตาถี่ ก็ต้องขัดเกลา ปรับ ที่ดวงจิต

กำแพงมิติ ที่ตาละเอียดที่สุด น่าจะเป็น กำแพงมิติที่กั้นระหว่าง ชั้นอรูปพรหม ชั้นสุดท้าย กับ มิตินิพพาน .....

..... ที่ผมกล่าว มา ทั้งหมด เพียงเพื่อจะ บอกว่า ... อย่าหมดสนุก หากความจริง แล้ว มนุษย์ต่างดาว ที่เราเห็น ...ก็คือ เหล่าเทวดา ที่จำแลง แปลงสภาพ ไปตามสภาวะจิต ของมนุษย์โลก....

......?..?...?.....

ซึ่ง ...เป็นข้อ สรุป ที่ผม ไม่อยากให้เป็น เช่นนั้น เลย .....


....... ......... .......
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 84 ดวง

ความเห็น 45 28 ก.ค. 2554 (23:54)
ผมได้กล่าวถึง เรื่องราว ที่ ค้านต่อความคิดเห็น ของมนุษย์โลกเรา มาหลายต่อหลายครั้ง

นับแต่ ข้อสรุปที่ว่า ผาแต้ม คือจารึก ระหว่างดวงดาว ถูกเขียนโดย มนุษย์ต่างดาว

การถอดรหัสจากภาพเขียน

จนมาถึง เมฆ คือ ยานล่องหน

การไม่มีสุริยะจักรวาล หากแต่เป็น จักรวาลโลก

การพิสูจน์ จักรวาลเสมือน การระบุหลักฐาน ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ เป็นเพียง ดาวเสมือน ที่ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศของโลก ห่างโลก ไม่เกิน 15 กิโลเมตร

การเสนอหลักฐาน พิสูจน์ว่า มนุษย์ต่างดาว มีความละเอียดของพลังงาน เท่าๆ กับ วิญญาณ

การเสนอภาพถ่าย ที่ยานUFO กำลังมุด ตาข่ายกำแพงมิติ ออกมาสู่บรรยากาศของโลก

การพูดถึง ยานสายฟ้า ความลับแห่งสายฟ้า ยานเก็บประจุ

การแกะรอยรูปลักษณ์ เทพจากอียิปต์

การพิสูจน์ พญานาค กับ สัตว์เทวะ อื่นๆ

และในครั้งนี้ จาก ความเห็นที่ 44 ถือว่า เป็นอภิมหา แห่งความสับสน คนฟังยิ่งค้านได้โดย ไม่ต้องรอให้พุดจบ

.....แต่ ช้าก่อน .... นามเรียกขาน ผม คือ ....ฅน ค้น ผี .... ไม่เคยพูดอะไร ลอยๆ ...

....ทุกครั้งต้องมี หลักฐานภาพถ่าย ยืนยัน .....

สิ่งหนึ่งที่ผม รับปากกับ ผู้อยู่ต่างมิติ ก็คือ จะเล่า ไปตามที่เห็น ....สิ่งที่ผ่านกล้องถ่ายวิญญาณ.....

.....ไม่อิงทฤษฎี ไร้กรอบแนวคิด ไม่ยึดติดหลักการ.....


และ แม้ว่า ข้อสรุป อาจจะไม่ สนุก ไม่เร้าใจ ไม่ถูกใจ หรือ ทำให้ผิดหวัง ....

... แต่ก็จะ ทำหน้าที่ ฅน ค้น ผี ต่อไปอยู่.....ขอรับ


กราบขอบพระคุณ ทุกท่าน ที่เป็นกำลังใจ เข้ามาแวะเยี่ยมเยียน ตำหนิ ติชม ด่าบ้างก็มี สารพัดวิธีการ รวมความแล้ว เป็นบุญหัวผมหลาย คร๊าบบบ

ให้กุศลแห่งวิทยาทาน ส่งให้ท่านทั้งหลาย มีความสุข ความเจริญ ร่ำรวยเงินทอง สินทรัพย์ และปัญญา ให้หลุดพ้นจากวัฏฏสงสาร ในที่สุด เทอญ
ยรรยง สินธุ์งาม
ร่วมแบ่งปัน189 ครั้ง - ดาว 84 ดวง