|
หลายต่อหลายครั้งที่ผมเฝ้าสังเกต ดวงตะวัน ในเวลาที่ มีก้อนเมฆมาบดบัง และทำการบันทึกภาพเอาไว้ มักจะพบเสมอว่า ดวงตะวัน แปลกไป บางครั้ง มีแสงสว่างจ้า ประดุจว่า มีดวงอาทิตย์ อยู่ตรงนั้น ทั้งๆที่ ดวงอาทิตย์ อยู่ตรงนี้ มีเพียง เมฆบางๆ คลุมไว้บางส่วน กลับ ไม่ส่องแสง ออกมา
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงลงความเห็นว่า ดวงอาทิตย์ ไม่ได้มีอยู่ดวงเดียว ซึ่งก็ยังไม่มีหลักฐาน ว่ามีกี่ดวง ผมรู้เพียงว่า เมื่อไหร่ที่ ตะวัน เข้ากลีบ เมฆ จะมีการเปลี่ยนตัวกัน หรือ ไม่ก็ เปลี่ยนถ่ายพลังงาน ให้กับดวงอาทิตย์
ยิ่งเพี้ยนหนักเข้าไปใหญ่ หากมีหลาย ดวง ดาวโลกคงต้องมอดไหม้ ไปแล้ว .... นั่น นะสิ โชคดี ที่ ยานสุริยะ ปรากฏคราวละ 1 ดวง ...
ม่ะ ..!! ไปดูรูปกัน ..!! ก่อนที่จะเถียง..!! 

สองภาพข้างบน เป็นภาพเดียวกัน ภาพเมฆ ลอยผ่าน ดวงตะวัน ในวงสีแดง คือ ดวงอาทิตย์ ที่ไม่เปล่งแสง อ้างว่า ถูกเมฆบัง
ส่วนที่ลูกศรชี้ เป็นกลุ่มเมฆที่มีแสงสว่างจ้า ประดุจว่า ตัวเองเป็น ดวงอาทิตย์ โดยให้เหตุผล ว่า เพราะ บริเวณนี้ เมฆ บาง แสงสว่างจึงลอดออกมา .... อ้าว แล้ว ทำไม บริเวณรอบๆดวงอาทิตย์ ไม่เห็นมีแสงอะไรออกมาเลย ล่ะ ...!?!.
และภาพต่อไปนี้ ก็ เป็นช็อต ถัดๆ จาก แอ๊คข้างบน นั่นแหละ ดูซิ เขา จะมีข้ออ้างอย่างไรอีก ..
วงกลมสีแดง คือ ดวงอาทิตย์ ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่ยอมเปล่งแสง ดังที่กล่าวมาแล้ว
ส่วนกลุ่มเมฆที่สว่างจ้า (ลูกศรชี้) กลับลดความสว่างของแสงลง จนเหลือ ขนาดใกล้เคียงกับ ดวงอาทิตย์....
ส่วนจะมีการแลกเปลี่ยนตำแหน่งกัน หรือ ไม่นั้น ..!!.. ไม่อาจบันทึกภาพได้ เพราะ เขาหายไปทั้งสองดวง ...เป็นเวลานาน ด้วย ยานเมฆา ขนาดใหญ่มาปกคลุม ....
ภาพข้างบน บันทึกไว้เมื่อ วันที่ 2 มิถุนายน 2554 เวลาประมาณ 9 โมงเช้า
ข้อสังเกต ดังกล่าว ยังไม่ใช่ ข้อยุติ ในการค้นคว้า ... มาดูหลักฐาน อันน่ารักๆ ของ ดวงตะวัน กันอีก
หากท่านสังเกต ในช่วงอาทิตย์ ตก มักจะมีก้อนเมฆเข้ามารับ ดวงตะวัน เสมอ คล้ายๆกับว่า ยานเมฆา มารับ ยานสุริยะ กลับเข้าอู่ ซึ่งก็เป็นก้อนเมฆ ที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไป ...ลองสังเกตุดูนะครับ น้อยครั้งที่จะเห็น ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ด้วยตัวของเขาเอง ....
บันทึกภาพ เมื่อ 6 ธันวาคม 2554 เวลาประมาณ 5 โมงเย็น
ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ที่อุบลราชธานี ซึ่งมีก้อนเมฆเป็นแถบยาว กลุ่มใหญ่ รอคอยดวงตะวันอย่างเย็นใจ 
ผมขยายภาพดวงตะวัน พร้อมลงเส้นวงกลม สีน้ำเงิน ตามเส้นรอบวง ของดวงอาทิตย์ 
ดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนที่ลง ในช่วงเย็น อันเป็นปกติวิสัย และ ผ่านก้อนเมฆ ซึ่งย่อมจะบดบังดวงตะวัน เป็นธรรมดาเช่นกัน 
ทำเส้นรอบวง ดวงตะวัน ให้เห็นได้ชัดเจนว่า มีส่วนของดวงตะวัน ที่ถูกเมฆบดบังเอาไว้
ช็อตต่อมา ... ท่านสังเกต ในภาพแล้ว เห็นอะไร ที่ผิดปกติไปไหม ..?.?.. 
จึงได้ทำเส้นรอบวง ดวงตะวันเอาไว้ ในภาพที่ 1 เพื่อให้ใช้เป็นจุดเทียบเคียง ในภาพนี้แหละ ครับ
วงสีขาว ในภาพนี้ คือ ดวงตะวันที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ แล้ว... ส่วนที่ลูกศรชี้ ล่ะ ..?.?..
หากเราลากเส้นรอบวงดวงตะวัน ตามเส้นความโค้งที่ปรากฏ ก็จะได้ รูปร่าง ดวงอาทิตย์ ดังที่เห็น
ซึ่งผิดปกติ จากรูปร่าง ดวงตะวัน ที่ได้เทียบเคียงไว้ ก่อนที่จะเข้ากลีบเมฆ 
และรูปร่างที่เหมาะสม....ก็น่าจะเป็น อย่างนี้ ครับ ..!!.
วงสีขาว คือ ดวงตะวัน ที่เข้ากลีบเมฆ จากด้านบน ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน ในซีกโลก ด้านประเทศไทย นี้ ...
วงสีฟ้า คือ ดวงตะวัน ผู้รับช่วงต่อ ในอีกซีกโลกด้านตรงข้าม...!!
ขอบคุณ ทุกปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้น จาก ยานสุริยะ ยานจันทรา ขอบคุณ การดูแลโลก สรรพสัตว์ สรรพสิ่ง จนถูกเรียกว่า ธรรมชาติ... จนทำให้ชาวโลก เพิกเฉยต่อ ...ธรรมชาติ...
แท้จริงแล้ว มนุษย์โลก ไม่ได้มองข้ามผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ของคำว่า ...ธรรมชาติ... เพียงแต่ การสัมผัสถึงมิติ ดังกล่าวได้โดยตรง เป็นไปได้ไม่ง่ายนัก รวมทั้ง ขาดหลักฐาน การจดบันทึก อย่างเป็นเหตุเป็นผล ผ่านรุ่นแล้ว รุ่นเล่า จนเหลือ เพียงแก่นลึก ในเรื่องของ จิต วิญญาณ ยิ่งทำให้ชาวโลก ห่างไกลจากความจริงในเรื่องดังกล่าว
จากแก่นลึก นำไปสู่วิธีการในการติดต่อสื่อสาร จากวิธีการ ปรับไปเป็น พิธีกรรม จากพิธีกรรม กลายไปเป็น ประเพณี จากประเพณี ก้าวเปลี่ยนไปสู่... วัฒนธรรม
ดังจะเห็นจากหลายพื้นที่ทั่วโลก จะมี กิจกรรมเกี่ยวกับความศรัทธา และ สำนึกในธรรมชาติ ที่หล่อเลี้ยงพวกเรามา เช่น พิธีบูชาน้ำ การกราบไหว้ฟ้า ดิน การไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ งานเฉลิมฉลองเทศกาลอาหาร เทศกาลขอบคุณพระเจ้า วันไหว้พระจันทร์ การบูชาพระอาทิตย์ และ อีกมากมาย
แม้ว่าการดำเนินการดังกล่าว จะแตกต่างกันออกไป ในแต่ละความเชื่อ หลากแนวคิด แต่ที่สุดแล้ว รากเหง้าของเรื่องดังกล่าว ก็คือ การรำลึกถึง บุญคุณ ของ ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ธรรมชาติ ...
ผมเป็นอีกหนึ่งในตัวแทน ของ มนุษย์โลก ที่พยายามบอกเล่าเรื่องราวดังกล่าว เกี่ยวกับ ธรรมชาติ ให้เป็นเหตุเป็นผล มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ด้วยอุปกรณ์บันทึกภาพ และโปรแกรมพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ และทำการบันทึก เผยแพร่ไว้ บนโลกออนไลน์ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการสื่อสารที่ทันสมัยที่สุด ในยุคปัจจุบัน
หากล่วงไป 101 ปีข้างหน้า จะมีวิธีการสื่อสารที่ทันสมัยยิ่งกว่านี้ ก็ขอให้เชื่อมต่อกับข้อมูลชุดนี้ เพื่อร่วมกัน บันทึกให้โลก ได้รับรู้ว่า เรื่องราว ของ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังธรรมชาติ ได้ถูกพูดถึงอย่างจริงจัง โดย ฅนค้นผี และทีมงาน รวมทั้งเว็บฐานข้อมูล วิชาการ.คอม ที่เอื้อประโยชน์ให้เกิดสิ่งเหล่านี้ ....
ในลำดับต่อไป ... ผมคงจะเริ่มปฏิบัติการ นำเสนอ ผู้ที่อยู่ เบื้องหลังธรรมชาติ ไม่ว่า จะเป็น ชาวต่างดาว ชาวต่างมิติ เทพ หรือ เซียน ขอให้ท่านร่วมสร้างกุศล ด้วยการแสดงตน ต่อกล้องถ่ายวิญญาณ ของมนุษย์โลก เพื่อให้ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย ส่งภาพดังกล่าวเข้ามาที่ เมล์ ของ กระผม yanyong007@windowslive.com เพื่อร่วมสร้างบันทึกโลก ไว้ ด้วยกัน
ยังมีต่อ คร๊าบ
เฝ้ามองธรรมชาติโดย
ยรรยง สินธุ์งาม ฅนค้นผี yanyong007@windowslive.com


|
||||||
![]() |
สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย. ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง |