วิชาการดอทคอม ptt logo

การแสดงทางวัฒนธรรม ตลกลิเก มหรสพคลายเครียฉบับชาวบ้าน

เวทีการแสดงทางวัฒนธรรมของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เปิดเวทีต้อนรับการแสดงในรูปแบบนาฏกรรมตลกอีกครั้งในแบบชาวบ้าน หากแต่นาฏกรรมลิเกลูกบทโบราณที่ผสานความขบขันจากปฏิภาณของตัวตลกจะมาเรียกอรรถรสผู้ชมในการแสดงทางวัฒนธรรมของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ผู้เขียน: snont ชมแล้ว: 2,194 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 13 September 2011, 12:33 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 13 September 2011, 12:34 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด

หน้าที่ 1 - 23 กันยายน นี้ เฮฮาประสาตลก ขบขันประชันมุขแบบไม่เสียอรรถรสลิเกลูกบทโบราณ

  ตลกลิเก

มหรสพคลายเครียดฉบับชาวบ้าน


ลิเก หรือ นาฏดนตรี จัดเป็นสุขนาฏกรรมประเภทหนึ่ง ซึ่งเฉลี่ยความสำคัญให้แก่ ดนตรี การขับร้อง คำพูด และบทบาท เกือบจะเท่าๆ กัน

 

วิธีการแสดงของลิเกนั้น ถึงแม้จะมุ่งความรวดเร็วของการดำเนินเรื่องและตลกขบขันเป็นสำคัญก็จริง แต่ก็ยึดถือหลักของละครรำอยู่เป็นอันมาก เป็นต้นว่า ถ้าจะแสดงด้วยเรื่องที่เป็น ละครใน เช่น อิเหนา การแสดงก็ต้องเป็นไปอย่างเรียบร้อยแช่มช้า มุ่งศิลปะการร้อง และรำมากขึ้นกว่าเรื่องที่เป็นละครนอก บทร้องบางบทอาจนำเอาบทละครในจริงๆ มาใช้ก็ได้ แต่ถ้าเป็นการแสดงเรื่องที่นำมาจากละครนอกแล้ว ก็จะดำเนินการแสดงให้มีตลกขบขัน รวดเร็ว ละม้ายคล้ายคลึงไปกับแบบละครนอก แต่ไม่ให้เหมือนละครนอกจริงๆ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องพงศาวดารหรือนวนิยาย เช่นเรื่องราชาธิราชหรือผู้ชนะสิบทิศ ที่เป็นเรื่องใช้แสดงละครพันทาง โดยใช้สำเนียงภาษาเข้ามามีบทบาท ลิเกก็จะหาวิธีการแสดงของตนไปอย่างอิสระ ผู้ประดิษฐ์ก็ต้องมีหลักและแบบแผนอันดีเหมือนกัน จึงจะทำให้เป็นที่ถูกอารมณ์ของ ผู้ดูเป็นส่วนมาก

การแสดงลิเกแบบภาษาต่างๆ แต่เดิมนั้น อย่าว่าแต่ผู้มาชมจะพอใจเลย แม้คณะละครรำที่มีชื่อเสียง ก็ยังยกย่องดังปรากฏว่า.."เมื่อละครของเจ้าพระยาเทเวศร์วงวิวัฒน์ (...หลาน กุญชร) จะแสดงละครเรื่องพระอภัยมณี ตอนศึก เก้าทัพ ยังได้ขอร้องให้ นายนาม พระเอกลิเกที่มีชื่อเสียงของพระยาเพชรปาณี ไปช่วยปรับปรุงการแสดงตอนออกภาษาต่างๆให้...”

แต่สิ่งที่ยังถือเป็นหัวใจของการแสดงลิเกทีขาดไม่ได้ เหมือนการแสดงมหรสพที่เล่นเป็นเรื่องราวประเภทอื่นๆก็คือ ตลก ซึ่งแต่เดิมจะเรียกขานกันว่า ผู้ช่วย(ตามพระเอก) เป็นตัวตลกฝ่ายชาย และเรียกตัวตลกฝ่ายหญิงว่า ตัวกระแต

เหตุที่สมัยก่อนเรียกขานตลกว่า ผู้ช่วย นั้น ก็เพราะว่าผู้แสดงตลกลิเกในสมัยก่อน จะต้องมีความสามารถมาก คือ ร้องเพลงไทยสองชั้นและชั้นเดียวได้ เช่น ถ้าพระเอกร้องเพลงอะไร ผู้ช่วยหรือตัวตลกก็จะร้องต่อเพลงนั้น ในการดำเนินเรื่อง นอกจากนั้นก็ยังต้องร้องราชนิเกลิงหรือด้นกลอนลิเกได้ และมีการรำได้บ้างตามแต่ที่ได้ร่ำเรียนมา

ตลกลิเก แต่เดิมจึงมีความสำคัญมาก เพราะต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบแสดงตามเค้าโครงเรื่อง ผู้ให้เรื่อง ที่จะมี มุขตลกอยู่ในแต่ละช่วงของฉากนั้นๆ ไม่เล่นลอยดอกมากไปให้เสียเรื่อง อาทิ ถ้าลิเกแสดงเรื่อง อิเหนา ที่เป็นบทพระราชนิพนธ์ ตัวตลกในเรื่องไม่มี บรมครูทางด้านลิเกจึงต้องหาทางเล่นสอดแทรกไปในตัวแสดงเช่น เป็นประสันตาพระพี่เลี้ยง เล่นตลกคู่ไปกับพระเอกที่เล่นเป็นตัวอิเหนา เป็นต้น

ตลกลิเก ต้องใช้พื้นฐานของการแสดงของเรื่อง คือต้องมี พระเอก นางเอก ตัวโกง และตัวตลก ในวันศุกร์ที่ 23 กันยายน 2554 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) จะสาธิตการแสดง ตลกลิเก และลิเกลูกบทแบบโบราณ โดยจะนำเสนอให้เห็นความสำคัญของผู้แสดงตัวตลก ที่จะแสดงเป็นตัวหลักของเรื่อง ที่จะต้องร้อง รำ เจรจาดำเนินเรื่อง ตามเค้าโครงเรื่องจากนวนิยายเรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ ตอน ทหารเอกเมืองตองอู โดย อ.กัญจนปกรณ์ แสดงหาญ และคณะ

เนื้อเรื่องในการแสดงช่วงนี้ จะจับตอนหลังจากจะเด็ด ถูกข้อหาขโมยแหวนและทำร้ายสอพินยา อุปราชเมืองหงสาวดี จนต้องหลบหนีอาญาบ้านเมืองอีกครั้งหนึ่งนั้น พระมหาเถรมังสินธูกุโสดอ ได้เปลี่ยนชื่อจะเด็ดเสียใหม่ว่า "มังฉงาย"แล้วส่งไปเรียนวิชาเพลงดาบกับครูตะคะยีที่บ้านดงกะเหรี่ยง ที่นั่นเองทำให้มังฉงายได้เพืรอยตายเพิ่มขึ้นก็คือ จาเลงกะโบ กันทิมา บุตรและธิดาตะคะยี กับเนงบาและสีอ่อง ศิษย์ร่วมสำนักดาบเดียวกัน

ครั้งนั้นพระเจ้าเมงกะยินโยประชวรหนัก มังตราราชบุตรจึงนำความไปปรึกษาพระมหาเถร ถึงวิธีที่จะป้องกันตองอูมิให้มีภัย มหาเถรแนะให้มังตราส่งคนปลอมแปลงไปอยู่ ณ เมืองแปร อันจะเป็นเมืองหน้าด่านระหว่างหงสาวดีกับตองอู เพื่อคอยสืบข่าวลับต่างๆ ในที่สุดมังตราเลือกเอามังฉงายหรือจะเด็ด เป็นผู้เดินทางไปดำเนินงานอันเป็นราชการลับในครั้งนี้ ครั้นพระเจ้านระบดีแห่งเมืองแปร ได้พบมังฉงาย ก็ให้นึกถูกชะตา ประทานตำแหน่งให้เป็นถึงขุนวังหรือราชวัลลภ เนื่องด้วยรู้ว่ามังฉงายและตะละแม่กุสุมานั้นมีใจต่อกัน เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้อุปราชราตองเคลือบแคลงใจ จึงหาทางสืบจนรู้ว่ามังฉงายผู้นี้ก็คือ จะเด็ดนั่นเอง แต่เพลิงพิโรธแห่งมังตรา ที่ระแวงต่อมังฉงายกลายมาเป็นปมขัดแย้งระหว่างพี่น้องร่วมนม นำพามาซึ่งสงครามระหว่างตองอูประเทศและเมืองแปร.

การแสดงเริ่มเวลา 17.30 . เป็นต้นไป ณ หอประชุมศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน เข้าชมการแสดงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามโทร 0 2880 9429 หรือที่ www.sac.or.th




*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา






จำไว้ตลอด